LNCrawler

บทที่ 375 เด็ดขาด (อ่านฟรี 16 มี.ค.69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 375 เด็ดขาด (อ่านฟรี 16 มี.ค.69)

บทที่ 375 เด็ดขาด

            

เพราะช้าไปก้าวเดียว ซูหยวนจึงหนีออกไปจากดินแดนศักดิสิทธิ์นี้ไม่ได้ คนของคุณชายสี่เดินล้อมหน้าล้อมหลังไม่ให้ใครหนีไปได้ ปากบอกว่าไม่ได้ต้องการจะจับกุมตัว แค่เป็นการควบคุมเผื่อเกิดเรื่อง แต่การแสดงออกของพวกเขาไม่ใช่เช่นนั้นเลย

            

เมื่อไม่กี่วันก่อน กลุ่มของจางอู่หยางเป็นที่รู้จักมาก เพราะมีข่าวลืออออกไปว่าพวกเขามีทรัพยากรในการช่วยประคองชีวิตผู้คน แม้แต่ท่านอัศวินก็ยังได้รับประโยชน์จากส่วนนี้ด้วย ดังนั้นหลายคนคาดการณ์กันไปว่าสถานะของพวกคนจากเขตมลพิษอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้

            

พ่อค้าแม่ขายหลายคนเตรียมจะติดต่อพวกเขาเพื่อชมสินค้าใหม่ที่ล้ำค่านั้น นี่ทำให้ไม่กี่วันที่ผ่านมา...กลุ่มสกุลจางสามารถเดินไปรอบๆเพื่อเจรจาพูดคุยการค้าและความร่วมมือได้อย่างดี ทว่า...ภาพที่พวกเขาเห็นในตอนนี้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น แต่ก็มีข่าวลือออกไปแล้วว่าสินค้าที่พวกเขาเอามาขาย แท้จริงแล้วไม่มีคุณภาพ และอาจจะเป็นภัยต่อผู้ใช้งานด้วย

            

ข่าวลือแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงชั่วโมงกลับมีข่าวลือออกไปว่าท่านอัศวินสิ้นใจเพราะยาพิษของพวกคนจากเขตมลพิษเสียแล้ว กลายเป็นความสั่นคลอนในจิตใจของผู้คนเข้าไปอีก

            

แต่ทางด้านของซูหยวนและกลุ่มสกุลจาง พวกเขาเพียงแค่เดินตามคุณชายสี่มายังที่พักของตน ไม่ได้มีสถานการณ์ตึงเครียดใดๆระหว่างทางเลย แน่นอนว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพวกเขาปฏิบัติตาม ไม่มีท่าทีคิดจะหลบหนีอีก

            

ใช้เวลาไม่นานก็เข้ามาในเขตพื้นที่ระดับสูง ก็เหมือนกับเขตมลพิษที่แบ่งออกเป็นเขตชั้นนอก เขตชั้นกลาง และเขตชั้นใน ที่นี่ก็แบ่งเป็นชุมชนเมืองและชุมชนยากไร้เช่นกัน แม้จะไม่มีบาเรียป้องกันแต่ละเขตเหมือนที่เขตมลพิษ กระนั้น...ที่นี่ก็มีเส้นแบ่งเป็นถนนยาว เป็นทางรถเคลื่อนผ่าน เมื่อข้ามถนนเส้นนี้ไป ก็จะไปยังส่วนของผู้คนร่ำรวย เป็นบ้านเมืองที่วิจิตรตระการตา ในขณะที่อีกฝั่งกลับเหมือนกับบ้านเมืองแห่งการโจรกรรม มีเพียงความดำมืดของสถานที่ให้เห็นเท่านั้น

            

บ้านของคุณชายสี่นั้นค่อนข้างเหมาะสมกับเขา แทนที่จะเป็นโครงสร้างบ้านที่หรูหรา เข้ามาข้างในกลับเห็นเป็นประตูรั้วสีดำขนาดใหญ่ คล้องไปด้วยโซ่และกุญแจมากมาย ทหารที่เฝ้าประตูทำความเคารพพวกเขาด้วยท่าทางจริงจังสุขุม แค่มองเข้าไปข้างในนี้ ซูหยวนก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะเข้าไปพักอยู่ในกองทัพมากกว่าบ้านของคน

 

“ย๊ะ!!”

