LNCrawler

บทที่ 366 ความลำบากของคนในพื้นที่ (อ่านฟรี 7 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 366 ความลำบากของคนในพื้นที่ (อ่านฟรี 7 มี.ค. 69)

บทที่ 366 ความลำบากของคนในพื้นที่

 

หลังการแลกเปลี่ยนแรกจบลง จางอู่หยางยังไปร้านค้าอื่นๆอีกสองสามร้าน เพราะครั้งนี้จุดประสงค์มาเพื่อแลกเปลี่ยนผลึกพลังชีวิต และเป็นการเตรียมตัวอย่างเร่งรีบ ทำให้เขาไม่ได้มีทรัพยากรมาแลกเปลี่ยนมากนัก เดินตามร้านค้าประจำของตนเองก็หมดแล้ว

            

เมื่อการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาก็เดินออกมาเพื่อหาที่พักในเขต การเข้าออกพื้นที่จะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่าผ่านทาง ไม่อย่างนั้นพวกทหารเฝ้าประตูจะทำให้พวกเขาลำบากใจแน่ ดังนั้นทางที่ดีไม่ควรจะเข้าออกหลายรอบเกินไป อีกอย่าง...แม้ที่นี่จะไม่ต้อนรับพวกเขา แต่เมื่อเทียบกับการที่ต้องไปพักอยู่ในเขตพื้นที่ล่า M แล้ว ที่นี่ก็ดูจะปลอดภัยกว่า

            

ที่พักที่ยินดีให้พวกเขาเข้าพักย่อมต้องเป็นสถานที่ที่ไม่มีลูกค้ามากนัก ผู้คนที่นี่ก็เป็นพวกระดับต่ำของดินแดน แต่ละคนแต่งตัวมอมแมมไม่น่าดู บางคนยังดูสกปรกกว่าผู้เก็บขยะที่เขต A ของพวกเขาเสียอีก

 

บรรยากาศรอบๆพวกเขาเต็มไปด้วยความหดหู่ แต่พอเห็นคนของเขตมลพิษเดินเข้ามา สีหน้าของพวกเขากลับเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยเสียอย่างนั้น

 

“เหอะ! พวกเขตมลพิษมาอีกแล้วหรือ? คนพวกนี้ก็ยังหน้าด้านมีชีวิตอยู่อีกนะ ทำไมพวกมันถึงเหมือนแมลงสาปแบบนี้ ขนาดพวกเรายังใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก พวกมันก็ยังอดรนทนกันได้จนยังมาแย่งพวกเราหายใจอยู่อีก”

 

“แต่เดิมพื้นที่นี้ก็เหม็นเน่าอยู่แล้ว ตอนนี้มีกลิ่นสารพิษพวกนี้อีก...ยิ่งเหม็นเน่ากว่าเดิมหลายเท่าเลย”

 

“ยังมีคนยอมให้พวกมันเช่าที่อยู่อีกรึไง ไอ้โรงแรมครั้งก่อนไม่ได้ถูกเพิกถอนไปแล้วหรอ? ได้ยินข่าวลือว่าพวกเขาทำให้คุณชายคนหนึ่งขุ่นเคืองใจนี่นา”

 

“ข่าวลือก็แค่ข่าวลือ คนพวกนี้มาที่นี่ได้ก็แปลว่าพวกมันยังมีที่ให้อยู่ พวกเราพยายามกันแทบตาย สุดท้ายยังต้องมาอยู่อาศัยในเขตสลัมร่วมกับพวกมันอีก”

 

“เอ่อ ที่จริงแล้ว...ทำไมฉันรู้สึกว่าพวกมันกินดีอยู่ดีกว่าพวกเราอีก ดูเสื้อผ้าที่ใส่สิ ยังดูสะอาด...”

 

“ไร้สาระ! เมื่อตะกี้ใครเป็นคนพูด!”

