บทที่ 376 ตรวจสอบเอกสาร (อ่านฟรี 17 มี.ค.69)
บทที่ 376 ตรวจสอบเอกสาร (อ่านฟรี 17 มี.ค.69)
บทที่ 376
แม้ว่าอันซูหยวนจะไม่ได้มีร่างกายบอบบางเหมือนคุณหนูลูกหลานขุนนางเนื่องจากเธอออกกำลังกายมาก และยังผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งการที่เลือกอาวุธเป็นธนู...สิ่งนี้ยิ่งทำให้ง่ามนิ้วของเธอเกิดเป็นรอยด้านที่ชัดเจน ต่อให้กินน้ำบริสุทธิ์เข้าไปมากแล้ว ก็ยังฟื้นฟูได้ไม่ทั้งหมด
ความสงสัยนี้ไม่ได้มีแค่กับคุณชายสี่เท่านั้น แต่คนของกลุ่มสกุลจางเองก็คิดเช่นนั้นด้วย พวกเขารู้ว่าที่โลกใบนี้มีอาหารอยู่มากมาย แต่ไม่ใช่ในพื้นที่มลพิษของพวกเขา ที่ผ่านมามีความพยายามอย่างมากที่จะผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยน หากพวกเขาสามารถนำผลึกพลังงานมาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรเหล่านี้ได้ คงจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่อดอยากอีก
อย่างไรก็ตาม....นั่นเป็นแค่ความหวังริบหรี่เท่านั้น สาเหตุที่พวกเขาไม่เปิดเผยเรื่องดินแดนศักดิสิทธิ์นี้ให้คนทั่วไปรู้ ก็เพราะรู้ว่าพวกเขานั้นไม่มีความสามารถมากพอที่จะผ่านเขตพื้นที่ล่ามาได้ อีกทั้ง...เมื่อมาถึงแล้ว สถานะของพวกเขาจะเป็นอะไรได้? มีแต่จะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนก็เท่านั้น
เขารู้ว่าหลายคนอาจจะใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อจ่าย หรือขายตัวเองให้กลุ่มผิดกฎหมายเพื่อพามายังดินแดนแห่งความหวัง แต่สุดท้ายแล้ว...พวกเขาจะผ่านมันไปได้จริงๆหรือ? คนของดินแดนศักดิสิทธิ์มากมายนี้ก็ยังเอาตัวไม่รอด จะมีอาหารเหลือมาถึงพวกเขาได้อย่างไร
ดีกว่าที่จะทำให้พวกเขามีความหวังลมๆแล้งๆ พวกที่มีความแข็งแกร่งจึงเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมด นั่นก็คือ...คนที่แข็งแกร่งพอเท่านั้นที่ควรจะรู้จักดินแดนแห่งนี้ ส่วนคนที่ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น...ให้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างที่เคยชินก็พอ อย่างน้อยก็มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป
แต่ปัญหาก็คือ แม้อาหารตรงหน้าจะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน จำนวนมากมายนี้..พวกเขาก็กินได้เท่าไรก็ได้เหมือนกัน แต่สุดท้าย...กินไปเพียงไม่กี่คำกลับรู้สึกปวดท้อง อึดอัดและแน่นไปทั้งตัว
นี่เป็นปฏิกิริยาของคนที่ไม่เคยได้สารอาหารดีๆมากมายเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นร่างกายยังปรับตัวไม่ได้ ส่งผลให้พวกเขาต้องวางช้อนตั้งแต่ที่ยังกินได้ไม่กี่คำเท่านั้น
รวมถึงคุณชายสี่ก็ด้วย อาหารนี้เป็นอาหารที่ล้ำค่า ปลูกในเขตศักดิสิทธิ์ซึ่งมีประมาณ 500 แปลงในอาณาเขตของพวกเขา และนับเป็นจำนวนแปลงที่มากที่สุดในบรรดาอาณาเขตทั้งหมดแล้ว