 

“ฮ่า!!” 

            

เคร้ง!!

            

เสียงการฝึกซ้อมของทหารดังไปทั่วทั้งบริเวณ ยังมีกลิ่นเหงื่อของทหารจากเผ่าต่างๆที่ประเดประดังเข้ามาในจมูก ทำเอาซูหยวนต้องลอบย่นจมูกเพื่อขับกลิ่นเหม็นเขียวเหล่านี้ออกไป

            

ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคุณหนูรักสะอาดขนาดนั้น แต่กลิ่นของผู้คนจากเผ่าที่ต่างกันนั้นก็แตกต่างกันด้วย จากที่เธอเห็น...ที่นี่ส่วนใหญ่ทหารจะมาจากเผ่าวิหคต่างๆ สิ่งนี้ทำให้กลิ่นของพวกเขามีเอกลักษณ์มาก มันเหมือนกับกลิ่นสัตว์ปีกที่มาอยู่รวมกันมากๆนั่นแหละ นี่ไม่รวมว่านอกจากพวกเขาแล้วก็ยังมีตัวแทนเผ่าอื่นๆอีก

            

เจ้าสุนัขทมิฬที่จมูกดีก็ส่งเสียงไม่พอใจในลำคอราวกับต้องการฟ้องเจ้านายของมัน ตอนนี้ซูหยวนอยู่บนหลังของมัน นี่ก็เพื่อถ้าเกิดเรื่องอะไร มันจะได้พาเธอหนีได้ เป็นความคิดของจางอู่หยางที่เป็นห่วงซูหยวนมากกว่าใครๆ

            

เกร้ง!!

 

“ทุกคนหยุดมือก่อน...” ระหว่างทางที่พวกเขาติดตามคุณชายสี่ไป ชายร่างใหญ่คนหนึ่งก็ก้าวออกมาก่อนจะยกมือสั่งห้ามไม่ให้ทุกคนซ้อมอีกต่อไป

            

สายตาของทหารที่มองเขาเต็มไปด้วยคำถาม เจ้าตัวจึงหันมามองสมาชิกของกลุ่มสกุลจางเล็กน้อยแทนการตอบ เห็นเช่นนั้นแล้วทุกคนก็พยักหน้าเข้าใจทันที

 

“อ๋อ ไอ้พวกขยะนี่เอง”

 

“เหอะ! พวกเราถือโอกาสนี้พักผ่อนเถอะ อย่าให้พวกมันเห็นว่าพวกเราฝึกซ้อมกันอย่างไร ไม่เช่นนั้น...พวกขยะนี้อาจจะลอกวิธีการฝึกของพวกเราก็ได้”

 

“ถูกต้องๆ อย่าแสดงวิธีฝึกให้มันได้เห็น ขยะพวกนี้ไม่ได้มีทรัพยากรของตัวเอง แปลว่าวิธีการฝึกฝนก็คงจะไม่มีด้วยเช่นกัน ดูสายตาของพวกมันสิ มองพวกเราราวกับต้องการจะคัดลอกเลย”

 

“เหอ เหอ เหอ พวกมันช่างโง่เขลาเสียจริง คิดหรือว่าวิธีการฝึกฝนของพวกเรานี้จะลอกเลียนแบบได้ในเวลาอันสั้นน่ะ” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นตลอดทาง ทหารเหล่านั้นไม่ชอบคนจากเขตมลพิษเหมือนกับประชาชนคนอื่นๆนั่นแหละ ดังนั้นเมื่อเห็นพวกเขา ก็อดไม่ได้ที่จะกระแนะกระแหนไปสองสามคำ

            

ซูหยวนและคนอื่นๆทำหูทวนลมอยู่ตลอด ต่อให้พวกเขาพูดอะไร พวกเธอก็ทำเป็นไม่ได้ยิน การกระทำเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของทหารโดยตรง พวกเขาพูดจาไม่ดีก็เพื่อกระตุ้นให้คนอื่นโกรธ เมื่อคนๆนั้นลงมือ พวกเขาก็มีเหตุผลที่จะโจมตีกลับได้ แต่พวกจางอู่หยางกลับไม่เคลื่อนไหว ทั้งยังทำเหมือนไม่ได้ยินพวกเขาอีกด้วย

 