 

“ใช่ๆ ใครพูดแบบนี้ ทำไมไม่ไปอยู่กับพวกมันที่เขตมลพิษเลยล่ะ”

 

“ถูกต้อง! พวกมันจะมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ยังไง หรือใครคิดอยากจะมีความเป็นอยู่ดีๆแบบพวกมันบ้างไหมล่ะ”

            

คนหนึ่งพูดในแง่มุมที่ต่างออกไป ทว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระบวนความคิดของคนที่นี่ แม้ว่าพวกเขาจะอยู่อย่างอดๆยากๆ หรือใช้ชีวิตอย่างน่าอดสูขนาดไหน ก็ยังเข้าใจว่าตัวเองยังมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนจากเขตมลพิษอยู่ดี

            

ถึงจะเป็นเรื่องน่าแปลก แต่ก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าเป็นคนของกลุ่มสกุลจาง พวกเขาไม่คิดที่จะฟังเสียงพูดจาไร้สาระพวกนี้ด้วยซ้ำ ทว่าซูหยวนเป็นคนที่เพิ่งมาถึง เธอย่อมต้องฟังรายละเอียดทั้งหมดเพื่อนำไปประมวลผลอีกที 

            

แม้จะเป็นเพียงคำพูดไร้สาระของผู้คนที่นี่ แต่เธอก็สามารถเข้าใจถึงวัฒนธรรมของที่นี่ได้อยู่จากคำพูดไร้สาระของพวกเขาเช่นกัน

            

สถานภาพของคนจากเขตมลพิษไม่เป็นที่ยอมรับจริงๆ ต่อให้เป็นพวกระดับต่ำที่สุด ขนาดอยู่ในเขตที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของอาหารที่พวกคนระดับสูงกินใช้แล้วเอามาโยนทิ้ง หรือแม้แต่บ่อน้ำเสียที่ถูกปล่อยมาทิ้งไว้ที่เขตของพวกเขาก็ยังกลายเป็นสิ่งที่ดีกว่า ช่างเป็นชุดความคิดที่แปลกประหลาดเสียจริง

            

ซูหยวนรู้สึกคุ้นเคยกับสถานการณ์เช่นนี้มาก ในเมืองที่เธอทำงานก็มีตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยความสกปรกเช่นนี้เหมือนกัน ต่อให้รัฐบาลพยายามจะแก้ไขหรือช่วยเหลือขนาดไหน แต่ถ้าวินัยของผู้อยู่อาศัยที่นั่นไม่ได้คิดถึงส่วนร่วม และแค่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับผลกระทบเลยไม่ใส่ใจก็ไม่มีประโยชน์ที่จะจัดการ

            

ตอนนี้ที่นี่ก็คงเหมือนกัน เทียบกับเขตร้านค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน ที่นั่นดูสะอาดตามาก คงเพราะร้านค้าแถวนั้นใส่ใจและรู้ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นถ้าพวกเขาไม่ช่วยกันจัดการให้ดี ดังนั้นทุกร้านจึงมีที่แยกขยะอยู่ตามจุดต่างๆ แต่เมื่อเทียบกับที่นี่...ตั้งแต่เดินเข้ามา ซูหยวนก็เห็นขยะอยู่เต็มไปหมด

            

พวกเขากินใช้เสร็จก็โยนทิ้งไปข้างๆร้าน แม้แต่เจ้าของร้านที่เพิ่งให้บริการลูกค้า หลังลูกค้าลุกออกไปแล้วมีน้ำแกงเหลืออยู่ พวกเขาก็แค่สาดมันออกไปข้างนอกเท่านั้น

            

โชคดีที่ไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างเดินทางมายังโรงแรมประจำที่องค์กรนักล่าสกุลจางมักใช้พักผ่อน ถึงแม้ว่าผู้เช่าคนอื่นจะไม่พอใจ แต่โรงแรมนี้ก็ราคาถูกที่สุดแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพักที่นี่ต่อไป 

 

“เหม็นอะไรเนี่ย! น่าเบื่อจริงๆ” ผู้เช่าหนึ่งคนที่นั่งกินอาหารอยู่บ่นออกมา แต่ปากก็ยังตักอาหารเข้าไปไม่หยุด

            

เห็นเป็นก้อนสีดำๆ ซูหยวนเดาว่ามันน่าจะเป็นผักที่สุกเกินไปหรือไม่ก็เริ่มเน่าแล้ว พวกเขาเอาเศษอาหารมาทำเป็นกับข้าว แม้ว่าจะดีกว่าสสารสีเขียวที่ออกมาจากสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์ แต่ถ้ารูปลักษณ์เป็นแบบนี้ ซูหยวนเชื่อว่าเธอยอมกินสารอาหารสังเคราะห์ทุกวันคงจะดีกว่า

            

อย่างน้อยๆก็ได้สารอาหารเพียงพอต่อหนึ่งวัน แต่อาหารเน่าๆพวกนี้ไม่รู้ว่ามีครบถ้วนหรือไม่ด้วยซ้ำ แถมสัมผัสก็ยัง...ชวนอ้วกด้วย!

