LNCrawler

บทที่ 374 ไม่ทันการ (อ่านฟรี 15 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 374 ไม่ทันการ (อ่านฟรี 15 มี.ค. 69)

บทที่ 374 ไม่ทันการ

 

“คนจากเขตมลพิษมีทรัพยากรอะไรกันแน่ คุณชายสามก็สนใจไปคนหนึ่งแล้ว ตอนนี้คุณชายสี่ก็ออกมาด้วย ดูท่า...คงจะเป็นของดีไม่น้อยเลยทีเดียว” 

 

คนโลภก็ยังโลภต่อไปโดยไม่รู้ว่าถ้าพวกเขาก้าวออกมาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ทว่าคนที่ฉลาดหน่อยย่อมรู้ดี ความขัดแย้งของคุณชายทั้งสองคนนี้จะทำให้สถานะของกลุ่มสกุลจางจากเขตมลพิษนี้เปลี่ยนไป

            

ในเมื่อพวกเขามีบางอย่างที่คุณชายทั้งหลายต้องการ ก็แปลว่า “บางอย่าง” นั้น มีคุณค่ามาก ต่อไปหากทำให้ดี พวกเขาจะกลายเป็นกลุ่มการค้าที่ร่ำรวยและมีอำนาจขึ้นมาก็ได้

            

อย่าลืมว่าทรัพยากรในเขตมลพิษนั้นเป็นทรัพยากรที่พวกเขาเท่านั้นที่หามาได้ ก็แค่ก่อนหน้านี้ของที่เอามาขายมีแค่แกนพลังงานที่ไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกเขามากนัก ทว่า...หากจู่ๆก็มีทรัพยากรบางอย่างที่มีคุณค่าสูงปรากฏขึ้น เช่นนั้น...อาจจะเป็นพวกเขาเสียเองที่ต้องง้อพวกมัน

            

พวกนั้นเข้าเขตศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาได้โดยไม่ได้รับอันตราย แต่พวกเขาไปเขตมลพิษแล้วจะตกตาย ดูก็รู้ว่าพวกไหนมีความได้เปรียบมากกว่า

 

“น้องสี่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราพูดคุยกันอยู่ หวังว่าน้องจะไม่เข้ามาวุ่นวายด้วยอีกคน”

 

“พูดคุยกันอยู่หรือ? ทำไมภาพที่ฉันเห็นไม่เป็นแบบนั้นเลยล่ะ” คนในชุดคลุมสีดำแค่นหัวเราะออกมา สายตาแสดงความดูแคลนพี่ชายของตนเองโดยไม่คิดปิดบัง ทำเอาคนที่อยู่ด้านหลังกัดฟันกรอด

 

“น้องสี่ หรือว่าเพื่อเรื่องแค่นี้...ต้องการจะมีปัญหากับฉัน?”

 

“มีปัญหากับพี่สามหรือ? นั่นไม่ใช่แน่นอน ก็แค่พวกเราอยากจะซื้อผลึกพลังชีวิตเหมือนกัน ทำไมพี่สามถึงคิดว่าการเสนอซื้อของฉันจะทำให้กลายเป็นสร้างปัญหาแทนล่ะ? ถ้าพวกเราซื้อในราคายุติธรรม คนที่มีกำลังทรัพยากรมากกว่าก็ได้ของไป เท่านั้นก็เพียงพอแล้วนี่ หรือว่า...พี่สามคิดจะเอาเปรียบคนขายหรือ?”

 

“น้องสี่!!”

