LNCrawler

บทที่ 377 ผู้ต้องสงสัย (อ่านฟรี 18 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 377 ผู้ต้องสงสัย (อ่านฟรี 18 มี.ค. 69)

บทที่ 377 ผู้ต้องสงสัย

 

​เมื่อมีสารตั้งต้นให้สงสัย การตรวจสอบต่อไปก็ไม่ล่องลอยอีกแล้ว พวกเขาเอาเอกสารที่เกี่ยวกับรายละเอียดของพื้นที่ที่อยู่หลังหน้าต่างออกไป รวมทั้งเส้นทางช่องหน้าต่าง ก่อนจะมีใครบางคนค้นพบประเด็นสำคัญ

 

“พุ่มไม้ตรงนี้มีบางอย่างผิดปกติ หรือว่า...การโจมตีจะถูกวางแผนมาอย่างดีแล้ว”

 

“เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว แต่จากที่คุณอันตรวจสอบพบ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าการโจมตีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในระยะประชิด แต่มีการวางแผนที่จะใช้การโจมตีระยะไกล โดยสร้างภาพให้ออกมาเหมือนการโจมตีระยะประชิด!”

 

“ทั้ง 7 คนที่ถูกจับเอาไว้ก็ไม่ใช่คนลงมืองั้นสินะ”

 

“อืม แต่ก็ยังไม่ควรตัดพวกเขาออกจากผู้ต้องสงสัย” จางอู่หยางแม้จะคิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทั้ง 7 คนจะไม่มีส่วนรู้เห็นทั้งหมด ดังนั้นการที่ไม่ตัดใครให้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์จะทำให้กระบวนการตรวจสอบละเอียดมากขึ้น

 

​อันซูหยวนเองก็พยายามจะทำความเข้าใจกับสถานการณ์โดยอิงจากความรู้เดิมของเธอ พุ่มไม้ที่ผิดปกตินี้เป็นเพราะมีตำแหน่งของกิ่งและใบที่งอกออกมาอย่างผิดปกติ แต่เดิมแล้วกิ่งไม้พวกนี้ต้องเอนเข้าหาแสงแดด ทว่ามีพุ่มหนึ่งที่เอนเข้ามาทางหน้าต่าง ดูผิวเผินไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากนี้ก็ยังอยู่ไกลจากสถานที่เกิดเหตุ ถึงอย่างนั้นถ้ามองดูอย่างละเอียดก็พบได้ทันทีว่ามีปัญหา

 

​แต่เรื่องของเงาที่ตกกระทบมานี้หมายถึงอะไร? ไม่สิ! ถ้ามันเป็นแค่การสร้างภาพลวงตาเพื่อปิดบังไม่ให้เห็นการโจมตีล่ะ?

 

“ท่านอัศวินมีจุดเด่นในเรื่องความเร็วใช่ไหมคะ” ซูหยวนถามย้ำอีกรอบ

 

“ใช่”

 

“ถ้าอย่างนั้นการโจมตีระยะไกลก็เลยทำอะไรเธอไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้ตัดเรื่องการโจมตีระยะไกลออกไปได้ใช่ไหม”

 

“อืม พวกเขาพูดอย่างนั้น ดังนั้น 7 คนที่ได้เข้าไปในห้องของท่านอัศวินก็เลยเป็นผู้ต้องสงสัย”

 

“อย่างนั้นหรอคะ ถ้าอย่างนั้น...มีใครบ้างที่พอจะรู้กิจวัตรประจำวันทั้งหมดของท่านอัศวินบ้างคะ”

 

“เธอคิดอะไรออกงั้นหรอ” จางอู่หยางวางกระดาษในมือของตนเองแล้วถามซูหยวนด้วยความสนใจ เด็กสาวตรงหน้าไม่ได้มีความคิดเด็กๆเหมือนกับคนอื่น เขารู้ดีว่าเธอฉลาดขนาดไหน ดังนั้นคำพูดของเธอจึงควรจะต้องใส่ใจ

 

​เห็นประธานของตนเองให้ความสำคัญกับอันซูหยวนแบบนั้น คนอื่นๆก็พลอยคาดหวังไปด้วย ซูหยวนไม่ได้ประหม่าแม้จะต้องพูดต่อหน้าคนที่กำลังจ้องมองอย่างกดดันนี้ เธอชี้ให้เห็นจุดที่ตัวเองสงสัย

