LNCrawler

บทที่ 369 เล่นแง่ (อ่านฟรี 10 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 369 เล่นแง่ (อ่านฟรี 10 มี.ค. 69)

บทที่ 369 เล่นแง่

 

จากจุดเริ่มต้นที่สนิทสนมกันดี เมื่อมีตัวแปรบางอย่างเพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะขนสัตว์ที่ดูหนานุ่มและน่าจะป้องกันความหนาวเย็นได้ดีนั้น พวกเขาย่อมเกิดความโลภขึ้นอย่างมาก แน่นอนว่าถ้าคนที่ไม่คิดอะไรย่อมไม่คิดว่าคนอื่นจะทำเช่นนั้นกับตนเอง ทว่า...สำหรับคนที่มีความคิดต้องการคว้าทรัพยากรทั้งหมดมาเป็นของตนเองอยู่ก่อนแล้ว ก็สามารถคิดได้ว่าคนอื่นจะเลวเหมือนตน

 

“อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระที่นังเด็กนี่พูด! พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อปล้นพวกมัน เอาของทั้งหมดออกไปแล้วขายเพื่อแบ่งเงินกันอย่างยุติธรรม ส่วนแบ่งนี้เพียงพอที่จะให้พวกเราทำในสิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องหักหลังกันเองด้วยซ้ำ”

 

“จะใช่แบบนั้นหรอ? พวกแก...อย่ามาหลอกฉันอีกเลย!! ตอนนี้พวกแกก็ทำเป็นพูดดี ทำเหมือนว่าจะจริงใจต่อกัน แต่ดูสิ! ดูสิ่งที่เกิดขึ้นเสียก่อน คนที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดก็คือฉัน หลังจากนี้...ฉันอาจจะไม่สามารถเข้าพื้นที่ล่าได้อีกเป็นปีๆเพื่อรักษาตัว แล้วฉันได้อะไร? จริงๆแล้ว..พวกแกก็แค่กำลังหลอกลวงฉันเท่านั้น”

 

“อย่ามัวแต่พูดไร้สาระ! ถ้ามันเชื่อก็ปล่อยให้เชื่อไป อย่างที่มันบอกนั่นแหละ ตอนนี้มันบาดเจ็บจนทำอะไรไม่ได้แล้ว ต่อไปในอนาคต...พวกเราก็ต้องไปหาเข้าร่วมทีมอื่นอยู่ดี” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ไม่รู้ว่าเขาพูดเพราะความโมโห หรือแท้จริงแล้วมีเจตนาแฝงอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

            

ฝ่ายคนเจ็บ เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งโกรธมากไปกว่าเดิม เขาไม่คิดจะอยู่รอความตายอีกต่อไป ถ้าตัวเขาจะถูกหักหลังแล้วไม่ได้รับประโยชน์ด้วย เช่นนั้นก็จะต้องทำให้พวกมันไม่ได้ประโยชน์เหมือนกันทั้งหมด!

 

“ฮ่าๆ ในที่สุดแกก็เปิดเผยความต้องการที่แท้จริงของตัวเองแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”

            

ไม่ต้องให้ซูหยวนกระตุ้นอะไรอีก พวกเขาไม่ใช่เพื่อนสนิทที่สามารถเชื่อใจกันได้ขนาดนั้น ดังนั้นโต้เถียงกันไม่กี่ประโยคก็กระโดดเข้าหากัน ต่อสู้หวังให้อีกฝ่ายตกตาย ระหว่างนั้นซูหยวนคอยดูว่าคนเหล่านี้จะเปลี่ยนใจหรือไม่ ทั้งยังคอยลอบโจมตีไม่ให้ฝ่ายไหนได้เปรียบมากเกินไปด้วย

            

เมื่อเห็นว่าพวกเขาเจ็บตัวหนักจนสะบักสะบอมทั้งสองฝ่าย เธอก็ค่อยๆออกมาจากห้องพัก ตามเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจแม้จะมีเสียงวุ่นวายให้ขึ้นมาจัดการ

            

ตอนที่ซูหยวนไปเรียกเขา อีกฝ่ายยังคงนอนน้ำลายไหลยืดอยู่เลย เมื่อได้ยินว่าเกิดเรื่อง มีคนกำลังต่อสู้กันในห้องพัก เขาก็เด้งตัวขึ้นมา ท่าทางตื่นเต้นเหมือนกับว่ากำลังจะสามารถรับทรัพย์ก้อนใหญ่

