บทที่ 364 แสดงความโง่เขลาได้ดีจริงๆ (อ่านฟรี 5 มี.ค. 69)
บทที่ 364 แสดงความโง่เขลาได้ดีจริงๆ (อ่านฟรี 5 มี.ค. 69)
บทที่ 364 แสดงความโง่เขลาได้ดีจริงๆ
“ฉันจะให้เธอนำผลึกพลังชีวิตของเธอเข้าสู่งานประมูล...” ได้ยินจางอู่หยางพูดเช่นนั้น ซูหยวนกลับไม่ได้เดินตามไป เพียงคว้าชายเสื้อของเขา สีหน้าของเธอมีร่องรอยของการคิดมากอยู่ด้วย
“พี่จางอยากให้ฉันเอาของกองทัพเข้าประมูลหรอคะ ถ้าอย่างนั้น...องค์กรของพวกเราก็จะเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์ ฉันคิดว่าแบบนี้อาจจะไม่ค่อยดีนัก พวกเราสามารถใช้วิธีอื่น...”
ซูหยวนขมวดคิ้ว เธอคาดเดาว่าจางอู่หยางอาจจะทำทีเป็นยินยอมมอบทรัพยากรในมือให้คนเหล่านั้นไป เมื่อพวกเขารู้ว่าผลึกพลังชีวิตมีค่าขนาดไหนหลังเอาไปใช้งานแล้ว ต่อไปก็จะรีบตามหาตัวพวกเขาอีกครั้ง และเมื่อเวลานั้นมาถึง...ผลึกในมือของเธอก็จะเอาเข้าประมูลได้ในราคาสูง
แม้ว่าวิธีการนั้นจะดี แต่ปัญหาอยู่ที่คนที่จะต้องเสียสละเป็นพวกเขา!
จางอู่หยางมองเด็กน้อยที่ยังเป็นห่วงตนเอง เขาคลี่ยิ้มให้เธอแม้ว่าสถานการณ์จะไม่สมควรนักก็ตาม ก่อนจะยกมือห้ามไม่ให้เธอพูดข้อมูลออกมาอีก
“ไม่ต้องกังวล ฉันจะเก็บให้ครบทั้งต้นและดอกภายหลังแน่นอน” จางอู่หยางอดไม่ได้ที่จะยกมือลูบหัวคนตัวเล็ก ความนุ่มของเส้นผมดำขลับทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้ตัวเช่นกันว่าตัวเองกำลังคิดล้ำเส้นอีกแล้ว...
“.............” เห็นคนอายุมากกว่าพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แต่เดิมอันซูหยวนก็ไม่ใช่พวกจะขัดคำสั่งของหัวหน้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะหัวหน้าที่ฉลาดเกินกว่าตัวเองอีก ดังนั้นการเชื่อฟังจึงเป็นนิสัยที่ดีของเธอเสมอมา
หากไม่ใช่เพราะกังวลว่าหัวหน้าจะช่วยเธอจนถึงยอมเสียเปรียบ ซูหยวนคงไม่ขัดตั้งแต่แรกหรอก! เธอรู้ว่าประธานจางเป็นหัวหน้าที่ดี ก่อนหน้านี้ก็ยังช่วยเธอมาตลอดโดยที่ฝั่งเขาไม่ได้รับผลตอบแทนด้วย ดังนั้นจึงอดคิดไปเช่นนั้นไม่ได้ ดีที่เขามีแผนเป็นของตนเอง และไม่คิดจะขาดทุน ซูหยวนจึงสามารถสบายใจได้
เมื่อไม่มีอะไรจะพูดกันแล้ว ทั้งหมดก็เดินตามนายหญิงร้านปีกวิหคออกไปทันที ด้านหน้าเป็นอย่างที่คนของเธอมาแจ้งไว้ มีขุนนางมาที่นี่พร้อมกับทหารของทางการด้านหลังมีเจ้าของร้านอสุรา ผู้ช่วยร้าน รวมทั้งผู้ประเมินผลึกพลังชีวิต และผลึกพลังชีวิตก็ยังเก็บไว้ในกล่องอย่างดีด้วย
แม้พวกเขาจะพยายามซ่อนมันไว้จากสายตาของทุกคน เพื่อไม่ให้รู้ว่าตอนนี้อะไรทำให้พวกเขาถึงกับมาที่นี่ กลัวว่าจะมีขุนนางคนอื่นรู้เข้าแล้วเป็นปัญหาอีก แต่คนของจางอู่หยางและร้านค้าปีกวิหคย่อมรู้ดีว่าของในนั้นคือสิ่งใด
