บทที่ 378 คู่หมั้นคุณชาย (อ่นฟรี 19 มี.ค 69)
บทที่ 378 คู่หมั้นคุณชาย (อ่นฟรี 19 มี.ค 69)
บทที่ 378 คู่หมั้นคุณชาย
ด้วยความช่วยเหลือของกลุ่มสกุลจางโดยเฉพาะซูหยวน คุณชายสี่สามารถหยุดการลงโทษสหายวัยเด็กของตนเองได้ เขารื้อคดีทั้งหมดและชี้จุดสงสัยให้เหล่าขุนนางได้ดู ผู้รักษาราชการแทนท่านอัศวินเป็นผู้อาวุโสทั้งหมด 12 คน เมื่อได้เห็นข้อมูลเหล่านี้ย่อมต้องเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของคุณชายสี่
หลังจากนั้นตลอด 5 วันเต็ม คุณชายสี่ก็ไม่ได้กลับมาที่พักของตนเองเลย ปล่อยให้จางอู่หยางและพวกพ้องใช้เวลาอยู่ในคฤหาสน์เท่านั้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กันเฉยๆ ในเมื่อตอนนี้ออกไปข้างนอกไม่ได้ จึงใช้เวลาไปกับการดูการฝึกซ้อมของพวกทหารที่คฤหาสน์ของคุณชายสี่แทน
ซูหยวนไม่ได้ตามพวกเขาไป คนในคฤหาสน์นี้ไม่ต้อนรับพวกเธอ ดังนั้นการออกไปฟังคำดูแคลนของพวกเขาจึงไม่ใช่รสนิยมของเธอ
หญิงสาวทำสมาธิพร้อมกับดูดซับแกนพลังงานไปพรางๆ แม้ว่าเธอจะสามารถรับพลังงานได้จากอาหารในมิติ แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าเปิดมิติของตนเองออกมา
เจ้าสุนัขทมิฬที่คิดว่าตัวเองจะได้มาช่วยเหลือเจ้านายต่อสู้เต็มที่ เวลานี้กลับไม่มีอะไรทำเลยนอกจากนอนงีบที่เตียงของเจ้านายสาว มองดูเธอฝึกซ้อมจนผล็อยหลับไป
ตลอดทั้ง 5 วันนี้มีเพียงความเงียบสงบแต่ก็สุขสบาย ถึงอาหารจะไม่ได้เป็นอาหารชั้นยอดทุกมื้อ แต่ก็ยังเป็นอาหารที่ทำจากพืชผักและเนื้อสัตว์จริงๆ ดังนั้นท้องของเธอจึงอิ่มหนำอยู่เสมอ
อาหารของที่นี่แบ่งเป็นสองประเภท ประเภทแรกคืออาหารที่ทำจากทรัพยากรพิเศษ ทรัพยากรพวกนี้จะเพาะปลูกในแปลงเพาะปลูกพิเศษ ซึ่งซูหยวนคาดเดาว่าน่าจะเป็นเหมือนกับช่องเพาะปลูกในมิติของเธอ ส่วนทรัพยากรธรรมดานั้นจะได้มาจากการเพาะปลูกในพื้นที่ทั่วไป ในกรณีนั้นพืชผลจะไม่ได้รับพลังบัฟจนให้พลังงานบริสุทธิ์สูง ก็เหมือนกับการกินข้าวและอาหารทั่วไปในโลกที่เธอจากมานั่นแหละ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูห้องพักแขกที่ซูหยวนนอนอยู่ถูกเคาะจากด้านนอก ปกติเธอไม่ได้ล็อกประตูอยู่แล้วถ้าไม่ใช่เวลากลางคืน เรื่องนี้พวกพ่อบ้านแม่บ้านของที่นี่รู้กันดีอยู่แล้ว ดังนั้นการเคาะประตูนี้จึงเป็นการเคาะตามมารยาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เสียงเคาะประตูครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ เพราะรู้ว่าซูหยวนไม่เคยล็อกห้อง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคาะประตูเหมือนทุบแบบนี้
“เชิญค่ะ” เธอวางแกนพลังงานในมือลง มองดูผู้เข้ามาใหม่แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายไม่ใช่พ่อบ้านหรือแม่บ้านของที่นี่จริงๆ
