บทที่ 370 โกรธแค้น จำยอม (อ่านฟรี 11 มี.ค. 69)
บทที่ 370 โกรธแค้น จำยอม (อ่านฟรี 11 มี.ค. 69)
บทที่ 370 โกรธแค้น จำยอม
เห็นว่าคนตั้งใจจะไม่คุยอีก แถมยังมีเจตนาส่งพวกเขาเข้าไปรับคำตัดสินใจศาลแน่นอนแล้ว พวกเขาก็ไม่กล้าต่อต้านอีก ถึงอยากจะลองพูดอีกสักคำสองคำเผื่อเธอเปลี่ยนใจ กระนั้น...ท่าทางซูหยวนก็ไม่ได้เปิดช่องให้พวกเขาเลย
"ใจเย็นก่อน ใจเย็นก่อนเถอะ ฉันคิดว่าเรื่องนี้...พวกเรายังพูดคุยกันได้นะ" คนหนึ่งพูดขึ้น อีกคนก็รีบเสริมทันที ราวกับว่าก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้มีปัญหาวิวาทกัน
"ใช่เเล้ว ยังพูดคุยกันได้ เเม้ว่าพวกเราจะไม่มีเงินชดเชยให้ แต่พวกเราก็เป็นคนในพื้นที่ ยังสามารถช่วยอะไรพวกแกได้อีกมาก" พวกเขารีบเสนอตัว ถ้าปล่อยให้เรื่องไปถึงทางการ อย่างนั้นก็มีเเค่ความตายเท่านั้นเเล้วที่รออยู่
"ช่วยงานฉันงั้นหรอ? เเต่...ฉันจะเชื่อใจพวกแกได้ยังไง ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ก็คิดว่าจะทำร้ายฉันงั้นหรอ?" ซูหยวนไม่เชื่อใจพวกเขา เธอรู้ว่าถ้าปล่อยโอกาสนี้ไปเเล้วก็จะไม่มีครั้งหน้าอีก
"เเล้วเธอคิดหรอว่าเธอจะได้อะไรถ้าเเจ้งทางการจริงๆ พวกเราไม่มีเงิน อย่างมากก็ติดคุกไม่ก็ตายเท่านั้น ถ้าเธอไม่ยอมเชื่ออีก เเล้วต้องการไปเเจ้งทางการ ก็เเค่เสียเวลาของเธอเท่านั้น"
"โอ้ เป็นคำพูดที่ถูกต้องจริงๆด้วย ถ้าอย่างนั้น...คิดว่าควรจะทำยังไงดีล่ะ"
ซูหยวนเลิกคิ้ว เธอไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องเวลาอยู่เเล้ว ที่ลงมือกับพวกเขาก็เพราะพวกเขาต้องการจัดการเธอก่อน เดิมทีซูหยวนคิดเหมือนกับพนักงานโรงเเรมที่อยากจะเรียกค่าชดเชย เเต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะพูดออกมาตรงๆว่าตัวเองไม่มีเงินเเล้วเช่นนี้
เเน่นอนว่าการลงโทษพวกเขา ต่อให้ไม่ได้รับอะไรเลย เธอก็จะทำมัน นี่ไม่ใช่เเค่การเอาคืนเท่านั้น หากเเต่เป็นการเตือนให้คนอื่นๆไม่กล้าคิดเเตะต้องพวกเธออีก
อาจจะมีใครหลายคนที่เหมือนคนกลุ่มนี้ พวกเขาไม่รู้ว่ามีกฎหมายคุ้มครองคนจากเขตมลพิษเหมือนกัน ดังนั้น...ถ้าใครอยากจะมาขโมยหรือสร้างปัญหาให้พวกเขาอีก ก็ต้องระวังโทษทางกฎหมายเอาไว้ด้วย
นี่เป็นคำเตือนที่ซูหยวนอยากจะมอบให้ทุกคนที่เเอบดูอยู่...ดังนั้นเรื่องนี้ เเม้ว่าจะไม่ได้รับการชดเชยโดยพวกเขา ซูหยวนก็ถือว่าได้ประโยชน์ไปแล้วอยู่ดี
ซูหยวนไม่สนใจการชดเชยใดๆ แต่พวกเขาไม่สนใจได้หรือ? ถ้าไม่สามารถชดเชยได้ แล้วปล่อยให้เธอเอาเรื่องไปแจ้งที่ศาล อย่างนั้นก็เท่ากับถูกตัดสินโทษเเล้ว เเทนที่จะปล่อยไปไกลเช่นนั้น คนหนึ่งที่มีความคิดมากที่สุดก็รีบเอ่ยปาก
“เพื่อยืนยันว่าพวกเราจะไม่หนี หรือไม่รักษาสัญญา อย่างนั้นจะทำสัญญากันไว้ก่อนก็ได้”
“ทำสัญญาหรือ?”
