LNCrawler

บทที่ 367 แพ้แล้วพาล (อ่านฟรี 8 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 367 แพ้แล้วพาล (อ่านฟรี 8 มี.ค. 69)

บทที่ 367 แพ้แล้วพาล

 

“ไม่ต้องรบกวนซูหยวน ฉันสามารถนอนกับทุกคนได้” จางอู่หยางรีบปฏิเสธ ถึงเขาจะชอบซูหยวนมาก และคิดว่าถ้าได้นอนห้องเดียวกับเธอ ได้เห็นภาพเด็กสาวทั้งตอนนอนและตอนตื่นคงจะดีไม่น้อย แต่...ตอนนี้ซูหยวนยังอายุน้อยเกินไป ต่อให้เธอเต็มใจและบอกกับเขาว่าเธอเองก็มีใจให้เขา จางอู่หยางก็ไม่คิดว่านี่คือการตกลงแล้ว

            

อย่าลืมว่าเธอยังอายุน้อยเกินไป แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุเอาไว้ ทว่าเมื่อย้อนกลับไปตอนที่ตัวเองอายุ 15-16 ปีเช่นนี้ก็ได้ทำสิ่งที่คิดย้อนกลับไปแล้วก็อับอายไว้ไม่น้อยเลย กว่าจะรู้สึกว่าการตัดสินใจทุกอย่างมีเหตุผล และไม่ทำให้ตัวเองต้องมาเสียใจภายหลังก็อายุเกือบ 20 ปีแล้ว

            

ดังนั้นสำหรับเขา จนกว่าซูหยวนจะอายุ 20 ปี เขาจะไม่รีบร้อนควบคุมเธอ ทั้งจะไม่หลอกล่อให้เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขาด้วย

            

แน่นอนว่าจางอู่หยางไม่ได้รู้เลยว่าอันซูหยวน เด็กสาวที่เขาคิดว่ายังไม่ค่อยมีประสบการณ์ ทั้งยังต้องใช้เวลาอีกมากเพื่อให้เธอค่อยๆเรียนรู้ แท้จริงแล้วเป็นคนที่ผ่านโลกมาไม่น้อยแล้ว

            

ตรรกะความคิดทุกอย่างเรียกว่าอาจจะมากกว่าเขาไปเล็กน้อยด้วยซ้ำ อายุจิตวิญญาณของอันซูหยวนเวลานี้เกือบจะ 35 ปีแล้ว นับเป็นหญิงวัยทำงานที่ใช้เหตุและผลเป็นอย่างดี ไม่รู้เลยว่าถ้าเขารู้ความจริงเรื่องนี้แล้ว...จากที่เคยคิดห้ามใจตัวเองไม่ให้รุกคืบมากเกินไป สุดท้ายแล้วจะยังคงทำได้ หรือคิดจะใช้โอกาสนี้เพื่อทำให้สิ่งที่หัวใจปรารถนา

            

ซูหยวนมองดูคนเป็นนายเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า เธอไม่มีทางยอมให้เจ้านายต้องไปนอนเบียดเสียดร่วมกับคนอื่นๆอยู่แล้ว ในฐานะลูกน้องที่ยอดเยี่ยม ซูหยวนย่อมต้องหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

 

“พี่จางคะ ถ้าไม่รังเกียจฉัน ฉันสามารถทำตามข้อเสนอของคุณผู้ช่วยได้นะคะ”

 

“ฉันไม่เคยรังเกียจเธอ” จางอู่หยางแทบจะไม่ได้ฟังประโยคสุดท้ายของเด็กสาว เมื่อได้ยินเธอพูดเหมือนเข้าใจไปเองว่าเขาอาจจะรังเกียจเธอเช่นนั้น จางอู่หยางก็โพล่งออกมา ทำเอาลูกน้องที่เคยชินกับการทำงานร่วมกับเขาต้องอึ้งไปตามๆกัน

            

เจ้านายของเขาที่เป็นแบบนี้...เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย

            

ปกติแล้วจางอู่หยางเป็นพวกสุขุมนุ่มลึก คิดอะไรทำอะไรล้วนแต่ผ่านการคิดมาแล้ว ทว่า...การที่จู่ๆเขาก็พูดสวนขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าไม่คิดอะไรก็ไม่คิดได้ แต่ถ้าคิดขึ้นมา...ไม่ใช่ว่าเขากำลังจะแสดงออกว่าอยากนอนร่วมห้องเดียวกับเด็กสาวหรอกหรือ?

