บทที่ 360 ไม่ได้ตั้งใจ (อ่านฟรี 1 มี.ค. 69)
บทที่ 360 ไม่ได้ตั้งใจ (อ่านฟรี 1 มี.ค. 69)
บทที่ 360 ไม่ได้ตั้งใจ
“หัวหน้า พวกคนจากเขตมลพิษมีของน่าสนใจมาเเลกเปลี่ยนครับ พวกมันบอกว่าเป็นผลึกเพิ่มพลังชีวิต อาจจะช่วยยื้อเวลาเเละประคองชีวิตได้ ผมคิดว่าถ้าเอาไปมอบให้กับพวกขุนนางเพื่อมอบให้ท่านอัศวินอีกที ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะได้หน้าครั้งใหญ่ก็ได้”
“หืม? พวกมันจะมีของเเบบนั้นได้ยังไง ที่ผ่านมาก็ขายเเค่ของระดับต่ำทั้งนั้น อย่าไปเชื่อพวกมันมาก ให้คนของเราตรวจสอบก่อน ถ้าดีจริงก็ค่อยมาบอกฉัน”
คนเป็นเจ้านายไม่เชื่อคำของพนักงาน พวกคนจากเขตมลพิษถ้ามีของดีเเบบนั้นจริง พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ที่น่าอดสูขนาดนั้นหรือ?
นี่อาจจะเป็นการอาศัยโอกาสเพื่อทำเงินก็ได้ คนจากเขตมลพิษเป็นพวกไว้ใจไม่ได้ เห็นหลายครั้งเเล้วที่พวกมันเอาของไม่ดีมาหลอกลวงพวกเราน่ะ
คำพูดของเขาย่อมไม่ได้หมายถึงกลุ่มผู้เเลกเปลี่ยนสกุลจาง หากเเต่เป็นการเหมารวมพวกมนุษย์จากเขตมลพิษทั้งหมดด้วยกัน
สาเหตุที่ทำให้ร้านค้ามากมายกดราคาสิ่งของจากเขตมลพิษ เเท้จริงแล้วนอกจากการเหยียดเผ่าพันธุ์เเล้ว ยังมีสาเหตุมาจากหลายครั้งที่การขายทรัพยากรจากเขตมลพิษเป็นการหลอกลวง
หลายครั้งที่พวกเขาโมษณาเกินจริงไปมาก กระทั่งตอนที่เอาแท่นพลังงานมาขายให้พวกเขา ตอนนั้นบอกว่าจะเปลี่ยนให้รอบๆร้านมีพลังงานไหลมารวมกันเป็นจุดเดียว จะทำให้ร้านอสุราเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นยอดของดินเเดน เพราะคนมากมายอยากมาพักผ่อนพร้อมกับดูดซับพลังงานไปด้วย
เดิมทีร้านอสุรายอมจ่ายทรัพยากรไปมากเพื่อสิ่งนี้ แต่ใครไปจะรู้ว่ามันทำได้จริงแค่ไม่กี่วัน หลังจากนั้นแท่นหลังงานนั้นก็ระเบิดออก
พอถามหาความรับผิดชอบ พวกมันกลับบอกว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากเเท่นพลังงานของพวกมัน เเต่เกิดขึ้นเพราะพลังงานในพื้นที่หนาเเน่นเกินกว่าเเท่นพลังงานจะรับไหว....ตอบเพียงเท่านี้ก็หายหัวกันไป สุดท้ายมันก็ไม่ต่างอะไรกับการหลอกลวงเลย!!
เพราะเคยมีประสบการณ์เเบบนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะไม่เชื่อใจในสินค้าของคนจากเขตมลพิษอีก
พนักงานได้รับคำสั่งก็รีบออกไปดำเนินการ เขาเรียกให้ผู้ตรวจสอบมาดูตัวอย่างสินค้ากับตนเองก่อน ซึ่งกลุ่มของสกุลจางไม่ได้หวงสินค้า พวกเขามอบผลึกเพิ่มพลังชีวิตส่วนหนึ่งให้พวกเขาไป ระหว่างนั้นยังสามารถนั่งพักผ่อนรอการตรวจสอบได้ ซึ่งช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่พวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวข้อมูลได้มากที่สุดแล้ว
“ท่านอัศวินยังไม่ฟื้นอีกหรือ? สถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายมาก ได้ยินว่าทางชายเขตมีการเคลื่อนไหวของพวกอาณาเขตอัศวินเต่าดำด้วยนะ เกรงว่าพวกมันจะอาศัยโอกาสนี้ยึดพื้นที่ของอาณาจักรหงส์ขาวเราน่ะสิ”
“พวกหมาลอบกัดก็รอเวลานี้ทั้งนั้นเเหละ ตอนนี้ท่านอัศวินฟ๊อกซ์พยายามช่วยอัศวินของพวกเราอยู่ มิตรเเท้มิตรเทียมก็ดูได้จากตอนนี้นี่แหละ เหอะ!”