 

“พี่สามอย่ามาข่มขู่ด้วยน้ำเสียงกับฉันเลย พี่ก็รู้ดีว่าฉันไม่ใช่คนที่จะมายอมอะไรแบบนี้ กลับกัน...ได้เห็นพี่สามวุ่นวายใจแล้ว กลับรู้สึกว่ามันสนุกมากกว่าอีก” คนหัวเราะร่วน ยิ่งทำให้คุณชายสามเส้นเลือดปูนโปนขึ้นมามากกว่าเดิม 

            

จางอู่หยางยังคงเงียบ รอดูว่าพวกเขาจะจัดการปัญหานี้อย่างไร กระทั่งคุณชายสามในที่สุดก็คิดได้ว่าจะจัดการสถานการณ์นี้อย่างไร

 

“เรื่องนี้บอกตามตรงว่าฉันเองคิดน้อยเกินไป เพราะเป็นห่วงท่านอัศวินมากก็เลยรีบร้อน แต่...ผลึกเพิ่มพลังชีวิตนี้ อย่างไรก็อยากให้ขายให้พวกเราก่อน ไม่ว่าจะเป็นน้องสี่ที่ได้ไป หรือจะเป็นฉัน สุดท้ายแล้วก็มีไว้เพื่อช่วยเหลือท่านอัศวินไม่ใช่หรือ?”

 

“โอ้ ถูกต้อง เป็นพี่สามที่ฉลาดที่สุด ดังนั้นให้พี่สามจัดการก็แล้วกัน พี่สามมีเงินหนาที่สุด อย่างนั้นก็ตกลงราคากับพวกเขาเถอะ รอบนี้ต้องขอให้พวกเขาให้ความร่วมมือไปก่อน”

            

คุณชายสี่หัวเราะออกมาในขณะที่พูด ท่าทางเหมือนจงใจมาก่อกวนนี้ทำให้คุณชายสามหนวดกระตุก เจ้าน้องชายคนนี้เป็นเช่นนี้มาตลอด ที่ผ่านมาไปอยู่เฝ้าตามชายแดนก็เลยไม่ค่อยปะทะกัน ไม่คิดเลยว่าเกิดเหตุครั้งนี้ คนก็ยังจะมาสร้างความลำบากให้เขาอีก

 

“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ตามมาได้แล้วใช่ไหม”

 

“ในเมื่อคุณชายสามจะให้ราคาที่ยุติธรรม อย่างนั้น...ก็น่าจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว อ้อ แต่ที่กองทัพต้องการยังคงเป็นผลึกบาเรีย ถ้าสามารถแลกเปลี่ยนกับผลึกบาเรียได้คงจะดีไม่น้อย”

 

“ได้ เรื่องนี้ต้องไปคุยกันก่อน” 

           

 ในที่สุดปัญหานี้ก็จบลงเสียที คุณชายสามเดินนำหน้าพวกเขา ในขณะที่คุณชายสี่ลอบมองพวกเขาเล็กน้อย เห็นคนยกยิ้มให้ตอนที่เดินผ่าน ซูหยวนก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ค่อนข้าง...น่ากลัว

           

 ไม่เหมือนคุณชายสามที่ทำทรงเงียบขรึม วางท่าใหญ่โต แต่กลับทำได้แค่ “แก!” แล้วก็ “แก!!” ทว่าคุณชายสี่คนนี้มาถึง พูดจาไม่กี่คำก็ตัดปัญหานี้ได้ สุดท้ายยังโยนปัญหาให้พี่ชายตัวเองที่ไม่ชอบหน้ากัน แล้วก็ยังทำให้กลุ่มสกุลจางมองในแง่ดีด้วย อ่า...ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาสามารถช่วยให้ท่านอัศวินได้รับผลึกพลังชีวิตเร็วขึ้นด้วย

            

เพราะคุณชายสี่เฝ้ามองดู คุณชายชามก็ไม่คิดจะเล่นตุกติกอีก ซูหยวนนำผลึกพลังชีวิตออกมา 500 ผลึก นับเป็นแค่ 1 ใน 10 ส่วนของผลึกพลังชีวิตที่นำมาทั้งหมด แต่เดิมแล้วพวกเขายังคิดว่าผลึกพลังชีวิตนี้น่าจะแลกเปลี่ยนได้ไม่กี่สิบชิ้น ไม่คิดเลยว่าจะแลกเปลี่ยนได้ตามจำนวนจริง

            