 

“ถ้าท่านอัศวินมีจุดแข็งเป็นเรื่องความเร็ว ดังนั้นในความคิดของฉัน...ต่อให้จะเป็นคนที่อยู่ใกล้หรือไกลก็มีโอกาสน้อยมากที่จะโจมตีได้ แต่...ถ้าเป็นคนที่รู้จุดอ่อนของท่านอัศวิน รู้ว่าเวลาไหนเป็นเวลาที่ท่านอัศวินจะไม่ได้ระวังตัว และรู้ว่าการเคลื่อนไหวไหนจะทำให้ท่านอัศวินไม่สงสัยล่ะก็...”

 

“ใช้ช่วงเวลานั้นก็สามารถลอบโจมตีได้ อีกอย่าง...การเตรียมการนี้ควรจะทิ้งช่วงไว้นานแล้วเหมือนที่ทุกคนคิด นี่เป็นการเตรียมการไว้ล่วงหน้า พวกเขาเอาอาวุธนี้มาติดตั้งเอาไว้ที่ช่วงพุ่มไม้นี้นานแล้ว ฉันไม่รู้ว่าถ้ารีบตรวจสอบตอนนี้จะเจอร่องรอยใต้พุ่มไม้นั้นหรือไม่ ถ้าหากเจออุปกรณ์บางอย่าง...ก็อาจจะสามารถคาดเดาได้ว่าใช้วิธีการไหน”

 

​แม้จะคาดเดาได้ว่าคนที่ลงมือจะต้องเป็นคนที่รู้นิสัยของท่านอัศวินมากๆ แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าใช้วิธีการไหน ซูหยวนพูดอย่างนั้น...จางอู่หยางก็พยักหน้า

 

“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่อยากแล้ว คนที่รู้กิจวัตรของท่านอัศวินไม่ได้มีมากนัก เริ่มจากจุดนี้และหาหลักฐานการลงมือทั้งหมดจากระยะไกล ก็น่าจะเจออะไรบ้าง” จางอู่หยางไม่ได้ต้องการจะลากตัวคนผิดมาลงโทษเอง นี่ไม่ใช่ปัญหาของเขา อย่างไรก็ตาม...แค่ข้อมูลนี้ที่สามารถเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดของพวกตรวจสอบ ให้เปลี่ยนจากสงสัยการโจมตีระยะใกล้เป็นการโจมตีระยะไกลแทน ต่อไปข้อมูลที่ได้ก็น่าจะละเอียดมากขึ้น

 

​พอสรุปเนื้อหาคร่าวๆที่พวกเขาตรวจสอบพบ พวกเขาก็รอให้คุณชายสี่กลับมาเท่านั้น เนื่องจากเวลาที่พวกเขาใช้ไปในการอ่านเอกสารไม่ได้น้อย ดังนั้นจึงรอไม่นานคุณชายสี่ก็กลับมา ตอนนี้ก็เข้าช่วงเวลาเย็นแล้วด้วย

 

​สีหน้าของอีกฝ่ายค่อนข้างอิดโรย ดวงตาแดงก่ำซึ่งน่าจะเจอบางอย่างที่ขัดใจอย่างมากมา เห็นว่าคนสกุลจางยังอยู่ในห้องพร้อมกับเอกสารในมือ เขาก็โบกมือให้พวกเขา

 

“ขอบคุณที่พยายามจะช่วยนะ แต่ไม่ต้องแล้วล่ะ” เมื่อเขาบอกอย่างนั้น คนสกุลจางก็มองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ

 

“มีคนรับสารภาพแล้ว” เขาพูดไปพร้อมกับสายตาที่ไม่ยินยอม

 

​แม้จะมีคนรับสารภาพว่าตัวเองเป็นคนลงมือ แต่ต่อให้โง่ขนาดไหนก็ยังรู้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง! คนที่รับสารภาพก็คือหนึ่งในคนสนิทของท่านอัศวิน ทั้งยังไม่ได้มีทักษะในการต่อสู้เลย คำพูดของอีกฝ่ายที่บอกว่าลงมืออย่างไรก็ไม่ได้น่าเชื่อถือ ทว่า...พี่สามที่รับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ตรวจสอบกลับสรุปว่าทางนั้นลงมือเนื่องจากโกรธแค้นที่ท่านอัศวินตำหนิการทำงานของตนเอง

 

​เหอะ!! โกรธแค้นหรือ? โกรธแค้นขนาดสามารถฆ่าท่านอัศวินที่แข็งแกร่งได้เลย? ช่างดีจริงๆ! ช่างเหมาะสมจริงๆ!!

