บทที่ 372 คุณชายสาม (อ่านฟรี 13 มี.ค. 69)
บทที่ 372 คุณชายสาม (อ่านฟรี 13 มี.ค. 69)
บทที่ 372 คุณชายสาม
แน่นอนว่าแม้แต่เขตมลพิษก็ยังสู้ประสบการณ์ในการจินตนาการของมนุษย์ในโลกก่อนของเธอไม่ได้ เพราะไม่ต้องต่อสู้กับอันตรายถึงชีวิตทุกวัน ผู้คนจึงมีความคิดสร้างสรรค์ในหลากหลายรูปแบบ และเมื่อผลิตออกมาเป็นสื่อ ก็ทำให้ผู้ชมอย่างเธอรับรู้ไปด้วย
“มีดแทงที่อก ไม่จำเป็นต้องเป็นการแทงตรงๆก็ได้นะคะ” เมื่อซูหยวนพูดเช่นนี้ คนอื่นก็มองเธอด้วยความสนใจ
“ท่านอัศวินหงส์ขาวเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งและความเร็วมาก ถ้าคิดจะโจมตีเธอด้วยการขว้างมาจากที่ไกลๆ คิดว่าไม่น่าจะทำได้...”
“เพราะไม่น่าจะทำได้นี่แหละ ถึงน่าสงสัยที่สุด” ซูหยวนขมวดคิ้วในขณะพูด เธอเคยดูสารคดีในการสืบสวนมามาก ขนาดอนิเมะก็ยังมีเรื่องการสอบสวนที่พิเศษหลายคดีที่คิดไม่ถึงเลย ดังนั้น...ความเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด อาจจะเป็นไปได้ก็ได้
หากพวกเขาตรวจสอบทุกเรื่องที่เป็นไปได้แล้วยังไม่พบปัญหา อย่างนั้นก็ควรจะมองดูเรื่องที่ไม่ควรจะเป็นไปได้ด้วยใช่ไหม
“ถึงจะพูดอย่างนั้น....”
พวกเขามองหน้ากันเอง เพราะไม่ได้เป็นคนสอบสวนเรื่องนี้จึงไม่ได้มีรายละเอียดให้วิเคราะห์มากนัก ที่ทำได้ก็แค่คาดเดาสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม...ไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดคุยกันจนได้เรื่องมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูห้องกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เวลานี้ก็เกือบจะมืดค่ำแล้ว ผู้คนมากมายกำลังกลับเข้าที่พักก็จริง แต่พวกเขาจะไม่ยุ่งวุ่นวายกัน แม้จะคิดเช่นนั้น ก็ยังเปิดห้องออกไปเพื่อดูผู้มาเยือนอยู่ดี
บางที...อาจจะเป็นคนที่รู้จักเผ่าวิหคดำทั้งสามคนก็ได้ อย่าลืมว่าห้องนี้เป็นห้องที่พวกเขาได้รับมาจากการบีบบังคับพวกเขา
ทว่า...เมื่อเปิดออกไปแล้ว สิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็คือภาพของทหารมากมายถือทั้งหอกและดาบยืนอยู่ สายตาของพวกเขาที่มองมายังตนเองนั้นจริงจังและเข้มงวดมาก แต่ถึงจะมีร่องรอยความดูแคลนอยู่บ้าง กระนั้นก็น้อยกว่าที่พวกเขาเคยพบเห็น
ช่างให้ความรู้สึกแปลกประหลาดจริงๆ...
