LNCrawler

บทที่ 361 อารมณ์ของประธานจาง (อ่นนฟรี 2 มี. ค. 69 )

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 361 อารมณ์ของประธานจาง (อ่นนฟรี 2 มี. ค. 69 )

บทที่ 361 อารมณ์ของประธานจาง

 

“ดูท่าทางอวดดีของพวกมัน! ทำไมยังกล้ามองหน้าฉันแบบนั้นวะ อยากตายกันนักใช่ไหม!!” เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองพูดไปขนาดนี้แล้ว พวกขยะพวกนี้จะต้องหวาดกลัวตัวเองบ้างสิ ทว่า...สิ่งที่ไม่คิดก็คือ นอกจากพวกมันจะไม่หวาดกลัวตัวเองแล้ว ยังมองหน้าเขาเหมือนกำลังดูแคลนอยู่อีกด้วย!

 

“นังเด็กสารเลวคนนี้ที่กล้าลงมือกับฉัน ชะตากรรมของแกก็คือความตาย ดังนั้น...ฉันจะลงมือกับแกก่อน!” เขาพูดอย่างนั้นก่อนจะเอาดาบที่เฉือนแขนของตนเองไปก่อนหน้านี้กลับมาควงอีกครั้งจนเกิดเป็นกระแสลมแผ่วเบา

 

​อาวุธของดินแดนนี้เป็นอาวุธพลังงานทั้งสิ้น ไม่เหมือนกับอาวุธที่ผลิตด้วยพวกเขาเอง หากต้องโจมตีจะต้องมีช่องไว้ใส่แกนพลังงานด้วย ทว่า...อาวุธของที่นี่ไม่ต้องใส่พลังงานใดๆ มีเพียงการเปิดกระตุ้นด้วยพลังงานของตนเองเท่านั้น ก็จะสามารถใช้โจมตีได้เลย

 

​เหมือนกับปืนพลังงานที่ซูหยวนได้รับไปก่อนหน้านี้ ของราคาแพงเหล่านั้นเป็นของที่ซื้อมาจากดินแดนลับนี้เอง...

 

​เคร้ง!

 

​อย่างไรก็ตาม ซูหยวนยังไม่ทันขยับ คนตัวสูงก็ปัดดาบของอีกฝ่ายจนกระเด็นไปเลย! การเคลื่อนไหวที่ทุกคนมองตามไม่ทันนี้ แท้จริงแล้วเป็นการเคลื่อนไหวของจางอู่หยางที่ทนกับการถูกรังแกได้ แต่ไม่ยอมให้คนที่ตัวเองชอบถูกตำหนิแม้เพียงคำเดียว!

 

​เขาปล่อยพลังงานของตนเองออกไปคล้ายกับหัวกระสุน ยิงจนดาบของคนตรงหน้าหลุดมือไปปักอยู่ด้านหลัง ผ่านหน้าของพนักงานไปเพียงแค่คืบเดียว ทำเอาพนักงานคนนั้นหงายหลังล้มไปเพราะความกลัว

 

“ฉันก็พูดไปแล้วว่าคนไม่ได้ตั้งใจ ทำไมยังไม่ยอมจบเรื่องนี้อีก” คำพูดของจางอู่หยางเย็นเยียบ สายตาเหมือนกับหมาป่าที่พร้อมจัดการเหยื่อทำให้เจ้าของดาบที่อวดดีสร่างเมาทันที

 

“กะ แก!” ใจหนึ่งยังอยากจะเอาชนะเพราะเขาไม่ต้องการจากไปด้วยความอับอายเช่นนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้า...ความรุนแรงของการโจมตีเมื่อครู่ ถ้าพุ่งมาที่หัวของเขา ตอนนี้อาจจะกลายเป็นรูขนาดใหญ่แล้วก็ได้ นอกจากนี้...ความเร็วนั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมองตามไม่ทัน!