 

“เลิกสนใจไอ้พวกคนเขตมลพิษได้แล้ว พูดไปก็ใช่ว่าทางโรงแรมจะฟังเสียงคนจนๆอย่างพวกเราเสียหน่อย” เพื่อนของเขาเองก็แสดงท่าทางรังเกียจเช่นกัน แต่รังเกียจแล้วยังฉลาดกว่า อย่างน้อยถ้าไม่ชอบก็แค่ไม่พูดถึงเท่านั้น 

 

“เหอะ พูดอีกก็ถูกอีกนั่นแหละ!”

 

“เฮ้อ ชีวิตทุกวันนี้ก็เหนื่อยเกินไปแล้ว พวกเราเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ดีไม่ดีอาจจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่เขตมลพิษเพื่อให้มีชีวิตรอดก็ได้”

 

“ไร้สาระ! ต่อให้ตาย ฉันก็ขอตายที่นี่ดีกว่า ทำไมจะต้องไปที่เขตมลพิษสกปรกๆนั่นด้วย! ถ้าบรรพบุรุษรู้ว่าฉันยอมไปที่นั่นเพื่ออยู่รอด ฉันก็คงจะถูกพวกเขาทุบตีหลังตายไปแน่ๆ”

 

“ฮ่าๆ ฉันก็แค่พูดเล่นไปเท่านั้น ถ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเราก็คงไม่รอดเหมือนกัน เขตมลพิษเป็นเขตที่เต็มไปด้วยมลพิษนะ ถ้าไม่ใช่พวกที่อยู่มาตั้งแต่เกิดก็คงจะอยู่ไม่ได้หรอก”

 

“อืม นั่นน่ะสิ ได้ยินว่ามีหลายคนที่แค่โผล่หัวออกไปจากบาเรียก็กลับมาป่วยหนักแล้วก็ตายลง ที่นั่นน่ะ...น่าอดสูเกินไป”

 

“ใช่ ตอนนี้พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เหลือก็แค่จะต้องพยายามให้เต็มที่ ต่อให้การล่าหลังจากนี้จะต้องเสีย 80 ส่วนให้ทางการเพื่อบำรุงและปกป้องอาณาเขต แถมยังต้องใช้ 10 ส่วนเพื่อใช้จ่ายไปกับพวกเจ้าถิ่นในกรณีโชคร้ายบังเอิญเจอพวกเขา แต่ 10 ส่วนนี้...ถ้าพวกเราไม่ได้กินข้าวทุกมื้อก็น่าจะอยู่รอดได้นะ”

 

“เหอะ! ลืมคิดว่าถ้าพวกเราโชคร้ายจนต้องเจอกับเจ้าถิ่นทุกวันไปหรือเปล่า ถึงเวลานั้น...แม้แต่โรงแรมนี้ก็พักไม่ได้แล้ว”

 

“..................” เมื่อได้ยินเพื่อนพูดเช่นนี้ คนอื่นๆก็ถอนหายใจกันออกมา

            

ไม่ใช่แค่พวกเขาที่กำลังปวดหัวกับสถานการณ์นี้ เพราะคนอื่นๆก็เป็นแบบเดียวกัน การที่ทางการเพิ่มการเก็บส่วนแบ่งจากการลงพื้นที่ล่าของพวกเขา จาก 70 ส่วน กลายเป็น 80 ส่วนในคราวเดียวนั้นทำให้พวกเขาแทบจะต้องตายกันเลย

            

ทางการคิดว่าพวกเขามี 20 ส่วนที่เหลือก็ยังเพียงพอให้รอดชีวิต แต่ทางการไม่ได้รู้ว่านอกจากพวกเขาต้องจ่ายให้ทางการแล้ว ยังต้องเอาอีก 10 ส่วนให้กับพวกเจ้าถิ่นที่บังเอิญหลงทางไปเจออีกด้วย

            

พวกเจ้าถิ่นพวกนั้นมีความฉลาดมาก ถ้าพวกเขาไปพร้อมกับกลุ่มใหญ่ หรือไปในนามองค์กร ยิ่งถ้าเป็นคนของทางการผ่านทางไป จะไม่เจอคนพวกนี้มาหาเรื่องเลย ดังนั้นเมื่อทางการไปตรวจสอบประจำวัน ก็จะไม่พบว่ามีปัญหาอะไร แต่พอคนของทางการออกมาเท่านั้น...คนพวกนั้นกลับโผล่กันออกมาราวกับห่าฝน

