บทที่ 382 ได้โอกาส (อ่านฟรี 23 มี.ค. 69)
บทที่ 382 ได้โอกาส (อ่านฟรี 23 มี.ค. 69)
บทที่ 382 ได้โอกาส
“วิ่งหนีหางจุกตูด? ฮ่าๆ มั่นใจหรอว่าจะเป็นพวกเราน่ะ!”
“ในเมื่อหัวหน้าตกลงให้พวกเราลงมือแล้ว ฝั่งนี้รอโอกาสมานาน อดทนอดกลั้นมาตลอด วันนี้จะได้ระบายความโกรธเสียที!”
“ดูถูกพวกเรามานานแล้วนี่ มาดูกันหน่อยเถอะว่าพวกแกจะต้องตายยังไง!” พวกพลทหารพิเศษเวลานี้เหมือนพวกบ้าคลั่งไปเสียแล้ว สีหน้าของพวกเขาดูมีความสุขมากกว่าตอนที่ได้ยินว่ามีภารกิจนี้เสียอีก
ซูหยวนที่เป็นคนวิ่งมาก่อนใครเพื่อนกลับไม่ได้พูดอะไรเลย เธอมองพวกรุ่นพี่ที่กำลังท้าทายคนเหล่านั้นอย่างไม่เกรงกลัวก็อึ้งไป
“บัดซบ! ใครใช้ให้สุนัขอย่างพวกแกมาเห่าใส่ฉันวะ!”
ฝั่งนักฆ่าที่แม้ว่าจะทำงานผิดกฎหมายมาตลอด เพราะทำงานที่ไม่ถูกต้องจึงถูกคนมากมายตามไล่ล่าค่าหัว วิถีชีวิตของพวกเขาจึงไม่ต่างอะไรกับชนชั้นล่างของดินแดนแห่งนี้ ทว่า...พวกเขาเองก็หยิ่งในศักดิศรีของคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เมื่อได้ยินว่าพวกเขตมลพิษกล้าดูถูกตนเอง พวกเขาก็โกรธจัด
“แฮร่!!” ในขณะที่มนุษย์ทั้งสองฝั่งโต้เถียงกันไปมา พวกพลทหารที่เหมือนกำลังเก็บกดเพราะตัวเองไม่ได้พูดมาตลอดก็ยังไม่ทันความเร็วของเสี่ยวหยินที่ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้
ทำไม! เป็นสุนัขที่ส่งเสียงเห่าแล้วมันยังไง!
มันไม่ส่งเสียงให้มากความ กระโจนออกไปข้างหน้าก่อนจะใช้กรงเล็บของตนเองฟาดเข้าที่นักฆ่าคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว
เคร้ง!!!
การโจมตีอย่างกะทันหันนี้ทำให้นักฆ่าพวกนั้นตกใจมาก โชคดีที่สามารถยกแขนที่สวมเกราะป้องกันขึ้นมาได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงจะถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อนไปแล้ว
“ไอ้สัตว์เดรัจฉาน!!” ยังไม่ทันที่คำพูดของเขาจะจบประโยคดี ตอนนั้นที่เสียง “แคร็ก” ก็ดังขึ้น ทำเอาตัวเขาที่กำลังโกรธจัดและคิดส่งสุนัขตัวเหม็นนี้ไปลงนรกได้แต่ตกใจ
ภาพที่ทุกคนเห็นก็คือ เกราะเบาที่ล้ำค่าของนักฆ่าคนนั้นกำลังแตกออกแยกเป็นสองชิ้น ค่อยๆร่วงจากแขนของนักฆ่าราวกับใบไม้ปลิว ภาพนี้ทำให้เกิดความเงียบเข้าปกคลุมทันที
“ฮูม!!” เสี่ยวหยินยกคอของตัวเองขึ้นแล้วส่งเสียง ราวกับต้องการบอกว่าพลังของมันเป็นอย่างที่คิดหรือไม่? อ่อนแอ หรือว่าแข็งแกร่งกันแน่ล่ะ!
เห็นความต้องการท้าทายในสายตานี้ก็ทำให้นักฆ่าคนนั้นอับอายมาก เขาตัวสั่นเทาไปด้วยความโกรธ เวลานี้ไม่ใช่แค่มนุษย์ขยะจากเขตมลพิษเท่านั้นที่ดูแคลนตัวเอง แม้แต่สุนัขรับใช้ของพวกมันก็ยังทำแบบนี้
“ตาย!”