            

จางอู่หยางเหมือนรู้ตัวว่าเพิ่งแสดงท่าทางอย่างไร เขาโบกมือไปมา

 

“ฉันไม่รังเกียจเธออยู่แล้ว แต่ที่ไม่ใช้ห้องเดียวกันก็เพราะเธอเป็นผู้หญิง ถ้าคนอื่นรู้เข้า...เธอจะถูกเอาไปพูดในเเง่ร้าย”

 

“ที่นี่ไม่มีคนอื่นอีกแล้วไม่ใช่หรอคะ หรือต่อให้มี...ฉันก็ไม่ได้เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจอยู่แล้ว เดิมทีก็เป็นคนจากเขตชั้นนอก มีครอบครัวเป็นผู้เก็บขยะ ถ้าฉันใส่ใจทุกคำพูดของคนอื่น ตอนนี้คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”

            

อันซูหยวนยักไหล่ เธอไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าใครจะมองตนเองอย่างไร ชื่อเสียงของเธอเสียหายได้ก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้ หรือแม้แต่สร้างขึ้นมาแล้วก็ยังถูกคนอื่นทำให้เสียหายได้อยู่ดี ดังนั้น...เธอไม่สนใจปากคนอื่นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะชีวิตก่อนหน้านี้หรือตอนนี้ก็ตาม

            

คนมีปากก็พูดไป ขอแค่รู้ดีว่าตัวเองทำอะไรอยู่ก็พอแล้ว

            

แน่นอนว่าการใช้ห้องนอนร่วมกับคนอื่นนั้นไม่ถูกต้องนัก สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าคำพูดของคนอื่นก็คือ การที่เธออ่อนแอกว่าประธานมากๆ รวมทั้งคนของประธานทั้งหมดนี้ ซูหยวนก็คิดว่าตัวเองน่าจะไม่สามารถต่อสู้กับพวกเขาได้ 

 

ในกรณีนี้...ถ้าพวกเขาต้องการทำร้ายเธอจริงๆ เธอก็ทำได้แค่ต้องเปิดเผยเรื่องการคงอยู่ของฟาร์มแล้ว อาจจะเรียกพวกหนูขาว ไก่ลาวา หรือแมลงกัดกินออกมาช่วย ไม่ก็ต้องหนีเข้าไปในฟาร์มเท่านั้น แต่ถ้าถึงขั้นนั้นจริงๆ...ก็หมายความว่าซูหยวนจะไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

 

ถึงจะคิดไปไกลขนาดนั้น แต่เธอก็รู้ดีว่าคนของประธานจางไม่น่าจะทำร้ายเธอได้ พวกเขามีโอกาสมากมายหากต้องการลงมือ กระนั้นซูหยวนก็เห็นเพียงความจริงใจของพวกเขาเท่านั้น โดยเฉพาะประธานจางของเธอ

 

“ฉันสามารถใช้ห้องกับพี่จางได้นะคะ”

 

“............” จางอู่หยางได้ยินเด็กสาวย้ำกับเขาอีกครั้งก็เงียบเสียงไป เสียงในใจรีบให้ตอบรับโอกาสดีเช่นนี้ แต่อีกใจก็บอกให้ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ อย่าคิดฉวยโอกาสกับเด็กสาวแบบนี้เลย

            

สองความคิดตีกันไปมา สุดท้ายก็พ่ายแพ้สายตาเรียบนิ่งของซูหยวนอยู่ดี 

            

ให้ตายเถอะ! ตัวเขาเองคิดจนปวดหัววุ่นวาย เด็กสาวตรงหน้ากลับไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเขาเท่านั้นที่กำลังทำตัวเหมือนคนโง่

            

จางอู่หยางคิดแบบนั้นก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา เนื่องจากซูหยวนไม่ได้คิดอะไรมากแบบนี้ พวกเขาก็สบายใจแล้ว คนอื่นๆแยกย้ายไปพักในห้องเช่า 2 ห้อง แม้จะค่อนข้างแออัด แต่ก็ดีกว่าที่คิดเอาไว้คราแรก โชคดีที่อันซูหยวนรู้ความ ไม่โยนความลำบากมาให้พวกเขามากนัก

            

ทางอันซูหยวน เพราะตัวเองเป็นลูกน้องของเขา แถมวันนี้ยังรบกวนไม่น้อย เธอจึงเดินนำหน้าประธานจางเพื่ออำนวยความสะดวกให้ ประตูสีดำถูกดันออกไป เผยให้เห็นสภาพห้องที่ไม่น่าอยู่อาศัยเสียเลย

            

แย่ยิ่งกว่ารูหนูที่ครอบครัวอันเคยอยู่เสียอีก! 