            

พวกเขาพยายามที่จะใช้โอกาสเข้าไปล่าตอนที่คนระดับสูงหรือคนของทางการอยู่ด้วย แต่ปัญหาก็คือ...การเข้าไปในพื้นที่เชื่อมมิตินั้นมีกำหนดจำนวนผู้เข้าอยู่ เพื่อให้ผู้ที่จ่ายค่าเข้าสามารถล่าทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางการจึงกำหนดจำนวนคนแต่ละช่วงเวลามากที่สุดเอาไว้ 

 

หรือก็คือ...พวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าไปในตอนที่ดีที่สุดได้ทุกครั้ง ซึ่งคนที่จะไปล่าทรัพยากรพร้อมกับทางการได้ ส่วนใหญ่เป็นพวกของขุนนางหรือกลุ่มนักล่าอิสระ โอกาสที่จะว่างให้พวกเขาเข้าไปมีน้อยมาก จนบางครั้ง...หลายคนก็สงสัยว่าคนพวกนั้นได้จ่ายใต้โต๊ะให้ทางการมาแล้วหรือไม่

            

ในขณะที่หลายคนกำลังปรับทุกข์กันอยู่ คนของจางอู่หยางที่เพิ่งไปจ่ายค่าเช่าก็กลับมาด้วยสีหน้าดูไม่ดีนัก ผลกระทบของการเพิ่มราคาค่าเข้านี้ไม่ได้มีแค่กับนักล่าระดับต่ำเท่านั้น หากแต่ยังทำให้นักล่าระดับกลางๆค่อนลงมาได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

            

เหมือนกับพวกนักล่าระดับต่ำที่กำลังจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าแม้แต่โรงแรมราคาถูกนี้ นักล่าที่ระดับสูงกว่านิดหน่อยก็เริ่มรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถจ่ายค่าเช่าของโรงแรมราคาแพงได้ จึงได้รีบมาจับจองห้องเช่าที่โรงแรมแห่งนี้ ฉะนั้น...โรงแรมที่ไม่ค่อยมีคนเข้าออกมานักจนทำให้มาเช่าเวลาไหนก็มีห้องว่าง กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เหลือห้องพักเพียงแค่ 3 ห้องเท่านั้น

            

พวกเขามากันเกือบ 20 คน หากหารสามก็จะต้องนอนอัดกันห้องละ 7 คนแล้ว ปัญหาที่สำคัญกว่านั้นก็คือ...นอกจากพวกเขายังมีประธานจาง และคุณอันด้วย อย่างน้อยๆ 2 ห้องก็ควรจะเป็นของพวกเขาสองคน ในขณะที่เหลืออีกห้องเดียวสำหรับคนที่เหลืออีก 17 คน นี่จะนอนกันได้อย่างไร

 

“ประธาน...ห้องมีแค่ 3 ห้องเท่านั้นครับ พวกเราคงต้องแยกกันไปพัก” แม้ความจริงจะทำแบบนั้นก็ได้ แต่การแยกไปพักก็เป็นการเพิ่มความอันตรายให้ตนเองเท่านั้น

            

ต่อให้จะส่งประธานและคุณอันไปพักโรงแรมที่ดีกว่า หรือการที่จะให้พวกเขาไปหาที่อยู่ที่แย่กว่านี้ ไม่ว่าจะแบบไหน...เมื่อจำนวนที่น้อยลงของพวกเขา ก็มักจะดึงดูดผู้คนให้ก่อปัญหาอยู่เสมอ

 

“หารสองกับฉันก็ได้ค่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องมีห้องนอนแยก” อันซูหยวนรู้ว่าคนของจางอู่หยางกำลังกังวลอะไร แต่เธอไม่ได้คิดมากอยู่แล้ว ไม่เหมือนกับหญิงสาวจากตระกูลใหญ่ อันซูหยวนไม่ได้เรื่องมากที่จะนอนกับคนของจางอู่หยางไม่ได้

            

ในความคิดของเธอ หนึ่งห้องมอบให้ประธานจาง และอีก 2 ห้องก็ให้เธออยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ก็น่าจะอัดกันอยู่ห้องละ 9 คนน่าจะได้ แม้จะแออัดไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าออกไปนอนในเขตพื้นที่ล่า M หรือต้องแยกกันไปอยู่โรงแรมอื่นจนทำให้เสี่ยงอันตราย

            

อย่างไรก็ตาม แม้อันซูหยวนจะไม่คิดอะไรมาก ทว่าคนอื่นๆกล้าไม่คิดมากหรือ?