 

​จางอู่หยางได้ยินเช่นนั้นก็วางเอกสารในมือลง ถ้าเรื่องนี้สรุปแล้ว พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเข้าไปวุ่นวายอีก สำหรับพวกเขา....ท่านอัศวินก็แค่คนที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นหรืออยากจะคืนความยุติธรรมให้เลยสักนิด ที่สำคัญที่สุด...คนที่ยอมรับนั้นก็คงมีเหตุผลของตนเอง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปขัดใจกันอีก

 

​ทว่า...คุณชายสี่ที่เห็นเอกสารของจางอู่หยาง มีร่องรอยการวงและชี้เฉพาะบางอย่างราวกับเตรียมจะส่งมันให้เขา เจ้าตัวก็ถามขึ้นมาอย่างมีความหวัง

 

“หัวหน้าจาง หรือว่า...พอจะมีเบาะแสหรือ?”

 

“มันก็ไม่น่าจะมีประโยชน์แล้วไม่ใช่หรือ? คนที่ลงมือก็รับสารภาพแล้ว”

 

“คนที่ลงมืออะไร! ผู้หญิงคนนั้นน่ะจะเป็นคนลงมือได้ยังไง เธออ่อนแอถึงขนาดนั้น แล้วก็เป็นคนที่จงรักภักดีกับท่านอัศวินมากที่สุด ไม่มีทางหรอกที่จะเป็นเธอได้!!” จางอู่หยางเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของคุณชายสี่เป็นเช่นนี้ ดูเหมือน “เธอ” คนที่รับสารภาพนี้จะไม่ใช่แค่คนรับใช้ธรรมดาๆแล้ว

 

​เห็นท่าทางสงสัยของทุกคน คุณชายสี่ที่อัดอั้นมาตลอดก็ทรุดลงนั่งลง ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกก่อนหน้านี้ดูจะหายไปไม่น้อย

 

“ผู้หญิงคนนั้น....เธอถูกท่านอัศวินรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก เดิมทีท่านอัศวินต้องการมอบตำแหน่งธิดาบุญธรรมให้ด้วยซ้ำ ก็เหมือนกับฉันนั่นแหละ...เมื่อมีทักษะที่ดีก็จะได้รับตำแหน่งดีๆในอาณาเขต ไว้คอยช่วยเหลือท่านอัศวินในด้านต่างๆ แต่เธอ...เธอไม่ต้องการตำแหน่งพวกนั้น เพื่อที่จะได้อยู่รับใช้ท่านอัศวินอย่างใกล้ชิด”

 

“ฉันรู้ดีว่าเธอเป็นคนยังไง ตั้งแต่เด็กก็เติบโตมาด้วยกัน นิสัยขี้ขลาดตาขาว แถมยังโกรธใครไม่เป็น จู่ๆจะบอกว่าโกรธแค้นจนลงมือนั้นมันเป็นไปได้หรือ? นี่มันก็แค่เรื่องไร้สาระเท่านั้น!!”

 

​คุณชายสี่ยิ่งพูดก็ยิ่งเจ็บใจ เขาเข้าไปหาอีกฝ่ายมาแล้ว พยายามเค้นให้พูดความจริงออกมาทั้งหมด แต่ก็ได้ยินแค่เสียงร้องไห้แล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนทำทั้งหมด นี่...นี่ยิ่งทำให้เขาปวดใจมากกว่าเดิมอีก

 

“ถ้าเธอไม่รับสารภาพ สุดท้ายทั้ง 7 คนก็ต้องตายอยู่ดีไม่ใช่หรอคะ” อันซูหยวนเลิกคิ้วถาม

 

ไม่ใช่ว่าที่คุณชายสี่ไม่มีทางออกกระทั่งให้พวกเขาเข้ามาช่วยก็เป็นเพราะรู้ดีว่าอีกไม่นาน เรื่องนี้จะถูกตัดสินอย่างไร้ความยุติธรรม ดังนั้น...ถ้าหญิงสาวคนนั้นจะยอมตายแทนทุกคน มันก็เป็นเรื่องเข้าใจได้

 

“จะตายได้ยังไง! ฉันบอกให้เธอรอแล้ว แต่ทำไมเธอถึงไม่เชื่อใจฉัน! ไม่ว่ายังไงก็จะช่วยเธอออกมาให้ได้ ฉันบอกแบบนั้นตลอด แต่ทำไม ทำไม!”

