บทที่ 373 คุณชายที่สี่ที่แตกต่าง (อ่านฟรี 14 มี.ค. 69)
บทที่ 373 คุณชายที่สี่ที่แตกต่าง (อ่านฟรี 14 มี.ค. 69)
บทที่ 373 คุณชายที่สี่ที่แตกต่าง
“พวกแกอย่าได้คืบแล้วจะเอาศอก คุณชายสามให้เกียรติมาตามพวกแกไปด้วยตนเอง พวกแกควรจะต้องรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำ” เมื่อเห็นว่าจางอู่หยางยังคงอวดดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นายท่านขุนนางที่คุ้นหน้าพูดขึ้นมา
ตั้งแต่แรกตัวเขาก็เดินตามคุณชายมาแล้ว แถมยังเป็นคนแจ้งคุณชายเกี่ยวกับเรื่องผลึกพลังงานด้วย ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่าตัวเขาจะได้รับใบหน้า หลังจากนี้คุณชายสามจะต้องเห็นความสำคัญของเขาแน่นอน อีกอย่าง...เขาก็ไม่ได้คิดด้วยว่าจะมีปัญหาเช่นนี้ ถ้ารู้อย่างนี้...เขาคงจะมาด้วยตัวเองก่อน จัดการควบคุมไอ้พวกขยะเหล่านี้ แล้วค่อยเอาทรัพยากรไปให้คุณชายสาม ไม่ต้องให้เขามาเสียหน้าเช่นนี้หรอก
พอเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว เขาก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะต้องรับความซวยนี้ในภายหลัง เป็นเขาที่ทำให้คุณชายสามต้องเสียหน้า ต่อไปหากมีเรื่องอะไร...เขาจะกล้าเข้าไปขอความช่วยเหลือหรือ?
ที่ทั้งหมดผิดพลาดเช่นนี้ก็เป็นเพราะไอ้พวกขยะสกุลจางจากเขตมลพิษพวกนี้นี่แหละ ตัวเองเป็นใคร? คุณชายสามเป็นใคร? พวกมันยังกล้าอวดดีได้อีก ช่างไม่กลัวตายเสียจริง!! ใครกันที่ให้ความกล้าพวกมันขนาดนี้!!
“ขอบคุณงั้นหรอ? พวกเราต้องขอบคุณเรื่องอะไรล่ะ พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชายสามมาหาพวกเราด้วยเรื่องอะไร เล่นไม่พูดไม่จาแล้วใช้กำลังเพื่อพาพวกเราออกมา ขนาดนี้แล้วพวกเราก็ยังไม่มีสิทธิที่จะถามหรือ?” จางอู่หยางไม่เชื่อฟัง เขายังจ้องหน้าคุณชายสามไปโดยตรงด้วย
“ให้มันน้อยๆหน่อย” ชายหนุ่มสามกัดฟันกรอด ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่จางอู่หยางซึ่งกำลังวางท่าอวดดีต่อเขา พวกมันที่กำลังหมิ่นเกียรติของเขาต่อหน้าผู้อื่นอยู่นี้ เขาจะไม่ปล่อยไว้แน่!
“.............” จางอู่หยางไม่พูดอะไรอีก แต่ขาของเขากลับไม่ก้าวออกไปตามที่คุณชายสามสั่ง
“ก็ได้....ท่านอัศวินหงส์ขาวที่เป็นแม่บุญธรรมของฉันได้รับบาดเจ็บ ฉันต้องการผลึกพลังงานของพวกแก ดังนั้นจึงต้องการพาไปพูดคุยเรื่องการแลกเปลี่ยนที่บ้านของฉัน นี่คือสิ่งที่พวกแกอยากรู้ใช่ไหม? รู้แล้วก็ตามไปได้แล้ว!!”
“โอ้ เป็นเช่นนี้นี่เอง ที่แท้ก็เพื่อท่านอัศวินหงส์ขาวสินะ แต่ว่าก่อนหน้านี้...เพื่อช่วยเหลือท่านอัศวินหงส์ขาว พวกเราได้ขายผลึกพลังชีวิตในราคาถูกไปแล้ว ซึ่งผลึกพลังงานทั้ง 510 ชิ้นนั้นเป็นทั้งหมดที่พวกเรามี”
“ทั้งหมดที่มีงั้นหรือ? แต่ทำไมฉันได้ยินว่าพวกแกต้องการเอาของนั้นเข้าประมูล!” คุณชายสามเผยรอยยิ้มเหี้ยม เจ้าคนพวกนี้กล้าโกหกเขาเชียว? แบบนี้เรียกว่าไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตาหรือไม่!