ตอนนั้น ร่างหนึ่งก็แหวกทางทหารทั้งหมดเข้ามา เผชิญหน้ากับพวกเขาโดยตรง
“คนพวกนี้ก็คือคนที่มีผลึกเพิ่มพลังชีวิตนั่นใช่ไหม” เสียงเย็นชาของอีกฝ่ายดังขึ้น ทำให้คนสกุลจางทั้งหมดลอบมองหน้ากันเอง หากมีปัญหาเกิดขึ้น พวกเขาสามารถเข้าต้านได้ทันที
เห็นท่าทางพร้อมสู้ของพวกเขาแล้ว คนที่เพิ่งเข้ามาก็ขมวดคิ้ว ตัวเขาเองก็เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์เช่นกัน การเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆของกลุ่มนักล่าสกุลจางเช่นนี้ ย่อมมองเห็นได้ไม่ยาก
“คะ คุณชายสาม...” ในตอนที่ทั้งสองฝั่งกำลังจ้องหน้ากันอย่างเคร่งขรึม คนที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็รีบพูดขึ้น แสดงให้เห็นถึงสถานะของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดว่าคนที่มาใหม่นี้จะมีฐานะเป็นถึงคุณชายสามของท่านอัศวิน ในขณะที่เธอกำลังประหลาดใจ กลับเห็นว่าคนของสกุลจางดูเหมือนจะรู้ฐานะของอีกฝ่ายอยู่แล้ว พวกเขาไม่ได้มีทีท่าแปลกใจเลยสักนิด
“แฮ่กๆ คุณชายสาม เป็นพวกเขานี่แหละที่นำผลึกเพิ่มพลังชีวิตมาขาย....”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็พาตัวพวกมันไป” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก พอรู้ว่าคนพวกนี้ก็คือเจ้าของผลึกนั่น ก็รีบให้ทหารพาคนไปทันที
กลุ่มนักล่าสกุลจางดูสัญญาณจากจางอู่หยาง เห็นประธานของตนเองไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังให้ความร่วมมืออย่างดีจึงได้ติดตามไปด้วย
ทั้งกลุ่มเดินออกจากโรงแรม ผู้คนมากมายจับจ้องดูอยู่ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกขยะเหล่านี้ เหตุใดจึงถูกคุณชายสามของท่านอัศวินควบคุมตัวไป
ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น ซูหยวนก็คิดถึงสถานการณ์นี้ไปด้วย เธอกำลังสงสัยว่าการส่งคนไปลากตัวออกมาจากห้องพักโดยตรงนี้หมายถึงเช่นไรกันแน่ แล้วคุณชายสามคนนี้เป็นใคร
แม้จะคิดให้ดีแล้ว แต่ความรู้เกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้ยังน้อยเกินไป เธอรู้ว่าท่านอัศวินมีลูกหลานไม่น้อย กระทั่งมีบุตรชายถึง 4 คน กระนั้นก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าคนแรกเป็นใคร เช่นนั้นย่อมไม่รู้ด้วยว่าคนที่สามเป็นใคร
เห็นว่าเธอกำลังเดินอย่างเชื่องช้า ไม่สิ! ที่จริงซูหยวนก็ยังเดินไปปกติ แต่เพราะมีคนดูมาก ดังนั้นทหารคนหนึ่งก็อยากแสดงอำนาจของตนเองออกมาบ้าง เขาใช้หอกในมือของตนเองกระแทกเข้าที่หลังของซูหยวนอย่างจัง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นผู้ใช้พลังงาน และมีความแข็งแกร่งมาก อาจจะกระเด็นล้มไปแล้วก็ได้
“ไป!” กระแทกเสร็จแล้วยังมาตะคอกใส่เธอด้วย คนอื่นๆที่มองอยู่ก็เกือบจะปรบมือออกมา พวกเขาสะใจจริงๆที่พวกขยะเหล่านี้ถูกรังแก
ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็พยายามปรับท่าทางให้กลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม...สายตาของจางอู่หยางที่ปกตินิ่งสงบเสมอ เวลานี้กลับมีร่องรอยความไม่พอใจฉายชัดขึ้น กระทั่งออร่ากดดันรอบๆตัวเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันเช่นกัน ทำให้คนที่อยู่ด้านหน้าทั้งหมดหยุดเท้าพร้อมกัน พวกที่ติดตามอยู่ด้านหลังไม่ทันระวังเกือบจะหน้าทิ่มไปเลย
“ซูหยวน มาอยู่ใกล้ๆฉัน” คนพูดไปพร้อมกับปล่อยออร่าอันตรายออกมาด้วย ทหารที่มีพลังน้อยหน่อยก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกก้อนหินขนาดใหญ่กดทับ นี่เป็นแค่ออร่ากดดันเล็กๆน้อยๆของอู่หยางเท่านั้น มันเป็นแค่คำเตือน
ซูหยวนไม่ปฏิเสธอะไร เธอรู้ว่าเจ้านายกำลังปกป้องตนเองอยู่ ดังนั้นจึงเดินเข้ามาใกล้ๆเขา แล้วตั้งใจจะเดินไปพร้อมกัน
คุณชายสามที่อยู่ด้านหน้าขมวดคิ้วมุ่น แม้ว่าตนเองจะต้องการพูดคุยกับคนเขตมลพิษเรื่องผลึกพลังชีวิตให้ดี แต่การได้เห็นพวกเขาอวดดีเช่นนี้ก็ไม่พอใจมากนัก
ก็แค่กระทบกระทั่งกันเล็กๆน้อยๆของพวกผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ใช่หรือ? จำเป็นจะต้องออกตัวขนาดนั้นเลย? นี่...เหมือนกับกำลังดูถูกอำนาจของเขาไม่มีผิด
“รีบเดิน พวกฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วย” เขาพูดขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นการจงใจตอกหน้าจางอู่หยางที่ปกป้องลูกน้องที่เพิ่งทำผิดไป
“ทั้งๆที่ไม่บอกด้วยซ้ำว่าจับตัวพวกเรามาด้วยเรื่องอะไร หรือเป็นพวกเราที่ทำผิดอะไรเนี่ยน่ะหรอ?” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมา เป็นแค่คุณชายสาม คิดจะวางอำนาจขนาดนั้นเลย?