            

ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง เมื่อมาถึงก็เห็นสภาพคนจากเผ่าวิหคดำไม่ค่อยดีนัก เจ้าสุนัขทมิฬไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะกลัวว่าจะถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ลงมือ แน่นอนว่าไม่มีใครคิดเช่นนั้นเพราะภาพที่เห็นก็คือพวกเขากำลังตีกันเองอย่างเมามัน ขนาดคนของโรงแรมมาห้ามพวกเขาไม่ให้ต่อสู้ ก็ไม่มีใครฟังเลย

            

คนที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดก็คือคนที่ถูกโจมตีก่อนตั้งแต่แรก เขาคนเดียวสู้กับอีกสองคน ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนช่วยเหลือในตอนแรกๆ คงจะจบการต่อสู้นี้ไปนานแล้ว

 

“พวกแกมาต่อสู้ในโรงแรมแบบนี้ รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าผลที่ตามมาคืออะไร!!” เจ้าหน้าที่โรงแรมประกาศกร้าว ท่าทางดูเหมือนจะโกรธ แต่ความจริงกลับมีความสุขเสียมากกว่า

            

นี่เป็นเพราะความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโรงแรม พวกเขาสามารถคิดเป็นค่าปรับได้ ซึ่งโรงแรมนี้...ไม่ว่าจะส่วนไหนก็ตามล้วนแต่เป็นส่วนที่เสียหายจากกาลเวลามาแล้ว เจ้าของโรงแรมคร้านที่จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุง สุดท้ายแล้วพวกที่ไม่มีที่พักก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี ด้วยความคิดแบบนี้ก็เลยปล่อยโรงแรมนี้เอาไว้ รอวันที่จะมีคนโง่มาสร้างปัญหาแบบนี้เพื่อให้พวกเขาคิดค่าปรับนั่นแหละ

 

“แฮ่กๆ พวกเราไม่ได้เริ่มก่อน เป็นมัน!”

 

“เหอะ! เป็นฉันงั้นหรอ? จะเป็นฉันได้ยังไง ถ้าเป็นฉันเริ่มก่อนจริง ทำไมฉันถึงได้บาดแผลก่อนพวกแกล่ะ”

 

“นั่นเป็นเพราะแกไม่หลบการโจมตีของพวกเราเอง เรื่องนี้จะโทษใครได้ มีแต่โทษที่ตัวเองอ่อนแอเกินไปเท่านั้น”

 

“อ่อนแอเกินไป? ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งเลยล่ะ พวกแกบอกว่าฉันอ่อนแอ แต่กลับใช้คนสองคนเพื่อโจมตีฉันเนี่ย ใครกันแน่ที่อ่อนแอ!”

 

“พอได้แล้ว!!” ได้ยินพวกเขาเถียงกันไปมา พนักงานโรมแรมก็คร้านที่จะฟัง

            

เขาเคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน พอรู้ว่าต้องจ่ายค่าเสียหายก็โทษกันเองไปมั่วหมด เพื่อไม่ต้องเสียเวลาฟังเรื่องไร้สาระ พนักงานจึงชี้แจงค่าใช้จ่ายเพื่อให้พวกนั้นรับผิดชอบโดยตรง

 

“พื้นเสียหายจากการที่เลือดพวกแก ยังมีรอยกรงเล็บตามพื้นและห้อง เตียงนอนก็ถูกตีจนใกล้จะพัง ทั้งหมดนี้คิดเป็นเงิน 7,500 เหรียญ จ่ายมันออกมาเดี๋ยวนี้”

 

“ห๋า! 7,500 เหรียญ? นี่ทำไมไม่ปล้นกันเลยล่ะ!!”

 

“ห้องพักที่ปล่อยเช่าวันละ 20 เหรียญ กลับมีต้นทุนแพงขนาดนั้นเลยหรือ? ห้องพักนี้ไม่ใช่ห้องพักใหม่เสียหน่อย ต่อให้พวกเราต้องจ่ายค่าเสียหาย ก็ไม่น่าจะเกิน 100 เหรียญ!”