ร่างสูงระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมา หูของเธอมีขนนกสีแดงขนาดเล็กอยู่ด้วย ช่วยเพิ่มเสน่ห์ที่น่ามองให้เธอมากกว่าเดิมอีก
“นี่น่ะหรอ? หญิงสาวที่คุณชายสี่เก็บไว้ในบ้าน แล้วก็ยังให้กินอาหารพิเศษจนหมดคลังน่ะ” เสียงแหลมของเธอเอ่ยถามเช่นนี้ จากประสบการณ์ที่เคยมี ซูหยวนรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดีแน่
“คุณหนู ใช่แล้วค่ะ ผู้หญิงคนนี้แหละ เธอกินอาหารพิเศษของคุณชายสี่จนหมดเลยค่ะ” หญิงสาวรับใช้คนหนึ่งที่ซูหยวนไม่คุ้นหน้าโผล่หัวออกมาจากด้านหลัง เสื้อผ้าที่สวมเป็นสัญลักษณ์ของคนที่คุณชายสี่จ้างวานไว้ ดังนั้นเธอก็คือหนึ่งในคนรับใช้ของเขาด้วยเช่นกัน
เห็นอีกฝ่ายปากยื่นปากยาวแบบนี้ เธอก็รู้ว่าคนใช้ผู้นี้น่าจะเป็นนกสองหัว รับใช้เจ้านายคนหนึ่งยังไม่พอ ยังอยากจะได้ประโยชน์จากเจ้านายอีกคน ช่างเป็นคนใช้ที่น่าตัดเสียจริง
“ดี ดีจริงๆ!! อาหารพิเศษเหล่านั้น ปกติแล้วคุณชายสี่มีเอาไว้ก็เพื่อฉันและท่านอัศวินหงส์ขาว แต่ขยะอย่างแกกลับกล้ากินของล้ำค่าเช่นนั้น ดูสิว่าฉันจะฆ่าแกอย่างไร!!”
หญิงสาวผู้งดงามก้าวเท้าขาวนวลของเธอเข้ามาหา มือเล็กยื่นมา เป้าหมายก็คือผมของซูหยวน คงตั้งใจที่จะจิกผมของเธอแล้วลากไปสั่งสอน ทว่า...ซูหยวนเป็นคนที่จะยอมให้คนอื่นมารังแกงั้นหรือ?
เมื่อมือเล็กยื่นออกมา เธอก็ขยับเท้าเล็กน้อย ตวัดเอาไม้พลองที่คนสกุลจางให้ยืมมาไว้ในมือ ช่วงเวลานั้นก็ได้ปัดมือของคุณหนูหูแดงตรงหน้าไปด้วย ทำเอาเกิดเสียง “เพี๊ยะ!” และหลังมือของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
“กะ กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่น เธอไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะถูกรังแกเช่นนี้
เพราะตัวเองเป็นคุณหนูของขุนนางใหญ่ในอาณาเขต ไม่ว่าจะไปที่ไหน อยากทำอะไร หรือแม้แต่อยากจะรังแกใคร ย่อมไม่มีใครคิดปฏิเสธเธอ ทว่าตอนนี้...ไม่เพียงแค่หลบหลีกการรังแกของเธอเท่านั้น แต่ยังกล้าโต้กลับจนทำให้เธอเจ็บตัวอีกด้วย! นังผู้หญิงสารเลวคนนี้ช่างมีความกล้าเสียจริง!
“แก แกกล้าต่อต้านฉันงั้นหรอ!!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว ปากสั่นเทาด้วยความโกรธจัด
ซูหยวนหรี่ตามองอีกฝ่าย เธอที่ไม่เคยแสดงความสนิทสนมอะไรกับคุณชายสี่ จู่ๆก็ถูกเข้าใจผิด คิดว่าเป็นหญิงสาวที่ทางนั้นต้องการปกป้อง เรื่องนี้ช่าง...เป็นเวรกรรมจริงๆ
แน่นอนว่าซูหยวนที่รู้ว่าตัวเองโชคร้าย ไม่ได้แปลว่าเธอจะต้องยอมรับความโชคร้ายของตนเองนี้ เพียงยืนจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่ยอมแพ้ ท่าทางแข็งกร้าวนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวผู้เอาแต่ใจและเคยชินกับอำนาจล้นฟ้าของตนเองโกรธจัด
“แก!!”
