LNCrawler

บทที่ 365 ส่วนที่เกินมา (อ่านฟรี 6 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 365 ส่วนที่เกินมา (อ่านฟรี 6 มี.ค. 69)

บทที่ 365 ส่วนที่เกินมา

 

จำนวน 500 ผลึกที่จางอู่หยางพูดออกมานั้น ถ้าคำนวณแล้วจะต้องจ่ายค่าตอบแทนคือ 20,000 ห่อใบชาระดับกลาง และ 7,500 ห่อใบชาระดับต่ำ แบบนี้...ต่อให้เอาใบชาทั้งหมดของร้านสำหรับ 1 ปีออกมาก็ไม่มีทางที่จะจ่ายค่าตอบแทนได้

            

เดิมทีที่พวกเขามั่นใจว่าจะรับผลึกพลังชีวิตทั้งหมดเอาไว้ก็เพราะเข้าใจว่าจางอู่หยางน่าจะมีเพียงไม่ถึง 100 ชิ้นเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าตัวบอกว่าสามารถแอบนำส่วนเกินมาได้เพียง 10 ผลึกพลังชีวิตหรอกหรือ? แล้วทำไมถึงมีจำนวนทั้งหมด 500 ผลึกได้กันล่ะ!!

            

เรื่องนี้แม้แต่นายท่านขุนนางก็ยังชะงักไป เดิมทีเขาคิดว่าผลึกพลังชีวิตไม่ควรจะมีมากนัก อย่างไรก็เป็นของล้ำค่าที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ แล้วทำไมถึงได้มีจำนวนมากขนาดนี้ ถ้าเขารู้ว่ามีผลึกมากมายเช่นนี้ตั้งแต่แรก คงจะไม่ยกคนมามากมายขนาดนี้ เพียงแค่เอาส่วนแบ่งของร้านปีกวิหคไปก็น่าจะเพียงพอแล้ว 

            

แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ผลึกพลังชีวิตที่มีมูลค่านี้ ต่อให้ไม่จำเป็นต้องมอบให้ท่านอัศวินทั้งหมด ที่เหลือก็ยังทำประโยชน์ได้ ดังนั้น...เขาย่อมไม่มีทางเอ่ยปากปฏิเสธ ทั้งยังช่วยคนสกุลจางกดดันเจ้าของร้านอสุราด้วย

 

“ว่าอย่างไร พวกเจ้ายังต้องการซื้อหรือไม่ ถ้าพวกเจ้าไม่ต้องการซื้อขายแล้ว อย่างนั้นฉันก็จะเป็นคนจ่ายค่าสินค้าเอง” เมื่อนายท่านขุนนางพูดเช่นนี้ เจ้าของร้านอสุราต่อให้ต้องกลืนเลือดก็ต้องเลือดลงคอแล้วหันมาบอกว่า “อร่อยเหลือเกิน” นี่เป็นพวกเขาที่เริ่มต้นขึ้นเอง ดังนั้นจะต้องจบมันด้วยตัวเอง

            

ถ้าผิดใจกันตอนนี้ ก็คงไม่มีโอกาสดีๆให้พวกเขาแก้ตัวได้อีก!

 

“พวกเราจะต้องซื้อแน่นอนครับ เพียงแต่ห่อชาระดับกลางของร้านไม่ได้มีจำนวนมากเช่นนั้น เอาเป็นว่าพวกเราจะทยอยจ่ายให้เป็นอย่างไร” เจ้าของร้านแม้จะจนตรอกแต่ก็ไม่ใช่คนโง่ แทนที่พวกเขาจะต้องรีบจ่ายเสียเสียตอนนี้ สู้ยื้อเวลาเอาไว้ จากนั้นก็ค่อยๆกดดันให้สกุลจางต้องยอมเสียเปรียบภายหลัง

            

ซึ่งความคิดของเขาจะไม่ถูกมองออกได้อย่างไร จางอู่หยางยังคงตีหน้าขรึมแล้วพูด

 

“ท่านเจ้าของร้าน พวกเราใช้เงินทั้งหมดไปแล้วจริงๆ ทั้งยังเป็นเงินกู้ด้วย ดังนั้นครั้งนี้จะต้องแลกเปลี่ยนให้สำเร็จ ในเมื่อชาไม่เพียงพอสำหรับการแลกเปลี่ยน อย่างนั้น...พวกท่านสามารถใช้สุราของร้านแลกเปลี่ยนได้หรือไม่”

 

“หน็อย พวกแกจะโลภมากเกินไปแล้ว!”