ตำแหน่งอัศวินก็ยังไม่ได้รับการสืบทอด แถมเวลานี้ที่มาหาเขา ไม่ใช่เพราะอยากได้ความช่วยเหลืองั้นหรือ?
อีกฝ่ายเป็นเจ้านายของนายท่านขุนนางก่อนหน้านี้ที่เอาผลึกพลังงานไป ผลของการใช้ผลึกพลังงานก็รู้อยู่แล้วว่าดีเช่นไร ผลึกพลังงาน 500 ก้อนนั้นทำให้อัศวินหงส์ขาวหายใจต่อไปได้อีกหลายวัน ได้ยินว่า 1 วันใช้ไป 24 ก้อน โดยใช้ก้อนละ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเพื่อรักษาลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้
ด้วยอัตราการใช้ผลึกเช่นนี้ น่าจะอยู่ได้อีก 21 วัน จากผลึกทั้งหมด 510 ชิ้น ดังนั้นพวกเขาจึงอยากได้ผลึกมากขึ้น จนกว่าจะสามารถทำยาแก้พิษขึ้นมาได้
ตอนนี้ ที่พาพวกเขามาก็เพราะอยากจะจับพวกเขาไว้ ไม่ต้องการให้คนอื่นได้ตัวไป ในฐานะคุณชาย...เขายังมีคู่แข่งอีกหลายคน และตัวเขาที่เป็นคุณชายสามก็มีโอกาสจะเป็นอัศวินน้อยที่สุดแล้ว ถ้าใช้แค่กำลังสนับสนุนของขุนนางเท่านั้น
เขากำลังคาดหวังกับการตัดสินใจของท่านอัศวินที่ชื่นชมในความสามารถเป็นหลัก ไม่เหมือนกับคุณชายคนอื่นๆที่สามารถปล่อยให้ท่านอัศวินตายได้เลย ดังนั้น...หน้าที่ของเขาก็คือทำให้ท่านอัศวินฟื้นคืนสติกลับมาให้ได้ พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ...เขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีทางทำร้ายท่านอัศวินอย่างเด็ดขาด
“ช่างเป็นพวกที่อวดดีจริงๆ” คนเป็นคุณชายสามแค่นหัวเราะออกมาเมื่อได้เห็นท่าทางโอหังของจางอู่หยาง
“หากให้เดา คุณชายสามคงอยากจะได้ผลึกเพิ่มพลังชีวิตเพื่อยื้อเวลาให้ท่านไปตามหาหมอที่มีฝีมือมารักษาท่านอัศวินอยู่สินะ การจับพวกเราไปแบบนี้ คุณชายสามคิดจริงๆหรอว่าพวกเรายังอยากจะแลกเปลี่ยนสิ่งนั้นกับพวกท่านอยู่”
“เหอะ! คิดจะข่มขู่ฉันงั้นหรอ? แล้วแกคิดว่าตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะปฏิเสธรึไง!” คุณชายสามเดินกลับมาหาจางอู่หยาง เขาดึงดาบออกจากฝักแล้วตั้งใจจะชี้ไปที่ชายหนุ่ม หากแต่ไม่ทันได้แตะต้องเขา ซูหยวนที่อยู่ใกล้ก็แทรกเข้ามา
เธอไม่ได้แสดงท่าทางไร้มารยาทอย่างการเอาอาวุธออกมาปัดป้อง แต่ด้วยพลังงานของเธอที่ล้อมรอบตัว ซูหยวนยังสามารถปล่อยมันออกมาเพื่อเป็นกำแพงหนา ทำให้การใช้ดาบที่ไม่ได้เต็มกำลังนี้ผ่านไปไม่ได้
“แก!”