“ฉันคิดว่าคุณมีเรื่องเข้าใจผิดอยู่นะคะ แทนที่จะฟังคำพูดของคนใช้ที่เชื่อถือไม่ได้คนนี้ ทำไมไม่ไปถามคุณชายสี่ด้วยตัวเองล่ะ” ซูหยวนชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงประการแรก แต่ก็รู้ว่าคนตรงหน้าไม่มีทางจะฟังคำพูดของเธอ
“แกคิดจะให้ฉันไปเอาเรื่องกับคุณชายสี่แล้วทำให้เขาเกลียดฉันที่ฉันเอาแต่ใจใช่ไหม แกคิดว่าแผนสูงของแกนี้จะทำให้ฉันตกหลุมพรางได้รึไง!! นังสารเลว! ฉันมีทางออกที่ดีกว่านั้นที่จะทำให้ความโกรธของฉันจบลง นั่นก็คือการที่แกต้องตาย!” เธอว่าแบบนั้นแล้วก็ไม่คิดจะฟังอะไรอีก
เนื่องจากเป็นเผ่าวิหคไฟ ทันทีที่เธอแปลงกายก็ทำให้มือของหญิงสาวที่เหมือนมนุษย์ในตอนแรกเปลี่ยนเป็นกรงเล็บนกที่แข็งแกร่ง
“ตาย!” สะเก็ดไฟปะทุออกมาจากกรงเล็บนั้น หญิงสาวฟาดมันออกมาข้างหน้าและตั้งใจจะฆ่าซูหยวนด้วยการโจมตีเดียว
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กรงเล็บนั้นจะมาถึงตัว ซูหยวนก็ใช้ไม้พลองในมือของตนเองฟาดเข้าไปที่ข้อต่อของอีกฝ่ายแล้ว จากที่กางกรงเล็บมาอย่างผง่าผ่าเผย พอถูกตีที่ข้อศอกก็สะดุ้งโหยง สะเก็ดไฟที่ร้อนระอุถูกโยนขึ้นด้านบน ในขณะที่กรงเล็บของเธอก็หันทิศทางไปเช่นกัน
“อ๊า!!!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวด้านหลังดังขึ้น สะเก็ดไฟที่พุ่งออกไปก่อนหน้านี้เข้าใส่หน้าของเธอเต็มๆ ตามด้วยกรงเล็บที่ถูกกระตุ้นเกิดเป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ที่เปลี่ยนวิถีไปโจมตีด้านหลังแทน ถ้าไม่ใช่เพราะสะเก็ดไฟก่อนหน้านี้ทำให้เธอมุดหน้าลงไป คาดว่ากรงเล็บนั้นคงจะตามไปทะลวงใบหน้าเล็กๆนั่นแล้ว
“แก! ทำไมไม่หลบเล่า! มาซ้อนอยู่ด้านหลังของฉันทำไม สมน้ำหน้าแล้ว! ถอยไป อย่ามาเกะกะฉัน!” เห็นคนที่เป็นสายให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ แทนที่จะขอโทษ หญิงสาวกลับโทษว่าเป็นความโง่เขลาของทางนั้นเอง
ทำเอาคนบาดเจ็บได้แต่กุมหน้าของตนเองด้วยความเจ็บปวดเท่านั้น เธอจะกล้าว่าคุณหนูคนนี้ได้อย่างไร อีกฝ่ายเป็นคนเจ้าอารมณ์ขนาดไหน คนรับใช้ย่อมรู้ดีที่สุด
“ส่วนแก! แกเล่นสนุกกับฉันแบบนี้ อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้แกตายง่ายเกินไป แกจะต้องถูกฉันทรมานจนอยากตายดีกว่ามีชีวิต!” อีกฝ่ายยังคงไม่ยอมแพ้ แต่ซูหยวนก็ไม่ขยับถอยเช่นกัน
ไม้พลองในมือชี้ไปด้านหน้า ทำเอาคุณหนูแห่งวิหคไฟชะงักไป ไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาโจมตีอีก
สองคนจับจ้องกันอย่างนั้น คนหนึ่งยังกางกรงเล็บของตนเอง ในขณะที่อีกคนถือพลองอย่างสบายๆ ถ้าทางนั้นไม่โจมตีก่อน เธอก็จะไม่เริ่มต้นให้กลายเป็นความผิด