“คุณชายสามเข้าใจผิดแล้ว ส่วนที่จะนำเข้าประมูลนั้นไม่ใช่ของพวกเรา หากแต่เป็นส่วนของกองทัพต่างหาก” จางอู่หยางไม่หวาดกลัว แม้ว่าออร่ากดดันของคุณชายสามจะรุนแรงมากขึ้น แต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนอย่างสบายๆอยู่ได้
เพราะไม่เคยต่อสู้กับพวกเขามาก่อน และคิดอยู่เสมอว่าคนจากเขตมลพิษเป็นพวกขยะที่ไร้พลัง ต่อให้จะมีความสามารถบ้าง ก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งไปกว่าตนเอง ดังนั้น...ในความคิดของเขา ตัวเองปล่อยแรงกดดันออกไปขนาดนี้แล้ว ทางนั้นก็ควรจะต้องลงไปนั่งคุกเข่าหรือหมดสติไปแล้ว ทำไมถึงยังยิ้มได้แบบนั้น แม้แต่เหงื่อซักหยดก็ไม่เห็น!
“ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม จะเป็นส่วนของกองทัพหรือของพวกแก ตราบเท่าที่ผลึกพลังชีวิตนั้นสามารถช่วยท่านอัศวินได้ ผลึกพลังชีวิตนั้นจะต้องเป็นของพวกฉัน! ถ้าหากว่าแกไม่ยอม...พวกฉันสามารถถือว่าแกเป็นภัยความมั่นคงของอาณาเขตเราได้ และจะดำเนินการจับกุมพวกแกทันที”
คุณชายสามรู้สึกแปลกๆกับการที่แรงกดดันของเขาทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากเกินไป เวลานี้เขาจะต้องรีบคุยรีบทำเวลาให้เร็ว ก่อนที่จะมีคนอื่นเข้ามาวุ่นวายแล้วทำให้เรื่องราวมันยากขึ้น
“ภัยความมั่นคงของอาณาเขต โทษตายนี้สามารถโยนใส่หัวพวกเราได้เพียงเพราะไม่ยอมขายสินค้าขาดทุนงั้นหรือ? ช่างเป็น...การใช้กฎหมายได้ดีจริงๆ”
จางอู่หยางไม่หวาดกลัวท่าทางของเขา และยังโต้กลับได้ด้วยซ้ำ อีกฝ่ายพูดถึงภัยความมั่นคงของอาณาเขต จางอู่หยางก็พูดเรื่องกฎของการขายสินค้า แม้ว่าสินค้าที่จำเป็นต่ออาณาเขต หากเข้ามาขายที่อาณาเขตนั้นๆก็จะต้องยอมขายให้พวกเขาก่อนเป็นอันดับแรกตามกฎหมายจริง แต่...นั่นก็ไม่ได้มีระบุเอาไว้ว่าจะต้องขายขาดทุน
ราคาจริงของสินค้าคือเท่าไร ทางผู้ปกครองอาณาเขตอยากได้ก็ต้องจ่ายเพื่อทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยุติธรรม นี่ก็เพื่อดึงดูดพ่อค้าทั้งหลายด้วย หากพวกเขาบังคับให้ขายขาดทุน เช่นนั้นต่อไปก็คงไม่มีใครกล้าเข้ามาแล้ว
เพื่อเป็นการการันตีให้ขบวนพ่อค้ามั่นใจ จึงออกเป็นกฎหมายการค้าขึ้นมา และคำพูดของจางอู่หยางก็คือการบอกว่า คุณชายสามคนนี้กำลังต้องการทำผิดกฎหมาย!!
“แก!!” คนคำรามลั่นสั่นเครือ มือของเขากำแน่นจนแทบจะเห็นเป็นรอยเลือด แสดงออกว่าเขาโกรธจนต้องทำร้ายตัวเองเพื่อระงับอารมณ์
ซูหยวนฟังบทสนทนาเหล่านี้ก็จำไม่ได้แล้วว่าเธอได้ยินคำว่า “แก” จากปากของคุณชายสามมากขนาดไหน ดวงตาของเขายังถลึงมอง ราวกับแค่ทำแบบนี้แล้ว ทุกคนจะต้องยินยอมต่อเขาตามนิสัยพื้นฐานของตนเอง
“คุณชายสาม หากคุณชายต้องการผลึกพลังชีวิตนี้จริง...ก็แค่เข้าร่วมประมูลเท่านั้น กองทัพของพวกเราไม่ใช่จะไม่ขาย แต่ความต้องการของกองทัพก็คือผลึกบาเรีย ทำไมคุณชายสามไม่ใช้เวลานี้ตามหาผลึกบาเรียเพื่อมาแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างยุติธรรมล่ะ”
จางอู่หยางเห็นว่าตัวเขากระตุ้นมากพอแล้ว จึงได้หาทางลงให้ นี่เป็นการตบหัวแล้วลูบหลังของจริง เพียงแต่...ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบนี้ ก็เพื่อเด็กสาวตัวเล็กข้างกายเท่านั้น
เขาไม่เคยปล่อยให้ซูหยวนของเขาต้องเหนื่อยเกินไป สิ่งที่ต้องการก็พูดออกมาแทนแล้ว แผนการทั้งหมดก็ดำเนินการแทนให้ ดังนั้นตอนนี้...ทุกคนก็ได้รู้ว่ามีทรัพยากรบางอย่างที่กำลังจะเอาเข้าประมูล เป็นสินค้าที่คุณชายสามต้องการมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่จะช่วยท่านอัศวินได้ตามที่คุณชายสามได้พูดขึ้นมาก่อนหน้านี้!