“นายท่าน เหตุใดถึงมาที่นี่ด้วยตัวเองเลยล่ะคะ ร้านปีกวิหคเล็กๆของพวกเราไม่ได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้ ขอให้ท่านอย่าได้ขุ่นเคืองเลย”
“ไม่ต้องวุ่นวายไปหรอก พวกเรามาที่นี่ก็เพราะอยากจะพูดคุยความร่วมมือด้วยสักหน่อย ทุกคนรออยู่ข้างนอกก่อนก็แล้วกัน เข้าไปมากมายแบบนี้เดี๋ยวจะทำให้ร้านปีกวิหคอึดอัดเสียเปล่าๆ”
ขุนนางตัวอ้วนกลมโบกมือ เขาส่งสัญญาณให้เจ้าของร้านอสุรา ผู้ช่วย และผู้ประเมินเข้าไป จากนั้นก็มองไปยังฝั่งของร้านปีกวิหค กลุ่มของจางอู่หยางที่เพิ่งเดินออกมา บอกให้พวกเขาเข้าไปคุยข้างในด้วยกัน
นี่หมายความว่า จำนวนทหารที่นำมาด้วยนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้เจตนาจะลงมือตั้งแต่แรก ก็แค่...อยากจะเอามาข่มขู่คนเท่านั้น
ได้ยินจากเจ้าของร้านอสุราแล้วว่าองค์กรนักล่าสกุลจางพูดคุยแลกเปลี่ยนสินค้ากับร้านอื่นๆไว้ก่อน ทำให้เหลือผลึกพลังชีวิตมาถึงพวกเขาแค่ 10 ก้อนเท่านั้น เมื่อตรวจสอบและพบว่าผลึกพลังชีวิตนี้มีคุณสมบัติอย่างไร พวกเขาก็รีบมาบอกให้ตนเองรู้ ดังนั้นจึงไม่ต้องการให้การแลกเปลี่ยนนี้เสร็จสิ้นก่อน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการซื้อด้วยราคายุติธรรมกับร้านปีกวิหค แต่เพื่อให้สินค้าทั้งหมดไม่ถูกกระจายไปต่างหาก
ถ้าเขาปล่อยให้กลุ่มสกุลจางแลกเปลี่ยนกับร้านปีกวิหคสำเร็จแล้วค่อยไปซื้อจากร้านปีกวิหค เท่ากับว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ของกลุ่มสกุลจางสำเร็จแล้ว เช่นนั้นกับร้านค้าอื่นๆ...พวกเขาก็จะต้องทำแบบเดียวกัน
เขาไม่เชื่อเลยว่ากลุ่มสกุลจางจะมีการตกลงร่วมมือกับร้านปีกวิหคเพียงร้านเดียวเท่านั้น ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายก็มีการขายผลึกพลังงานให้ร้านเล็กร้านขนาดกลางมากมายในอาณาเขตท่านอัศวินหงส์ขาว ฉะนั้น...ก่อนที่ทุกอย่างจะได้เริ่มต้นขึ้น เขาควรใช้ช่วงเวลาตอนนี้หยุดเอาไว้
การพาทหารมาก็เพื่อสร้างข่าวว่าพวกเขาค้นพบปัญหาบางอย่างในการนำเข้าสินค้าของกลุ่มสกุลจาง สินค้าชุดนี้จะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งหมดทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นไม่ได้
ถ้าร้านปีกวิหคยินยอม อย่างนั้นเธอก็ต้องร่วมแสดงละครไปด้วย แน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางไม่ยินยอมเด็ดขาด เพราะถ้าเธอทำแบบนั้นขึ้นมา...หมายความว่าเธอจะไม่สามารถทำการค้าได้อีกเลย เขามั่นใจว่าจะทำให้เธอต้องคุกเข่าร้องขอความเมตตาได้แน่ และเจ้าของร้านก็ไม่ได้โง่จนปล่อยให้เรื่องวุ่นวายไปถึงขั้นนั้น!