แม้ว่าผลึกบาเรียจะหาซื้อได้จากที่นี่ แต่ก็เป็นผลึกที่ต้องนำเข้าจากอาณาเขตอื่น มีความยากลำบากในการติดต่อและการขนย้าย พวกเขาสามารถแลกได้ 1 ต่อ 1 เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับซูหยวน...นี่เป็นการแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าที่คิดมาก

            

หลังจากนำผลึกบาเรียออกมา 500 ก้อน หน้าที่ของเธอที่นี่ก็จบแล้ว แต่ซูหยวนไม่อยากพลาดโอกาสในการเรียนรู้สถานที่แห่งนี้ เธอมีสัญญากับพวกวิหคดำทั้งสาม ดังนั้นจึงขอเจ้านายเพื่อที่จะอยู่ต่อ ในขณะที่ผลึกบาเรียทั้ง 500 นั้นจะถูกส่งออกไปโดยคนของจางอู่หยาง

            

การแลกเปลี่ยนนี้กลายเป็นการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทุกฝ่ายต่างก็จับตามอง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าคนจากเขตมลพิษมีสิ่งที่จะช่วยรักษาชีวิตของท่านอัศวินเอาไว้ได้ด้วย ดังนั้นตอนนี้...ผู้คนมากมายจึงไม่ต้องการจะเป็นศัตรูกับพวกเขา

            

ซูหยวนกลับไปพักที่ห้องตัวเอง รอจนกระทั่งเช้าตรู่ก็สั่งการให้คนของเผ่าวิหคดำไปทำงานให้ ทั้งสามถูกส่งไปหยิบยืมเอกสารและหนังสือที่ห้องสมุด ซึ่งมีแต่พลเมืองเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะเข้าไปได้

            

รอไม่นานพวกเขาก็กลับมา นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเข้าห้องสมุดด้วยเหมือนกันจึงใช้เวลามากหน่อย แต่ละคนต้องทำสมาชิกเพื่อลงชื่อหยิบยืมหนังสือ หนึ่งคนสามารถยืมมาได้เพียง 3 เล่มเท่านั้น ซึ่งรวมกันแล้วก็เป็น 9 เล่ม ดังนั้นวันนี้ซูหยวนจึงได้เก็บตัวอยู่ทั้งวันเพื่ออ่านเกี่ยวกับเอกสารที่ได้มา

           

 เธอต้องการรู้จักกับวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ ย่อมต้องอ่านเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพวกเขาก่อน ก็เหมือนกับที่เธอเคยได้อ่านจากองค์กร ความเชื่อของพวกเขามีหลากหลาย แต่จุดเชื่อมโยงหนึ่งที่เหมือนกันก็คือการที่พวกเขามีเทพเจ้าที่ช่วยปกป้องตนเองอยู่ โดยเทพเจ้าองค์นั้นได้ส่งอัศวินทั้ง 7 มาเพื่อปกครองอาณาเขตต่างๆแทนตนเอง

            

นอกเหนือจากประวัติความเป็นมาเหล่านั้นแล้ว ข้อมูลที่ซูหยวนทำความเข้าใจต่อไปก็มีในส่วนของ “จุดเชื่อมมิติ” ซึ่งเรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้เธอเชื่อมากกว่าเดิมว่าที่โลกใบนี้จะต้องมี “ผู้เล่น” อยู่แน่ๆ

            

ต่อให้เธอไม่มั่นใจว่า “เทพเจ้า” ที่ซ่อนตัวอยู่นั้นจะใช่ผู้เล่นหรือไม่ แต่การที่มีจุดเชื่อมมิติอยู่ตามอาณาเขตต่างๆ แถมปล่อยให้คนเข้าไปล่าทรัพยากรพวกนั้นได้ นี่ก็ชัดเจนอยู่แล้ว...