แปลงศักดิสิทธิ์นี้ไม่เหมือนแปลงเพาะปลูกทั่วไป เพราะแปลงศักดิสิทธิ์สามารถให้ผลผลิตที่คงคุณภาพเดิมได้ และยังมีพลังงานที่บริสุทธิ์ในนั้นด้วย
ในฐานะที่เขาเป็นคุณชาย ลูกชายบุญธรรมของท่านอัศวินที่เป็นเจ้าของอาณาเขต จึงมีส่วนแบ่งมากกว่าทุกๆคน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้กินดื่มอย่างดีเช่นนี้เป็นประจำ
วันนี้เพราะอยากนำทรัพยากรที่ล้ำค่ามาเสนอ เขากำลังคาดหวังว่าถ้าไม่มีปัญหาอะไร ในอนาคตอาณาเขตของพวกเขาอาจจะได้รับสิทธิในการซื้อขายผลึกเพิ่มพลังชีวิตนั้นแต่เพียงผู้เดียว
ไม่ใช่ว่าที่เขตมลพิษก็ขาดแคลนอาหารมากหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ของที่พวกเขาต้องการก็ควรจะเป็นอาหาร
อย่างไรก็ตาม แม้แต่ตัวเขาที่ยังกินได้แค่ 2 เท่าของคนสกุลจาง เด็กสาวคนนี้ที่ดูผอมแห้งทำไมถึงยังกินต่อได้เรื่อยๆ เวลานี้เธอกินเนื้อย่างที่พลังงานหนาแน่นกว่าอาหารอื่นๆไป 2 ชิ้นแล้ว ช่าง...น่าแปลกจริงๆ
เพราะซูหยวนไม่ได้คิดเรื่องนี้ เธอเห็นแค่ว่าดินแดนนี้มีอาหารอยู่มากมาย พืชพรรณเติบโตได้ดีเหมือนแผ่นดินเกิด อีกอย่าง...ความหิวก็ทำให้คนตาลายได้ ดังนั้นซูหยวนจึงพลาดท่าไปแล้ว
เธอหลงกินเนื้อย่างไป 2 ชิ้นเต็มไป แถมยังจิ้มผักกินแกล้มไปอีกไม่น้อย พอเห็นว่าพวกเขาไม่แตะต้องอาหารแล้ว ทั้งยังสงสัยตนเอง ซูหยวนก็วางช้อนแล้วดื่มน้ำฝืดเฝื่อนนี้ลงคอ
“เรื่องที่คุณสงสัยไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วค่ะ พ่อแม่ของฉันเกิดที่เขตมลพิษ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้กลิ่นสารพิษจากตัว อาจจะเป็นเพราะฉันฝึกการใช้ธนู มีทักษะในการอำพรางตัวอยู่ในรายการฝึกด้วย”
หญิงสาวตอบกลับโดยไม่กระพริบตา ท่าทางไม่มีพิรุธทำให้อู่หยางลอบยิ้ม
คนอื่นไม่รู้ แต่เขาจะไม่รู้หรือ? น้ำสีเขียวที่พ่อแม่ของเธอดื่ม ไม่ใช่น้ำผักผลไม้หรือน้ำสมุนไพรจากดินแดนนี้หรือ? เขารู้ความลับของเธอมาสักพักแล้วแต่ก็ไม่คิดจะเปิดเผย ดังนั้นถ้าจะสงสัยก็สงสัยแค่ท่าทางการกินของเธอ ซึ่งดูคุ้นเคยกับวิธีการหั่นเนื้อมากก็เท่านั้น
“หึ เป็นอย่างนั้นหรือ? ดูเหมือนที่เขตมลพิษนี้จะมีความลับเยอะจริงๆ น่าเสียดายที่พวกเราไม่สามารถออกไปที่เขตมลพิษได้ด้วยตัวเอง” คุณชายสี่ไม่เชื่อ เหมือนกับที่ทุกคนไม่เชื่อ
ทว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวของหญิงสาว ตัวเขาต่อให้อยากรู้ก็เค้นคอถามคนที่ไม่มีความผิดไม่ได้
“ถ้ากินได้ก็กินต่อเถอะ อาหารเหล่านี้ทำมาเพื่อพวกคุณ แต่ก็แค่มื้อนี้เท่านั้น เพราะมื้ออื่นๆคงจะเป็นอาหารธรรมดาที่ไม่ได้มาจากแปลงเพาะปลูกศักดิสิทธิ์”
คนผายมือเชิญ ซูหยวนคิดเล็กน้อย สุดท้ายก็ลงมือกินอีกครั้ง...