 

​ถ้ามีปัญหากันจริงๆ เขาเชื่อว่าคนระดับสูงของดินแดนพวกเขาจะเอาชนะได้แน่ ทว่า...กว่าจะถึงตอนนั้น เขาคงตายไปก่อนแล้ว

 

“เพื่อแสดงความขอโทษ ฉันขอมอบแกนพลังงานนี้ให้คุณ” จางอู่หยางถอนสายตาของตนเองกลับมา คนที่รู้จักรุกและถอยคนนี้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่ไม่ล้ำเส้นต่อไป ยังยอมถอยกลับมาหนึ่งก้าวอย่างสง่างามด้วย

 

​อีกฝ่ายเองเมื่อเห็นทางลงที่ไม่น่าอึดอัดใจเท่ากับการไปต่อ เขาก็คว้าเอาแกนพลังงาน 10 ชิ้นที่จางอู่หยางมอบให้มาทันที แน่นอนว่าพวกเขารู้จักแกนพลังงานนี้กันทุกคน ก่อนหน้านี้แกนพลังงานเป็นสิ่งที่พวกคนจากเขตมลพิษเอามาแลกเปลี่ยนด้วยมากที่สุด เดิมทีมันไม่ได้น่าสนใจเพราะพวกเขาเองก็มีพลังงานอยู่แล้ว ทว่า...ผ่านไปไม่นาน กลับมีคนคิดวิธีการใช้แกนพลังงานมากขึ้นนอกจากการใช้เพื่อเพิ่มพลังของตนเอง

 

​เหมือนกับที่พวกคนจากเขตมลพิษใช้แกนพลังงานในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้อาวุธ พวกเขาก็สามารถใช้แกนพลังงานเหล่านี้เพื่อสร้างเป็นแกนของอุปกรณ์ของใช้ประจำวันได้

 

​เช่น ถ้าพวกเขาต้องการรักษาคุณภาพของให้สดอยู่เสมอ ปกติแล้วจะต้องใช้ผู้มีพลังงานเหมันต์ในการปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอ เวลานี้ใช้เพียงแกนพลังงานธาตุน้ำ หรือธาตุน้ำแข็ง ก็สามารถเก็บรักษาทรัพยากรได้แล้ว

 

​ตอนนี้แกนพลังงานกลายเป็นของที่มีมูลค่าขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงจะราคาไม่ได้แพงมากนัก แต่ทรัพยากรที่ได้มาฟรีๆนี้จะไม่รู้สึกยินดีได้อย่างไร

 

“ฮึ่ม! ถือว่าแกรู้เรื่องอยู่ ดังนั้น...ฉันจะไม่ถือสาพวกแกก็แล้วกัน แต่จำเอาไว้ว่าอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!” คนยังไม่วายข่มขู่ จางอู่หยางพยักหน้ารับ ส่งสัญญาณให้คนของตนเองเดินจากไป

 

​มือของเขาแตะที่หลังของซูหยวนเบาๆ ทว่า...เธอยังสังเกตเห็นว่ามืออีกข้างหนึ่งของเขากลับลอบกำหมัดแน่น แสดงว่าจางอู่หยางกำลังโกรธอยู่จริงๆ

 

“พี่จาง ขอบคุณที่ช่วยออกหน้าให้ค่ะ” ซูหยวนขอบคุณเขาโดยตรง ซึ่งคนตัวสูงเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น

 

“ที่นี่ก็เป็นแบบนี้ พวกเราที่เป็นคนนอกจะถูกรังแกก็ไม่แปลก แม้ฉันจะบอกให้ทุกคนพยายามข่มอารมณ์ของตนเองไว้ให้มาก แต่จำเอาไว้ว่าถ้ามีอันตรายที่ยอมรับไม่ได้...อย่างนั้นก็ไม่ต้องฝืน” คนมองหน้าซูหยวน หากเมื่อครู่เธอป้องกันไม่ทัน เขานี่แหละที่จะเป็นคนสติหลุด ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป แค่ตอนนี้เขาก็พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้อยากฆ่าคนทิ้งไปเปล่าๆ

 

“ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมรุ่นพี่พลทหารพิเศษถึงไม่อยากมาทำภารกิจนี้” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเมื่อออกมารออยู่ข้างหน้าร้านอสุราแล้ว

 

“ที่ยากที่สุดไม่ใช่การต่อสู้ ไม่ใช่การจัดการใดๆ แต่เป็นการจัดการกับตัวเอง!” ยิ่งถ้าเป็นคนของทางการ ท่าทีของพวกเขามีผลอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์ของสองดินแดนดังนั้นทุกคนจึงต้องข่มกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้ให้ได้ เหมือนกับที่จางอู่หยางทำอยู่ตอนนี้...

 

“อืม เธอไม่ต้องอยู่ที่นี่นานเกินไป หลังการแลกเปลี่ยนที่นี่แล้วเสร็จ ฉันจะพาเธอไปหาแลกเปลี่ยนผลึกบาเรีย เธอจะได้กลับออกไปก่อน”

 

“ขอบคุณมากค่ะ แต่ว่า...ฉันเองก็ยังอยากอยู่ดูที่นี่ต่ออีกสักหน่อยจะรบกวนเกินไปไหมคะ”

 

“มีอะไรที่อยากรู้เพิ่มหรอ?”

 

“ก็นิดหน่อยค่ะ” ซูหยวนไม่ปฏิเสธหัวหน้าของตัวเอง เธอรู้ว่าเขาหวังดีและอยากให้เธอออกไปจากที่นี่ให้เร็ว แต่กับการดูถูกดูแคลนก่อนหน้านี้ ซูหยวนไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องรับมือยากแต่อย่างใด

 

​ก็เหมือนกับที่โลกก่อน ลูกค้ามีมากมายหลายรูปแบบ ลูกค้าเจ้าอารมณ์และเอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่เคยทำอะไรผิดเลยในชีวิตก็มี แน่นอนว่าลูกค้าจำพวกคิดว่าคนอื่นเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ก็มีเช่นกัน ดังนั้นซูหยวนที่ต้องรับหน้าแทนเจ้านาย เจอลูกค้าประหลาดๆพวกนี้จะไม่มีวิธีการรับมือเลยหรือ?

 

​สำหรับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ถ้าประธานจางไม่เข้ามาจัดการให้ ซูหยวนคงจะเอาเรื่องกฎหมายของที่นี่มาพูด แม้จะไม่รู้เกี่ยวกับกฎหมายอย่างละเอียด แต่ระหว่างทางเธอได้ยินกฎข้อห้ามที่ทหารเฝ้าประตูพูดไว้แล้ว พวกนั้นบอกว่าถ้าพวกเขาสร้างปัญหา ก่อเรื่องใช้กำลังก่อน จะถูกจับไปลงโทษอย่างรุนแรงทันที ซึ่งคำพูดนี้หมายความว่า...กฎนี้มีเอาไว้จัดการหากพวกเขาเริ่มก่อปัญหา

 

​ชัดเจนแล้วว่ากฎหมายของที่นี่ไม่ได้ทำมาเพื่อฆ่าผู้มาเยือน แต่แค่เป็นกฎที่เอาไว้ควบคุมความประพฤติเท่านั้น ในทางกลับกัน...หมายความว่าพวกเขาสามารถใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเองได้ และคนที่นี่ก็น่าจะมีกฎหมายควบคุมตัวเองเหมือนกัน เห็นได้จากการที่คนรอบๆชายผู้ไม่มีสติพยายามออกห่างจากเขา ถึงสายตาจะมีความสะใจ แต่การกระทำกลับไม่อยากยุ่งด้วย

 

​ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ซูหยวนมั่นใจว่าถ้าอ้างเรื่องกฎหมายของดินแดนนี้ เธอจะหยุดพฤติกรรมของอีกฝ่ายได้!