เหมือนกับที่เขาคิด เมื่อนายหญิงร้านปีกวิหคได้ยินความต้องการของเขา เธอก็รีบพูดถึงตัวเองทันที เธอต้องการถอนตัวจากการซื้อขายผลึกพลังชีวิตครั้งนี้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
“เพราะตอนนี้ท่านอัศวินของพวกเรากำลังอยู่ในวิกฤติ การมอบทรัพยากรทั้งหมดที่จะช่วยท่านได้เป็นสิ่งที่ทุกคนในดินแดนต้องช่วยกัน ดังนั้นต่อให้พวกเราจะขาดกำไรจากส่วนนี้ไป ก็ไม่คิดเสียดายเลยค่ะ” เธอว่าอย่างนั้น เห็นท่าทางว่าง่าย ขุนนางร่างใหญ่ก็หัวเราะออกมาทันที
“ดีที่เจ้าของร้านรู้ความ ถ้าอย่างนั้นคำสั่งซื้อเพื่อการก่อสร้างถนนเชื่อมเขตสองเส้นจะเป็นของร้านปีกวิหคของเธอ”
“ขอบคุณนายท่านที่เมตตา พวกเราจะทำอย่างดีที่สุด ให้ราคาที่ถูกที่สุด เหมาะสมที่สุดค่ะ” เธอว่าอย่างนั้นพร้อมกับยิ้มแย้มอย่างดี ทำราวกับว่าเธอเต็มใจที่จะช่วยเหลือจริงๆ
รอยยิ้มการค้าเช่นนี้ซูหยวนเห็นมานักต่อนักแล้ว แม้แต่เธอเองก็ยังต้องทำเมื่อพูดคุยธุรกิจกับลูกค้า ต่อให้ข้อเสนอของพวกเขาย่ำแย่แค่ไหน ก็ต้องรักษารอยยิ้มเหล่านี้เอาไว้ให้ได้
เห็นแบบนี้แล้ว เธอก็นับถือเจ้าของร้านสาวมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก ทั้งหัวไว ปรับตัวไว แล้วก็ยังแสดงได้แนบเนียนด้วย พอพิจารณาคนอื่นแล้วเสร็จก็หันมาดูหัวหน้าของตนเองที่ยังเงียบขรึมอยู่ กำลังคิดว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงสีหน้าของตนเองอย่างไร คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิด
“หากการแลกเปลี่ยนนี้ไม่เกิดขึ้น อย่างนั้น...กลุ่มของพวกเราก็ไปต่อไม่ได้แล้ว พวกท่านไม่สามารถช่วยองค์กรนักล่าสกุลจางได้เลยหรือ?” จางอู่หยางขมวดคิ้ว แสดงออกเหมือนกับเจ้าของธุรกิจทั่วไปที่ถึงจะรู้ว่าไม่มีทางเลือก ก็ยังอยากจะขอความเมตตา
การแสดงนี้ช่าง....
อ่า เธอไม่ได้คิดจะชื่นชมเขาแน่นอน ความแข็งทื่อเหมือนต้นไม้ใหญ่นี้มันอะไร ทว่า...เธอที่คิดว่าการแสดงนี้ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย ขุนนางร่างใหญ่กลับหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ หัวหน้าจาง คุณอยากได้อะไรก็พูดมาตามตรงดีกว่า เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วย่อมรู้ว่าปฏิเสธพวกฉันไม่ได้ คุณไม่เหมือนกับเจ้าของร้านปีกวิหคที่พวกเรายังพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ เพราะพวกคุณก็แค่คนของเขตมลพิษเท่านั้น...ค่าหัวของพวกคุณยังมีค่าน้อยกว่าเศษขยะอาหารที่เหลือทิ้งของพวกเราเลย!”
คนพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาแสดงออกว่าดูถูกจางอู่หยางชัดเจน และทำเป็นรู้ทันว่าจางอู่หยางต้องการอะไรด้วย ได้ยินแบบนั้นแล้วชายหนุ่มก็ชะงักไป มองไปยังพวกพ้องของตนเองครั้งหนึ่ง จากนั้นก็หน้ามุ่ยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก
“นายท่าน พูดตามตรงว่าพวกเราไม่สามารถกลับไปมือเปล่าได้ ไม่อย่างนั้นกิจการของพวกเราก็ไปต่อไม่ได้แล้วจริงๆ ผลึกพลังชีวิตพวกนี้ได้มาจากการประมูลของกองทัพ พวกเราคาดหวังว่าจะทำกำไรได้มากจึงได้จ่ายไปไม่น้อยเลย หลายส่วนยังกู้ยืมมาด้วย หากไม่มีเงินกลับไปครั้งนี้ พวกเราก็จบสิ้นแล้ว”
ได้ยินคนพูดเหตุผลเช่นนั้น ขุนนางก็ขมวดคิ้วมุ่น...เจ้าคนผู้นี้ช่าง...น่าสมเพชเสียจริง เป็นนักธุรกิจเสียเปล่า กลับไม่มีแผนสำรอง ไม่มีเงินสำรองเลย สมแล้วที่เป็นพวกขยะอย่างแท้จริง!