            

มันก็เหมือนกับตอนที่เธอปลดล็อกเมื่อระดับไปถึง 85 ตอนนี้ถ้าเธอต้องการ...ยังสามารถเอาประตูเชื่อมมิติออกมาได้ แล้วก็ทำให้ทุกคนสามารถเข้าไปล่าหมีขาวสุดแกร่งได้เช่นเดียวกัน

            

ที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาว ที่นี่มีจุดเชื่อมมิติถึง 3 แห่ง เป็นดินแดนที่มีทรัพยากรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินและการรักษา สิ่งที่พวกเขาสามารถช่วยเรื่องการเพาะปลูกได้มากที่สุดก็คือผลึกหยดน้ำที่มีส่วนช่วยการเติบโตของพืชผักและสมุนไพร ความได้เปรียบนี้จึงทำให้กลายเป็นดินแดนที่ผู้คนอยากจะแย่งชิงมากที่สุด

            

อ่านไปแล้วซูหยวนก็สนใจสถานที่แห่งนี้มาก แต่น่าเสียดายที่การเข้าไปมีข้อกำหนดเงื่อนไขสูง ปัจจุบันมีการเก็บค่าเข้าไปล่าทรัพยากรถึง 80 ส่วนจาก 100 ส่วน ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนทั้งสามของเผ่าวิหคดำจะยากจนขนาดนี้ แม้ว่าพวกเขาจะหมั่นเข้าไปล่าทรัพยากรไม่หยุดก็ตาม

            

ซูหยวนไม่มีความจำเป็นที่ต้องพยายามจะเข้าไปล่าทรัพยากรแข่งกับพวกเขา อีกอย่าง...ตามกฎหมายแล้วคนนอกอย่างเธอก็ไม่สามารถเข้าไปล่าทรัพยากรด้วยเช่นกัน ขนาดพลเมืองจากเขตอื่นๆก็ยังไม่ได้ คนจากเขตมลพิษจะเข้าไปได้ก็คงจะแปลกเกินไปแล้ว

            

เพราะการจำกัดจำนวนเข้าพื้นที่ก็เลยทำให้ราคาของทรัพยากรในแต่ละอาณาเขตขาดแคลน ราคาของพวกมันจึงสูงมากตามไปด้วย แน่นอนว่าแต่ละอาณาเขตพยายามจะเก็บความได้เปรียบของตนเองไว้ และก่อนหน้านี้...เขตมลพิษไม่ได้มีทรัพยากรอะไรที่พวกเขาต้องการเลย ไม่น่าแปลกใจที่ทุกคนไม่อยากจะแลกเปลี่ยนอะไรด้วย

            

ทว่าหลังจากนี้ก็ต่างออกไปแล้ว...

            

ตอนนี้พวกเขาพบพื้นที่ล่าแห่งหนึ่ง แม้ว่ามันจะเป็นพื้นที่หมอกพิษ กระนั้นก็ยังมีทรัพยากรที่พวกเขาจะต้องสนใจ นั่นก็คือ “ผลึกเพิ่มพลังชีวิต” และนอกจากนี้...ซูหยวนยังพบ “ผลึกเพิ่มความเร็ว” อีกด้วย ที่สำคัญก็คือผลึกโครงกระดูกที่แม้จะไม่ค่อยดรอปออกมา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ถ้าพวกเขารู้ทั้งหมด...คงจะต้องอิจฉาคนของเขตมลพิษที่ตัวเองดูแคลนจนน้ำตาไหลแน่ๆ

           

 ในขณะที่พวกเขาต้องระวังการแย่งดินแดนจากอัศวินข้างเคียง ทว่าใจเขตมลพิษไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น นี่เป็นเพราะไม่มีคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์คนไหนที่จะทนสารพิษที่พวกเขาเผชิญมาตั้งแต่เกิดได้

            

ถึงจะไม่รู้ว่าคนกลุ่มแรกที่สามารถทนอยู่ที่นี่จนสร้างเป็นดินแดนมนุษย์ได้นั้นเป็นคนกลุ่มไหน ทว่าเชื้อสายของเขาเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานจริงๆ ความได้เปรียบนี้...มีแต่ต้องขอบคุณพวกเขาเท่านั้น

            