“ที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่คือสิ่งใดหรือ? ของสิ่งนั้นจะช่วยท่านอัศวินได้ด้วยหรือ?”
“นั่นน่ะสิ คุณชายสามบอกว่ามันจะเป็นภัยต่อความมั่นคงถ้าพวกเราไม่ได้มันมา ของที่จะส่งผลต่อภัยความมั่นคงได้ขนาดนี้จะต้องเป็นของระดับไหนกันนะ”
“ไอ้พวกขยะพวกนี้มีของวิเศษเช่นนั้นด้วยหรือ?”
“นี่ ไม่ได้ยินหรือไง เมื่อวันก่อนก็มีเรื่องที่ขุนนางต้องการบังคับซื้อสินค้าจากพวกมันอยู่หรือ?”
“อ๋อ เรื่องนี้ก็ได้ยินมาเหมือนกัน เรื่องเกิดขึ้นที่ร้านอสุรา ตอนนั้นฉันก็อยู่ด้วย ร้านอสุราอยากได้ของมาก แต่ร้านปีกวิหคตอนนั้นปรากฏขึ้นเสียก่อน พวกเขาพูดประมาณว่าตัวเองได้จองสินค้าทั้งหมดไว้แล้ว บางที...ของที่จะเอาเข้าประมูล อาจจะผ่านร้านปีกวิหคก็ได้”
“มิน่าเล่า ปกติร้านปีกวิหคไม่ค่อยส่งของเข้าประมูล แต่เมื่อเช้าเห็นว่าเจ้าของร้านไปที่โรงประมูลด้วยตัวเอง ยังสงสัยอยู่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมประมูล หรือเป็นผู้ส่งของเข้าร่วมประมูลกันแน่”
ผู้คนมากมายที่อยู่รอบๆต่างก็พูดถึงเรื่องนี้กันยกใหญ่ ผลความสำเร็จของจางอู่หยางค่อยๆฉายออกมาทีละจุด ทีละอย่าง โดยเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ที่พวกเขาตัดสินใจไปร้านอสุราเพื่อสร้างเรื่องแล้ว แม้ว่าวันนี้จะไม่ใช่เหตุการณ์ที่คาดหวังไว้ แต่...มันก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือไปจากสิ่งที่พวกเขาคิดเลย
สินค้าของพวกเขากำลังจะกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านวิธีการนี้ อันซูหยวนที่รุ่นพี่พลทหารกำลังเป็นห่วง เวลานี้กลับไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเดินตามจางอู่หยางเท่านั้น ข่าวที่พวกเขาต้องการนำผลึกพลังชีวิตเข้าประมูลถูกนำไปบอกต่อทันที กระทั่งคุณชายสามก็รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
สาเหตุที่คุณชายสามเร่งพาคนมาจับพวกเขาเช่นนี้ก็เพราะกำลังกลัว....กลัวว่าแหล่งทรัพยากรนี้จะถูกคนอื่นแย่งชิงเอา เพราะอยากจะซ่อนแหล่งที่มาของผลึกพลังชีวิตเอาไว้ จึงวางแผนที่จะมาบังคับพวกเขาทำสัญญาให้เสร็จก่อนที่เรื่องผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่ช่วยท่านอัศวินได้จะถูกล่วงรู้โดยคนอื่น แต่ที่คุณชายสามไม่ได้คิดไว้ก่อนเลยก็คือ...ไอ้พวกขยะที่ไม่เคยก่อเรื่อง เวลานี้กลับกล้าต่อต้านขึ้นมา ราวกับว่าพวกมันรอเวลานี้มาโดยตลอด!!