            

นี่เป็นความคิดแรกที่ซูหยวนคิดออก สภาพของห้องนี้ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับเหม็นหืน แล้วที่พื้นนอนก็ยังมีคราบสกปรกสีดำอยู่เต็มไปหมด บางรอยเป็นคราบเลือดที่ติดมา บางรอยก็เป็นการทิ้งเศษอาหารขยะเอาไว้ ช่างเป็นห้องนอนที่...ใช้คำว่าสกปรกก็ยังไม่ได้

            

ในห้องมีเฟอร์นิเจอร์อยู่เพียงชิ้นเดียว นั่นก็คือเตียงที่ทำจากไม้ ปัจจุบันมองไปจะเห็นว่ามีดอกเห็ดจำนวนหนึ่งขึ้นอยู่ทั่วเตียง ซึ่งดอกเห็ดนั้นไม่ใช่ดอกเห็ดที่กินได้ แถมบางคนถ้าแพ้ก็ยังจะทำให้ป่วยตายได้เลย 

            

แม้จะมีสภาพขึ้นราและมีกระทั่งเห็ดพิษเติบโตอยู่ แต่เทียบกับพื้นนอนแล้ว เตียงนี้ยังดูดีกว่ามาก เพราะพื้นที่แค่ก้าวออกไปก็มีของเหนียวติดตามมา มันชวนให้อาเจียนได้จริงๆ

 

“เธอนอนบนเตียงไปเถอะ เดี๋ยวฉัน...”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” ซูหยวนโบกมือ เวลานี้...ต่อให้จะอยากเว้นระยะห่างระหว่างชายหญิงแค่ไหนก็ไม่ควรแสดงความเห็นแก่ตัวเช่นนั้นออกมา

           

 แม้แต่เตียงก็คิดว่ามันนอนไม่ได้ แล้วจะขอให้ประธานตัวเองลงไปนอนกับพื้นเน่าๆแบบนั้นได้อย่างไร ซูหยวนห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ เธอหยิบเอาขนหมีขาวสุดแกร่งออกมาจากห่อผ้าขนาดใหญ่ที่พกมาด้วย ซึ่งซูหยวนเตรียมเอาสิ่งนี้ออกมาไว้อยู่แล้ว เนื่องจากเธอมีพลังงานค่อนข้างมาก ทำให้การแบกน้ำหนักมากๆเช่นนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินทาง และเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องใช้พื้นที่มิติระหว่างทำภารกิจ ซูหยวนจึงพกทุกอย่างเท่าที่จะพกได้ติดตัวมาตั้งแต่แรก

            

ขนหมีขาวสุดแกร่งถูกเย็บติดไว้กับหนังของพืชกลายพันธุ์ชนิดหนึ่งที่มีความเหนียวและกันน้ำ มันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่รูปร่างคล้ายกบ ราคาหนังของมันค่อนข้างสูง แต่ซูหยวนไม่ได้มีเงินน้อยๆ ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายที่เธอจ่ายออกไปไม่ได้ อย่างมาก...ก็แค่ต้องไปล่าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เพิ่มอีกตัวเท่านั้น...

           

 เดิมทีซูหยวนคิดว่ามันอาจจะได้ใช้ปูนอนข้างนอก เพื่อให้การนอนอบอุ่นจึงตัดสินใจเอาขนหมีขาวสุดแกร่งออกมา พวกหนูขาวใช้สีม่วงของน้ำองุ่นย้อมจากสีขาวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ายดูว่าจะมีสารพิษมาก ทั้งยังช่วยเธอติดขนหมีขาวกับหนังของสัตว์กลายพันธุ์จนทำให้เมื่อปูลงไปแล้ว น้ำจะไม่ซึมขึ้นมาที่ขนหมีขาวสุดแกร่ง

 

“พี่กับฉันนอนบนขนสัตว์กลายพันธุ์ตัวนี้เถอะค่ะ ฉันไม่ใช่คนนอนดิ้นอะไร ดังนั้นจะไม่ทำให้พี่ลำบากแน่”

 

“ฉันไม่ได้กลัวลำบาก แต่ถ้าพวกเรานอนบนเตียงด้วยกัน...”

 

“ถ้าพี่ไม่คิดจะทำร้ายฉัน ฉันก็ไม่คิดมากกับเรื่องนี้ค่ะ” ซูหยวนไม่ได้สนใจมากนัก แต่จางอู่หยางไม่สนใจได้หรือ?

