บทที่ 379 ผลลัพธ์ (อ่านฟรี 20 มี.ค. 69)
บทที่ 379 ผลลัพธ์ (อ่านฟรี 20 มี.ค. 69)
บทที่ 379 ผลลัพธ์
“คุณหนูหลางอันเสวี่ย...” เสียงเข้มของคุณชายสี่ดังขึ้นทันที แสดงให้เห็นว่าเขากำลังโกรธจัดแล้ว
ทว่า...ต่อให้หญิงสาวจะรู้ว่าชายหนุ่มกำลังโกรธแล้ว แต่เธอก็ไม่สนใจอีกต่อไป หลางอันเสวี่ยเป็นคุณหนูที่ได้รับการดูแลและเอาใจอย่างดีมาโดยตลอด แม้ว่าเธอจะกลัวท่าทางของคุณชายสี่ ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังมั่นใจในอำนาจของพ่อตัวเองอยู่ดี
“คุณชายสี่เลือกมาเลยว่าต้องการจะรักษาเกียรติให้ฉัน หรือว่าต้องการนังผู้หญิงสารเลวคนนี้!”
หลางอันเสวี่ยประกาศกร้าว เธอเชิดคอของตนเองขึ้น ท่าทางเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจนี้ทำให้คุณชายสี่รู้สึกปวดหัว เส้นเลือดที่ขมับของเขาปูดโปน เห็นได้ชัดว่าความโกรธของเขายกระดับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
“ว่าอย่างไร? ตอนนี้เลือกได้หรือยัง?” คุณหนูหลางมีความมั่นใจมาก เธอรู้ว่าระหว่างตัวเองและคนจากเขตมลพิษนี้ อย่างไรเขาก็ต้องเลือกเธอเป็นอันดับแรก
ถ้าเธอบอกว่าอยู่ร่วมโลกกับอีกฝ่ายไม่ได้แล้ว คุณชายสี่จะยังเก็บผู้หญิงคนนั้นไว้ได้หรือ? ก่อนหน้านี้ตัวเธอมีคุณชายทั้ง 3 คนมาสู่ขอ ทว่า...หลางอันเสวี่ยล้วนปฏิเสธไปทั้งหมด เธอแค่รู้สึกว่าคุณชายสี่เป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนร่วมห้องมากกว่าก็เลยเลือกเขา การได้เขาเป็นคู่หมั้นทำให้หญิงสาวมากมายอิจฉา
ทว่าเธอไม่ได้คาดคิดเลยว่าเวลาผ่านไป คุณชายสี่คนนี้จะกลายเป็นคนที่ไร้อนาคตมากที่สุด! ไม่ใช่ว่าตัวเขาไม่มีอะไรดี แต่เพราะความคิดที่สุดโต่ง ทำให้เขาเลือกจะไปใช้ชีวิตตามชายแดนมากกว่าจะอยู่ในเขตเมือง ด้วยการกระทำเช่นนี้ แม้ว่าชื่อเสียงของเขาจะดี กระนั้นตำแหน่งของผู้สืบทอดอัศวินก็ค่อยๆถอยห่างไปแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเธอยังยืนกรานและรวบรวมอำนาจขุนนางให้ เขามีหรือที่จะรักษาโอกาสนี้เอาไว้ได้
ดังนั้น เธอมั่นใจเหลือเกินว่าคุณชายสี่ผู้นี้คงจะไม่มีทางปฏิเสธเธอ ยิ่งไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับบิดาของเธอด้วย เพียงแต่...หลางอันเสวี่ยดูเหมือนจะรู้จักคู่หมั้นของตนเองน้อยเกินไป....
“ออกไป”
“อะไรนะ?” หญิงสาวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะได้ยินคำพูดนี้จากปากของเขา ยังคิดว่าตัวเองได้ยินผิดไปด้วยซ้ำ
“คุณหนูหลาง ออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว”
“นะ นี่ คุณชายสี่!! คุณหมายความว่ายังไง หรือว่าต้องการจะต่อต้านฉันและพ่อของฉันจริงๆ!!”
“ออกไป”
“คุณชายสี่!!! กรี๊ด!!” หลางอันเสวี่ยที่เหมือนถูกลากออกมาตบหน้าฉาดใหญ่กรีดร้องลั่น เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองพูดไปขนาดนี้แล้ว คนก็ยังกล้าชี้นิ้วสั่งให้เธอออกไปอีก
เขา...เขากำลังปกป้องผู้หญิงจากเขตมลพิษอย่างชัดเจน เขาทำเช่นนี้กับเธอได้อย่างไร!!