“อย่า!!” เมื่อเห็นว่าหนึ่งในพวกพ้องกำลังพุ่งเข้าใส่อย่างขาดสติ คนเป็นหัวหน้าก็รีบตะโกนห้ามปราม แต่น่าเสียดายที่ลูกกระสุนถูกยิงออกไปแล้วไม่มีทางหวนคืน ดังนั้นนักฆ่าคนนั้นจึงตรงเข้าหาเสี่ยวหยินด้วยความเร็วสูงสุดของตน
เสี่ยวหยินไม่หลบแม้แต่น้อย พลทหารพิเศษคนหนึ่งเหลือบมองอันซูหยวนที่เป็นเจ้านาย เขากลัวว่าถ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้เป็นอะไรขึ้นมาจะทำให้สาวน้อยรุ่นน้องเสียใจเหมือนที่รุ่นน้องชายคนหนึ่งเป็น หากเธอแสดงความต้องการให้พวกเขาช่วยเหลือ พวกเขาก็จะพุ่งตัวออกไปทันที
ทว่า...อันซูหยวนสงบนิ่งเกินไป เธอกำลังเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของสุนัขทมิฬตัวนี้งั้นหรือ?
ถึงจะสงสัยว่านี่เป็นแค่ความเชื่อใจผิดๆหรือว่าสุนัขตัวนั้นมีความแข็งแกร่งจริงจนสามารถต่อสู้กับคนของดินแดนลับได้ ทว่าพวกเขาก็ไม่เข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจของใคร
อันซูหยวนมองดูการต่อสู้ของหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ตรงหน้า ก่อนจะลอบยกยิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นผลลัพธ์
ใช่แล้ว ไม่ใช่ว่าเธอกังวล แต่เธอแค่ต้องการพิสูจน์ว่ากรงเล็บของเสี่ยวหยินหรืออุปกรณ์ป้องกันของพวกมัน อย่างไหนจะแข็งแกร่งกว่าก็เท่านั้น
ปัง!!!
แรงกระแทกจากหนึ่งของ้าวและหนึ่งเท้าที่มีกรงเล็บแหลมคมส่งผลให้เกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว เสี่ยวหยินถูกดันให้ถอยร่นไปสองฝ่าเท้า แต่มันยังไม่ได้ขยับท่าทางของตนเองเลย ในขณะที่นักฆ่าคนนั้นถูกผลักดันให้ล้มหงายไปด้านหลัง
“อั่ก!!” เสียงกระอักเลือดของอีกฝ่ายดึงความสนใจของทุกคนไปได้ทันที นี่เป็นอาการบอบช้ำจากแรงกระแทก ซึ่งมันหมายความว่าอย่างไร?
จุดแข็งของสุนัขทมิฬก็คือกรงเล็บที่คมกริบ สามารถตัดทุกอย่างบนโลกนี้ได้กระทั่งเหล็ก อย่างไรก็ตาม...มันไม่ใช้กรงเล็บของตนเองในการโจมตีโดยตรง หากแต่ใช้พละกำลังของมันในการวัดฝีมือกับคู่ต่อสู้ที่ใช้อาวุธที่ตนเองถนัด นี่แปลว่าอะไร? แปลว่าการดูถูกที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งอย่างไรล่ะ!!
“ไอ้หมาปีศาจนี่....”
เหมือนกับชื่อเล่นที่ทุกคนในดินแดนมลพิษชอบใช้กับสุนัขทมิฬ “สุนัขปีศาจ หรือ หมาปีศาจ” ชื่อเล่นนี้มีที่มาเช่นนี้เอง
“ฮ่าๆ ไอ้พวกขยะเอ้ย! เรียกเราว่าขยะ แต่ตัวเองสู้ไม่ได้แม้แต่สุนัขทมิฬจากเขตของพวกเรา แบบนี้ใครกันแน่วะที่เป็นขยะ”
“ฮ่าๆ สะใจจริงๆ ไอ้พวกโง่เอ้ย”
“ที่พวกเรายอมไม่ได้แปลว่าพวกเราอ่อนแอ ก็แค่ดินแดนของพวกแกมีทรัพยากรที่ดินแดนมลพิษของพวกเราหาไม่ได้เท่านั้น แต่หลังจากนี้...ดินแดนของพวกเราก็มีของดีเช่นกัน พวกแกคิดว่าตัวเองจะยังอยู่เหนือกว่าได้ตลอดไปรึไง!”