 

​คุณชายสี่ถึงกับเก็บซ่อนความเจ็บช้ำเอาไว้ไม่ได้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด คนซุกหน้าไปกับมือเพื่อไม่ให้คนเห็นว่าเขาอ่อนแอขนาดนี้ได้ยังไง

 

​ซูหยวนเม้มริมฝีปากเล็กน้อย เธอมองจางอู่หยางที่ส่งสายตาให้ประมาณว่า เขาจะสนับสนุนความคิดของเธอ ดังนั้นซูหยวนจึงเอ่ยบอกความจริงบางอย่าง

 

“กลุ่มสกุลจางของพวกเราใช้เวลาสักพักเพื่อมองหาความผิดปกติของเรื่องที่เกิดขึ้น มีประเด็นบางอย่างที่น่าสงสัยและอาจจะตรวจสอบจนเจอต้นตอได้ ดังนั้นถ้าคุณชายสี่อยากจะช่วยเธอ....ลองเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาดูก็ได้”

 

​หญิงสาวเลื่อนเอกสารที่จางอู่หยางวางก่อนหน้านี้ไปให้เขา เธอยังชี้ให้เห็นจุดเริ่มต้นของความสงสัย และรายละเอียดที่พวกเขาตรวจสอบทั้งหมด

 

​คนสกุลจางเป็นคนฉลาด พวกเขาวงกลมตรงจุดที่น่าสงสัยทั้งหมด แม้แต่ตำแหน่งของการวางแจกันที่ผิดปกติ การเลือกแจกันที่มีหูจับที่ไม่เข้ากับการตกแต่งของห้อง หรือแม้แต่การเลือกสีของที่นอนในวันนั้น ทุกอย่างเป็นสีขาวเหลือบทองเหมือนกับอาวุธที่ใช้สังหาร เห็นได้ชัดว่าการเตรียมการทั้งหมดนี้ถูกคำนวณเอาไว้หมดแล้ว

 

“นี่มัน...” เห็นการเชื่อมโยงเหล่านี้ ดวงตาของคุณชายสี่ก็มีประกายบางอย่างวาดผ่าน

 

​เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่คนของพวกเขาไม่สงสัยมาก่อน ไม่สิ! บางทีมันอาจจะทำให้ไม่ถูกสงสัยโดยคนที่ควบคุมการสอบสวนก็ได้

 

​ทำไมตั้งแต่แรก พวกเขาจึงตัดประเด็นการลงมือระยะไกลออกไป? นั่นไม่ใช่เพราะพี่สามระบุชัดเจนและมีเหตุผลว่าท่านอัศวินไม่มีทางจะถูกโจมตีจากระยะไกลได้หรือ? ทั้งเรื่องความเร็วของท่านอัศวิน เรื่องชุดเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งมากพอจะไม่ทำให้ถูกโจมตีจากระยะไกลแล้วแทงเข้าที่อกของท่านอัศวินได้ พอเรื่องนี้ถูกชักจูงให้คิดตาม พวกเขาก็เลยไม่สงสัยเลยว่าจะมีการโจมตีจากระยะไกล

 

​แต่ว่า...ความผิดปกติพวกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

 

“อ้อ มีบางอย่างที่ฉันสงสัย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะน่าสนใจหรือเปล่า” ซูหยวนพูดขึ้น เรื่องนี้เธอสงสัยแต่ไม่มีเหตุผลใดๆรองรับ จึงทำได้แค่บอกว่าเป็นเรื่องที่ตนเองคิดมาเอง

 

“เชิญ”

 

คุณชายสี่เห็นแล้วว่าซูหยวนไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาๆเหมือนกับเด็กสาวทั่วไปในดินแดนของพวกเขา อาจจะเพราะชีวิตที่เขตมลพิษนั้นมีความกดดันมากกว่า ดังนั้นเธอจึงได้พัฒนาไปก้าวกระโดดเช่นนี้ ซึ่งความคิดอย่างนั้นทำให้เขาให้เกียรติเธอเหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง

 