“ใครก็ได้มาพาตัวคุณหนูหลางออกไป” คุณชายสี่ไม่ได้มีความลังเลในน้ำเสียงเลย ต่อให้เขาจะถูกข่มขู่อย่างไร เขาก็ไม่เคยมีความกลัว
อันซูหยวนมองตาม คุณหนูหลางที่ถูกคุมตัวออกไปยังกรีดร้องไม่หยุด สายตาอาฆาตแค้นมองมาที่ตนเองอย่างไม่ลดละ ดูเหมือนว่าเธอจะมีศัตรูโดยที่ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรผิดเสียแล้ว
“ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น เธอคงจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม” คุณชายสี่ลอบตรวจสอบซูหยวนเล็กน้อย เมื่อพบว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เขาก็ค่อนข้างโล่งใจไปบ้าง
เรื่องนี้เป็นความผิดของเขาเอง คฤหาสน์ของเขามีคนของตระกูลหลางอยู่ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เขาได้มีสัญญาหมั้นหมายกับอีกฝ่าย เพียงแต่...เดิมทียังคิดว่าคงจะไม่เกิดเรื่องอะไร เขาสามารถแต่งงานกับใครก็ได้อยู่แล้ว ทั้งยังไม่คิดจะแย่งชิงอำนาจใดๆกับใครด้วย ที่แต่งงานก็เพราะท่านอัศวินที่เป็นมารดาบุญธรรมและเป็นผู้มีพระคุณจัดหาให้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าปัญหามันคืออะไร
เดิมทีเขาอยู่ที่ชายแดน ไม่ค่อยเข้ามาจัดการปัญหาในคฤหาสน์มากนัก ไม่คิดเลยว่าการไม่ใส่ใจดูแลจะทำให้คนรับใช้มากมายกล้าขัดคำสั่งของเขา แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณหนูหลาง
หากพวกเธอเพียงแค่เอาข้อมูลของคฤหาสน์ไปให้ หรืออาจจะแทรกแซงการจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆบางอย่าง เขาก็ไม่ติดใจจะเอาความ ทว่า....อันซูหยวนและคนสกุลจางเพิ่งช่วยงานเขาไปก่อนหน้านี้ แถมเขาก็ยังเอ่ยชัดเจนว่าจะปกป้องเธอ แล้วทำไมคนใช้ในบ้านจึงกล้าที่จะพาคนนอกมาทำอันตรายเธออีก!!
“ฉันไม่เป็นอะไร แต่ว่าสถานการณ์ของคุณกับตระกูลขุนนางคงจะไม่ดีแล้ว”
“อืม เรื่องนั้นไม่ต้องใส่ใจ แล้วคนอื่นๆอยู่ที่ไหน ฉันมีข่าวจะมาเล่าให้ฟัง”
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปตามประธานและคนอื่นๆนะคะ” ซูหยวนพยักหน้ารับ นานเป็นเวลา 5 วันแล้วที่เจ้าตัวไม่ได้กลับมาคฤหาสน์ของตนเองเลย กลับมาครั้งนี้บอกว่ามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เช่นนั้นก็คงจะเป็นเรื่องการสอบสวนที่ผ่านมา
ซูหยวนใช้เวลาไม่นานก็ตามทุกคนมาได้ เนื่องจากพวกเขาอยู่ที่ลานสนามซ้อม ดังนั้นจึงไม่ต้องตามหามากนัก เธอได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นคร่าวๆให้ประธานของตนเองเข้าใจด้วย หากว่ามีคนของตระกูลหลางมาก่อเรื่อง เขาจะได้รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร
เมื่อเห็นว่าประธานจางไม่ได้พูดอะไรนัก ซูหยวนจึงไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของขุนนางสกุลหลางต่อไป อีกอย่าง พวกเขาก็มาถึงห้องรับรองที่คุณชายสี่นัดหมายเอาไว้แล้ว คนเอนกายพิงพนักอย่างผ่อนคลาย เมื่อเห็นคนของสกุลจางมาถึงก็กลับมานั่งยืดตัวตรง
ถึงแม้ว่าจะดูเคร่งขรึมเหมือนก่อนหน้านี้ ทว่าความกดดันและความเศร้าใจที่เคยแบกรับเอาไว้ ดูเหมือนจะเบาบางไปไม่น้อย
“ดำเนินการสืบสวนเรียบร้อยแล้วหรือ?” จางอู่หยางในฐานะหัวหน้าของพวกเขาเป็นคนเอ่ยถามขึ้น
“ใช่ ปรากฏว่าเป็นคนที่วางแผนมานานแล้วจริงๆ คนทั้ง 7 คนที่ถูกจับก็เป็นแค่พวกที่โชคร้ายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม...หญิงสาวคนนั้นต้องยอมรับสารภาพก็เพราะเธอกลัวว่าคนอื่นๆอีก 6 คนจะต้องซวยไปด้วย นอกจากนี้...ดูเหมือนว่าจะมีใครข่มขู่เกี่ยวกับฉันไปด้วย เธอบอกว่าถ้าไม่ยอมรับสารภาพ คนพวกนั้นจะสร้างหลักฐานเท็จแล้วบอกว่าฉันเป็นคนลงมือ”
คุณชายสี่แค่นหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ปรากฏว่าหญิงสาวตัวแสบแท้จริงแล้วเป็นห่วงเขามาก กลัวว่าถ้าท่านอัศวินจากไปแล้ว ทั้งเขาก็ยังจะถูกคนมากมายปองร้ายจะไม่สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้ก็เลยยอมรับสารภาพเสียเองเลย
ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้เกิดขึ้นเพราะไม่เชื่อใจเขา หากแต่เป็นเพราะเป็นห่วงเขามากต่างหาก คิดเช่นนี้แล้วในใจก็รู้สึกหวานล้ำขึ้นมาบ้าง ถึงจะยังหงุดหงิดที่เด็กนั่นโง่เขลาเกินไป ต่อให้ตัวเองยอมรับสารภาพไปแล้ว คิดว่าคนที่อยากลงมือกับเขาจะยอมเพียงเท่านี้หรือ? ดีไม่ดีอาจจะใช้ความสัมพันธ์ของเขากับเธอเป็นจุดเชื่อมโยง
ในเมื่อเธอที่เป็นคนของเขาสารภาพว่าตัวเองลงมือ เช่นนั้นเขาก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอยู่แล้ว
พอพูดกับเธอเกี่ยวกับปัญหานี้ คนโง่จึงได้รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปแล้วก็สารภาพความจริงกับเขาทั้งหมด นับว่าดีจริงๆที่เขาสามารถหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ไม่อย่างนั้นคงจะต้องเสียหญิงสาวที่รักเขามากกว่าชีวิตตัวเองไปแล้ว
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เขาคงจะต้องขอบคุณอันซูหยวนและคนสกุลจางพวกนี้ ดังนั้น...นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คนจากองค์กรนักล่าสกุลจางก็คือพันธมิตรของเขาแล้ว ในความคิดของเขา...คนเหล่านี้จากต่างแดน ยังดีกว่าพวกพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกันเสียอีก ไม่ต้องพูดถึงพวกขุนนางที่คิดแค่ผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลักเลย คนพวกนั้นถ้าฆ่าได้ก็อยากจะฆ่าให้ตายเสียให้หมดด้วยซ้ำ!