คุณชายสามกัดฟันกรอด แม้ว่าเรื่องนี้คงจะถูกนำไปบอกต่อแล้ว ซึ่งอาจจะกำลังมีใครบางคนรีบมาที่นี่เพื่อมาต่อสู้กับเขา ทว่าตอนนี้ยังเป็นกระดานของเขาอยู่ ขอแค่สำเร็จก่อนที่จะมีพวกมดแมลงเข้ามาวุ่นวาย เท่านั้นก็เป็นอันจบแล้ว
“ฉันรู้ว่าเจตนาของพวกแกก็คือการนำสินค้าเข้าร่วมประมูลเพื่อให้ราคาสูงที่สุด แต่....อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ท่านอัศวินของพวกเรากำลังอยู่ในวิกฤติ ฉันก็หวังว่าทุกคนที่ทำมาหากินในอาณาเขตท่านอัศวินหงส์ขาวจะร่วมมือด้วย พวกเราต้องร่วมมือร่วมใจกันผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ แน่นอนว่า...ถึงจะไม่มากเท่ากับการนำเข้าโรงประมูล ทว่า....ในฐานะคุณชายสาม ฉันสัญญาว่าจะแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับกองทัพมนุษย์อย่างยุติธรรม”
คนพูดขึ้นมาด้วยท่าทางชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจางอู่หยางไม่ใช่คนฉลาด เขาคงจะเชื่อมั่นคำพูดนี้ไปแล้ว ซึ่งคำพูดนี้ก็ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆไหลตามไปได้จริงๆ
“คุณชายสามพูดได้ถูกต้องแล้ว ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องช่วยท่านอัศวินก่อน”
“ใช่ๆ เรื่องผลประโยชน์ค่อยคุยกันวันหลังก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องมาทะเลาะกันเพราะความเข้าใจผิดเล็กๆน้อยๆนี้เลย”
“นั่นน่ะสิ คุณชายพูดในนามของคุณชายสามเลยนะ เขาไม่มีทางผิดคำพูดอีกแน่”
“คนพวกนี้เป็นใคร มันรู้หรือเปล่าว่าตัวเองมาจากกองขยะ แค่พวกที่มาจากเขตมลพิษไร้ค่าเช่นนี้ คุณชายสามอุตส่าห์ลดตัวไปหาด้วยตัวเองก็ยังทำตัวหยิ่งผยอง แม้ว่าผลึกพลังชีวิตของมันจะมีประโยชน์ กระนั้นก็แค่ผลึกพลังชีวิตไม่ใช่หรือ? ฉันเดาได้เลยว่ามันก็เป็นแค่ของที่ทำประโยชน์ได้ชั่วพักชั่วครู่เท่านั้น ของจากเขตมลพิษชิ้นไหนมีดีบ้างล่ะ”
เมื่อเห็นกระแสสังคมเปลี่ยนไปเช่นนี้ รอยยิ้มของคุณชายสามก็ปรากฏขึ้น เขามองไปที่จางอู่หยางก่อนจะพูดอย่างผู้ชนะ
“ฉันได้พูดทั้งหมดที่ควรจะพูดแล้ว ดังนั้น...คิดว่าพวกแกก็คงจะรู้นะว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ถึงแม้ผลึกเพิ่มพลังชีวิตจะมีประโยชน์ แต่อย่าลืมว่าตัวเองเป็นใครเสียล่ะ สาเหตุที่พวกแกมาแลกเปลี่ยนสินค้าที่นี่ได้ก็เพราะความเมตตาของท่านอัศวินเท่านั้น ของที่เป็นขยะจากเขตขยะไม่ได้มีอะไรเลย ถ้าฉันแค่ออกปากห้ามไม่ให้ซื้อขาย คิดว่าพวกแกยังจะทำการค้าขายได้อยู่หรือ? ต่อให้ ผลึกเพิ่มพลังชีวิตจะมีค่าขนาดไหน พวกแกก็คงจะขายไม่ได้อีกแล้ว!”
พอพูดจบก็เงียบเสียง รอดูว่าจางอู่หยางจะตอบกลับอย่างไร คำพูดของเขาเมื่อครู่นี้ไม่ใช่แค่คำบอกเล่าเท่านั้น หากแต่เป็นการใช้คำข่มขู่เข้าไปด้วย ทว่าจากเหตุผลประโยคก่อน ผู้คนจึงไม่ได้คิดว่าคำขู่สุดท้ายผิดอะไร
ทัศนคติของพวกเขาหลายๆคนไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้วที่ปล่อยพวกขยะเหล่านี้เข้ามา ไม่ใช่ว่ามีการศึกษาวิจัยว่าพวกมันเป็นตัวนำสารพิษเข้ามาในดินแดนของพวกเขาหรอกหรือ? ค่าผ่านทางที่พวกมันต้องจ่ายก็คือค่าใช้จ่ายในการจัดการกับมลพิษ ดังนั้น...ถ้าหากพวกมันยังหน้าหนาไม่ยอมช่วยเหลือเวลาที่ดินแดนของพวกเขาเจอปัญหา พวกเนรคุณแบบนี้ก็ไม่ต้องปล่อยให้พวกมันเข้ามาแล้ว!!