เธอไม่ได้อดอยากขนาดที่จะต้องกินของคนอื่นจนหมด แต่หมูย่างสองชิ้นเล็กๆนี้เพียงพอสำหรับกระเพาะของผู้อดอยากได้อย่างไร
อีกอย่าง...พวกเขาก็คงจะมีข้อสงสัยในใจ ดังนั้นต่อให้กินเพิ่มหรือไม่กินเพิ่มก็คงจะมีค่าเท่าเดิม คิดข้อดีข้อเสียแล้ว เธอก็เลือกที่จะกินๆให้จบไป
ใช้เวลาต่ออีกเกือบ 10 นาที ในที่สุดซูหยวนก็กินอิ่ม ซึ่งในระหว่างนั้น....คุณชายสี่มีพูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ้าง แล้วก็ลอบมองเธอไปด้วย ทำเอาการกินอาหารนี้ไม่ค่อยอร่อยมากนัก
“พลังชีวิตของท่านอัศวินจากที่เคยรักษาเสถียรเอาไว้ได้ เวลานี้กลับลดลงอย่างต่อเนื่องแม้จะได้รับผลึกเพิ่มพลังชีวิตเข้าไปแล้ว ดังนั้นจึงคาดการณ์ได้ว่าอีกไม่นานก็อาจจะมีเรื่องใหญ่” ระหว่างที่พูดไป คนก็มีสายตาเศร้าไปด้วย เห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าคุณชายสี่คนนี้ คงจะเป็นคนที่รักและเคารพบูชาท่านอัศวินอย่างมาก
เขาคงไม่ใช่คนที่แสดงออกได้เก่งนัก แต่จากที่เขารีบกลับมาจากเขตชายแดนทันทีที่ได้ยินข่าวก็รู้แล้วว่าเขาเป็นห่วงท่านอัศวินขนาดไหน
คนผู้นี้จากที่ซูหยวนได้ยินมา เขาไม่ต้องการตำแหน่งอัศวินคนต่อไปเลย สาเหตุที่ขอรับหน้าที่ไปประจำชายแดนก็เพราะหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดนี้ เพราะแบบนั้นจึงถือว่าคุณชายสี่คนนี้วางตัวเป็นกลางมาตลอด วันก่อนที่คุณชายสามยอมถอยให้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอำนาจทางทหารในมือของเขามากกว่าตน และอีกส่วนก็คือ...เขาไม่ต้องการสร้างศัตรูเพิ่ม
จากที่แย่งตำแหน่งกับบุตรบุญธรรมคนอื่นๆของท่านอัศวินก็วุ่นวายพอแล้ว ถ้าให้คุณชายสี่ที่มีอำนาจทหารมากเข้าร่วมแย่งตำแหน่งด้วย คงจะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับตัวเอง ไม่สิ! คงจะสำหรับตนเองและคู่แข่งคนอื่นๆด้วย
“การปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันของผลึกเพิ่มพลังชีวิตนี้เป็นปัญหาไม่น้อยเลยนะ เนื่องจากหลายๆคนไม่คิดมาก่อนว่าจะมีสิ่งนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงวางแผนในการรับมือไม่ทัน”
“การควบคุมตัวของพวกคุณก็เป็นที่สนใจมาก ก่อนหน้านี้พี่สามท่านต้องการรับหน้าที่นี้ไปเอง แต่ก็มีพี่สองและพี่ใหญ่ที่คัดค้าน สุดท้ายฉันก็เลยออกหน้าให้ ไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของพวกคุณ แค่รู้สึกว่ามันสนุกดีที่เห็นพวกเขาทุกคนต้องผิดหวัง”
“ทั้งๆที่ท่านแม่....ท่านอัศวินหงส์ขาวอยู่ในอันตรายถึงชีวิต สิ่งที่พวกเขากำลังคิดวางแผนกลับเป็นการแย่งชิงทรัพยากร ช่างเป็นความคิดของพวกอกตัญญูเสียจริง!!”
“อีกอย่าง แม้แต่ร่องรอยของคนร้ายก็ยังจับไม่ได้ พวกพี่ทั้งสี่กลับไม่สนใจสักนิด เหอะ! แม้แต่การสอบสวนก็ยังทำส่งๆ คิดได้อย่างไรว่าจะประหารคนทั้งหมดที่เข้าออกในห้องท่านอัศวินในช่วงเวลานั้น พูดให้ถูกก็คือ...ต่อให้เป็นผู้บริสุทธิ์ หากโชคร้ายก็ต้องตาย ความคิดแบบนี้...ต่อไปใครที่ไหนจะทุ่มใจรับใช้อีก!”