 

“อะไร? หรือพวกแกคิดจะเบี้ยวเงินค่าเสียหายงั้นหรอ? อย่างนั้น...พวกเราก็สามารถไปคุยกันที่ศาลได้นะ”

 

“นะ นี่...” เมื่อได้ยินคำว่าศาล ทุกคนก็อ้าปากค้าง แม้แต่บาดแผลหนักที่ทำให้เจ็บปวดก็ยังไม่รู้สึกไปด้วยแล้ว

 

"เรื่องนี้...จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยหรือ? พวกเรา...พวกเรายังไงก็ต้องชดใช้ให้อยู่เเล้ว แต่ราคา 7,500 เหรียญนี้เเพงเกินไปหน่อย นายท่านคิดว่าพวกเราคุยเรื่องค่าเสียหายอีกครั้งได้ไหม"

 

"แพงเกินไป? นี่เป็นราคาที่ถูกเกินไปแล้วด้วยซ้ำ พวกแกมาสู้กันที่โรงเเรมของพวกเรา เห็นได้ชัดว่าจงใจจะสร้างปัญหา ราคาที่เรียกไปนี้ยังไม่รวมราคาที่พวกแกทำให้ลูกค้าคนอื่นของร้านเสียขวัญเลย"

            

พนักงานโบกมือ ไม่ยอมอ่อนข้อให้เด็ดขาด ที่จริงงานของเขานอกจากจะคอยเก็บค่าเช่าเเล้ว ก็มีงานที่รอเก็บค่าความเสียหายนี่แหละ

             

ต่อให้ไม่มีใครต่อสู้กัน เมื่อครบกำหนด 1 เดือน ก็จะต้องมีผู้โชคร้ายถูกปรับเงินประมาณ 100-300 เหรียญเป็นประจำ ซึ่งดูเหมือนเป็นจำนวนน้อยจนผู้คนไม่ได้สนใจ แต่...จำนวนนี้รวมกันหลายๆห้อง โรมเเรมก็ได้เงินไปไม่น้อยเเล้ว

             

ซูหยวนได้ยินพนักงานพูดอย่างนั้นก็ได้โอกาส เธอเป็นคนยอมให้พวกเขาเข้ามา จะต้องมีจุดประสงค์อยู่เเล้ว ...

 

"นายท่าน ที่สำคัญคือพวกเขาบุกรุกห้องของฉันด้วย เเบบนี้เเสดงว่ามีเจตนาร้ายใช่ไหมคะ ฉันสามารถแจ้งทางการเพื่อจับกุมพวกเขาได้ไหม หรือว่า...เพราะเป็นคนของเขตมลพิษ เลยถูกเปิดห้องขณะนอนหลับอย่างไรก็ได้?"

             

ซูหยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เห็นท่าทางเอาเรื่องของเธอ คนที่ไม่กล้าอวดดีก่อนหน้านี้ก็กางกรงเล็บขึ้นใส่ทันที

 

"นี่เป็นเวลาที่แกพูดได้หรอ? พวกขยะจากเขตมลพิษที่ยังหายใจอยู่ได้ ยังต้องขอบคุณพวกเราด้วยซ้ำ!"

 

"ใช่ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพูดมั่วๆ พวกเราจะสู้กันเองเเบบนี้รึไง ที่จริง...ต้องบอกว่าเรื่องมันเกิดขึ้นก็เพราะเธอ คนที่ต้องชดใช้ก็คือเธอนั่นแหละ!"

             

ซูหยวนได้ยินก็ทำทีตกใจ เธอหันไปมองพนักงานก่อนพูด

 

"ในสัญญาเช่า ฉันเห็นข้อหนึ่งเขียนไว้ว่า ในขณะเช่าห้องเเละจ่ายค่าเช่าถูกต้อง สิทธิ์ในการพักอาศัยคือของคนเช่า เเล้วทำไมคนที่ไม่ได้เช่าห้องนี้ถึงมีสิทธิ์เข้ามาก่อความวุ่นวายคะ แบบนี้...สัญญาของโรมแรมก็ไม่เป็นจริง อย่างนั้นทางโรงแรมที่ผิดสัญญาต้องชดเชยให้พวกเราใช่ไหมคะ"

             