ทักษะการเคลื่อนไหวของซูหยวนสูงกว่าหญิงสาวตรงหน้ามาก คงเป็นเพราะเธออยู่แต่ในดินแดนที่สุขสบายเช่นนี้ ทั้งฐานะของคุณหนูขุนนาง ย่อมไม่ต้องเดือดร้อนดิ้นรนอะไร ในขณะที่ซูหยวนผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว กับแค่เด็กสาวที่ไม่รู้วิธีต่อสู้ เพียงปล่อยออร่ากดดันเล็กๆน้อยไป ทางนั้นก็ไม่สามารถขยับได้แล้ว
“ทำอะไรกัน!” ในตอนที่ความเงียบระหว่างสองคนยังก่อตัวขึ้น เสียงทุ้มคุ้นหูของใครบางคนก็ดังขึ้นมา
“คะ คุณชายสี่...” เมื่อเห็นคนที่มา ธิดาขุนนางที่เกรี้ยวกราดในตอนแรกก็รีบซ่อนกรงเล็บของตนเองทันที จากนั้นก็คลี่ยิ้มหวานมองคนตรงหน้า ซึ่งภาพนี้ช่าง...ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย
“เกิดอะไรขึ้น” คุณชายสี่ที่อารมณ์ดีในตอนแรก เขาหันมาหาซูหยวนอย่างคนต้องการรู้ความจริง
ธิดาขุนนางเผ่าวิหคไฟถลึงตามายังเธอ พยายามจะข่มขู่ไม่ให้ซูหยวนพูดความจริงออกไป ทว่า...คนที่คิดจะฆ่าเธอ ตอนนี้มาขู่ไม่ให้เธอพูด คิดว่าซูหยวนจะยอมรับหรือ?
“คุณหนูคนนี้ได้ยินข่าวจากคนใช้ของคุณว่าคุณชายสี่กำลังปกป้องฉัน ทั้งยังเอาอาหารพิเศษทั้งหมดออกมาให้ฉันกิน ก็เลยมาเอาเรื่องฉันถึงที่นี่ แน่นอนว่านอกจากคนใช้คนนี้แล้วก็มีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกไม่น้อย เสียงอาละวาดดังขนาดนี้แต่ก็ไม่มีใครได้ยินจนออกมาช่วยเหลือ ดูท่า....คฤหาสน์ของคุณชายสี่จะไม่ใช่ของคุณชายสี่เสียทีเดียวแล้ว”
“ตอนที่ฉันมาที่นี่ คุณชายสี่บอกว่าจะปกป้องพวกฉันตราบเท่าที่ยังไม่มีความผิดใดๆ แถมยังประกาศออกไปว่าถ้าใครทำผิดจะลงโทษด้วยการสังหารทิ้ง แต่พวกเขาก็ยังไม่กลัวเลย ช่าง...เป็นเรื่องที่น่าประหลาดเสียจริง”
ซูหยวนแค่นหัวเราะออกมา เธอไม่เพียงแค่บอกว่าคุณหนูผู้นี้มาอาละวาดอย่างไรบ้าง แต่ยังลากคนที่มีส่วนรู้เห็นทั้งหมดออกมาด้วย
คนรับใช้ที่ซ่อนตัวดูเรื่องสนุกทั้งหมดไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหญิงสาวจากเขตมลพิษคนนี้ปากดีมาก ไม่กลัวตายขนาดดึงพวกเธอออกมาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นจึงรีบวิ่งออกมาจากที่ซ่อนแล้วคุกเข่าต่อหน้าคุณชายสี่ของตนเองทันที
คนที่อยู่ด้านหน้าสุดย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนใช้ที่จีบปากจีบคอก่อนหน้านี้
“คะ คุณชายสี่ พะ พวกเรา พวกเราไม่ได้ตั้งใจค่ะ พวกเรา...เป็นคุณหนูที่บังคับให้พวกเราพามา ถ้าพวกเราไม่ทำก็ต้องตาย ดังนั้น...” แม้เธอจะพยายามแก้ตัวขนาดไหน แต่คุณชายสี่เป็นคนเด็ดขาดเสมอมาย่อมไม่ปล่อยไปง่ายๆ
เขาที่ต่อสู้ตามชายแดนมาตลอด ย่อมรู้ว่าการมีคนข้างกายรับใช้เจ้านายอื่นนอกจากเขาเป็นเรื่องที่อันตรายขนาดไหน อีกอย่าง...นิสัยของทหาร เมื่อมีกฎแล้วไม่ทำตาม สิ่งที่ต้องทำก็คือการลงโทษตามกฎ
ฟวับ!