 

​แม้จะมีแผนรับมืออยู่ในใจ ทว่าการถูกปกป้องโดยเจ้านายก็ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า ไม่ต้องเปลืองพลังงาน และได้รู้ว่าเจ้านายคนนี้จะไม่ทอดทิ้งลูกน้องต่อให้เกิดปัญหาใด สิ่งนี้มีค่ากว่ากันเยอะ

 

“ถ้าเธอไม่อยากไป อย่างนั้นก็อยู่กับฉันไปก่อน สถานการณ์ในดินแดนตอนนี้ไม่ค่อยสงบ บางเรื่องรับมือได้ไหว แต่บางเรื่องก็อาจจะรับมือไม่ได้”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ” จากสถานการณ์ที่ได้ฟังในร้านอสุรา ซูหยวนก็รู้ว่าตอนนี้ทางคนของอัศวินหงส์ขาวกำลังยุ่งอยู่กับการหาคนร้ายจริงๆ แน่นอนว่าคนร้ายที่กล้าลงมือคนนั้นคงไม่ได้ถูกจับตัวง่ายๆ บางทีพวกเขาอาจจะมีแผนการรับมือ หรือไม่...ก็อาจจะมีแผนที่จะลงมือที่รุนแรงกว่าเดิมอยู่ก็ได้

 

​เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่พวกเขาเพียงต้องระวังตัว ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินเหตุ เพราะสุดท้ายคนที่รนไปกับสถานการณ์อาจจะกลายเป็นคนที่เดือดร้อนแทน

 

​พนักงานร้านอสุรายุ่งอยู่กับการปลอบขวัญแขกในร้าน ถึงแขกหลายคนจะไม่ได้ติดใจอะไร เพราะนี่เป็นเรื่องสนุกที่พวกเขาเพียงดูเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น ทว่าหลังร้านอสุราบอกว่าจะรับผิดชอบความรู้สึกของพวกเขาด้วยการมอบกาน้ำชาให้หนึ่งกา ทุกคนก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับน้ำใจนี้

 

​ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ข้างนอกรอจนขาแข็ง คนข้างในถึงได้ออกมา ท่าทางของพวกเขาไม่ได้มีความเคารพนับถือในฐานะคู่ค้ากันเลย หากแต่มองมายังกลุ่มนักล่าสกุลจางด้วยสายตาที่เหนือกว่า ถ้าไม่ได้เห็นว่าตัวอย่างผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่ให้ไปก่อนหน้านี้ถูกเก็บไว้ในกล่องใสอย่างดี อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาไม่ต้องการแลกเปลี่ยนสินค้าไปแล้ว

 

“พวกคุณมีอยู่จำนวนเท่าไร พวกเราสามารถรับแลกเปลี่ยนพวกมันได้ทั้งหมด แต่จะต้องประเมินอย่างละเอียดทุกชิ้นก่อน เพื่อไม่ให้มีการเล่นตุกติก” ผู้ช่วยเจ้าของร้านรับหน้าที่มาดูแลการแลกเปลี่ยนนี้ด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดว่าผลึกเพิ่มพลังชีวิตเป็นของที่พวกเขากำลังให้ความสำคัญเช่นกัน

 

​เพียงแต่ทัศนคติของพวกเขาต่อคนนอกเขตทำให้การแสดงออกของพวกเขายังเต็มไปด้วยความดูถูก และคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า

 

“พวกเรานำผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่เกินทั้งหมดเพียง 10 ชิ้นเท่านั้นครับ” ตัวแทนกล่าวออกไป ทำเอาตัวแทนของร้านอสุราขมวดคิ้ว

 

“เพียง 10 ชิ้นหรือ? ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอกนะ พวกแกคิดจะโก่งราคาหรืออย่างไร? หรือว่า...คิดจะดูถูกพวกฉัน?”