เห็นซูหยวนไม่คุยกับตนเอง เเต่หันไปพูดกับพนักงานโรงเเรม คนสองคนก็โกรธจนหน้าเขียว นังเด็กขยะนี้กำลังข่มขู่พวกเขาทางอ้อมหรือ? คิดจะให้ทางโรงเเรมมากดดันเขาหรือไง เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถ้าอยากได้ค่าชดเชยนัก อย่างนั้นเขาก็ให้ได้ แต่เธอจะมีชีวิตอยู่เพื่อรับเงินนั้นหรือเปล่าก็ต้องดูอีกที

 

"ขยะอย่างเธอมีสิทธิ์พูดด้วยหรอ? อยู่เฉยๆดีๆไม่ชอบ อยากตายนักใช่ไหม!" เเทนที่จะต้องเสียค่าชดเชย หรือถูกมันข่มขู่ พวกเขาเลือกที่จะฆ่ามันปิดปากไปเสียเลย กรณีนี้พวกเขาจะจ่ายค่าชดเชยให้พนักงานเป็นค่าปิดปากเพิ่มอีกเท่าตัว ก็ยังรู้สึกดีกว่าที่จะต้องให้เงินพวกขยะขั้นต่ำเหล่านี้หากเขายอมจ่าย ไม่เท่ากับว่าเขาเเพ้มันหรือ?

 

 "ตาย!!!" เมื่อคิดได้ดังนั้นก็พุ่งตัวออกมา ต้องการฆ่ามนุษย์หญิงให้ตกตายด้วยการโจมตีเดียว ไม่เปิดโอกาสให้สามารถใส่ความได้

             

ปัง!! 

            

กรงเล็บของวิหคดำขึ้นชื่อที่สุดแล้วในบรรดาความรุนเเรงของการโจมตีเผ่าวิหคทั้งหมด ดังนั้น เห็นเขาโจมตี เเม้เเต่พนักงานก็มั่นใจว่าเด็กมนุษย์จะต้องตาย ทว่า...เมื่อเสียงดังสะท้อนหูเงียบลง เสียงตกตะลึงของคนโจมตีก็ดังขึ้นมาเเทน

 

"กะ แก!!"

 

"ช่างเป็นพวกโง่ซ้ำซ้อนจริงๆ" ซูหยวนไมได้ขยับเท้าด้วยซ้ำเมื่อถูกโจมตีอย่างกะทันหันนี้ เธอแค่ยกเเท่งเหล็กขึ้นมาเเล้วปัดการโจมตีไปง่ายๆ ทำเอาคนที่พุ่งตัวออกมาเซล้มไปข้างหน้าเเทน

 

"หรือว่าก่อนหน้านี้..." ราวกับเปิดตาให้กว้างขึ้น เห็นการโจมตีก่อนหน้านี้ก็รู้สึกคุ้นเคย ก่อนหน้านี้ที่เขาถูกเพื่อนโจมตี ไม่ทันได้เห็นการเคลื่อนไหวของซูหยวน เพราะตัวเองอยู่ใกล้เกินไป ทั้งทุกอย่างก็รวดเร็วมากจนตามไม่ทัน สุดท้ายจึงคิดไปว่าเพื่อนที่มาด้วยกัน เเท้จริงต้องการหักหลังตน จึงได้ลอบโจมตีเข้ามา ทว่า...ภาพที่เขาเห็นตอนนี้ ... ดูเหมือนจะเป็นการอธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้

 

"แก แกหลอกฉัน!" คนชี้หน้าซูหยวน รู้เเล้วว่าตัวเองถูกคนหลอก

 

"หลอก? ฉันสามารถหลอกพวกคุณได้หรอคะ" ซูหยวนแม้จะปฏิเสธ แต่ใบหน้าของเธอกลับฉายเเววยิ้มเยาะขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            

เห็นแบบนี้ จะไม่ทำให้คนของเผ่าวิหคดำโมโหได้อย่างไร เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังขาดสติ ซูหยวนก็เร่งให้จัดการทันที

 

"เจตนาร้ายของพวกคุณ ฉันจะไม่ปล่อยไปแน่ค่ะ นายท่านจะต้องเป็นพยานให้ด้วยนะคะ การกระทำนี้ของพวกเขาไม่เห็นกฎหมายในสายตาเลย ไม่ใช่แค่บุกรุกห้องพักคนอื่น เเต่ยังคิดจะทำร้ายฉันด้วย โทษนี้น่าจะทำให้จำคุกได้นาน หรือไม่ก็ต้องชดใช้เหรียญให้ฉัน"

 

"เธอ!!!"