 

“เจ้าของร้าน ไม่จำเป็นต้องเป็นสุราแพงก็ได้ พวกเราเพียงต้องการสุราทั่วไปเท่านั้น” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สุราในร้านอสุราก็ได้ชื่อมาเสมอ มันเป็นสุราที่หมักโดยพวกเขาเอง ต่อให้เป็นสุราระดับทั่วไปก็ยังมีมูลค่าเทียบเท่ากับห่อชาระดับกลาง พูดให้ถูกก็คือ...กลุ่มสกุลจางนี้จะไม่เสียเปรียบอะไรเลย เป็นแบบนี้แล้วย่อมทำให้พวกเขารู้สึกขัดใจอยู่บ้าง!

            

ร้านค้าอสุราของพวกเขา เคยต้องซื้อขายสินค้าในราคายุติธรรมด้วยหรือ? ในขณะที่กำลังคิดว่าจะเล่นตุกติกได้อย่างไรอีก นายหญิงของร้านปีกวิหคก็แทรกขึ้นมาด้วยท่าทางที่เป็นกลางและยุติธรรม

 

“สุราหญ้าหวานของร้านอสุรามีราคาเท่ากับห่อใบชาระดับกลาง ดังนั้นน่าจะแลกเปลี่ยนกันได้ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นสินค้าที่กลุ่มนักล่าสกุลจางยังไม่เคยได้รับมาก่อน แต่เชื่อเถอะว่าได้สุราหญ้าหวานไปแล้วจะไม่ขาดทุนแน่นอน”

            

เธอทำทีเป็นพูดกับจางอู่หยางให้ยอมรับ ท่าทางที่เหมือนกำลังเข้าข้างร้านค้าอสุรานี้กลับไม่ได้ทำให้พวกเขาพอใจเลย กลับกัดปากจนห้อเลือดเพิ่มขึ้นไปอีก

            

พวกเขาไม่ได้กลัวว่าเจ้ากลุ่มสกุลจางจะไม่พอใจ ที่กลัวก็คือการแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมเกินไปพวกนี้ต่างหาก!!

 

“เอาตามนี้ก็แล้วกัน พวกเราไม่ได้มีเวลามากนัก ฉันจะรีบเอาผลึกพลังชีวิตไปให้หมอหลวงเพื่อพิจารณาใช้รักษาท่านอัศวิน” เห็นทุกคนยังอ้ำๆอึ้งๆไม่จบปัญหานี้เสียที นายท่านขุนนางก็ตัดจบปัญหานี้ 

            

สำหรับเขาแล้ว ร้านค้าอสุราไม่ได้เสียหายเลย การแลกเปลี่ยนนี้เป็นการแลกเปลี่ยนที่ถูกต้อง แถมเขาก็ยังรับปากแล้วว่าจะช่วยสนับสนุนร้านค้าของพวกเขาต่อไป อย่างไรก็จะต้องได้กำไรแน่ 

            

อีกอย่าง เรื่องนี้เป็นตัวเองที่เสนอตัวว่าจะจัดการให้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำ...เขาก็พร้อมจะหาคนต้องการสนับสนุนคนอื่นมาทำให้อยู่ดี

            

เห็นสายตาของนายท่านขุนนาง เจ้าของร้านอสุราทำได้แค่ลอบปาดน้ำตาของตนเองแล้วรีบส่งคนไปนำสุราหญ้าหวานที่เฉพาะตัวของร้านอสุราออกมาจำนวนมาก นอกจากนี้...เขาก็ยังเอาสุราข้าวโพดหวานออกมาด้วย โดยสุราข้าวโพดหวานนี้มีราคามากกว่า 100 เท่าของสุราหญ้าหวาน เป็นสินค้าราคาแพงและขึ้นชื่อที่สุดของร้านอสุรา

            

แม้จะเป็นแบบนั้น พวกเขาก็ยังต้องเอาพวกมันออกมา ไม่อย่างนั้นจะให้เอาสุราหญ้าหวาน 20,000 ขวดออกมาหรือ?