 

การเดินทางจากเขตมลพิษมาที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกอย่าง...กลุ่มองค์กรนักล่าสกุลจางพวกนี้ไม่ได้มาบ่อยนัก ปกติแล้วพวกเขาจะมาเดือนละครั้ง หรืออาจจะสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง ทุกครั้งที่มาจะเอาทรัพยากรมาเป็นจำนวนมาก พวกร้านค้าต่างๆในเขตอัศวินหงส์ขาวรู้ดีว่าพวกเขาทำเงินมากมายขนาดไหน และแน่นอนว่าในความจริงแล้ว...ต่อให้จะดูถูกคนพวกนี้ ทว่าทรัพยากรของพวกเขาก็ยังเป็นที่รอคอยอยู่ดี

 

“ไม่มีทางคิดแบบนั้นอยู่แล้วครับ เพียงแต่...ของพวกนี้ เราเตรียมเอาไว้ให้ร้านค้าอื่นๆที่สนใจอยู่ก่อนแล้ว แต่เพราะเห็นว่าร้านอสุราเป็นร้านค้าที่ร่วมมือกันมาตลอด จึงได้แอบเก็บจำนวน 10 ชิ้นนี้ไว้เพื่อพวกท่าน หวังว่าพวกท่านจะนำเอาไปใช้กับท่านอัศวินหงส์ขาวได้”

 

​ตัวแทนที่เตรียมพร้อมมาแล้วรีบพูดขึ้น เหตุผลของพวกเขาไม่ได้โกหกไปทั้งหมด อีกอย่าง...คำพูดนี้ยังแสดงออกเหมือนกับว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับร้านอสุรามาก ถึงขนาดแอบเก็บบางส่วนไว้ให้พวกเขา ทว่าในความเป็นจริงแล้ว...ร้านอสุราเป็นร้านที่พวกเขาไม่อยากติดต่อด้วยมากที่สุดแล้ว

 

​ร้านค้าอื่นๆแม้จะรังเกียจพวกเขา แต่ก็ไม่เคยให้ราคาต่ำเกินไป ร้านค้าอสุรานี้ถ้าโกงได้ก็โกงก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นถ้าต้องการทำกำไรจริงๆ ควรจะไปหาร้านอื่นมากกว่า

 

​ทางร้านอสุราได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก พวกเขาต้องการผลึกเพิ่มพลังชีวิตพวกนี้ทั้งหมด หากพวกมันเป็นของพวกเขาเพียงร้านเดียว ไม่รู้ว่าจะทำให้ขุนนางพอใจขนาดไหน ไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นผู้สนับสนุนหลักของร้านอสุรา เปลี่ยนจากร้านเล็กๆกลายเป็นร้านใหญ่ขึ้นมาเลยก็ได้

 

​เพราะแบบนั้น...สายตาของผู้ช่วยดูแลร้านก็มองไปยังลังขนาดใหญ่ด้วยสายตาเย็นเยียบ

 

“นี่เป็นความต้องการของร้านอสุรา ถ้าพวกแกเอาของนี้ไปขายให้ร้านค้าอื่นๆ เช่นนั้นความร่วมมือที่เคยมีทั้งหมดจะถูกยกเลิก! เรื่องนี้พวกแกจะต้องคิดให้ดีๆ เลือกเอาว่าจะร่วมมือกับพวกเราต่อไป หรือคิดจะไปพึ่งพาคนอื่น!” คำขู่นี้รุนแรงมาก หลายอย่างที่ร้านค้าอื่นไม่รับแลกเปลี่ยน แต่ร้านอสุราที่ระดับต่ำกว่ายังยอมแลกมันกับใบชา ดังนั้นกลุ่มองค์กรนักล่าสกุลจางจึงมาจบที่ร้านค้าอสุราที่แม้จะให้ราคาต่ำกว่าที่อื่นอยู่เสมอ

 

​พวกเขาจะเอาของดีผสมกับของเหลือเลือกจากคนอื่นๆ แม้ร้านอสุราจะรู้ กระนั้นที่ผ่านมาเป็นแค่ของเล็กๆน้อยๆ ต่อให้ซื้อมาได้ก็ไม่ทำกำไรมากมายอะไร ทว่า...ผลึกเพิ่มพลังชีวิตนี้ต่างกัน!