 

"ที่ผู้หญิงเผ่ามนุษย์พูดถูกต้องเเล้ว พวกนายเข้ามาในห้องพักคนอื่นไม่ได้รับอนุญาต ทั้งยังคิดจะโจมตีคนด้วย แบบนี้ถูกลงโทษหนักแน่"

             

ได้ยินคำยืนยันของพนักงานเเบบนั้น ทั้งสามที่ไม่ค่อยรู้เรื่องกฎหมายก็ชะงักไป เขาไม่ได้คิดว่าขยะพวกนี้ก็สามารถใช้กฎหมายเดียวกันได้ด้วย แบบนี้...ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขาพลเมืองเลย

 

"นายท่าน เรื่องนี้จริงหรือ? เเม้พวกเราจะทำผิดกับพวกมัน เเต่โทษก็ไม่น่าจะต้องติดคุกไม่ใช่หรือ?"

 

"นั่นน่ะสิ ฆ่าพวกมันยังเสียดายน้อยกว่าฆ่าสุนัขเฝ้าบ้าน แบบนี้ยังต้องมีกฎหมายคุ้มครองพวกมันด้วยหรือ?" คนของวิหคดำยิ่งพูดก็ยิ่งไม่ยินยอม พวกเขาอยากฆ่าเด็กสาวตรงหน้าเเล้ว ทำไมยังต้องกลัวความผิดด้วย

            

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่พวกเขาไม่ได้สังเกต สีหน้าของพนักงานกลับเปลี่ยนไป เเทนที่จะรังเกียจอันซูหยวน กลับมองคนทั้งสามด้วยสายตาดูแคลน

            

เจ้าพวกโง่นี้ คิดจริงๆหรือว่าเด็กสาวจะถูกจัดการได้ง่ายๆน่ะ!!

            

ก่อนหน้านี้โจมตีทีเผลอก็ถูกป้องกันเอาไว้ได้ ทั้งยังไม่มีช่องโหว่ให้โต้กลับ เเบบนี้เเล้วใครจะเป็นฝ่ายฆ่าใครก็ยังไม่เเน่ .... อีกอย่าง เด็กสาวที่สงบนิ่งเช่นนี้เป็นคนปกติหรือ? ตัวเขาทำงานมานานเเล้ว ต้อนรับผู้คนก็มาก ย่อมรู้ดีว่าที่ทุกคนดูถูกคนจากเขตมลพิษ เเท้จริงเเล้วอาจจะเป็นเพราะอิจฉาก็ได้

            

โครงสร้างร่างกายของคนจากเขตมลพิษถูกออกแบบมาให้พิเศษกว่าตนเอง ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงอยู่ที่นั่นไม่ได้

            

ถึงจะบอกว่ามีชุดป้องกัน เเต่นั่นก็ไม่ใช่ชุดที่ป้องกันได้ร้อยส่วน หากเป็นคนของเขตมลพิษได้รับสารพิษเล็กๆน้อยๆพวกนี้ ร่างกายสามารถกำจัดออกไปได้ เเต่ถ้าเป็นคนของดินเเดนสวรรค์ซึ่งไม่มีภูมิต้านทาน เเค่ออกไปก็ทำให้หายใจไม่ออกเเล้วก็สามารถตกตายได้เเล้ว 

             

เมื่อมีเงื่อนไขเช่นนี้ คนของดินเเดนสวรรค์จึงไม่เคยออกไปข้างนอกเลย พวกเขาเหมือนกบในกะลาที่ไม่รู้ว่ามียักษ์ตัวใหญ่ขนาดไหนอยู่ข้างนอก เอาเเต่เชื่อกันไปเองว่าตัวเองเเข็งแกร่งกว่า เเม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงบางส่วน เหล่าคนระดับสูงของดินเเดนมีความเเข็งแกร่งมากเพราะพวกเขามีทรัพยากรให้ใช้สอยมากกว่าพวกคนจากเขตมลพิษ ทว่า...ถ้าเทียบกับพวกเขาที่เป็นชนชั้นล่าง พวกเขามีโอกาสได้ใช้ทรัพยากรที่จะทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนของเขตมลพิษหรือไม่?

             

คนเหล่านั้นมีวิธีการเพิ่มพลังของตนเองผ่านการใช้แกนพลังงาน เเต่พวกเขาล่ะ? หากได้กินดื่มอาหารระดับสูง พลังของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นได้บ้าง เเต่อาหารระดับสูงไม่ได้มีไว้สำหรับพวกเขาเสียหน่อย

             

ก่อนหน้านี้ ในฐานะที่เป็นพนักงานโรมเเรมมานาน เห็นไม่น้อยเเล้วที่คนปากดีค่อยๆหายไปหลังจากก่อปัญหาให้คนของเขตมลพิษ โดยเฉพาะคนของกลุ่มสกุลจางนี้

             

สุดท้ายเเล้ว เเทนที่จะเลือกเข้าข้างพวกไร้สาระที่เเม้เเต่โต้เถียงก็ยังเอาชนะไม่ได้ หันไปอยู่เป็นกลาง คนผิดก็ว่าไปตามผิด คนถูกก็ว่าไปตามถูกดีกว่า เขาไม่ต้องการจะเสี่ยงตายเพื่อใคร

 

"ถ้าพวกแกมีปัญหากับกฎหมาย ก็ไปร้องเรียนที่ศาลได้ ส่วนเรื่องที่จะให้ฉันไปเป็นพยาน หากศาลมีคำสั่ง อย่างไรก็ต้องพูดออกไปตามที่เห็น"

 

 "นายท่าน!"

             

พวกมันสามคนไม่คิดว่าพนักงานโรงเเรมจะไม่เข้าข้างตนเองเช่นนี้ หากเขายอมไปให้การตามความจริงที่เห็น เช่นนั้นพวกตนก็เเย่เเล้ว...

 

"ฉันไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต ส่วนของโรงเเรมคิดค่าเสียหาย 7,500 เหรียญ ส่วนเรื่องของผู้หญิงคนนี้ก็คุยกันเอาเอง ถ้าคุยไม่ได้ก็คงต้องไปที่ศาล"

 

"มะ ไม่ พวกเราไม่ยอมไปที่ศาลเเน่"

 

"ใช่เเล้ว นี่ก็เเค่ความเข้าใจผิดเท่านั้น พวกเราคิดว่านี่ก็คือห้องของพวกเราเอง ดังนั้นจึงได้หลงเข้ามา"

 

"จริงด้วย พวกเราไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย อันที่จริงเธอเองก็มีความผิด ทั้งๆที่รู้ว่าพวกเรามาที่นี่ ทำไมยังเปิดประตูให้อีก จงใจจะสร้างเรื่องตั้งเเต่เเรกใช่ไหม?"

 

"คิดๆดูเเล้ว เธอก็คือคนที่เปิดประตูให้พวกเราจริงๆ"

             

พวกเขายิ่งพูดก็เหมือนยิ่งหาเหตุผลให้ตัวเองได้ ตั้งใจจะทำให้ซูหยวนยอมถอย เเต่เด็กสาวไม่ได้พูดอะไร เพียงเเเค่นหัวเราะออกมาเท่านั้น

 

"คนตัดสินว่าผิดหรือถูกไม่ใช่พวกแก ฉันจะเเจ้งเรื่องนี้กับศาลก่อน ให้ขุนนางเป็นคนตรวจสอบ ใครผิดใครถูกเดี๋ยวก็รู้เอง"

 

"กะ แก แกจงใจจะไม่มีทางลงให้พวกเราใช่ไหม!"

 

“ทางลง? ทางลงอะไร? เเค่เงินที่จะจ่ายโรงเเรมก็ยังไม่มีเลยไม่ใช่หรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันสามารถเรียกร้องอะไรจากพวกแกได้อีกล่ะ" ซูหยวนส่ายหน้า เธอเเสดงออกว่าไม่เห็นประโยชน์จากการพูดคุยกับพวกเขาอีก ท่าทางที่อยากจะเเจ้งทางการเต็มทนนั้นทำให้ทั้งสามต้องลอบมองหน้ากันเอง

            

พวกเขาอยากจะเล่นแง่ขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำได้อีกแล้ว...

 

………………………………