“ถึงทีของพวกเราบ้างแล้ว!” เสียงเย้ยหยันของฝั่งรุ่นพี่พลทหารพิเศษที่ผลัดกันพูดราวกับชีวิตนี้ไม่เคยพูดมาก่อนทำให้พวกนักฆ่าหัวร้อนมาก
“อย่าถูกพวกมันหลอก ตั้งสติก่อน” ดูเหมือนว่าในกลุ่มของพวกนักฆ่าก็ไม่ได้มีแค่คนโง่เท่านั้น หลังจากที่ถูกยั่วยุนับครั้งไม่ถ้วน ทำเอานักฆ่าทั้งหลายเริ่มสติแตก คนเป็นหัวหน้าจึงได้เอ่ยปรามพวกเขา
แน่นอนว่าคำพูดนี้มีประโยชน์มากถ้ามีคนฟัง น่าเสียดายที่คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ลูกน้องหยุดความโกรธแค้นได้เลย
“พวกเราต้องรีบลงมือแล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าทหารของคุณชายสี่มาถึง พวกเราก็ไม่มีโอกาสแล้ว” หัวหน้าพูดอีกครั้ง เขาส่งสัญญาณให้คนของตนเองเข้าล้อมรอบฝ่ายตรงข้ามเพื่อหาจังหวะโจมตี
ขอเพียงลงมือกับคุณชายสี่และสวี่เหมยได้ ภารกิจของพวกเขาก็สำเร็จแล้ว ส่วนคนของเขตมลพิษพวกนั้นจำเป็นต้องใส่ใจด้วยหรือ? หลังจากที่คุณชายสี่ตายจากไป คนพวกนั้นก็แค่หมูที่รอถูกเชือดเท่านั้นแหละ
น่าเสียดายที่การกระตุ้นของพลทหารพิเศษก่อนหน้านี้ทำให้นักฆ่าส่วนหนึ่งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป ถึงจะฟังคำสั่งของหัวหน้า แต่ก็ซ่อนเจตนาสังหารเอาไว้ไม่มิด
พลทหารพิเศษลอบมองหน้ากันเอง ที่ต้องเสียเวลาพูดมากไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่เป็นการระบายอารมณ์โกรธที่เก็บกดมานานเท่านั้น แต่นักฆ่าพวกนี้มีจุดอ่อนที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ...หากจิตใจของพวกมันถูกทำลาย ทักษะลอบสังหารก็ไม่ได้ผลแล้ว เช่นนั้นยังมีความน่ากลัวหลงเหลืออยู่ด้วยหรือ?
แม้ว่าพวกเขาเองจะไม่กลัวเพราะมั่นใจในฝีมือ แต่ต่อสู้ไปด้วย ปกป้องคนอื่นไปด้วยย่อมมีความเสี่ยง สุดท้ายวิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการต่อสู้
“ซ้าย!” พลทหารพิเศษคนหนึ่งหัวเราะออกมาเมื่อตรวจจับได้ นักฆ่าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ย่อมต้องมีความพิเศษของพวกเขาเอง อย่าลืมว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาได้มาจากทรัพยากรจำนวนมาก ดังนั้นไม่อาจจะดูแคลนได้อย่างที่พวกเขาพูดกันไปก่อนหน้านี้
ดาวกระจายถูกขว้างออกไปโดยพลทหารพิเศษผู้หนึ่ง ในขณะเดียวกันเขาก็ดึงเอาดาบยาวที่ซูหยวนเคยเห็นจากหนังซามูไรในชีวิตก่อนออกมา คล้ายว่าเขาจะมีทักษะเหมือนพวกนินจาในการ์ตูนที่เธอเคยดู
ฉับ!!
ด้วยการตวัดอาวุธเพียงครั้งเดียว ยังไม่ทันที่จะได้เห็นตัวดาบชัดเจน มันก็ถูกเก็บเข้าฝักไปเสียแล้ว หลังจากที่เสียงตัด “ฉับ” หายไป ร่างที่ซ่อนตัวอยู่ก็พลันปรากฏตัว เกิดเสียง “แคร็ก” พร้อมกับผลึกก้อนหนึ่งแตกออก สิ่งนี้ก็คือผลึกอำพรางที่พวกอาชีพนักฆ่าใช้กัน
พวกเขาไม่เหมือนกับคนของเขตมลพิษที่ใช้พลังงานจนเคยชิน ถึงกับคิดค้นวิธีการต่อสู้โดยใช้พลังงานได้สำเร็จ ส่งผลให้สามารถใช้พลังงานเพื่ออำพรางร่องรอยของตนเองได้ คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้เคยชินกับการผลึกที่ได้จากการเข้าไปล่าสัตว์ร้ายในเขตเชื่อมมิติต่างๆแล้ว ซึ่งมันง่ายกว่า สะดวกกว่า อีกทั้งยังนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย ทว่า...นี่ก็นับเป็นจุดอ่อนของพวกเขาได้เช่นกัน
ไม่ใช่เพราะผลึกถูกทำลายแล้วจะกลายเป็นจุดอ่อน แต่มันเป็นปัญหาเพราะเมื่ออารมณ์ของพวกเขาควบคุมไม่ได้ ต่อให้ใช้ผลึกอำพรางก็ไม่มีประโยชน์