“ตอนที่ไปตรวจสอบก็พบเจอกับกระจกแปดเหลี่ยม และปริซึมขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ มันมีหน้าที่ในการสะท้อนแสงสว่างกลับมา และนั่นก็ทำให้แสงเงาที่หน้าต่างผิดเพี้ยนไปด้วย คนพวกนั้นเพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบพบก็ซ่อนมันเอาไว้ใต้พุ่มไม้ โดยการขุดลึกไว้ใต้ดิน ดีที่พวกฉันตรวจสอบอย่างละเอียดจึงสามารถค้นพบได้”
“ส่วนคนที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตของท่านอัศวิน....แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนคนสนิทของท่านอัศวินเอง เธอเป็นคนลงมือแทงที่ชุดเกราะเบาของท่านอัศวิน พวกเราจึงตามหาร่องรอยของพลังได้ แน่นอนว่าท่านอัศวินก็ได้ทิ้งหลักฐานสำคัญเอาไว้ ทำให้พวกเราตามหาตัวได้ถูกต้องนั่นก็คือเส้นผมที่ท่านกำเอาไว้ตั้งแต่วันแรก”
“คนที่ไปถึงก่อนก็คือเพื่อนคนสนิทของท่านอัศวินนี้ เพื่อที่จะจัดฉาก ก็เลยเอาชุดเกราะไปที่ทำรูเอาไว้ก่อนแล้วลอบสวมเข้าไป จากนั้นก็ทำทีว่าเพิ่งเข้าไปถึงแล้วก็รีบถอดชุดทั้งหมดออก ยังทำเป็นเหมือนตัดชุดเกราะรอบๆเพื่อให้ยังมีชุดเกราะติดอยู่เป็นหลักฐาน อ้างว่าไม่กล้าดึงออกมาเพราะกลัวว่าเลือดจะออกมามากกว่าเดิม”
“อีกฝ่ายสร้างหลักฐานให้ตัวเอง ทำเหมือนว่าเพิ่งกลับไปบ้านเกิดและกลับมาทำงานข้างกายของท่านอัศวินในวันนี้ ทั้งๆที่ความจริงแล้วรู้ดีเลยว่าจะลงมือวันไหน ช่างชั่วช้าเสียจริง!!”
“ส่วนสาเหตุที่ทำนั้นเชื่อได้หรือไม่ก็ยังไม่ทราบ เธอบอกว่าตัวเองอิจฉาที่ท่านอัศวินมีความรักกับองครักษ์ และตัวเองก็ชอบองครักษ์ผู้นี้เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องการฆ่าท่านอัศวินทิ้ง แต่พวกเรายังสอบสวนกันอยู่ เชื่อว่าอีกไม่นานจะได้รู้ความจริงทั้งหมด”
คุณชายสี่ไม่คิดปิดบังกับคนของสกุลจางอยู่แล้ว อีกอย่าง...ตัวเขามาที่นี่ก็เพื่อเล่าสถานการณ์ทั้งหมดให้ทุกคนฟังนี่แหละ ในเมื่อตอนนี้เริ่มจับตัวคนร้ายได้แล้ว หลังจากนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
เพียงแต่....เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะจบง่ายเกินไปนัก ถึงแม้คนให้ข้อมูลและร่วมวางแผนจะเป็นคนสนิทของท่านอัศวิน ทว่า...คนที่ลงมือจริงๆคือใคร? เรื่องนี้ยังต้องตามสืบให้กระจ่าง แต่เมื่อพวกเขาเริ่มตามร่องรอย สิ่งที่พบก็คือศพมากมายที่ตายไปก่อนจับมาสอบสวน หรือก็คือ...คนที่ลงมือนั้นจัดการหลักฐานแทบจะทั้งหมดแล้ว
“ตอนนี้ปัญหาก็คือท่านอัศวินยังไม่ได้สติ แม้ว่าเรื่องการไล่จับตัวคนร้ายจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของฉันแล้ว แต่เรื่องการดูแลรักษาท่านอัศวิน...ฉันก็จนปัญญาจริงๆ”
“ผลึกที่แลกเปลี่ยนไปยังใช้งานไม่หมดก็จริง แต่ประสิทธิภาพของมันดูจะลดลงไปเรื่อยๆ ไม่สิ....จะบอกว่าลดลงก็คงไม่ได้ ต้องบอกว่าพิษที่ท่านอัศวินได้รับนั้นยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นต่างหาก”
คุณชายสี่ถอนหายใจออกมา แม้เขาจะทำใจไว้แล้วว่าท่านอัศวินอาจจะไม่รอดชีวิต แต่...ลึกๆแล้วเขาก็ไม่ต้องการให้ท่านจากไปทั้งอย่างนี้เหมือนกัน