            

หญิงสาวเรียกเขาว่า “พี่” แล้วก็ “พี่” ปกติแล้วทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ ครั้งนี้เห็นว่าเตียงนอนที่กำลังมีร่างเล็กๆนั่งอยู่ หัวใจของเขาก็เกือบจะควบคุมไม่ได้

 

“ฉันขอนอนข้างนอกนะคะ เสี่ยวหยินก็จะได้ช่วยดูแลฉันตอนกลางคืนด้วย”

 

“ฮูม” เสี่ยวหยินส่งเสียงตอบรับ เจ้าสุนัขสีดำแน่นอนว่าไม่อยากนอนบนพื้นเน่าๆนี้ โชคดีที่ซูหยวนนำหนังสัตว์กลายพันธุ์ติดมาด้วย เธอนำมันมาเพราะกลัวว่าจะต้องใช้บังแดดบังฝนในกรณีที่ไม่มีที่พัก เมื่อได้นอนในห้องแบบนี้ หนังของสัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่จำเป็นอีก สุดท้ายหนังชิ้นนี้ก็กลายเป็นของเสี่ยวหยิน มันจึงสามารถนอนบนพื้นแฉะๆนั้นโดยไม่เปียกได้

            

จางอู่หยางมองดูเด็กสาวที่ล้มตัวลงนอนอย่างง่ายดาย ในขณะที่ตัวเขายังยืนงุ่มง่าม สถานการณ์นี้ช่างผิดปกติจริงๆ สำหรับเขา....คนที่ควรจะหลับได้ก็คือเขา ในขณะที่อันซูหยวนควรจะตื่นเต้นหวาดระแวงเขาอยู่จนข่มตาไม่ลงไม่ใช่หรือ? นี่เธอ...ไว้ใจผู้ชายอย่างเขามากเกินไปหน่อยแล้ว...

            

แม้จะคิดแบบนั้น แต่สุดท้ายตั้งแต่เริ่มล้มตัวลงนอน ก็ไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นเลย อีกอย่าง...ทั้งซูหยวนและจางอู่หยางก็ไม่ใช่พวกที่จะนอนหลับสนิทโดยไม่ระวังตัว ดังนั้นเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะล้ำเส้น พวกเขาก็ขยับตัวกลับไปที่เดิมได้ ทำให้ไม่มีการแตะต้องตัวกันระหว่างนอนแต่อย่างใด

            

ถึงจะบอกแบบนั้น จางอู่หยางที่นอนอยู่กลับมีความรู้สึกยินดีกว่าครั้งไหนๆ เตียงที่มีความอบอุ่นของซูหยวนข้างกาย กลิ่นตัวหอมๆของเธอ ต่อให้ไม่ได้หันหน้าไปทางที่เธอนอน ทว่าจางอู่หยางกลับรู้สึกว่าเขาอยากแต่งงานกับซูหยวนมากขึ้น ภาพฝันที่เลือนลาง เวลานี้กลับอยากให้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้...

            

เช้าวันต่อมา จางอู่หยางลุกจากที่นอนไปก่อน เขามีงานที่ต้องไปจัดการอีกไม่น้อย ทั้งยังต้องติดต่อพวกร้านค้าต่างๆ พูดคุยสำหรับการแลกเปลี่ยนครั้งต่อไป และพยายามสืบข่าว ในขณะที่ซูหยวนยังไม่ออกจากห้อง เธอกำลังฝึกฝนสมาธิอยู่บนขนหมีขาวสุดแกร่งที่ให้ความอบอุ่นตลอดทั้งคืน

            

ทั้งสองคนตื่นนอนพร้อมกัน ก็เลยลุกมาทำหน้าที่ของตนเองตั้งแต่เช้า จางอู่หยางรับปากว่าจะพาซูหยวนออกไปเดินเที่ยวชมดินแดนระหว่างรอผลลัพธ์ของการใช้ผลึกพลังชีวิต แต่เช้านี้เขาจะต้องหาข่าวจากตลาดเช้าให้ได้มากก่อน ทำให้พาซูหยวนไปด้วยไม่ได้

            

ในตอนนั้นเอง ซูหยวนก็เป็นคนเดียวที่เฝ้าห้องพักนี้อยู่ ข้างกายมีเจ้าเสี่ยวหยินกำลังนอนหมอบกับพื้น มันเองก็ชินกับการนอนมองสิ่งต่างๆไปแล้ว ในมิติเพาะปลูกของเจ้านายมันก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน พอเคยชินแบบนี้ มันก็เหมือนเข้าสู่โหมดพรางตัวไปเลย