เมื่อมีทรัพยากรที่คนอื่นต้องสนใจ ครั้งหน้าก็ไม่จำเป็นต้องมาเหมือนกับขอทานอีกแล้ว เหมือนกับที่จางอู่หยางได้เปิดเผยนิสัยที่แท้จริงของตนเอง ก่อนหน้านี้เขาทำได้แค่อดทนแล้วก็อดทนเพื่อให้ได้ทรัพยากรที่ดีขึ้น แต่หลังจากที่รู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งอะไร เขาจึงได้กล้าต่อต้านคุณชายสามขึ้นมาอย่างที่เห็น

            

ซูหยวนใช้เวลาตลอด 3 วันหลังจากนั้นเพื่ออ่านเนื้อหาเกี่ยวกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ เธอพยายามให้พวกเขาเอาหนังสือที่หลากหลายมามากขึ้น อย่างไรก็ตาม...ในวันที่ 4 ที่เธอกำลังตั้งหลักอ่านเอกสาร จู่ๆก็มีคนมาเคาะประตูตั้งแต่เช้าตรู่

 

“พี่จาง?” เห็นคนที่อยู่ด้านหน้า ซูหยวนก็ประหลาดใจไม่น้อย

            

หลายวันมานี้พวกเขาออกไปกันตั้งแต่เช้าและกลับมาตอนเย็น ส่วนเธออยู่แต่ในห้องทั้งวันเพราะหนังสือของดินแดนนี้ไม่อาจจะนำเอาออกไปได้ เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดก่อนที่องค์กรสกุลจางจะกลับ เธอจึงใช้เวลาตลอดทั้งวันและทั้งคืนไม่ได้ออกไปไหนเลย ทว่า...สีหน้าของคนที่มานี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก

 

“ท่านอัศวินอาการแย่ลงมากกว่าเดิม แม้แต่ผลึกเพิ่มพลังชีวิตก็ไม่สามารถช่วยรักษาคลื่นพลังชีวิตให้มีความเสถียรได้ ฉันคิดว่า...ตอนนี้เธอควรจะต้องออกไปก่อน”

            

จางอู่หยางทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องซูหยวน ตัวเขาคงจะออกไปไม่ได้ แม้ว่าจะเกิดเรื่องก็ตาม หากเขาถอนตัวเวลานี้ก็เป็นการยืนยันเลยว่าเจตนาของพวกเขาไม่ดี ทว่า...กับซูหยวนต่างกันออกไป เธอเป็นคนของกองทัพ มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนผลึกบาเรียกลับไป ดังนั้น...ถ้าเธอไม่อยู่หลังการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้นก็ยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก

            

แม้ว่าปัญหาจะยังไม่เกิดขึ้น แต่จางอู่หยางก็พอจะคาดเดาได้ว่าถ้าหากท่านอัศวินเป็นอะไรไปขึ้นมา คนที่จะต้องซวยไปด้วยก็คือพวกเขา

            

คนพวกนี้จะยอมใช้ตรรกะความคิดที่ถูกต้องและเป็นไปตามเหตุผลหรือไม่? เมื่อพวกเขาต้องเสียคนสำคัญไป ใครก็ตามที่สมควรจะต้องตายก็จะต้องตาย ดังนั้นพวกเขาที่เอาผลึกเพิ่มพลังชีวิตมาขาย สุดท้ายกลับไม่มีประโยชน์...อย่างนั้นพวกเขาก็อาจจะถูกโทษตายด้วยเช่นกัน

            

ซูหยวนได้ยินก็คิดทบทวนเล็กน้อย ต่อให้เธอไม่อยากทิ้งเจ้านายของตนเองแล้วหนีเอาตัวรอด แต่ถ้าเทียบกันแล้ว...จางอู่หยางที่ทรงพลังคงจะไม่เจอปัญหาง่ายๆ แทนที่เธอจะอยู่เป็นตัวถ่วงให้เขา สู้กลับไปแล้วเอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปรายงานให้หัวหน้าภารกิจข้างนอกคงจะดีกว่า

 