“กรี๊ด!!”
ด้วยการตวัดดาบเพียงครั้งเดียว หญิงรับใช้คนนั้นก็หัวหลุดออกจากบ่า เป็นภาพที่น่ากลัวสำหรับคนใช้คนอื่นๆมาก พวกเธอตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่เอื้อนเอ่ย มีเพียงเสียงของธิดาขุนนางที่เพิ่งติดต่อกับหญิงรับใช้คนนั้นที่ส่งเสียงกรีดร้องออกมา
ตัวของเธอสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว ไม่คิดเลยว่าคุณชายสี่ที่เป็นคู่หมั้นของตนเองผู้นี้จะอาจหาญ ถึงกับฟันคอของคนใช้ที่ทำงานให้กับว่าที่นายหญิงอย่างเธอ
นี่...นี่ไม่ต่างอะไรกับการฟันคอเธอขาดไปด้วยเลย!
สายตาของคุณชายสี่จ้องเขม็งไปยังหญิงสาวในขณะที่ฟันคอหญิงรับใช้ของตนเอง เขายังพูดเสริมอีกประโยค
“ฉันเคยบอกแล้วว่าใครคิดจะลงมือกับแขกของฉันต้องเจอกับอะไร หลังจากนี้...ถ้ายังมีเรื่องแบบนี้อีก ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะฟันคอคนเพิ่มอีก” ได้ยินแบบนั้น คนรับใช้ทั้งหมดก็ตัวสั่นงันงก รีบรับคำเจ้านายของตนเองทันที
“พะ พวกเรา พวกเราไม่กล้าแล้ว”
“คุณชายสี่ พวกเราไม่ทำอีกแล้ว ต่อไปคำพูดของคุณชายจะสำคัญที่สุด”
“ชะ ใช่แล้ว พวกเราไม่กล้าอีก” พวกคนใช้ทั้งหมดรีบรับคำ คุณชายสี่ที่รู้สึกรำคาญก็โบกมือไล่คนออกไป เขาละสายตาจากธิดาขุนนางคู่หมั้นของตนแล้วมองไปยังซูหยวน
สายตาของเขายามที่มองทั้งสองคนนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าสายตานี้ไม่ได้มีความรักใคร่ใดๆ เป็นเพียงสายตาขอบคุณเธอเท่านั้นที่ทำให้เขาช่วยชีวิตหญิงสาวที่เขาแอบรักได้
เพียงแต่...ในสายตาของธิดาขุนนางคู่หมั้นกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
ในขณะที่มองเธอ ใช้สายตารังเกียจอย่างถึงที่สุด แต่ตอนที่มองหญิงคนอื่นกลับมีความอ่อนโยนเป็นมิตร ต่อให้เป็นสายตาแบบไหน เธอก็ไม่ยินยอมอยู่ดี!!
“คุณชายสี่!! คุณเป็นคู่หมั้นของฉัน แต่กล้าเมินเฉยต่อการมาของฉัน สนใจแค่พวกขยะจากเขตมลพิษหรือ? คุณอยากจะให้พ่อของฉันมาพูดกับคุณด้วยตัวเองไหมว่าคุณมีหน้าที่อะไร!!” เธอกรีดร้องออกมา ตวาดเสียงดังลั่นอย่างไม่ยินยอม
…………………………