“ไอ้พวกขี้ขลาด! สมแล้วที่เป็นพวกขยะ ถ้าเป็นฉันถูกพูดใส่ขนาดนี้คงจะยอมรับไม่ได้หรอก”

 

“นั่นน่ะสิ ไสหัวไปหลบที่อื่นเถอะ อย่ามาเสนอหน้าให้พวกเราเห็นเลย รู้สึกอยากจะอ้วกจริงๆ!!” เมื่อเห็นพวกเขาไม่ตอบโต้ใดๆ หลายคนรู้สึกหมันไส้ขึ้นมา แต่หลายคนกลับสะใจมากกว่าเดิม

            

การได้โจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้ ใครบ้างจะไม่ชอบ...

            

เดิมทีการยั่วยุก็เป็นแค่การใช้เสียงเท่านั้น จางอู่หยางและคนของเขาสามารถไม่สนใจได้ เพราะที่ผ่านมาก็ทำเช่นนั้นโดยตลอด แต่จู่ๆพวกเขาที่กำลังสนุกก็ล้ำเส้นขึ้น

            

เกราะเบาที่น่าจะถูกถอดโยนทิ้งไว้สักพักหนึ่งถูกโยนออกมาราวกับจานบิน มันถูกโยนมาโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เจตนาก็คือต้องการให้ลงบนหัวของใครก็ได้ในกลุ่มของเขา

            

นักล่าของสกุลจางที่อยู่ใกล้ที่สุดยกมือของตนเองปัดไปเต็มแรง ทำเอาเกราะเบานั้นฟาดลงไปกับพื้นแล้วจมลงไปเกือบ 50 เซนติเมตร เห็นเป็นเกราะเบาที่มีราคาสูงยุบตัวลงไปเป็นรอยแตกระแหงของพื้นดิน ซึ่งภาพนี้ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง

            

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเกราะเบาสำหรับทหารทั่วไป แต่อย่าลืมว่าทหารทั่วไปที่ว่านี้ก็คือทหารของคุณชายสี่ได้ชื่อว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว ดังนั้นไม่อาจนำไปเปรียบกับมาตรฐานของทหาร “ทั่วไป” ของคนอื่นได้ 

            

ทรัพยากรที่พวกเขาใช้อยู่ถือเป็นของระดับสูงในบรรดาทหารด้วยกัน คุณชายสี่พาทหารของเขาไปเฝ้าบริเวณเขตชายแดนอยู่เสมอ และที่นั่นก็มีพื้นที่สำหรับการล่าทรัพยากรอยู่ด้วย ด้วยข้อได้เปรียบนี้ทำให้เขาสามารถพาทหารของตนเองเข้าไปรวบรวมทรัพยากรได้ทุกวัน เกราะเบาที่ถูกทำลายไปนี้ก็เป็นหนึ่งในทรัพยากรที่พวกเขาหามาได้

            

การที่เกราะเบาซึ่งสามารถทนการโจมตีที่รุนแรงถูกปัดตกลงไปจนจมดินนั้นทำให้พวกเขาประหลาดใจมากที่สุด ตรงกลางเกราะเบานั้นยังมีรอยกำปั้นของนักล่าผู้นั้นอยู่ด้วยเลย สิ่งนี้ทำให้การคาดการณ์ของคุณชายสี่ก่อนหน้านี้ถูกต้องแล้ว

            

เขาคิดมาเสมอว่าคนในเขตมลพิษไม่ใช่คนที่ไร้ค่าอ่อนแออย่างที่เข้าใจ แต่ความคิดนี้ถูกคนอื่นปัดตกไปหลายต่อหลายครั้ง ทุกคนยังปฏิบัติต่อคนเหล่านี้เช่นที่เคยผ่านมา ไม่ยอมให้อีกฝ่ายกลายเป็นพันธมิตรคนสำคัญ สิ่งนี้เขาเคยเตือนไปแล้วว่าการสร้างปัญหาให้กับผู้มาเยือน สักวันอาจจะเป็นพวกเขาที่ต้องเจอปัญหา

            

แน่นอนว่าที่ผ่านมา ความคิดของเขาถูกผู้คนหัวเราะเยาะมากมาย คนพวกนั้นบอกว่าเขาขี้ขลาด กลัวกระทั่งพวกคนจากเขตมลพิษ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่พูดความคิดนี้ออกมาอีก

            