“ด้วยการทำสัญญา ต่อให้พวกเขาอยากจะหนีก็ทำไม่ได้แล้ว เอาเเบบนี้ก็เป็นทางออกที่ดี” พนักงานโรงเเรมเเนะนำ ตัวเขาเเม้จะไม่อยากยุ่ง แต่ถ้าต้องเสียเวลาไปเป็นพยานก็ไม่ค่อยดีนัก เรื่องเกิดในโรงเเรมของพวกเขา หากมีการตรวจสอบอื่นๆก็คงเเย่ ดังนั้น ถ้าพวกเขาตกลงกันได้ อย่างนั้นก็ดีที่สุดแล้ว
“ในเมื่อต้องการทำสัญญา อย่างนั้นก็ยังเจรจากันได้” ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอมีความรู้เรื่องการเขียนสัญญาอยู่เเล้ว เเม้จะไม่ได้เรียนมาโดยตรง แต่ด้วยนิสัย ก็ย่อมต้องศึกษาความรู้ต่างๆที่เกี่ยวกับงานจนละเอียด
สัญญาที่ร่างไว้นี้ ซูหยวนกำหนดเป็นจำนวนวันทำงาน โดยจะให้พวกเขาทำงานให้ 1 ปี โดย 1 วันจะให้ทำงานให้แค่ช่วงเช้าของวันเท่านั้น นี่ก็เป็นการตกลงร่วมกับพวกเขาเเละพนักงานโรงเเรม
คนเหล่านี้ต้องชดเชยให้โรงเเรม 7,500 เหรียญ นับเป็นจำนวนมากสำหรับคนไม่ค่อยมีเงินอย่างพวกเขา เเถมหนึ่งในนั้นก็บาดเจ็บสาหัด ทำให้ออกไปพื้นที่เชื่อมมิติไม่ได้ เวลานี้ทำได้แค่รับจ้างเพาะปลูก หรือทำงานอย่างอื่นเท่านั้น รายได้ต่อวันจะถึง 5 เหรียญหรือไม่ยังไม่รู้เลย
สามคนหารกันเเล้วต้องจ่าย 2,500 เหรียญ คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาสองสามปีจึงจะมีเงินเท่านี้ เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาทำงานมาครึ่งชีวิตก็ยังเก็บไม่ได้เลย
ซูหยวนไม่ได้มีเเผนการอะไร เธอเเค่คิดว่ามีคนรับใช้ก็ดีเช่นกัน อย่างเเรกที่ต้องการคือความรู้ของคนที่นี่ เธอเห็นแล้วว่ามีห้องสมุดอยู่ แต่กำหนดผู้เข้าได้เพียงเเค่พลเมืองเท่านั้น ถ้าเธอต้องการอ่านเอกสารใดๆ ให้พวกเขาเอาออกมาให้จึงจะได้
อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าการเเลกเปลี่ยนโดยพวกเธอจะยุ่งยากมากหรอกหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ให้คนพวกนี้ไปทำให้ก็ได้แล้ว
จากที่พนักงานพูด การทำสัญญาของดินเเดนเเห่งนี้นั้นศักดิ์มาก ถ้าทั้งสองลงชื่อ ตราบเท่าที่อยู่ที่นี่ก็ไม่สามารถหนีไปได้
ทางการมีระบบตรวจสอบรายชื่อ ตำแหน่ง เเละสถานะของผู้ลงสัญญาทุกคน ทำได้กระทั่งสร้างคุกมาจับได้ทุกสถานที่ ขอเพียงมีคนร้องเรียนเข้ามา พวกเขาก็จับตัวได้ทันที
กรณีนี้ก็เหมือนในพื้นที่ฟาร์มของเธอ ซูหยวนสามารถควบคุมตำแหน่งของสิ่งต่างๆได้ เเละเเน่นอนว่าการตามหาสมาชิกในฟาร์มก็ทำได้เช่นกัน พูดให้ถูกก็คือ ตราบเท่าที่อยู่ในฟาร์ม จะตามหาตัวก็ได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องทำสัญญาอะไรด้วยซ้ำ
การทำสัญญานี้ คงมีไว้เเค่ให้กฎหมายดำเนินการให้ เจ้าของพื้นที่จะได้ไม่เหนื่อยเกินไปเท่านั้น