 

“นี่คือสุราข้าวโพดหวาน 90 ขวด สุราหญ้าหวาน 7,000 ขวด ใบชาระดับกลาง 4,000 ห่อ และใบชาระดับต่ำ 7,500 ห่อ หวังว่าการแลกเปลี่ยนนี้จะทำให้องค์กรนักล่าสกุลจางพอใจ”

 

“ขอบคุณท่านเจ้าของร้านอสุราที่ยุติธรรมต่อพวกเรา ส่วนนี่ก็คือผลึกพลังชีวิต 500 ผลึกครับ” จางอู่หยางเป็นคนมอบผลึกพลังชีวิตให้พวกเขาเอง ก่อนหน้านี้ได้รับใบชาระดับกลางมาแล้ว 400 ห่อ และใบชาระดับต่ำอีก 100 ห่อ ดังนั้นการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ กลายเป็นว่าพวกเขาไม่ได้เสียเปรียบจริงดั่งที่ตั้งใจเอาไว้

 

“ดี ในเมื่อการแลกเปลี่ยนสำเร็จแล้ว ถ้าอย่างนั้น...”นายท่านขุนนางรออยู่ก่อนแล้ว สำหรับเขา...การแลกเปลี่ยนนี้เป็นแค่การแลกเปลี่ยนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

            

ต่อให้จะใช้สุราข้าวโพดหวานเป็นพันขวดก็ยังไม่ได้น่าสนใจอะไร เรียกว่าราคานี้ไม่แพงเกินไปสำหรับเขา ถ้าหากว่าผลึกพลังชีวิตนี้มีประโยชน์ต่อท่านอัศวินจริงๆ เช่นนั้นครั้งหน้าจะเรียกร้องราคามากกว่านี้ก็ยังได้

 

“นะ นี่ครับนายท่านขุนนาง”

 

“ดี” คนรับเอาไว้แล้วก็หันหลังกลับไปทันที

            

พอนายท่านขุนนางจากไปแล้ว เจ้าของร้านอสุราก็หันขวับกลับมามองสมาชิกขององค์กรสกุลจางด้วยสายตาโกรธแค้น เขามองดูขวดสุราที่หมักอย่างพิถีพิถันแล้วก็กัดฟันกรอด หากไม่ใช่เพราะเจ้าของร้านปีกวิหคยังอยู่ที่นี่ เขาอาจจะสั่งให้คนของตนเองเล่นงานพวกมันไปแล้ว ไม่ใช่แค่จะเอาสุราดีของตัวเองคืนมา แต่จะต้องทำให้พวกมันต้องจ่ายด้วยเลือด!!

     

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รู้เลยว่าสายตาของตนเองนั้นยังไม่สงบเท่ากับสายตาของจางอู่หยาง ในตอนที่ไม่ได้สังเกต ประกายตาของจางอู่หยางก็ทอประกายด้วยความรู้สึกบางอย่าง ทำให้คนของเขาหรือแม้แต่อันซูหยวนที่อยู่ใกล้ๆยังรับรู้ได้ถึงอันตราย

 

“ในเมื่อการแลกเปลี่ยนผลึกพลังชีวิตจบแล้ว อย่างนั้นก็มาพูดเรื่องการแลกเปลี่ยนสินค้าอื่นข้างในเถอะ” เจ้าของร้านปีกวิหคไม่ได้อยากยุ่งกับปัญหาที่เกี่ยวกับนายท่านขุนนาง แต่สำหรับเธอ...หากเป็นแค่ความขัดแย้งกับเจ้าของร้านอสุรา เช่นนั้นก็ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย

            

ร้านอสุราเป็นแค่เหลาอาหารระดับต่ำเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะสูตรการทำสุราของพวกเขาโดดเด่นจนเลื่องชื่อขึ้นมา ก็ไม่มีทางที่จะมีลูกค้าได้

            

เมื่อเทียบกับเธอที่เชื่อมต่อถึงกับลูกค้าทั่วทั้งเมือง มีทั้งลูกค้าระดับต่ำและระดับสูง ความต่างชั้นนี้ทำให้พวกเขาได้แค่ก้มหน้าลงแล้วจากไปเท่านั้น

 

“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ”

 

“ขอบคุณ? แน่นอนว่าฉันไม่ได้ต้องการแค่คำขอบคุณ” เธอว่าอย่างนั้นพร้อมกระดิกมือของตนเองไปมา

 