จางอู่หยางรู้ว่าคุณชายสามกำลังเล่นกับใจคน แต่ตัวเขาก็มีวิธีเล่นกับผู้คนเหมือนกัน
“พวกเราก็อยากจะช่วย แต่ก่อนหน้านี้ขาดทุนไปกับผลึก 510 ชิ้นแล้ว ทรัพยากรของพวกเราไม่ได้มีมากนัก หากต้องเสียไปอีก...คงจะหมดตัวแล้ว คุณชายสามบอกว่าจะจ่ายราคาให้พวกเราตามจริง อย่างนั้น...คุณชายสามคิดว่าจะจ่ายเท่าไรหรือ?”
ได้ยินคำถามนั้น คุณชายสามก็เงียบไปก่อนพูด
“ตอนนี้เป็นสถานการณ์เร่งด่วน ควรจะจัดการกับผลึกพลังนั้นก่อนแล้วค่อยพูดถึงการแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม”
“ฮะ ฮะ คุณชายสาม...คุณคิดว่านี่เป็นการเล่นของเด็กๆไม่กี่ขวบปีหรือ? คิดจะเอาของพวกเราไปใช้ก่อนแต่ไม่ยอมจ่าย ผู้มีอำนาจของที่นี่เขาทำกันเช่นนี้หรือ?”
“จะพอได้หรือยัง” ฟังคำจางอู่หยางมาหลายประโยค ในที่สุดความสามารถในการระงับอารมณ์ของคุณชายสามก็กำลังจะพังแล้ว
ความกดดันที่เขาปล่อยออกมานี้ มีกระทั่งจิตสังหารออกมาด้วย อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่คนจะได้ลงมือ เวลานั้นกลับมีเสียงอึกทึกดังขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน
“คุณชายสามช่างมีอำนาจจริงๆ กระทั่งข่มขู่คนอื่นให้มอบสินค้าให้ แต่ไม่ยอมพูดเรื่องค่าใช้จ่าย แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการปล้นสะดมเลย ช่าง...ไม่เกรงกลัวกฎหมายจริงๆ” ผู้มาใหม่เข้ามาใกล้ก็กระโดดลงจากหลังม้าสีดำขนาดใหญ่ เขากล่าวไปพร้อมกับยิ้มเยาะไปด้วย
ชายหนุ่มเห็นว่าตัวเองกลายเป็นที่สนใจของทุกคนแล้ว เขาก็ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าพร้อมกับคนของตนเอง ทหารที่ตามมานั้นไม่ได้สวมชุดเหมือนทหารทั่วไป หากแต่เต็มไปด้วยชุดเกราะหนักจนเกิดเสียง “ตึง ตึง” ในทุกก้าวที่เดินออกมา ท่าทางของพวกเขาเช่นนี้ทำให้ผู้คนโดยรอบรีบแหวกทางให้เป็นสองฝั่ง
ทันทีที่ทุกคนได้เห็นเขาเต็มตา เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นโดยรอบทันที ซูหยวนสังเกตเห็นว่าคุณชายสามก็ยังชะงักค้างไปด้วย แสดงให้เห็นว่าคนที่เพิ่งมาใหม่นี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเลย
“นะ นี่ นี่ก็คือคุณชายสี่!!”
“คุณชายสี่มาที่นี่ตอนนี้ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาอยู่ตามชายอาณาเขตหรือ?”
“คุณชายสี่ที่ควบคุมกองทัพขณะนี้ ตัวเขาเป็นรองแม่ทัพต่อจากท่านอัศวินเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาที่นี่ด้วย ปกติตัวเขาเป็นพวกบ้าๆบอๆ สนใจแค่การสู้รบไม่ใช่หรือ? เพิ่งเห็นว่าเขาออกตัวให้ใครก็ครั้งนี้นี่แหละ ยิ่งเป็นแบบนี้..ก็ยิ่งมั่นใจได้เลยว่าคนของเขตมลพิษพวกนี้ มีบางอย่างที่คุณชายทั้งหลายจะต้องเอามาให้ได้!!”
…………………………………..