“วันพรุ่งนี้ก็มาพบฉันตอนเช้าด้วยล่ะ” ทำสัญญาเสร็จ ตอนนี้เธอก็คือเจ้านายของพวกมันทั้ง 3 เเล้ว ถึงจะไม่ชอบใจ เเละรู้สึกอับอาย เเต่พวกเขาก็พูดอะไรไม่ได้อยู่ดี
“เข้าใจเเล้ว” ทั้งสามกัดฟันกรอด ท่าทางของพวกเขาไม่แม้แต่จะซ่อนความรู้สึกเอาไว้เลย ซูหยวนเห็นว่าพวกนั้นไม่ได้สำนึกผิด หรือรู้สึกขอบคุณที่เธอยอมปล่อยไปง่ายๆ ในเมื่อพวกเขาไม่รู้ฐานะของตนเอง เธอก็ต้องสั่งสอนให้รู้เสียก่อน
หากต้องการควบคุมสุนัข ก็ต้องทำให้มันรู้ว่าใครเป็นเจ้านาย แล้วใครกันแน่ที่เป็นสัตว์เลี้ยง ซูหยวนไม่ปล่อยให้พวกมันหันหลังเดินจากไปทั้งอย่างนั้น กลับเรียกทั้งสามเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อน” เมื่อเธอเรียก พวกเขาหยุดเท้าก็จริง แต่สีหน้าของทุกคนมีเพียงร่องรอยของความไม่พอใจฉายชัดออกมา
“มีอะไร?”
“อะไรกัน พูดกับเจ้านายเเบบนี้ได้หรอ” อันซูหยวนเเค่นหัวเราะออกมาเมื่อเห็นการตอบรับแบบนั้น เธอยังเอานิ้วเรียวของตนเองเคาะไปที่กระดาษสัญญาตรงหน้าด้วย แสดงให้พวกเขาเห็นว่าตอนนี้ตัวเองต้องทำตัวอย่างไร การอวดดีต่อหน้าของเจ้านายใช่เรื่องที่ถูกต้องที่ไหน...
พอได้เห็นคนที่ต้องการจะขโมยของ คิดกระทั่งฆ่าเธอกำลังโกรธเเค้นเเละเจ็บใจ ซูหยวนก็มีความสุขขึ้นมาก ถ้าพวกมันอยู่ที่เขตมลพิษ ชะตากรรมของพวกมันมีเเค่ความตายเท่านั้น เธอเป็นพวกตาต่อตาฟันต่อฟันเสมอมา ทว่าที่ไม่ลงมือก็เพราะไม่ต้องการให้ใครบางคนที่ควบคุมที่นี่อยู่สังเกตเห็นเธอ ดังนั้นต้องบอกว่าพวกมันช่างโชคดีเกินไปด้วยซ้ำ
“เจ้านายมีอะไรให้พวกเราทำหรือ?” คนหนึ่งกัดฟันกรอดอย่างยอมจำนน เอ่ยถามซูหยวนด้วยสีหน้าเหมือนอยากจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง เห็นเขายังแสดงท่าทางเช่นนั้น ซูหยวนก็พูดจุดประสงค์ของตนเองออกมาอย่างไม่อาย
“พวกนายเช่าห้องไหนกันไว้บ้าง”
“หืม? เธอจะถามไปทำไม”
“เจ้านายถาม พวกแกสามารถไม่ตอบได้หรือ?” เธอกอดอกเลิกคิ้วมอง ถ้าพวกเขาไม่ทำตามสัญญา เธอจะเอาสัญญานี้ไปฟ้องร้องกับทางการเพื่อเอาผิดพวกเขาทันที
ในมือของหญิงสาวส่ายไปมา กระดาษสัญญาที่พวกเขาเพิ่งลงนามไปทำให้ต้องเปลี่ยนท่าที จากเดิมมีแต่ความโกรธแค้นและดูถูก ตอนนี้ที่พวกเขาทำก็คือการฝืนยิ้มออกมา
“พวกเราได้เช่าชั้นที่สาม ห้อง 5 12 และ 13 เอาไว้ ถ้าเจ้านายมีอะไรให้พวกเรารับใช้ล่ะก็...สามารถไปเรียกที่ห้องเหล่านั้นได้เลย”
คนหนึ่งพูดขึ้นมา เดิมทีคิดว่าบอกห้องพักของตนเองไปแล้ว อันซูหยวนก็คงจะปล่อยไป หากอิงตามสัญญาแล้ว งานของพวกเขาจะมีแค่ช่วงเช้าของวันเท่านั้น ในขณะที่ตอนบ่ายๆจะต้องไปยังพื้นที่ล่าหรือทำงานอื่นๆเพื่อหาเงินมาชดใช้ให้กับทางโรงแรมอีก ชีวิตของพวกเขาหลังจากนี้...น่าจะกลายเป็นชีวิตของทาสที่น่าสมเพชไปเต็มตัวแล้ว...