“ขออภัยที่ฉันไม่สามารถปล่อยให้คุณชายสามทำร้ายเจ้านายของฉันได้ค่ะ” เธอพูดอย่างนั้น คุณชายสามที่โกรธอยู่แล้วก็ยิ่งโกรธมากขึ้นกว่าเดิม
“แกอยากตาย?”
“แม้จะเป็นคุณชาย...หากพวกเราไม่ได้ทำผิด ก็คงจะต้องรับโทษเช่นกันใช่ไหม? อย่างนั้น...พวกเราก็ขอแจ้งความกับทางการ คุณชายสามข่มขู่พวกเรา คิดจะฆ่าพวกเราด้วยซ้ำ”
“ฮึ่ม!” คนเป็นคุณชายที่แต่เดิมแล้วเจ้าอารมณ์มาก จู่ๆก็ถูกต้อนโดยพวกขยะ มันทำให้เขารู้สึกอับอายเป็นที่สุด
เดิมที จางอู่หยางไม่คิดจะมีปัญหากับฝั่งนั้น แต่เพราะเขากล้าแตะต้องคนสำคัญของตนเอง ดังนั้นจากที่เคยเงียบมาตลอด เวลานี้จางอู่หยางกลับกล้าที่จะต่อต้าน
คนของเขาทุกคนอยากจะเผยรอยยิ้มออกมา ที่ผ่านมาพวกเขาต้องอดทนมามากเท่าไร ยอมกระทั่งเห็นหัวหน้าถูกรังแก หลายคนที่ติดตามมาด้วยไม่อยากเห็นภาพนี้มาตั้งนานแล้ว พวกเขาอยากจะต่อสู้ แต่ประธานกลับห้ามเอาไว้ก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นว่าวันนี้ประธานยอมเปิดฉากโจมตี ไม่ว่าจะเพื่อใครก็ตาม พวกเขากลับมีความสุขที่สุดแล้ว
ถ้ารู้แบบนี้ สู้ขอร้องให้คุณอันมาร่วมขบวนด้วยตั้งแต่แรกก็ได้ ขอแค่พาเธอมาร่วมลำบากใจเล็กๆน้อยๆ กระตุ้นให้ประธานแสดงอำนาจที่แท้จริงออกมาเสียที ต่อไปจะได้ไม่มีใครกล้ากับประธานของพวกเขาอีก!
“พวกแกอย่ามาอวดดีไปหน่อยเลย คิดว่าตัวเองเป็นใคร!”
“ใช่ๆ มาดินแดนของพวกเราแล้วก็ยังอวดดี อยากจะให้ทหารจับกุมคุณชายที่มีเชื้อสายตรงกับท่านอัศวิน พวกแกต้องโง่เท่าไรกัน!!”
“นั่นน่ะสิ พวกแกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลย คนหนึ่งเป็นคุณชายสาม อีกฝั่งเป็นพวกขยะจากเขตมลพิษ อันที่จริงต่อให้พวกแกต้องตาย ก็ไม่มีค่าอะไรเลย”
“พวกแกน่ะไสหัวไป!!”
“ใช่ๆ พวกขยะไม่ควรมาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ”
“ใช่!!” เสียงผู้คนโวยวายขึ้นเมื่อเห็นว่ากลุ่มสกุลจางกล้าต่อต้านคุณชายสามเช่นไร ทั้งๆที่พวกมันเป็นคนจากเขตมลพิษแท้ๆ ขนาดพวกเขาที่อยู่ในอาณาเขต เป็นพลเมืองที่แท้จริงก็ยังไม่กล้าขนาดนี้เลย
อย่างไรก็ตาม พวกเขามีปากก็พูดไป ยิ่งพูดก็ยิ่งมัน กลับไม่ได้ดูสีหน้าของคนที่พวกมันกำลังปกป้องเลยด้วยซ้ำ…
ตอนนี้ สีหน้าของคุณชายสามนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำมืดขึ้นเรื่อยๆแล้ว ไม่ใช่เพราะเขาไม่พอใจที่ตัวเองได้รับการปกป้องเช่นนี้ หรือไม่ใช่ไม่พอใจที่พวกขยะเหล่านี้กำลังโดนดูแคลน แต่ที่เขาไม่พอใจก็คือ...คำพูดของคนเหล่านี้กำลังจะทำให้เขาต้องเดือดร้อน!