“สุราข้าวโพดหวาน 3 ขวด” ข้อเรียกร้องนี้ทำให้จางอู่หยางแค่นหัวเราะ “หึ” ออกมา ถ้าหากอิงตามราคาที่เธอเรียก จริงๆควรจะได้แค่ 2,500 ห่อใบชาระดับต่ำ หรือคิดเป็น 250 ห่อใบชาระดับกลาง ถ้าต้องการเปลี่ยนเป็นสุราข้าวโพดหวานก็จะได้แค่ 2 ขวดครึ่งเท่านั้น 

            

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเอากำไรเกินควร แต่เขาก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยถึงขนาดจะไม่ยอมลงให้ ครั้งนี้นับว่าได้เธอช่วยเหลือไม่น้อยจริงๆ

 

“ด้วยความช่วยเหลือนี้ ฉันสามารถให้ 5 ขวดสุราข้าวโพดหวานได้” 

 

“หืม? คุณน่ะหรือที่จะให้ผลประโยชน์คนอื่นขนาดนี้ พูดมาเถอะว่าต้องการอะไรกันแน่” เจ้าของร้านปีกวิหคติดต่อกับจางอู่หยางมานาน ขนาดจำนวนที่เธอขอเกินไป 50 ห่อใบชาระดับต่ำ เขาก็คงจะคำนวณไว้ในใจแล้ว นับประสาอะไรกับที่จะยอมมอบให้เธอฟรีๆอีก 2 ขวด

            

จางอู่หยางได้ยินว่าเธอเข้าใจเรื่องดีก็พยักหน้ารับ เขามองอันซูหยวนที่ไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่ต้นแล้วเอ่ยปากขอในสิ่งที่ต้องการ

 

“ส่วนที่เกินมา ฉันขอให้คุณเจ้าของร้านปีกวิหคออกหน้าให้หน่อย อย่างที่อธิบายไปก่อนหน้านี้ว่าอันซูหยวนมาทำภารกิจให้กองทัพด้วย ดังนั้น...เธอจึงมีแกนพลังชีวิตมาอีกจำนวนหนึ่ง และอยากจะแลกเปลี่ยนมันกับผลึกบาเรีย ถ้าหากนำเข้าประมูล ผลึกบาเรียจะต้องได้มากกว่าการขายแยกแน่”

 

“หืม? อยากจะประมูลแลกกับผลึกบาเรียโดยตรง?”

 

“ใช่ เงื่อนไขแบบนี้ก็ใช้ได้ไม่ใช่หรือ?”

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นความคิดนี้ก็เริ่มไปตั้งแต่ที่อ้างว่าตัวเองประมูลโอกาสมาจากกองทัพให้ท่านขุนนางฟังแล้วสินะ จงใจจะให้พวกเขารู้ว่านี่เป็นการประมูลของกองทัพ?”

 

“ใช่ หลังจากนี้น่าจะง่ายขึ้นมากถ้าเอาไปประมูลโดยตรง”

 

“อืม ก็ใช่ว่าจะช่วยไม่ได้ แต่...ต้องรอดูก่อนว่าผลึกพลังชีวิตนั้นจะมีประโยชน์ต่อท่านอัศวินจริงหรือไม่ บางที...ถ้ามันมีประโยชน์มากๆ ฉันอาจจะเป็นคนตอบสนองความต้องการนั้นโดยตรงก็ได้”

 

“โอ้ ถ้าอย่างนั้นจะเป็นการประหยัดเวลาไปมาก”

 

“ฮ่าๆ พูดเช่นนั้น จริงๆคิดเช่นนั้นหรือ?” หญิงสาวเจ้าของร้านปิดปากหัวเราะ จางอู่หยางพูดเหมือนยินดีหากเธอรับซื้อไว้ทั้งหมดแล้วจัดการแลกเปลี่ยนผลึกบาเรียมาให้ ทว่า...เขาที่เริ่มต้นด้วยการสร้างเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการปูทางให้เด็กสาวด้านหลังหรือ?