คิดไปคิดมาแล้วก็น่าอดสู พวกเขามาที่ห้องนี้ก็เพื่อขโมยทรัพยากรของพวกเขา หลังจากนั้นก็จะไปใช้ชีวิตอย่างดี เพราะความคิดที่ว่าคนเขตมลพิษพวกนี้ไม่ได้มีฐานะเท่ากับตนเอง พวกเขาเป็นพลเมืองของอาณาเขตนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ยังแย่กว่าพวกคนจากเขตมลพิษเสียอีก ดังนั้นคิดไปคิดมาก็เลยวางแผนทำเรื่องชั่วช้ากัน
ตั้งใจจะขโมยของแล้วเอาไปขาย จากนั้นก็จะมีชีวิตที่ดีเป็นของตัวเอง คิดไม่ถึงเลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นทาสไปทั้งชีวิต!
“ดี ฉันรู้แล้ว ถ้าอย่างนั้นนับตั้งแต่วันนี้ก็ไปพักรวมกันที่ชั้น 2 หมายเลข 7 ได้ ส่วนอีก 3 ห้อง เอากุญแจมาให้ฉัน”
เนื่องจากห้องพักที่จับจองได้หมดเเล้ว เเละห้องที่กลุ่มสกุลจางเช่าได้มาก็คือห้องชั้น 2 ที่ค่อนข้างสกปรก ห้องในชั้นนี้จะได้กลิ่นเหม็นของอาหารเเละน้ำเน่าเสียตลอดเวลา ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขามีกันเกือบ 20 คน เมื่อคืนคนอื่นๆคงนอนกันอย่างยากลำบาก ถ้ามีเพิ่มอีก 2 ห้อง เเละเป็นห้องใหญ่กว่าเดิม 3 ห้อง นั่นคงจะดีไม่น้อย
“นี่ นี่หมายความว่ายังไง?”
“อะไรที่ว่าหมายความว่ายังไง? มีหน้าที่ทำตามคำสั่งก็ทำไป เอากุญแจห้องพักมาให้ฉัน หรือว่า...แม้แต่ห้องพักรวม 1 ห้องในชั้น 2 ก็ไม่ต้องการล่ะ?”
“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น แต่ห้องพักนี้เป็นห้องพักที่พวกเราทำสัญญาเช่ามานานแล้วจึงได้รับสิทธิพิเศษมา ถ้าหากเอาของพวกเราไปแล้ว หลังจากนี้พวกเราจะอยู่อย่างไร” คนหนึ่งประท้วงขึ้นมา อันซูหยวนแม้ว่าจะเป็นเจ้านายของพวกเขาตามสัญญาในตอนนี้ แต่ก็ไม่สามารถยอมถูกเอาเปรียบได้มากเกินไป!
“ก็บอกแล้วไงว่าให้พักที่ชั้น 2”
“นี่ นี่ไม่ได้นะ!” ทั้งสามคนพยายามปฏิเสธ ยิ่งพูดน้ำเสียงก็ยิ่งสั่นเครือ ความอัดอั้นตันใจจากการได้รับความอยุติธรรมนี้ส่งผลให้อันซูหยวนที่มองดูอยู่ยังชะงักไป
พวกเขาเช่าที่นี่มานานเเล้ว และเพราะแบบนั้นจึงสามารถนอนพักที่ชั้น 3 ได้ ในฐานะที่เป็นผู้พักประจำ ตั้งแต่ก่อนที่โรงแรมแห่งนี้จะมีชื่อเสียง พวกเขาก็พักอยู่ที่นี่มาก่อนแล้ว ทั้งยังทำเหมือนมันเป็นบ้านของตนเองด้วย
การตกแต่งห้องพักที่พวกเขาอาศัยหลายปีนี้ไม่ได้น้อยๆ หากรื้อออกไปขายก็น่าจะได้เงินประมาณ 500 เหรียญได้ นับเป็นจำนวนมากโขสำหรับคนยากจนอย่างพวกเขาเลย
แต่ตอนนี้ห้องที่แสนวิเศษและเป็นแหล่งหลบภัยเดียวของพวกเขากำลังจะถูกยึดไปแล้ว ทั้งคนที่ยึดมันก็เป็นคนที่น่ารังเกียจเสียด้วย
ตอนที่ได้ยินว่าห้องเช่าที่นี่เริ่มเต็มและไม่ให้คนอื่นเช่าเพิ่มได้อีกแล้ว พวกเขายังหัวเราะร่ากันอยู่เลย บอกว่าตัวเองก็เหมือนคนระดับสูงของโรงแรมนี้ แต่ไม่คาดคิดเลยว่า ยังไม่ทันได้โอ้อวดใคร ห้องพักสุดหรูของพวกเขาก็ถูกยึดเสียเเล้ว
พวกเขามาที่นี่เพื่อขโมยของคนอื่น แต่ทำไมถึงถูกคนอื่นขโมยเช่นนี้ได้เล่า!! ช่างน่าเจ็บใจ!! น่าเจ็บใจจริงๆ!!