กฎหมายในการปกป้องคุ้มครองสิทธินั้น ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับพลเมืองในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่สำหรับพวกขยะเหล่านี้ก็มีเช่นกัน มันเป็นกฎหมายที่ห้ามไม่ให้คนในดินแดนปฏิบัติไม่ถูกต้อง ถึงจะบอกว่าไม่มีกฎหมายระบุชัดเจนเกี่ยวกับพวกขยะเหล่านี้ แต่...การที่พวกเขาทำร้ายคนของดินแดนอื่นๆ กระทำชั่วช้าหรือเบียดเบียนสิทธิของคนอื่นก็มีโทษเช่นกัน
หากเขาในฐานะคุณชายฆ่าคนของเขตมลพิษ เช่นนั้นเขาก็จะได้รับโทษเพราะเขาเป็นคนประพฤติชั่ว นอกจากนี้...ยังจะได้รับโทษหนักกว่าคนอื่นๆ เพราะตัวเขาเป็นชนชั้นผู้นำที่ต้องมีคุณธรรมมากกว่าคนอื่นๆ
“โอ้ คุณชายสามต้องการที่จะฆ่าพวกเรางั้นหรือ?” จางอู่หยางยิ้มเยาะ เห็นแบบนั้นแล้ว...คนมีอำนาจก็ตวาดลั่น
“หุบปากไปเสียทั้งหมด ใครกล้าพูดจาข่มขู่ผู้อื่นต่อหน้าฉันอีก ฉันจะไม่ละเว้นโทษให้!” กฎหมายเรื่องการข่มขู่ผู้อื่นก็ยังมีอยู่ คนพวกนี้ต้องการลากให้เขาลงไปตายด้วยงั้นหรือ?
เมื่อถูกตวาดเช่นนั้น ทุกคนที่พูดกันสนุกสนานก็ชะงักไป หากต้องถูกลงโทษเพราะข่มขู่ หรือดูแคลนพวกขยะเหล่านี้ ต่อให้จะเป็นแค่โทษในการจับขังคุกไม่กี่วัน ทว่า...ช่วงไม่กี่วันนี้ พวกเขาไม่มีรายได้เลย ออกจากการถูกจับกุมแล้วจะเป็นอย่างไร?
นอกจากนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ก่อนจะรับเข้าทำงานใดๆล้วนมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมมาก่อน ถ้ามีประวัติเสียหายไปแล้ว ต่อให้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆขนาดไหน เทียบกับจำนวนคนมากมายที่ไม่ได้ทำผิดมาก่อน นายจ้างก็ต้องเลือกคนที่ดีกว่าอยู่แล้ว
ทุกคนเงียบเสียงกันไปหมดหลังจากที่คุณชายสามเอ่ยปาก ทำเอาบรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความกดดันที่เกิดขึ้นนี้ทำให้คุณชายสามมองไปยังกลุ่มสกุลจางอีกครั้ง เขาสาบานในใจว่าสักวันหนึ่ง...พวกขยะเหล่านี้จะต้องตายด้วยมือของเขาเอง!
“ไป!”
“ไป? ไปไหน? การจำกัดสิทธิของพวกเราก็ทำได้หรือ?” เมื่อคิดจะเป็นศัตรูกับอีกฝ่ายแล้ว จางอู่หยางย่อมไม่ยอมลงง่ายๆ หลังจากวันนี้ไป...เขาและอีกฝ่ายก็ไม่ถูกกันแล้ว หากถูกเพ่งเล็งเช่นนี้ ย่อมต้องจัดการปัญหาทั้งหมดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
“แก!” คุณชายสามยอมถอยให้ขนาดนี้ ก็ไม่คิดเลยว่าจางอู่หยางจะยังไม่ยอมให้หน้าเขาอีก หน้าของเขาสั่นเทาไปด้วยความโกรธ อยากจะลงมือฆ่าพวกมันเสียตอนนี้เลย !
…………………..