            

เธอไม่ใช่คนโง่ ย่อมเห็นแล้วว่าสายตาของจางอู่หยางเป็นอย่างไรต่อเด็กคนนี้ ถ้าเขาต้องการแลกเปลี่ยนของตนเอง ย่อมไม่เอาเรื่องกองทัพมาพูด แบบนี้จะทำให้เครดิตของกองทัพอยู่เหนือกว่าตนเองไปอีก

            

แต่เมื่อเขาตัดสินใจทำเช่นนี้ คงเพราะอยากให้อนาคต...เมื่อเด็กสาวมาทำหน้าที่อีก จะได้ไม่เจอปัญหาใดๆ แถมอาจจะได้รับการต้อนรับที่ดีจากผู้คนในอาณาเขต ไม่สิ! บางทีต่อให้เป็นท่านอัศวินที่ได้สติคืนกลับมา ก็คงจะติดต่อหาตัวแทนของกองทัพเผ่ามนุษย์เขตมลพิษด้วยตัวเองเลยด้วยซ้ำ

            

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังต้องรอผลลัพธ์ของผลึกพลังชีวิตต่อการรักษาท่านอัศวินก่อนจริงๆ

            

ซูหยวนอยู่ข้างๆ ฟังทันบ้างไม่ทันบ้าง เธอไม่ได้รู้ความสัมพันธ์หรือเรื่องราวทั้งหมดในดินแดนนี้ แต่รู้ดีว่าประธานกำลังทำเพื่อตนเอง ดังนั้นจึงรอฟังอยู่เงียบๆ ขอบคุณโอกาสที่อีกฝ่ายช่วยไว้จากใจจริง

            

เดิมทียังคิดอยู่ว่าปัญหาในดินแดนนี้คงไม่น้อย ทว่า..ทั้งหมดถูกจัดการโดยประธานจางแล้ว ซูหยวนมีหน้าที่เดินลอยชายไปลอยชายมาเท่านั้น หากคนของกองทัพพิเศษรู้ว่าซูหยวนมาที่นี่ยังไม่เจอความยากลำบากใดๆ พวกเขาคงจะอิจฉาจนน้ำตาไหลเป็นแน่!

            

ตอนพวกเขามาที่นี่ เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาก็เทียบจะถูกเด็กๆปาหัวด้วยก้อนหิน แถมยังบอกว่าก้อนหินพวกนี้มีค่ากว่าคนเหม็นขยะอย่างพวกเขาด้วย

            

ความอัปยศไม่ใช่ทั้งหมด ปัญหาก็คือ...ต่อให้พวกเขาทนคำดูแคลนได้ แต่คนพวกนั้นก็ยังแสดงออกว่าไม่ต้องการแลกเปลี่ยนผลึกป้องกันกับผลึกพลังงานกับพวกเขา

            

ผ่านร้านค้ามากมาย ถูกไล่ออก ถูกด่าทอราวสุนัขกลายพันธุ์ บางร้านยังเสนอข้อแลกเปลี่ยนแปลกๆมาให้จนทำให้ขนลุกซู่ เพราะแบบนั้น...ประสบการณ์ที่น่าอดสูนี้ทำให้ไม่มีใครอยากจะเจออีก

            

สาเหตุที่พวกเขาพยายามแบ่งเวรมาลาดตระเวนอยู่เสมอก็เพื่อไม่ให้บาเรียถูกทำลายหรือมีความเสียหายนี่แหละ เพราะรู้ดีว่าการซ่อมแซมไม่ได้ยาก แต่การซื้อผลึกบาเรียเพื่อมาซ่อมแซมนั้นยากมากๆอย่างไรล่ะ!!

 

“สองสามวันนี้ก็อยู่กับพวกเราไปก่อน พวกเรายังอยากตรวจสอบเรื่องอีกเล็กน้อยก่อนกลับไป ดังนั้นก็พอดีกับที่ผลลัพธ์ของผลึกพลังชีวิตจะแสดงผล ตอนนั้นเธอก็น่าจะนำไปประมูลได้แล้ว” จางอู่หยางพูดถึงแผนการของตนเองเพื่อให้ซูหยวนสบายใจ

            

หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมาก เธอได้รับความช่วยเหลือมามากพอแล้ว ดังนั้นต่อให้พวกเขาไม่อยู่ เธอก็สามารถจัดการเองได้ อีกอย่าง...นายหญิงของร้านปีกวิหคก็ไม่ได้พูดคุยด้วยยากนัก เธอเพียงเป็นคนไม่ยอมเสียเปรียบผลประโยชน์ให้ใครเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้คิดจะรังแกคนอื่นมากเกินไป กับคนแบบนี้...คบหาด้วยไม่เปลืองตัวแน่

 

 

…………………………………………….