“อัศวินของพวกเราโชคร้ายจริงๆ ทั้งที่ไม่เคยรุกรานคนอื่นเลย กลับถูกคนอื่นลอบเล่นงานเสียได้”
“คิดว่าใครลงมือหรือ?”
“ฉันคิดว่ายังไงก็ต้องเป็นฝีมือของพวกอัศวินนี่แหละ ถ้าให้เดา...คนที่มีโอกาสมากที่สุดก็คืออัศวินราชินีเหมันต์ เธอไม่ถูกกับอัศวินหงส์ขาวของพวกเรามาตลอด ตั้งเเต่เเรกก็เเข่งขันกันทุกด้าน จะเป็นเรื่องเล็กอย่างเรื่องความงาม ความเก่งกาจ หรือจะเป็นเรื่องใหญ่อย่างการพัฒนาอาณาเขต ถ้าหากทางอัศวินราชินีเหมันต์อยากเอาชนะเบ็ดเสร็จ ก็แค่ฆ่าอัศวินของพวกเรา”
“ฉันกลับไม่คิดเช่นนั้นนะ ท่านอัศวินราชินีเหมันต์ไม่ถูกกับท่านอัศวินหงส์ขาวก็จริง แต่ที่ผ่านมาเป็นการต่อสู้ซึ่งหน้ามากกว่า ฉันคิดว่าอาจจะมีมือที่สามก็ได้”
“มือที่สาม? ใครจะกล้าลงมือแบบนั้นได้ ถ้าถูกจับได้ ไม่ใช่ว่าจะถูกอัศวินทั้ง 6 ลงมือหรือ? มีแต่อัศวินด้วยกันนั่นแหละที่จะกล้า”
“ฮ่าๆ บางที...อาจจะเป็นการลงมือของพวกขยะเหล่านี้ก็ได้”
ในขณะที่หลายคนกำลังพูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใครบางคนก็หันมาเเซะกลุ่มของพวกเธอที่นั่งรออยู่
ไม่ใช่พวกเขาคิดจริงว่าพวกคนจากเขตมลพิษมีความสามารถมากขนาดทำร้ายอัศวินของพวกเขาได้ แต่เเค่ไม่ชอบใจที่เห็นพวกเขาอยู่ที่นี่ก็เท่านั้น
“ถุย! ขยะพวกนี้จะทำอะไรได้ แค่เห็นพวกเราก็แทบจะคลานเข่าเเล้ว”
“อย่าไปพูดถึงพวกมันเลย ให้ค่าพวกมันมากไป เปลืองน้ำลายเปล่าๆ”
“เมื่อไรจะห้ามพวกขยะพวกนี้เข้ามาเสียที กินดื่มไม่อร่อยเพราะเห็นหน้าพวกมันนี่แหละ”
“ทำยังไงได้ ถ้าเป็นร้านอาหารระดับสูงกว่านี้ พวกเขาคงไม่ปล่อยขยะเข้ามาเดินเล่น เเต่ร้านอสุราเป็นร้านน้ำชาราคาถูก ขยะพวกนี้จึงสามารถเอาสินค้ามาขายได้ พวกเราเอง...ถ้ามีตัวเลือก คงไม่เข้าร้านอสุรานี้หรอก”
ปัง!!!
“ต่อให้เป็นร้านระดับต่ำขนาดไหน ถ้าไม่มีลูกค้าจะขายต่อยังไง พวกเราเองก็เป็นผู้สนับสนุนหลักนะ จะไม่ฟังความคิดพวกเรา เเล้วปล่อยให้พวกขยะเหม็นเน่าเข้ามาขายของเเบบนี้ตลอดหรือ?”
ในขณะที่หลายคนเริ่มเปลี่ยนประเด็นมาที่พวกเขา ชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะดื่มมาไม่น้อย ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสี ไม่รู้เพราะฤทธิ์ของเครื่องดื่ม หรือความไม่พอใจกันเเน่
คนเตะเก้าอี้นั่งจนกระเด็น เรียกสายตาของทุกคนไปที่นั่น เมื่อเห็นว่าประสบความสำเร็จในการกลายเป็นจุดสนใจ เขาก็ยิ่งเเสดงท่าทางใหญ่โตมากขึ้นอีก
“ไล่พวกมันออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้าร้านอสุราไม่ฟังความคิดของลูกค้า อย่างนั้นก็ไม่ต้องขายมันเเล้ว!”