 

“ชู่ว! เดินเบาๆหน่อย ไอ้พวกนั้นมันออกไปกันหมดแล้วแน่ใช่ไหม”

 

“ใช่สิ ฉันเห็นกับตาว่าพวกมันไปกันหมดแล้ว”

 

“ดี แต่จำเอาไว้ว่าอย่าประมาทเด็ดขาด พวกมันถึงจะมาจากเขตมลพิษระดับต่ำ ก็ยังเป็นหัวกะทิของเขตอยู่ดี ความแข็งแกร่งของพวกมันไม่ใช่น้อยๆ ถ้าพวกมันเห็นว่าพวกเรากำลังจะขโมยของ จะต้องเล่นงานพวกเราแน่”

 

“เล่นงาน? คิดว่ากลัวรึไง! มันก็แค่พวกขยะเท่านั้น เทียบกับพวกเราที่เป็นพลเมืองอย่างถูกกฎหมายแล้ว พวกมันนับเป็นอะไรได้”

 

“จะใช่แค่ขยะหรือไม่ พวกเราก็ไม่สามารถถูกจับได้ อย่าลืมว่ากฎหมายให้ใช้กับพวกขยะพวกนี้ด้วย ถ้าพวกเราถูกมันจับได้แล้วไปแจ้งทางการ ตอนนั้นพวกเรานี่แหละที่จะต้องซวย!”

 

“อืม ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องพูดเยอะแล้ว รีบค้นห้องของพวกมันเร็วๆ ใครเจอก่อนก็จะได้ส่วนแบ่งก่อน ใครเจอช้าที่สุดก็เอาส่วนแบ่งน้อยๆไป ได้ยินว่าพวกมันใช้ทรัพยากรแลกกับสุราข้าวโพดขาวมาได้ไม่น้อย แค่สามารถขโมยสุรานี้ไปได้ พวกเราก็จะไม่ต้องออกไปทำภารกิจอีกหลายเดือนเลย”

 

“อย่าคาดหวังแค่นั้นสิ! มันจะดีกว่าถ้าพวกเราขนสุราข้าวโพดทั้งหมด 90 ขวดไปได้”

 

“ใช่! พวกมันก็แค่ขยะ ยังคิดจะลิ้มลองสุราข้าวโพดของพวกเราหรือ? ให้พวกมันฝันเอาเถอะ! พวกขยะไม่มีสิทธิกินดื่มของดีๆหรอก!”

            

พวกเขาพูดอยู่หน้าห้อง ถึงเสียงจะไม่ดังมากนัก แต่ประสาทการรับรู้ของซูหยวนดีมาก เธอย่อมได้ยินเสียงพูดคุยหน้าห้องของพวกเขา ซึ่งจับใจความได้ว่าพวกเขามีแผนการไม่ดีนัก!

            

เนื่องจากห้องนี้เป็น 3 ห้องที่พวกเขาเช่าเอาไว้แล้ว คนที่รอโอกาสก็คิดว่าพวกเขาจะทิ้งทรัพยากรจำนวนมากเอาไว้ ต่อให้ไม่ทิ้งไว้ทั้งหมด ก็ไม่ควรแบกพวกมันไปทั่วทั้งดินแดนทั้งหมดได้ อย่างน้อยๆก็ต้องมีบางส่วนที่ยังทิ้งไว้ในห้องนอน และนั่นก็คือเป้าหมายของพวกเขา

            

ข่าวเรื่องที่พวกกลุ่มสกุลจางแลกเปลี่ยนทรัพยากรชนิดใหม่ได้สุราข้าวโพดกลับมาไม่น้อยนั้นโด่งดังไปทั่วตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว การแลกเปลี่ยนนั้นมีผู้คนเห็นกันมาก อีกอย่าง...เจ้าของร้านอสุราก็ได้จงใจประกาศเรื่องนี้ออกไป พวกเขาถึงกับยอมหยุดขายสินค้า 7 วัน ด้วยข้ออ้างว่าเอาสุรา 90 ขวดให้กลุ่มสกุลจางแล้ว

           

 แบบนี้...มันก็ไม่ต่างอะไรกับการชี้เป้ามายังพวกเขาเลย

            

ก็เหมือนกับครั้งนี้...พวกที่มาที่นี่ก็คือพวกที่ได้ยินว่ามีการแลกเปลี่ยนจำนวนมากนั่นแหละ! ช่างเป็นพวกที่แพ้แล้วแต่ก็ยังอยากจะพาลเสียจริง!

 

……………………………………