“เฮ้อ เพราะผลึกพลังชีวิตนั้นค่อนข้างแปลกใหม่และน่าสนใจ พวกเราจึงคิดให้ราคาที่สูง ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอัศวินได้รับบาดเจ็บและต้องการผลึกพลังชีวิตด่วน พวกเราก็ไม่คิดจะเอาเปรียบพวกคุณแบบนี้หรอก”
หญิงสาวเจ้าของร้านปีกวิหคคิดเล็กน้อยว่าควรจะกระโดดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่สุดท้ายเธอก็กำลังคิดว่าตัวเองอาจทำกำไรเล็กๆน้อยๆจากเรื่องนี้ได้
แน่นอนว่าการช่วยของเธอไม่ใช่การช่วยเปล่า หากแต่ทุกครั้งที่เธอยื่นมือเข้าไปช่วยจัดการ จางอู่หยางจะต้องจ่ายเป็นค่าตอบแทนมาให้ นี่เป็นเรื่องที่รู้กันดีโดยไม่ต้องพูด จางอู่หยางเหลือบมองเธอเล็กน้อยด้วย เดิมทีไม่คิดว่าหญิงสาวจะเข้ามาช่วยพูด แต่ทันทีที่มีเธอในสมการนี้ เรื่องก็จะถูกคลี่คลายได้
“พวกเราเข้าใจดี ทั้งยังต้องการช่วยเหลือท่านอัศวินด้วย แต่พวกเราก็มีปัญหา...ถ้าครั้งนี้ไม่ได้อะไรเลย จะต้องหยุดธุรกิจไว้เพียงเท่านี้แล้ว” จางอู่หยางยังบ่นต่อไป
อันซูหยวนมองหน้าประธานของตนเองที่เล่นบทนี้โดยใบหน้านิ่งแข็งทื่อแต่กลับดูน่าเชื่อถือมาก นี่เป็นความสามารถพิเศษของเขาหรือ? ช่าง...เป็นพรสวรรค์เสียจริง
“เรื่องนี้...หรือว่า...จริงๆแล้ว ถ้าเอาอย่างนี้ดีหรือไม่? เหมือนกับที่เจ้าของร้านอสุราได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ ท่านบอกว่าต้องการซื้อผลึกพลังชีวิตของพวกเราทั้งหมดด้วยตัวเองเพื่อมอบให้นายท่านขุนนาง ถ้าอย่างนั้น...ก็แค่ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าพวกเราจะขายตามราคาต้นทุนเท่านั้น ไม่เอากำไรส่วนเกินใดๆ”
จางอู่หยางทำเป็นนึกหาทางออกได้ มองไปยังเจ้าของร้านอสุราที่พาคนมาที่นี่เพื่ออยากรับใบหน้า
“ก่อนหน้านี้ท่านซื้อผลึกพลังงานด้วย 40 ห่อใบชาระดับกลาง 15 ห่อใบชาระดับต่ำ ดังนั้น...พวกเราจะขายทั้งหมดนี้ให้ท่าน ไม่เอาเข้างานประมูลเพื่อแสวงหาผลกำไรอีก ท่านเจ้าของร้านก็ยังนำผลึกพลังชีวิตให้นายท่านขุนนางได้ ท่านขุนนางก็จะได้เอาไปช่วยท่านอัศวินต่อ ทุกอย่างก็จะเป็นการแก้ไขปัญหานี้ได้ทันที”
“ถ้าท่านตกลงตามนี้ ครั้งหน้าพวกเราก็จะเอาผลึกพลังชีวิตไปถามท่านถึงที่ก่อนเลยว่าอยากซื้อของของพวกเราหรือไม่ จะไม่ให้ท่านเสียเปรียบแน่ ราคาตลาดเป็นเท่าไรจะมอบให้ท่านก่อน ไม่โก่งราคา แบบนี้นับเป็นความร่วมมือที่ดีหรือไม่ครับ”
จางอู่หยางกลายเป็นคนสุภาพมากก็ครานี้ คำพูดของเขาล้วนเป็นเหตุเป็นผล ทว่าคนฟังกลับไม่คิดเช่นนั้นเลย
เจ้าของร้านอสุราเกือบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด! เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ทั้งยังมาจากเขตมลพิษชั้นต่ำนี้ กลับกำลังใช้ความโง่เขลาของตัวเองผิดที่แล้ว!