แต่สิ่งที่ได้เห็นตอนนี้ กลับกระตุ้นความคิดที่จะนำเรื่องเข้าการประชุมใหญ่อีกครั้ง! พวกเขาไม่ใช่แค่เป็นขยะที่ขายแค่แกนพลังงานแล้ว แต่ยังเป็นคนขายผลึกเพิ่มพลังชีวิต อีกทั้งความสามารถของพวกเขา...ไม่ใช่ธรรมดาเลย

 

“เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนลงมือก่อความวุ่นวาย” 

 

ชายหนุ่มก้าวออกมาข้างหน้า ถึงคนเหล่านี้จะกล้าพูดจาไม่ดีต่อแขก เขาก็ไม่พูดอะไร ความคิดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขา อยากจะรักหรือชอบใครก็ทำได้ แต่...การเคลื่อนไหวโดยไม่ได้ฟังคำสั่งจากผู้บัญชาการนั้นไม่เหมือนกัน

            

นี่เรียกว่าการทำผิดกฎทหารที่ร้ายแรงในความคิดของเขาเลย!

 

“คนที่ลงมือจงออกมาข้างหน้าเดี๋ยวนี้” 

 

คนมีอำนาจสั่งอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ดึงดาบออกมาจากฝักด้วย เจตนาของเขาก็คือการลงโทษขั้นเด็ดขาด คนที่กล้าทำในสิ่งที่เขาไม่ได้สั่งก็เหมือนกับกบฏ ดังนั้นโทษตายจึงสมควรแล้ว

 

“คะ คุณชาย...” คนที่เพิ่งลงมือก้าวออกมา ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพราะติดตามคุณชายสี่มาเป็นเวลานาน ย่อมรู้นิสัยที่แท้จริงของอีกฝ่าย

            

ตัวเขาเอาแต่เล่นสนุกเกินไป เป็นพวกเพื่อนๆพูดกันสนุกสนานแล้วคุณชายสี่ไม่ตำหนิก็เลยกระทำเลยเถิดไปหน่อย แต่นี่...มันก็แค่การกระทำเล็กๆน้อยๆเท่านั้นใช่ไหม? ถึงคุณชายสี่จะเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ดี แต่ก็ไม่น่าจะ...

            

ในขณะที่เขาคิดว่าควรจะพูดอะไรอีกสักคำสองคำ เวลานั้นเองที่ดาบข้างเอวของคุณชายสี่ก็ถูกดึงออกมาแล้ว 

            

ฟวับ!!!

            

ด้วยการตวัดดาบเพียงครั้งเดียว หัวของทหารคนนั้นก็หลุดลงไปกลิ้งอยู่ด้านล่างทันที ทำเอาทหารทุกคนที่ก่อนหน้านี้กำลังร่วมกันหัวเราะเยาะเย้ยกลุ่มสกุลจางผงะไปตามๆกัน

 

“ถ้าฉันเห็นว่าใครคิดจะรังแกแขกของฉันอีก....คงไม่ต้องให้บอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ได้ยินคำประกาศเช่นนั้น ทหารทุกคนก็รีบรับคำทันที พวกเขาทำความเคารพคนเป็นเจ้านาย แต่มือของทุกคนกลับสั่นเทาไปด้วยความกลัว

            

ดีแค่ไหนแล้วที่คนๆนั้นไม่ใช่ตนเอง! หากร่วมลงมือไปด้วย ศพที่กองอยู่คงจะไม่ใช่แค่เจ้าปากเปราะตรงหน้าแล้ว แต่จะต้องมีหัวของพวกเขาด้วย!

            

อันซูหยวนเห็นการกระทำที่เด็ดขาดของอีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองอีกครั้ง ปรากฏว่าคุณชายสี่คนนี้ไม่ได้เลวร้ายมากนัก ไม่สิ! จะบอกว่าไม่เลวร้ายก็ยังสรุปไม่ได้ ต้องบอกว่าตัวเขาเป็นคนรักษาคำพูดต่างหาก

            

เมื่อบอกว่าถ้าพวกเขาไม่ผิดก็จะปกป้อง เขาก็กำลังทำเช่นนั้นจริงๆ พอเห็นแบบนั้นแล้วก็สบายใจมากขึ้น จนกว่าผลจะสรุปออกมาว่าผู้ลงมือคือใคร เช่นนั้นความปลอดภัยของพวกเธอจะได้รับการดูแลโดยองค์ชายสี่คนนี้