สีหน้าของพวกเขาแต่ละคนดูเศร้าใจยิ่งกว่าตอนที่ซูหยวนให้พวกเขาทำสัญญาทาสเสียอีก ห้องพักของพวกเขานี้ก็คือจิตวิญญาณของพวกเขา ทว่า...ซูหยวนชอบเหลือเกินที่จะได้ทำลายศัตรูให้ถึงจิตวิญญาณน่ะ
“เอากุญแจห้องมาให้ฉัน” เธอแบมือออก ทั้งสามคนมองหน้ากันเอง นี่เป็นคำสั่งที่จะต้องปฏิบัติตาม ในฐานะทาสของเธอ พวกเขามีแต่ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น
พอคิดได้ดังนั้น ทั้งสามก็จำยอมส่งกุญแจห้องพักออกไป หลังจากนั้นซูหยวนก็ได้มอบกุญแจชั้น 2 ให้พวกเขา เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ปลอดภัยตั้งแต่แรก คนของจางอู่หยางจึงไม่ได้ทิ้งของไว้ในห้องพักเลย ทรัพยากรที่พวกคนเผ่าวิหคดำคิดจะมาขโมย แท้จริงแล้วไม่มีอยู่ในห้องตั้งแต่แรก
“นี่คือกุญแจห้องทั้งสามห้อง...” คนพูดลอบกลืนน้ำลาย ขณะที่ซูหยวนรับมืออย่างไม่ใส่ใจนัก
“เอาล่ะ พวกแกแยกย้ายกันไปได้แล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมมาพบฉันที่ด้านหน้าโรงแรม ฉันจะสั่งงานให้ไปทำ”
“เข้าใจแล้ว” ทั้งสามพยักหน้า พวกเขาสามารถไม่เข้าใจได้ด้วยหรือ? ขอแค่ 1 ปี ขอแค่ 1 ปีเท่านั้น หลังจากที่พวกเขาเป็นอิสระ เชื่อได้เลยว่าจะต้องฆ่าใครบางคนให้ตายในคราวเดียวแน่!!
สายตาอาฆาตของพวกเขาส่งมาที่ซูหยวน แต่เธอไม่ได้ใส่ใจมากนัก คนมองได้ก็ให้มองไป ตราบเท่าที่สายตาทำให้เธอบาดเจ็บไม่ได้ ซูหยวนก็ไม่สนใจอีก
เดิมทีซูหยวนคิดจะนั่งสมาธิรอจางอู่หยางและคนของเขากลับมา ทว่าตอนนี้มีเรื่องน่าสนใจอย่างอื่นแล้ว หญิงสาวจึงได้ลุกขึ้นจากเตียงที่มีขนหมีขาวสุดแกร่ง จากนั้นก็เดินไปเล่นที่ห้อง 3 ห้องของเผ่าวิหคดำ
ตั้งแต่ห้องแรกจนถึงห้องสุดท้าย ห้องชั้น 3 ก็ยังดูเป็นห้องที่มีราคากว่าชั้นที่ 2 ชัดเจน แถมกลิ่นก็ไม่ได้เหม็นเน่ามากนักเมื่อเทียบกับชั้นที่ 2 ดังนั้นซูหยวนจึงมั่นใจว่าถ้าคนของสกุลจางกลับมา ห้องที่เพิ่มมาอีก 3 ห้องนี้จะต้องทำให้พวกเขาตาลุกวาวแน่!
…………………………………………..