 

​ถ้ามันมาในสถานการณ์ปกติก็คงไม่เท่าไร แต่ตอนนี้เป็นสถานการณ์วิกฤติของนายท่านอัศวินหงส์ขาว พวกเขาไม่ต้องการเสียโอกาสสร้างความดีความชอบไป จึงประกาศกร้าวออกมาเช่นนี้

 

​อย่างไรก็ตาม...เพราะนี่เป็นการพูดคุยกันนอกร้าน ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีคนอื่นได้ยินเป็นจำนวนมาก!

 

​ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ แต่คนของร้านค้าใหญ่แห่งหนึ่งได้ยินแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าเป็นทรัพยากรอะไร ทว่าพวกเขาก็มีความคิดที่ชาญฉลาดมาก สำหรับร้านอสุราที่เห็นแก่ตัวนี้....ถ้าไม่ใช่ของที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เจ้าพวกนี้คงไม่คิดจะก่อปัญหา ดังนั้น...แทนที่จะอยู่ดูเรื่องสนุกเหมือนคนอื่นๆ สู้รีบไปแจ้งเจ้าของร้านของตนเองคงจะดีกว่า!

 

“รีบตัดสินใจ พวกแกคิดจะมีปัญหากับร้านอสุราของพวกเราหรือเปล่า แน่นอนว่าถ้าพวกแกไม่ยอมรับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้กับพวกเรา ไม่เพียงแค่เรื่องความร่วมมือทั้งหมดจะถูกยกเลิกในอนาคตเท่านั้น แม้แต่การเข้ามาขายสินค้าที่ดินแดนแห่งนี้ของพวกแก...ต่อไปจะยากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว!”

 

“ร้านค้าอสุราของพวกเราไม่ยิ่งใหญ่เท่าร้านค้าอื่น แต่อำนาจก็มีไม่น้อย ยิ่งถ้าเทียบกับพวกที่มาจากเขตชั้นต่ำ เป็นแค่ขยะตัวเล็กๆอย่างพวกแก พวกเรายิ่งทำอะไรได้มากมายเลยล่ะ ถ้าอยากจะลองดูก็ย่อมได้...” คนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ ท่าทางสูงกว่าของเขาทำให้คนโกรธได้ง่ายดายจริงๆ

 

​ทว่าคนขององค์กรนักล่าสกุลจางที่ปกติแล้วได้รับเกียรติอยู่เสมอ พวกเขาราวกับคุ้นชินการข่มขู่เช่นนี้เสียแล้ว ต่อให้จะถูกเหยียบย่ำอีกเท่าไร ก็เหมือนพวกเขาจะได้กินยาระงับอารมณ์ไปหมดแล้ว ขนาดจางอู่หยางก็ยังยืนอยู่เงียบๆ เพียงแค่รอเวลาเท่านั้นเลย

 

“ทำไมพวกแกยังเงียบอยู่ หรือว่าอยากจะมีปัญหาจริงๆ!!” คนเห็นว่าตัวเองพูดไปขนาดนี้แล้ว อีกฝ่ายยังไม่ยินยอมโดยดีก็ก้าวเท้าออกมา เตรียมจะปล่อยออร่ากดดันใส่คนเหล่านี้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ลงมือ ตอนนั้นก็มีเสียงแหลมหนึ่งแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

“ได้ยินว่าร้านค้าอสุราอยากจะแย่งทรัพยากรของร้านค้าปีกวิหคของพวกเรา ช่าง...เป็นพวกที่ใจกล้าเกินตัวจริงๆเลยนะ...” เสียงแหลมของอีกฝ่ายมาพร้อมกับออร่ากดดันที่ทำให้คนของร้านอสุราที่ยังกร่างอยู่เมื่อครู่ถึงกับทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น เกิดเสียงดัง “ปึง” และทำให้ผู้คนรอบๆแหวกออกเป็นสองฝั่งเพื่อให้ผู้มาใหม่เข้ามาได้ง่ายขึ้น

 

 …………………………