ได้ยินคำบ่นของอีกฝ่าย ซูหยวนก็ลอบมองหน้าประธานของเธอ
ถึงจะเข้าใจว่าคุณชายสี่คงไม่มีคนให้ระบายออกมากนัก แต่การที่เขาเลือกพูดมันต่อหน้าพวกเธอที่มาจากเขตมลพิษนี้ก็ไม่ใช่ปกติเช่นกัน
สายตาของคุณชายสี่มองไปยังจางอู่หยางก่อนจะพูด..
“ฉันรู้ว่าคุณมีวิธีการบางอย่างในการหาข่าว เช่นนั้น...ทำไมไม่มาร่วมมือกับฉันล่ะ” ในที่สุดก็เข้าประเด็นสำคัญเสียที ตั้งแต่ต้นที่เขากระทั่งเลี้ยงอาหารทุกคน หรือแม้แต่ที่ลงโทษคนของตนเองอย่างเด็ดขาด ก็เพราะต้องการความช่วยเหลือในส่วนนี้
แม้ว่าเขาจะพยายามตรวจสอบปัญหาอย่างไรก็มองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลักฐานทั้งหมดล่องลอยเกินไป อีกอย่าง...ทั้ง 7 คนที่อยู่ในรายชื่อต้องสงสัยนั้น ไม่มีใครเลยที่น่าจะเป็นคนลงมือได้
แม้ว่าจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดไป แต่ถ้าไม่ได้จัดการคนที่ลงมือกับแม่บุญธรรมที่มีพระคุณกับเขาจริงๆ คุณชายสี่กลับไม่คิดว่าตัวเขาได้ทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด มันคงจะกลายเป็นจุดสีดำฝังอยู่ในใจของเขาตลอดไป
“นำเอกสารทั้งหมดมา” ไม่รอให้คนตอบรับหรือปฏิเสธ เขาส่งสัญญาณให้คนของตนเองไปนำเอกสารทั้งหมดมา
แม้ว่าดินแดนนี้จะมีความอุดมสมบูรณ์มาก ทว่าการพัฒนาทางเทคโนโลยีกลับต่ำกว่าที่เขตมลพิษเสียอีก ดังนั้นเอกสารทั้งหมดที่นำมาจึงเป็นเอกสารที่ใช้มือเขียน กระทั่งภาพในที่เกิดเห็นก็เป็นภาพที่คนวาดขึ้นมา
จางอู่หยางขมวดคิ้ว เขาไม่คิดจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในด้านนี้ตั้งแต่แรกก็จริง ทว่าคุณชายสี่ไม่ใช่คนที่คบหาด้วยไม่ได้ เขารู้ว่าจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ สิ่งใดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ก็เหมือนกับตอนที่เขาเริ่มต้นครั้งแรก เขายังต้องกลายเป็นทหารที่มีตำแหน่งสูง ไม่อย่างนั้นคงสร้างความน่าเชื่อถือจนทำให้ผู้คนมากมายมอบภารกิจสำคัญมาที่องค์กรไม่ได้ การปูทางให้ตนเอง...อาจจะต้องเริ่มจากความยากลำบากเหล่านี้
ซูหยวนเองก็สนใจคดีนี้อยู่แล้ว เธอไม่เห็นด้วยกับการฆ่าผู้บริสุทธิ์เพื่อที่จะสุ่มให้โดนตัวคนร้าย หากคนร้ายอยู่ในรายชื่อนั้นก็ยังถือว่าทั้ง 6 คนโชคร้าย แต่ถ้าคนร้ายไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 7 คนนั้น แปลว่านอกจากจะจัดการคนชั่วไม่ได้แล้ว พวกเขาก็ยังทำให้ทั้ง 7 คนเป็นแพะรับบาปอีกด้วย!
นึกถึงตอนที่ตัวเองถูกแกล้งจนตาย ต่อให้เป็นแค่อุบัติเหตุ ทว่าคนที่ประมาทจนทำให้ถึงแก่ความตายก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ถ้าคนเหล่านั้นไม่ถูกจับ แต่เป็นคนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาในวันนั้น และอาจจะเป็นหนึ่งในลูกทีมที่ดีต่อเธอ หรือเป็นคนที่ช่วยงานกันมาก่อน แบบนั้นซูหยวนคงจะโกรธจนตายอีกรอบ!