คำพูดของอีกในดูชอบธรรมเสียเหลือเกิน หากเป็นไปตามนี้ก็จะไม่มีใครต้องเจอปัญหาเลยสินะ! เหอะ! ไม่เจอปัญหากับสุนับน่ะสิ!
พวกมันคิดจริงๆหรือว่าเขาต้องการจ่าย 40 ห่อใบชาขนาดกลางและ 15 ห่อใบชาขนาดเล็กน่ะ! ของพวกนี้ควรจะเป็นของเขาที่ราคา 20 ห่อใบชาขนาดกลาง ไม่สิ!แค่ขนาดเล็กก็เพียงพอแล้ว นี่เป็นเพราะการแทรกแซงของร้านปีกวิหคต่างหาก เวลานี้กลับพูดเหมือนพวกเขาเต็มใจที่จะจ่ายราคาสูงลิบนี้แทนเสียอย่างนั้น
แม้ว่าจะรู้ดีแก่ใจว่าเรื่องเป็นอย่างไร ทว่า...ต่อหน้าท่านขุนนาง เขาสามารถปฏิเสธได้หรือ?
ถ้าบอกไปว่า ไม่! พวกเราไม่ต้องการซื้อที่ราคาเดิม แล้วเจ้าพวกกลุ่มสกุลจางไม่ยอมรับ การซื้อขายนี้ไม่สำเร็จ สร้างเรื่องปวดหัวให้นายท่านขุนนาง คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นความผิดของใคร? ของคนสกุลจาง หรือของเขาที่จู่ๆก็เปลี่ยนคำพูด!
ไอ้พวกบัดซบ!
“เรื่องนี้จะโทษก็ถือว่าเป็นความผิดของฉันด้วยส่วนหนี่ง ต้องขอโทษด้วยที่ไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของร้านอสุรา ยังคิดว่าทางร้านต้องการแย่งสินค้ากันเสียอีก อย่างไรสินค้านี้ก็ทำสัญญากันเอาไว้แล้ว แต่เพื่อท่านอัศวิน เพื่อนายท่านขุนนาง ร้านปีกวิหคเต็มใจที่จะไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดจากการค้าขายครั้งนี้”
เจ้าของร้านปีกวิหคได้โอกาสดี เธอรีบพูดขึ้นมา แสดงออกว่าตัวเองช่างเสียสละเหลือเกิน กระทั่งไม่ยึดถือตามสัญญาแลกเปลี่ยนที่มี ยอมเสียกำไรเพื่อช่วยนายท่านขุนนาง
เห็นแบบนี้แล้ว ขุนนางร่างใหญ่ก็มองเธออย่างพอใจ ในขณะเดียวกัน...เขาก็มองไปยังเจ้าของร้านอสุราที่ยังเงียบอยู่ นี่หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าเจ้านี่...แท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการจะช่วยเหลือเขางั้นหรือ?
“เจ้าของร้านอสุรา?” เห็นทางนั้นไม่ยอมพูดอะไร ตัวเขาก็ไม่คิดจะไว้หน้าอีก
เดิมทีไม่คิดว่าจะต้องมีใครจ่ายอะไร คนที่ต้องเสียก็คือกลุ่มสกุลจางที่ไม่ไว้หน้าตน แต่ไม่คิดเลยว่ามีดเล่มนั้นจะกลับมาปักที่หลังของตนเองแทน
ช่างเจ็บแสบเหลือเกิน!
“เรื่องนั้น...พวกเราเองก็เต็มใจจะจ่ายเช่นกัน เอาราคานั้นเลย ยุติธรรมที่สุดแล้ว ร้านอสุราเพื่อนายท่านขุนนางแล้วทำได้ทุกอย่างแน่นอน อ้อ...แล้วพวกแกมีเท่าไรล่ะ ฉันจะได้ให้คนไปเอาชามาถูก”
ถูกกดดันขนาดนี้ ต่อให้ไม่อยากจ่ายก็ทำไม่ได้แล้ว มีแต่จะต้องควักไส้ควักพุงออกมาเท่านั้น
จางอู่หยางที่ทำตัวน่าสงสารมาตลอด เวลานี้เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการก็ลอบยิ้มมุมปาก ช่างเป็นรอยยิ้มที่ทำให้สมาชิกของสกุลจางขนลุกซู่ขึ้นมาเสียจริง
“น่าเสียดายที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของพวกเราเลยลองเอามาไม่มากนัก ทั้งหมดมีเพียง 5,000 ผลึกเท่านั้น....”
“!!!”
……………………