“เข้าใจแล้วค่ะ” เห็นเธอเชื่อฟังเช่นนี้ จางอู่หยางก็พอใจไม่น้อย

            

หากต้องสู้กัน คนที่เขาเป็นห่วงก็คือซูหยวน และนี่ก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาไม่ดีด้วย ดังนั้นซูหยวนที่เป็นเด็กดีแบบนี้ ย่อมทำให้เขาสบายใจมากกว่า

 

“เด็กดี” คนตัวโตลูบหัวซูหยวนเบาๆอย่างอดใจไม่ได้ 

            

เมื่อตกลงกันได้ คนของสกุลจางก็เตรียมดำเนินการทันที พวกเขาต้องการให้ซูหยวนออกไปในตอนเช้านี้ อย่างไรก็ตาม...การเตรียมการของพวกเขาดูจะช้าเกินไปหน่อย

 

“โอ้ ไม่คิดเลยว่าองค์กรสกุลจางจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ คงจะรู้มาก่อนว่าพวกเราต้องการเชิญไปพักด้วยกันสินะถึงได้เก็บของกันเสร็จตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้”

            

รอยยิ้มของผู้มาใหม่ทำให้ทุกคนชะงักไปตามๆกัน ซูหยวนจำได้ว่าชายคนนี้ก็คือ “คุณชายสี่” ที่สามารถโต้กลับคุณชายสามจนหน้าชากลับไป ตอนนี้เขามาพร้อมกับทหารของตนเอง วางท่าทางองอาจและดูแข็งแกร่งมาก สมกับเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ตามชายแดนมาโดยตลอด ไม่เหมือนกับคุณชายคนอื่นๆที่ดูคล้ายบัณฑิตมากกว่า

 

“คุณชายสี่มีน้ำใจ แต่พวกเราก็ได้เช่าที่พักเอาไว้แล้ว หลังจากนี้การเช่าห้องพักคงจะยากขึ้นมาก หากพวกเรายกเลิกการจองที่พักในช่วงนี้ จะทำให้การมาจองห้องพักครั้งหน้าเกิดปัญหาได้ ดังนั้นไม่ขอรบกวนคุณชายสี่...”

 

“ไม่ต้องพูดชักแม่น้ำทั้งห้าให้ฟังหรอก ฉันเป็นพวกนักรบมากกว่านักเจรจา พูดตามตรง...ก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้มีปัญหาเกิดขึ้น องค์กรสกุลจางที่ขายผลึกเพิ่มพลังชีวิตให้พวกเราก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนช่วยรักษาท่านอัศวิน ดังนั้น...ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องถูกควบคุมตัวเอาไว้ก่อน”

 

“แน่นอนว่าถ้าไม่มีปัญหาเกิดขึ้นจากผลึกเพิ่มพลังชีวิต ฉันก็ยืนยันได้เลยว่าจะไม่สร้างปัญหาให้ ดังนั้นคิดเสียว่าไปพักผ่อนในที่พักที่ดีกว่านี้ก็แล้วกัน”

            

คุณชายสี่ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป คนสกุลจางพวกนี้ไม่ใช่คนโง่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่รีบเคลื่อนไหวเช่นนี้ คงจะรู้อยู่แล้วว่าอาจจะกลายเป็นเป้าหมาย เป็นแพะรับผิดชอบเรื่องของความปลอดภัยของท่านอัศวิน แต่...สำหรับเขาแล้ว คนอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ถ้าคนพวกนี้อยู่ในการดูแลของเขา ตราบเท่าที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาก็จะไม่ปล่อยให้ต้องรับผิดชอบเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ทำ

            

จางอู่หยางรู้ดีว่าไม่สามารถขัดความต้องการของอีกฝ่ายได้ ยิ่งคนตรงหน้าก็คือคุณชายสี่ที่ได้ชื่อว่าเป็นพวกตัดสินใจอะไรแล้วจะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ ดังนั้นเขาก็ทำได้แค่ต้องตามไปเท่านั้น

 

……………………………….