เขาตวาดลั่น มองไปรอบๆห้องเพื่อดูว่ามีคนสนับสนุนความคิดนี้หรือไม่ ซึ่งหลายคนก็พยักหน้าไปกับเขาด้วย ดังนั้นคนพูดก็ยิ่งมั่นใจมากกว่าเดิม
“ละ ลูกค้า เกิดอะไรขึ้นครับ ใจเย็นก่อนนะครับ”
พนักงานของร้านอสุราได้ยินเสียงดังก็รีบออกมา เห็นลูกค้าประจำกำลังโวยวายไม่พอใจ สายตายังมองพวกคนจากเขตมลพิษก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณลูกค้า พวกเราไม่ทำให้พวกท่านไม่พอใจนานเกินไป หลังจากที่เเลกเปลี่ยนเสร็จ พวกเราจะรีบไล่พวกนี้ออกไปเลยครับ จะไม่ให้พวกมันป้วนเปี้ยนรอบๆท่านเเน่นอน”
“อะไรวะ! พวกแกฟังไม่เข้าใจหรอว่าพวกฉันต้องการอะไร ฉันต้องการไล่พวกมันไปตอนนี้ เดี๋ยวนี้!”
แม้พนักงานจะออกมาเกลี้ยกล่อมเเล้ว เเต่ดูจะไม่ได้ผลมากนัก กลับกัน...ดูจะทำให้ลูกค้าผู้นั้นได้ใจมากกว่าเดิม ถึงกับเริ่มคว้าเเก้วออกมาเขวี้ยงไปรอบๆแล้ว
“จะเอายังไง? ถ้าพวกแกไม่ไล่ไป อย่างนั้นฉันก็จะไล่ให้ เอาไหมล่ะ ห๊า!”
เขาว่าก่อนจะเริ่มเอาอาวุธจากหลังของตนเองออกมาเเล้ว เห็นภาพนี้...คนที่เคยเชียร์อีกฝ่ายก็เริ่มรู้แล้วว่าเจ้านี่เป็นคนพาลคนหนึ่ง พวกเขาขยับหลบเเต่ไม่ได้ช่วยห้ามปราม ลึกๆแล้วทุกคนก็อยากจะเป็นคนลงมือเองทั้งนั้น โชคร้ายที่มีกฎหมายคุ้มครองพวกมัน หากพวกเขาลงมือก่อน จะถูกทางการลงโทษ สุดท้ายต่อให้อยากทำก็ทำไม่ได้ ทว่า...ถ้ามีตัวเเทนออกหน้า พวกเขาก็แอบสนับสนุนอยู่ในใจได้
“จะ ใจเย็นๆก่อนครับลูกค้า เอาเป็นว่า...พวกเราจะให้คนเหล่านี้ออกไปรอข้างนอกก่อนดีไหมครับ เร็วเข้า! พวกแกรีบออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้เลย อยากตายรึไง!” พนักงานร้านพูดอย่างสุภาพกับลูกค้าของตนเอง ก่อนจะหันมาตวาดใส่คนของจางอู่หยางที่นั่งรออยู่
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะหาข้อมูลข่าวสาร หากเทียบรายได้ที่จะได้จากร้านอสุราแล้ว นับเป็นรายได้จำนวนน้อยกว่าที่อื่นๆด้วย
“ประธาน...”
“ได้ พวกเราออกไปรอข้างนอกเถอะ อย่าสร้างปัญหาเวลานี้เลย” จางอู่หยางส่งสัญญาณมือ ไม่ใช่เพราะพวกเขากลัวว่าจะสู้อีกฝ่ายไม่ได้ แต่เป็นเพราะว่าไม่อยากสร้างปัญหาใหญ่โตต่างหาก
ถ้าตัวเองมีการวิวาทขึ้นช่วงเวลานี้ คงมีแต่จะถูกจับไปขังคุกเท่านั้น ทหารของอัศวินหงส์ขาวคงมองว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อก่อกวน อย่างไรก็ตาม...ไม่ทันที่พวกเขาจะลุกเดินจากไป ชายผู้ขาดสติและตั้งเป้าหาเรื่องพวกเขาย่อมไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ คนใช้อาวุธดาบของตัวเองขว้างมาอย่างเร็ว ความเร็วและแรงในการลอบโจมตีทำให้ซูหยวนไม่ได้เตรียมตัว
ไม่รู้ว่ามันจงใจหรือไม่ แต่เป้าหมายของมันก็คือ “ผู้หญิงตัวเล็กคนเดียวในกลุ่ม!!”