“เอาล่ะ ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรที่จะขอให้พวกท่านช่วยอีกแล้ว ทั้งเรื่องคนลงมือก็ตรวจสอบแล้วว่าไม่เกี่ยวกับพวกท่านแน่นอน ดังนั้น...ไม่จำเป็นต้องควบคุมพวกท่านอีก หากต้องการกลับไปที่เขตมลพิษก็ย่อมได้ ฉันจะให้ทหารไปส่งที่ชายแดน แต่ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ก็พักที่บ้านของฉันไปก่อนก็แล้วกัน ที่โรงแรมนั้นมันสกปรกเกินไป หลังจากที่พวกท่านช่วยเราไว้ ก็ถือว่าเป็นสหายของฉันผู้หนึ่งแล้ว”
ได้ยินคุณชายสี่พูดอย่างนั้น ทุกคนก็ลอบมองหน้ากันเอง แม้ว่าพวกเขาจะยังต้องการอยู่ต่อ ทว่า...อยู่ต่อไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรอีกแล้ว
ทรัพยากรก็แลกเปลี่ยนทั้งหมด ข้อมูลก็ได้รับมาแล้ว หลังจากนี้..เอาไว้รอสถานการณ์สงบแล้วค่อยกลับมาก็ยังได้ ดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจที่จะล่าถอยกลับไปก่อน
ซูหยวนยังได้ฝากให้คุณชายสี่ช่วยดูแลคนเผ่าวิหคดำทั้งสามคนด้วย โดยให้งานพวกเขาคือการคัดลอกหนังสือสาธารณะสัปดาห์ละหนึ่งเล่มเอาไว้รอให้เธอกลับมาอ่าน แม้ว่าคุณชายสี่จะใจกว้าง ยอมมอบหนังสือมากมายมาให้เธอ แต่ซูหยวนก็ยังต้องการลงโทษทั้งสามคนอยู่ดี
ดังนั้นคุณชายสี่จึงทำได้แค่รับปากว่าจะให้คนไปจับตามองพวกมันทำงาน จากนั้นจึงได้แยกย้ายกันไป
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์คุณชายสาม หลังจากที่เขาถูกแย่งอำนาจในการสอบสวนไป คนก็อาละวาดอย่างหนักมาหลายวันแล้ว
ภายนอกเห็นเขาเป็นเหมือนบัณทิตหนุ่มที่สุภาพอ่อนโยน ทว่าในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย คนรับใช้ทั้งหมดรู้ดีว่าความโหดร้ายของคุณชายตรงหน้าเป็นเช่นไร
เพล้ง!!
แจกันราคาแพงถูกขว้างแตกกระจาย รวมกับข้าวของล้ำค่ามากมายที่พื้น ทำเอาคนรับใช้ทั้งหมดตัวสั่นงันงก
“ไอ้พวกโง่ ไอ้พวกโง่เง่าทั้งหลาย!! ทำไมทำงานชุ่ยๆแบบนี้ ห๊า!! พวกแกโง่รึไงที่เอาของไปซ่อนไว้ตรงนั้น ไหนว่าแผนตัวเองดีนักไง ทำไมจึงถูกตรวจสอบเจอได้ง่ายขนาดนี้”
“เหอะ!! แค่เงาของแจกันงั้นหรือ? แค่เงาแจกันก็เปิดเผยทั้งหมดได้งั้นหรือ? บัดซบเอ้ย!! ไอ้เด็กนั่นมันคิดว่าตัวเองเป็นใคร! อยู่เฉยๆที่ชายแดนไม่ชอบ คิดจะมาเล่นกับฉันด้วยอีกคนงั้นรึ?”
“แทนที่มันจะได้อยู่อย่างสงบ เวลานี้กลับกระโดดออกมา คงอยากจะร่วมเล่นสนุกไปกับพี่น้องด้วยกันสินะ ดี ดีเลย ถ้าอย่างนั้นฉันก็พร้อมที่จะเล่นด้วย!!”
“สั่งให้คนไปพาคุณหนูหลางอันเสวี่ยมาที่นี่ บอกเธอว่าฉันรู้ว่าน้องชายสุดที่รัก แท้จริงแล้วซ่อนใครเอาไว้ในใจ! ฉันจะเริ่มจากการบดขยี้หัวใจมันก่อน หลังจากนั้นจะทำลายทุกอย่างที่มันต้องการปกป้อง หึ หึ หึ!!”
รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้น ดวงตาของคุณชายสามเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ ไม่กี่วันมานี้เขาเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เพราะรับหน้าที่นี้มานานแต่ไม่สามารถตรวจสอบอะไรพบ กลายเป็นเจ้าสี่ที่เพิ่งกลับมามองเห็นทุกอย่าง ตอนนี้ขุนนางมากมายคงจะมองว่าเขาไร้ความสามารถแล้ว
ฮึ่ม!! ในเมื่อมันกล้าที่จะทำแบบนั้นกับเขา เขาก็ไม่คิดจะปล่อยมันไปเช่นกัน!!
……………………………….