แม้จะคิดเช่นนั้น แต่เอกสารที่นำมาก็มากมายจริงๆ อาจจะเพราะพวกเขาใช้เวลาสืบสวนมานานแล้ว จึงมีข้อมูลมากมายขนาดนี้
เห็นว่าคนของจางอู่หยางกำลังตรวจสอบเอกสาร คุณชายสี่ไม่รบกวนเวลาของพวกเขา เพียงนั่งมองสักพักแล้วก็ออกจากห้อง ถึงอยากจะร่วมตรวจสอบด้วย ทว่าเขาก็มีงานมากเกินไป นอกจากนี้...ตัวเขาก็ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องที่ตัวเองพยายามสืบนี้ด้วย
หากคนที่กำลังลงมือรู้ว่าเขาต้องการสืบหาความจริง จะต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ความจริงไม่เปิดเผยออกมา และนั่นก็จะเป็นการสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็น
ถ้าเขามีแนวทางในการสอบสวน หรือมีคนอยู่ในใจ การเปิดเผยออกไปก็ไม่เป็นปัญหา เพื่อให้เจอผู้ลงมืออย่างแท้จริงก็ทำได้ แต่ถ้าแนวทางก็ไม่มี โอกาสก็มองไม่เห็น อย่างนั้นก็ซ่อนอยู่เงียบๆดีกว่า
เมื่อคนไปแล้ว จางอู่หยางก็เลือกเอกสารที่อ่านแล้วมา 2 ชิ้น เขาโยนไปให้คนของตนเองเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
“เอกสารสองชิ้นนี้มีบางอย่างขัดกัน” คนเป็นหัวหน้าพูดอย่างนั้น ทุกคนก็รีบตรวจสอบเอกสารตรงหน้าทันที
“ภาพก่อนและหลังของหน้าต่างที่ถูกวาดออกมา หากรายละเอียดเป็นไปตามนี้จริงก็เหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้องจริง แต่บางอย่างนั้นคืออะไร...”
พวกเขานั่งนิ่งกันไปพักใหญ่ ซูหยวนมองภาพที่วาดออกมาค่อนข้างเหมือนกันนี้ก็คิดเล็กน้อยก่อนจะพูด
“ภาพแรกวาดในตอนเช้า แต่ภาพที่สองนี้วาดตอนเย็นใช่ไหม” ได้ยินเธอถาม คนหนึ่งก็พยักหน้าให้
“ถูกต้องแล้วคุณอัน สองภาพนี้ระบุเวลาเอาไว้ชัดเจน แต่ประเด็นเรื่องของเวลานั้นก็ไม่น่าจะมีผลอะไร...”
“ฉันคิดว่ามีผลนะคะ” ซูหยวนส่ายหน้า เธอชี้ไปที่แจกันใบหนึ่ง โดยเฉพาะสันนูนที่ออกมา เพื่อทำให้ทุกคนเห็นชัดเจนมากขึ้น โดยภาพที่วาดออกมานั้น สันของแจกันสะท้อนออกมาเป็นเงาลากยาวที่สุด ถึงมันค่อนข้างใกล้เคียงกัน แต่ว่า...นี่แหละที่เป็นปัญหา
“เวลาตอนเช้า ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก เงาจะต้องไม่เหมือนกับตอนช่วงเย็นที่ดวงอาทิตย์จะลงไปในทิศตะวันตก แต่ที่น่าแปลกก็คือ...เงาของทั้งสองนี้กลับสะท้อนไปในทิศทางเดียวกัน” เมื่อซูหยวนบอกเช่นนี้ คนของสกุลจางก็ถึงได้เห็นความผิดปกติของปัญหา
เรื่องนี้โทษพวกเขาที่ประมาทก็ไม่ได้ เพราะพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในบาเรียที่แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังเกิดขึ้นมาจากท้องฟ้าจำลองที่ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ดังนั้นเรื่องของเงาหรือสิ่งต่างๆที่สะท้อนมาจากดวงอาทิตย์จึงไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาต้องใส่ใจ เพราะพวกเขารู้ดีแก่ใจว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ
อีกอย่าง เนื่องจากเป็นท้องฟ้าจำลอง บางวันก็ขึ้นทางทิศเหนือ บางวันขึ้นทางทิศใต้ แม้ส่วนใหญ่จะขึ้นทางทิศตะวันออกก็เถอะ กระนั้นมันก็กลายเป็นความเคยชินไปแล้วว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ ทว่า...ในดินแดนแห่งนี้ต่างกัน
“เรื่องนี้มีปัญหาจริงๆ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เริ่มตั้งแต่ตรงจุดนี้กันเถอะ”
………………………………..