​ซูหยวนมองหน้าคนเล็กน้อยก่อนจะพูดสิ่งที่คิดออกไป

 

“ใครที่เป็นคนเจอท่านอัศวินได้รับบาดเจ็บเป็นคนแรก อาจจะเป็นคนนั้นที่ลงมือ”

 

“หืม? ทำไมถึงคิดเช่นนั้น”

 

“เพราะคนแรกที่ถอดชุดของท่านอัศวินออก อาจจะเป็นคนสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาก็ได้ ฉันสงสัยว่า...เสื้อเกราะที่ท่านอัศวินสวมใส่ บางทีอาจจะไม่ได้สวมตั้งแต่แรก จากร่องรอยของมีดสั้นที่ชุดเกราะ มันทำให้เห็นถึงร่องรอยการโจมตีระยะประชิดจริงๆ หรือก็คือ...รูที่ชุดเกราะนั้นทำให้เชื่อได้ว่าการโจมตีนี้เป็นการโจมตีระยะประชิด”

 

“เธอ...กำลังสงสัยว่าชุดเกราะนั้นอาจจะเอามาสวมให้ท่านอัศวินหลังจากที่ถูกโจมตีแล้วงั้นหรอ แต่นั่นจะเป็นไปได้ยังไง รูที่เสื้อเกราะกับอกของท่าน...” คุณชายสี่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีการทำเช่นนั้นได้ อย่างไรก็ตาม...เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็เงียบไป

 

​นั่นน่ะสิ ไม่มีใครสงสัยเลยว่าท่านอัศวินถูกโจมตีขณะที่สวมชุดเกราะจริงหรือเปล่า ตอนที่มีคนมาเจอก็พบว่าท่านอัศวินนอนบาดเจ็บในขณะสวมชุดเกราะแล้ว และเพราะความร้อนรน ทุกคนจึงรีบปฐมพยาบาล เรียกแพทย์ให้มารักษาท่านอัศวิน ดังนั้นชุดเกราะจึงถูกถอดออกตั้งแต่วินาทีแรกๆที่เจอตัวท่านอัศวินแล้ว

 

​หากข้อสงสัยนี้กลายเป็นจริงขึ้นมา กระดานนี้ก็จะถูกพลิกคว่ำทั้งหมด!

 

“ขอบคุณสำหรับข้อมูลทั้งหมด ฉันจะตรวจสอบให้ละเอียดแน่นอน” คุณชายสี่กระตือรือร้นขึ้นมาทันทีเมื่อคิดทั้งหมดได้

 

หญิงสาวโง่เขลาคนนั้นบอกว่าเธอเป็นคนแทงท่านอัศวินด้วยตัวเอง ถ้าอย่างนั้น...หากมีผลออกมาว่าการโจมตีนี้เป็นการโจมตีระยะไกล เธอจะยังคงเป็นผู้ลงมืออีกได้อย่างไร

 

​ดวงตาของคุณชายสี่มีประกายบางอย่างก่อนจะรีบเดินออกไป ก่อนหน้านั้นยังสั่งให้คนรับใช้ของตนเองเอาอาหารพิเศษมาขึ้นโต๊ะอีกรอบ ทำเอาพ่อบ้านได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ

 

สำหรับเขา...แม้ว่าคนจากเขตมลพิษจะทำงานให้คุณชายสี่ได้ แต่อาหารกลางวันนั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว พวกเขาเป็นแค่พวกขยะจากต่างแดนเท่านั้น เกิดมายังไม่เคยแตะต้องอาหารยอดเยี่ยมนี้ ไม่สิ! ต้องบอกว่าอาหารระดับสูงนี้ แม้แต่คุณชายสี่ที่เป็นเจ้านายของพวกเขาก็ยังไม่สามารถกินมากมายขนาดนั้นได้ หากยังทำอาหารให้พวกเขาอีกหนึ่งมื้อ แปลว่าในคลังอาหารสำหรับปีนี้ คุณชายสี่จะไม่ได้กินอาหารดีๆอีก

 

แต่เพราะรู้ว่าคุณชายสี่ผู้เป็นเจ้านายมีนิสัยอย่างไร ต่อให้ไม่พอใจขนาดไหนก็ทำอะไรไม่ได้ เขาทำได้แค่พยักหน้ารับคำแล้วเดินไปห้องครัวเพื่อสั่งการเท่านั้น

 

 ……………………………