            

ถึงความคิดของอันซูหยวนจะดีและเป็นทางออกให้คนอื่นๆได้ แต่ดูสีหน้าประธานของพวกเขาเสียก่อน คิดว่าถ้าพวกเขาอยู่ร่วมกับเธอ คนที่จะเดือดร้อนเป็นเธอหรือ? แน่นอนว่าต้องไม่ใช่!!

            

โชคดีที่ผู้ติดตามจางอู่หยางไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าประธานจางให้ความสำคัญกับอันซูหยวนอย่างไร ทั้งยังรู้ด้วยว่าจะทำอย่างไรให้ประธานมีความสุขที่สุด ชายหนุ่มรีบพูดขึ้นมาทันที

 

“คุณอัน อันที่จริงที่พวกเรากังวลก็เพราะไม่กล้านอนร่วมห้องกับคุณอันต่างหากล่ะครับ ถ้าเป็นปกติ...ประธานของพวกเราก็นอนร่วมกันกับคนอื่นๆได้ ที่คิดว่าจะทำให้อึดอัดก็เพราะคุณอันเป็นผู้หญิง แต่ถ้าคุณอันไม่ถือสาอะไร...อย่างนั้น คุณอันสามารถรับประธานของพวกเราไปนอนด้วยได้ไหมครับ”

 

“แน่นอนว่าถ้าคุณอันคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเราก็จะหาห้องพักกันเพิ่มที่โรงแรมอื่นเพื่อให้คุณอันพักผ่อนได้อย่างสบายใจ รวมทั้งพวกเราก็ด้วย”

 

“อย่างไรคุณอันก็เป็นผู้หญิง ถ้าหากนอนรวมกับคนอื่นๆ 9 คน ที่นอนก็ต้องเบียดเสียดกันอยู่แล้ว พวกเรามีครอบครัวกันทั้งนั้น หากครอบครัวของพวกเราคิดมากเรื่องนี้...คุณอันเข้าใจไหมครับ? ชีวิตครอบครัวที่เหลือจะลำบากไม่น้อยเลยล่ะครับ”

 

“ตอนนี้ก็มีแค่ประธานคนเดียวที่จะไม่มีปัญหาอะไรเพราะประธาน “ยังไม่มีคนรัก” ดังนั้น...ถ้าจะให้อยู่ร่วมโรงแรมเดียวกันได้ มีแต่คุณอันจะต้องยอมให้ประธานของพวกเรานอนพักด้วยเท่านั้นแหละครับ อย่างน้อยๆก็ทำให้พวกเรานอนกันห้องละ 9 คน กับ 8 คน ได้อย่างสบายใจ”

            

ขนาดคนพูด พูดออกไปแล้วก็ยังรู้สึกคันปากยุบยิบ คนฟังคนอื่นๆก็เกือบจะสำลักน้ำลายออกมา

            

อะไรคือเหตุผลที่พูดว่าพวกเขาไม่กล้านอนกับคุณอันเพราะพวกเขามีครอบครัวกันหมด แถมอาจจะทำให้ชีวิตครอบครัวมีปัญหา?

            

แล้วการเน้นคำว่า “ประธานยังไม่มีคนรัก” เช่นนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นการจงใจชัดๆ อยากขายประธานขนาดนั้น ทำไมไม่พูดออกไปเลยล่ะว่าอยากให้คุณอันได้มีช่วงเวลาดีๆกับประธาน ไม่ต้องพูดอ้อมโลกขนาดนี้หรอก อย่างไรความหมายก็ชัดเจนเสียขนาดนั้น

            

อันซูหยวนก็ไม่ใช่คนโง่ เธอดูเจตนาของอีกฝ่ายออกอย่างชัดเจน ก่อนจะลอบมองประธานจางที่ตอนนี้แม้จะหน้านิ่งเหมือนปกติ ทว่าใบหูของเขาที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ

            

ไม่รู้ว่าอายที่เจตนาของตนเองถูกลูกน้องพูดออกมาจนหมด อายที่ลูกน้องช่วยพูดความจริง หรืออายที่ลูกน้องสรรหาคำโกหกแสนน่าขันออกมาเช่นนี้....

 

…………………………………