            

หลังจากจัดการคนของตนเองแล้ว คุณชายสี่ก็ปรายตามองเกราะเบาที่ยับยู่ยี่ในดิน เขารู้มาก่อนว่าคนจากเขตมลพิษไม่ใช่พวกอ่อนแออย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้

            

ถ้าตัวเองต้องปัดเกราะเบาที่พุ่งมากะทันหัน ด้วยพลังของเขาก็ไม่น่าจะทำให้เกราะเบานี้ยุบจมดินไปได้ ยิ่งไม่ต้องพูดว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด เขาก็ยังทำได้ขนาดนี้....ดูเหมือนว่าสถานการณ์หลังจากนี้คงจะไม่ง่ายนัก พี่สามคิดจะเล่นตลกกับพวกเขา คงจะกลายเป็นการเตะเข้าตอขนาดใหญ่แทน

            

ห้องพักที่คุณชายสี่ยกให้พวกเขาพักผ่อนมีทั้งหมด 5 ห้อง ซูหยวนได้รับสิทธิพิเศษหนึ่งห้องตามคำขอ จางอู่หยางในฐานะผู้นำกลุ่มก็ได้รับหนึ่งห้องส่วนตัว ขณะที่อีก 17 คนแยกย้ายกันไปพักในห้องใหญ่ ซึ่งสะอาดกว่า สะดวกกว่า และใหญ่โตกว่าโรงแรมมาก

            

ถ้าไม่ติดที่ว่าพวกเขามีการควบคุมการใช้ชีวิตเหมือนกับนักโทษ คนขององค์กรนักล่าสกุลจางแทบจะถูกเรียกเป็นแขกคนสำคัญเลย...

            

อันซูหยวนเข้าไปในห้องของตนเอง เธอสำรวจห้องขนาดใหญ่นี้ด้วยความสนใจ ชีวิตหรูหราเช่นนี้เธอเคยพบในชีวิตก่อนตอนติดตามเจ้านายไปทำงานต่างจังหวัด แล้วเจ้านายก็เช่าโรงแรมระดับ 5 ดาวให้ เดิมทีไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้พบเจอกับความสุขสบายสุดวิเศษนี้อีก ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจออีกครั้ง

            

อาหารหรูรามากมายถูกนำออกมาต้อนรับ มีทั้งอาหารคาวและหวาน ช่างเป็นเหมือนสวรรค์บนดินจริงๆ เมื่อเทียบกับชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ หรือแม้แต่ที่เขตมลพิษ!

            

จากที่เคยกินแค่ข้าวต้มไร้วิญญาณสัตว์ เวลานี้กลับมีอาหารแสนอร่อยอยู่ตรงหน้ามากมาย ซูหยวนจึงสามารถกินได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม...เมื่อเธอกินไปได้ครึ่งหนึ่ง สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เธอเป็นสายตาเดียวแล้ว

 

“ดูเหมือน....คุณผู้หญิงคนนี้จะเคยชินกับการกินอาหารระดับสูงเหล่านี้แล้วสินะ ถึงไม่มีอาการจุกเสียดท้อง” คุณชายสี่ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าเด็กสาวที่ตามกลุ่มมาเงียบๆจะมีความลับที่แสนพิเศษซ่อนอยู่

            

เขายังได้ตรวจสอบเธอเงียบๆ และยิ่งสังเกตก็ยิ่งเห็นความผิดปกติจริงๆ

 

“เธอ....ที่จริงแล้วเคยเป็นคนของดินแดนศักดิสิทธิ์นี้หรือเปล่า” ได้ยินคำถามนี้ คิ้วของซูหยวนก็เลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ

 

“ฉันไม่ได้กลิ่นสารพิษใดๆในตัวเธอ ต่างกับพวกคนจากเขตมลพิษโดยสิ้นเชิง และการที่เธอคุ้นเคยกับการกินอาหารระดับสูงเช่นนี้ ช่างเหมือนกับชนชั้นสูงในดินแดนของพวกเราจริงๆ” คนพูดหรี่ตาลงอย่างจับผิด ถึงแม้ความคิดนี้ตัวเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ทว่า...เด็กสาวคนนี้ก็น่าสงสัยเกินไป

 

………………………………