ปัง!!
เพราะไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือการโจมตีอย่างกะทันหันนี้ ซูหยวนจึงฟาดคันธนูในมือออกไป และนั่นได้เปลี่ยนวิถีการโจมตีของดาบนั้นจนทำให้สะท้อนกลับไปยังเจ้าของเดิมของมัน
หน้าไม้ธาตุเพลิงที่ได้รับมาจากสกุลอี้แตกทันทีที่มีการปะทะนี้ ทว่า...ความเสียหายนี้ไม่เท่ากับชายเจ้าของดาบ
“อั่ก! แก แกกล้า!!” เพราะการสะท้อนการโจมตีของคนมึนเมา นอกจากเจ้าตัวจะไม่ได้มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนแล้ว ก็ยังไม่คิดด้วยว่าการโจมตีของตนเองจะพลาดท่า ดังนั้นจึงส่งผลให้ชายคนนั้นหลบการโจมตีไม่พ้น และดาบนั่นก็พุ่งผ่านแขนของเขาไปจนเกิดรอยบาดลึก
จางอู่หยางขยับตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาไม่โทษที่ซูหยวนตอบกลับการโจมตีนั้น แน่นอนว่าถ้าเจ้านั่นกล้าโจมตีให้คนของเขาบาดเจ็บขึ้นมา เขาจะสังหารมันด้วยมือของเขาเอง
โชคดีแค่ไหนแล้วที่ซูหยวนสามารถปัดป้องการโจมตีนี้ได้ ดังนั้นจางอู่หยางจึงยังรักษาความสงบของตัวเองได้
“ต้องขออภัยแทนคนของเราด้วย เธอไม่ได้คิดว่าจะถูกโจมตีแบบนี้จึงรับมือไปตามสัญชาตญาณ” คำพูดของจางอู่หยางชัดเจนว่าต้องการปกป้องคนของตนเอง ทั้งยังพูดด้วยว่าทางนั้นเป็นผู้เริ่มโจมตีก่อน กระทั่งบาดแผลที่ได้รับ...นี่ก็ได้มาจากการที่เขาโจมตีมาอย่างกะทันหันนั่นแหละ
“ไอ้พวกขยะชั้นต่ำกล้าทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บ พวกแกจะต้องตาย!!” ไม่เพียงแค่ไม่ฟังเหตุผลเท่านั้น เขายังคำรามลั่น เจตนาฆ่าถูกปล่อยออกมา นี่เป็นเพราะว่าเด็กสาวที่ดูอ่อนแอที่สุดกลับป้องกันการโจมตีของเขาได้ ทั้งยังสร้างบาดแผลให้เขาอีก นี่...มันช่างน่าอับอายเสียจริง! ถ้าเขาไม่สั่งสอนอีกฝ่ายให้ทุกคนเห็น หลังจากนี้จะเดินไปไหน เขาคงต้องคลุมหน้าเดินแล้ว
พวกคนจากเขตมลพิษเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นพวกชั้นต่ำ ผู้คนมากมายต่างก็ดูถูก พวกมันสนใจแลกเปลี่ยนกระทั่งขยะในดินแดนของพวกเขา แม้จะมีผลึกพลังงานมาขาย แต่มันก็เป็นผลึกจากสัตว์กลายพันธุ์ที่มีมลพิษอยู่ดี ดังนั้น...ในสายตาของพวกเขา ไม่ใช่ว่าตัวเองจัดการกับสัตว์กลายพันธุ์ข้างนอกไม่ได้ แต่เป็นเพราะพวกเขาขี้เกียจจะจัดการมากกว่า
ไม่ต้องเปลืองตัวเปลืองแรงไปกับพื้นที่ขยะ ให้พวกขยะทำงานแทนแล้วเปลี่ยนเอาเศษขยะไปใช้ก็จบแล้ว
ความคิดที่ดูถูกดูแคลนพวกผู้ที่มาจากเขตมลพิษทำให้พื้นฐานของคนที่นี่เต็มไปด้วยความดูถูกต่อพวกเขา ทุกคนเชื่อว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าคนที่อยู่เขตมลพิษ ต่อให้มีการต่อสู้กันแล้วฝ่ายตัวเองพ่ายแพ้ ก็จะมองว่าพวกเขตมลพิษนั้นใช้เล่ห์กลโกงเพื่อเอาชนะ หรือไม่ก็บอกว่าตัวพวกเขาประมาทเกินไปเท่านั้น
“ใจเย็นๆก่อนครับลูกค้า หากมีการฆ่ากันที่นี่จะต้องถูกลงโทษแน่ครับ ใจเย็นๆนะครับ” พนักงานรีบส่งสัญญาณให้คนอื่นๆไปตามหัวหน้ามาหยุดสถานการณ์นี้ แม้ว่านี่จะเป็นการวิวาทของคนอื่น แต่ถ้าเรื่องไปถึงทางการ เช่นนั้นร้านอาหารของพวกเขาต้องถูกทางการปิดล้อมไม่ให้เปิดจนกว่าคดีความจะเสร็จสิ้น
หากเป็นร้านค้าใหญ่โต การถูกสั่งให้หยุดก็อาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก แต่พอเป็นร้านค้าขนาดเล็กอย่างพวกเขา...นี่เท่ากับเป็นการสั่งให้ขาดทุนเลยไม่ใช่หรือ?