ทหารพิเศษไม่ใช่มาที่นี่เป็นครั้งแรก พวกเขายังเคยต่อสู้ลับๆกับคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาก่อนแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะเลือกใช้กลยุทธ์เช่นนี้
ร่างของนักฆ่าล้มลงไปพร้อมกับผลึกที่แตกละเอียด พร้อมกันนั้นที่นักฆ่าคนอื่นก็เริ่มเข้าจู่โจมจากมุมที่มองไม่เห็นต่อไป ทว่า...จากแผนกระตุ้นความโกรธก่อนหน้านี้ ไม่ใช่พลทหารพิเศษจะทำไปเพื่อยั่วโมโหคนเท่านั้น แต่...ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการลงมือของพลทหารพิเศษคนหนึ่งต่างหาก
“ฮี่ๆ จับได้แล้ว”
ในตอนที่พวกเขาติดว่าตัวเองจะซ่อนจิตสังหารไว้ให้ลึกที่สุดหลังจากเห็นว่าพวกขยะเหล่านี้ใช้จุดไหนในการจัดการพวกเขา แต่ตอนที่กำลังมั่นใจว่าจะสามารถฆ่าพวกมันเพื่อล้างแค้นให้คนที่เสียชีวิตไปได้ จู่ๆร่างของพวกเขาก็เหมือนกับว่าขยับไม่ได้อีกแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น!” นักฆ่าคนหนึ่งสำรวจดูผลึกที่ห้อยคอของตนเอง พบว่ามันยังอยู่ดี ไม่ได้ถูกทำลายแต่อย่างใด ทว่า...ทำไมเขาจึงถูกจับตัวได้
ไม่สิ! คนพวกนั้นไม่ได้จับตัวเขาได้ แต่เป็น....บางอย่างที่มัดตัวของเขาอยู่
ฟึ่บ!
พลทหารพิเศษคนหนึ่งสะบัดมือ เพียงแค่การขยับเดียวนี้ก็ทำให้เกิดการบาดลึกเข้าที่ต้นแขนของพวกเขาทุกคน เลือดสีแดงสดสาดกระจายออกมาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะเห็นด้ายใสที่แต่เดิมแล้วมองไม่เห็น เวลานี้มีเลือดของพวกเขาติดซึมกำลังถูกดึงกลับไป
ใช่แล้ว! นี่ก็คือความสามารถของพลทหารพิเศษคนหนึ่ง เขาเป็นผู้ใช้ “เส้นด้าย” ที่เชี่ยวชาญมากคนหนึ่ง ด้วยทักษะพิเศษนี้ เขาสามารถประกาศว่าตัวเองเป็นศัตรูกับนักฆ่าทั้งโลกเลยก็ได้
ในเขตมลพิษของพวกเขาเอง ถ้านักฆ่าคนไหนได้ภารกิจเพื่อจัดการกับเขา ล้วนต้องหนีหายไปเพราะความหวาดกลัว หากต้องสู้กับใคร พวกเขาก็เลือกจะไม่สู้กับพลทหารพิเศษคนนี้!
“ระบุตำแหน่งได้ทั้งหมดแล้ว ลงมือได้เลย” เมื่อได้ยินหัวหน้าภารกิจสั่งแบบนั้น พวกเขาทุกคนก็พยักหน้ารับแล้วเคลื่อนไหวราวกับสายลม
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อของคุณชายสี่ ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที...นักฆ่าที่ถูกระบุตัวทั้งหมดโดยเส้นด้ายก็ค่อยๆล้มลง
“นี่.....” คุณชายสี่ยังตกตะลึงไม่หาย เดิมทีเขาแค่เรียกอันซูหยวนเพราะเป็นความหวังสุดท้ายที่จะช่วยคนรักให้รอดชีวิต แม้จะไม่ได้คาดหวังเอาไว้มาก ขอเพียงพวกเขาช่วยถ่วงเวลาให้ จนกว่าทหารของตนเองจะมา แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้ว
ทว่า...สิ่งที่เขาไม่คิดมาก่อนก็เกิดขึ้น คนพวกนี้สามารถฆ่านักฆ่าทั้ง 20 กว่าคนได้ในไม่กี่นาที หากไม่นับรวมกับเวลาที่พวกเขาเอาแต่ด่าทอกันไปมา ก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
แข็งแกร่ง!! คนพวกนี้ไม่ใช่ขยะเลย พวกเขาแท้จริงแล้วแข็งแกร่งมาก!!
นี่คือสิ่งที่คุณชายสี่คิดได้หลังจากที่เห็นการต่อสู้ที่ผ่านมา
ภายภาคหน้า หากจะดูถูกใครก็ดูถูกได้ แต่คุณชายสี่สาบานว่าจะต้องไปปรับทัศนคติให้ทหารในกองกำลังของตนเองเสียใหม่ หากเจอกับคนของเขตมลพิษอีกครั้ง ให้หลีกเลี่ยงพวกเขาให้ดี อย่าได้คิดริไปท้าทายหรือยั่วยุพวกเขาเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นชีวิตน้อยๆนี้ก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้!!
……………………………………