พวกเขาที่เป็นพนักงานก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ถ้าถูกปิดก็แปลว่าวันนั้นไม่มีงาน การที่วันนั้นไม่มีงานหมายความว่าอย่างไร? นั่นย่อมหมายความว่า...พวกเขาจะไม่มีเงินได้ในวันนั้นอย่างไรล่ะ!
“ใจเย็นอะไรอีก! ไม่เห็นหรอว่าพวกมันทำให้ฉันเจ็บแบบนี้! เหอะ! ถ้าไม่ใช่เพราะพวกแกเปิดรับพวกมันเข้ามาก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ ในเมื่อแกคิดจะเข้ามายุ่ง ถ้าอย่างนั้นก็จัดการให้ฉัน! มีให้เลือกสองทาง ทางแรกคือส่งนังเด็กสารเลวที่กล้าต่อต้านฉันมา จากนั้นฉันจะไม่เอาเรื่องใครอีก หรืออย่างที่สอง...ฉันต้องการฆ่าพวกมันทั้งหมด!”
คนกัดฟันกรอด ท่าทางเหมือนหมาบ้าไม่ผิด ตอนนี้นอกจากจะมีเลือดไหลออกมาแล้ว ขาของเขาก็ยังเดินเซไปเซมาด้วย กลุ่มของจางอู่หยางเห็นคนอวดดีกล้าบอกให้พวกเขาส่งตัวอันซูหยวนที่ไม่ได้ทำผิดอะไรไปให้ ทุกคนก็ลอบกำหมัดแน่น สีหน้าของพวกเขาที่นี่ไม่มีใครหวาดกลัวเลย
ถ้าต้องสู้กันจริงๆ พวกเขาที่ต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกมาตลอดเวลาย่อมไม่คิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ ทว่า...ที่พยายามไม่ก่อปัญหาก็เพราะลำพังพวกเขาไม่เป็นอะไรก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่เป็นอะไรด้วย
ถ้ามีการก่อสงครามขึ้นมาจริงๆ อย่างนั้นพื้นที่ล่าทั้งหมดอาจจะถูกคนของดินแดนลับควบคุมก็ได้ ต่อให้ไม่ถูกยึดไปทั้งหมด แต่การล่าที่ยากขึ้นก็หมายความว่าหาทรัพยากรมาได้ยากขึ้นด้วย
พวกเขาไม่เหมือนกับพวกคนของเขตดินแดนลับนี้ คนพวกนี้หาทรัพยากรได้จาก “จุดเคลื่อนย้าย” ที่มีอยู่มากกว่า 10 แห่งในดินแดนของพวกเขา แต่สำหรับคนในเขตมลพิษนั้นหาทรัพยากรได้จากแค่เขตพื้นที่ล่าเท่านั้น ถ้าเขตพื้นที่ล่าถูกก่อกวน ดังนั้นพวกเขาก็จะเจอกับความเสียเปรียบแล้ว
อย่างไรก็ตาม...ถ้าเมื่อไรที่พวกมันล้ำเส้น และทุกคนก็กำลังรอให้พวกมันล้ำเส้นอยู่ ถึงเวลานั้นพวกเขาก็พร้อมจะลงมือเช่นกัน!
ดีไม่ดีตะลุยครั้งเดียวแล้วยึดเอาพื้นที่ของพวกมันมาให้หมดก็ยังได้ ไม่ใช่ว่าประธานของพวกเขาเคยได้รับคำเชิญให้มาเป็นหนึ่งในอัศวินคนที่ 8 ของดินแดนลับนี้หรือ? เช่นนั้น...ทำไมไม่ตอบรับคำเชิญนั้นแล้วเหยียบไปพวกสารเลวอวดดีนี้ให้จมดินไปเลยล่ะ!
……………………………………..