LNCrawler

บทที่ 383 บาดแผลที่หายไป (อ่านฟรี 24 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 383 บาดแผลที่หายไป (อ่านฟรี 24 มี.ค. 69)

บทที่ 383 บาดแผลที่หายไป

 

การกวาดล้างนักฆ่ากว่า 20 คนอย่างง่ายดายนั้นทำให้คนที่อยู่ด้านหลังทำได้แค่มองหน้าตนเอง ในใจได้แต่คิดว่าถ้าพวกเขาเป็นฝ่ายถูกโจมตี ไม่รู้ว่าจะต้านทานการฆ่าล้างเช่นนี้ได้หรือไม่ ดูเหมือนว่าคนจากเขตมลพิษไม่ใช่แค่ไม่อ่อนแอเท่านั้น หากแต่ยังมีความแข็งแกร่งอย่างมากอีกด้วย

            

ก่อนหน้านี้คุณชายสี่ก็ระวังพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว รู้ดีว่าคนที่มาที่นี่ไม่ใช่พวกอ่อนแออย่างที่ทุกคนเข้าใจ บนโลกนี้มีสิ่งมากมายที่คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยพบเห็น ทว่า...แค่พวกเขาไม่มีทรัพยากรอย่างพวกอาหารชั้นยอดเหมือนที่ตนเองมี เนื่องจากสถานการณ์เรื่องมลพิษ ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะไม่มีความสามารถอื่น

            

โชคดีที่ฝั่งตัวเองไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆกับพวกเขา ยิ่งการที่อีกฝ่ายนำผลึกเพิ่มพลังชีวิตออกมาขายได้เช่นนี้ ภายภาคหน้าย่อมต้องเป็นกำลังคนสำคัญแน่ บางที...ต่อไปอาจจะเป็นฝ่ายพวกเขาเสียอีกที่ต้องหวังพึ่งพาคนเหล่านั้น เพราะอย่าลืมว่าคนของพวกเขาเองต่างหากที่เหมือนกับถูกขังอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ไม่สามารถออกไปอยู่ข้างนอกที่เต็มไปด้วยสารพิษได้

            

กว่ากองกำลังของคุณชายสี่จะมาถึง สถานการณ์ทั้งหมดก็ถูกจัดการแล้ว นอกจากกองกำลังของคุณชายสี่แล้ว ยังมีทหารรักษาการมาอีกจำนวนมาก เมื่อเห็นภาพที่พวกนักฆ่าถูกจัดการทั้งหมดก็ทำได้แค่มองหน้ากันไปมา

 

“รีบจัดการ! ตรวจสอบว่าใครเป็นคนลงมือ ฉันจะไม่ปล่อยให้คนที่คิดลงมือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!” 

 

คุณชายสี่ประกาศกร้าว ท่านอัศวินหงส์ขาวยังอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีนักแต่ยังมีความหวังอยู่ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนคิดลงมือกับเขาแล้ว ช่างรีบร้อนเสียจริง

 

“รับทราบครับคุณชายสี่ ว่าแต่....คนที่จัดการพวกเขา...”

 

“เป็นทหารของเขตมลพิษที่ช่วยฉันเอาไว้ เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง ยังไงก็ต้องตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ให้ได้” 

 

เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบัง เขาไม่เชื่อหรอกว่ารอบๆนี้จะไม่มีคนจับตาดูอยู่ ต่อให้ต้องการปิดบัง แต่ความช่วยเหลือจากพวกเขตมลพิษก็ต้องถูกคนอื่นรู้อยู่ดี สู้ให้ผลงานพวกเขาแล้วตอบแทนอย่างสาสมไปเลยดีกว่า

            

คุณชายสี่ส่งสวี่เหมยไปรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะเธอเสียเลือดไปมากแล้ว ที่ยังสามารถอดทนอยู่ได้ก็เพราะแรงใจที่เป็นห่วงคุณชายสี่ล้วนๆ เมื่อเห็นว่าคนรักของตนเองปลอดภัยก็ผ่อนคลายลง เป็นผลให้ล้มพับลงไปในอ้อมแขนของคุณชายสี่ทันที โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก เพียงแค่ต้องฟื้นฟูพลังชีวิตที่เสียหายไปเท่านั้น

            

ทางพลทหารพิเศษทั้งหลายก็ถูกเชิญไปที่คฤหาสน์ของคุณชายสี่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนกับครั้งที่ซูหยวนมาครั้งแรก พวกเขาได้เห็นแล้วว่านักฆ่าพวกนั้นตกตายอย่างไร ร่องรอยบาดแผลของพวกนักฆ่าเพียงพอที่จะทำให้รู้ว่าระดับฝีมือของพลทหารพิเศษเหล่านี้ไม่ธรรมดา

            

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าคุณชายสี่ลงมืออย่างไรกับคนที่กล้าต่อต้านหรือ? ยิ่งเวลานี้คนพวกนี้เป็นถึงผู้ช่วยชีวิต เช่นนั้นจะต้องเข้มงวดกว่าเดิมแน่

            

หลายคนทำได้แค่ก้มหน้าปล่อยให้พลทหารพิเศษผ่านไป เมื่อพวกรุ่นพี่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ดีๆเช่นนี้เห็นท่าทางของพวกเขาต่างก็รู้สึกยินดีมาก

            

เหมือนกับมีผีเสื้อมากมายบินวนอยู่ในหัวใจ ชีวิตในดินแดนลับก่อนหน้านี้หดหู่เกินไปจนพวกเขาไม่อยากจะมาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้...เมื่อมีสายตายำเกรงของพวกเขา และไร้เสียงยั่วยุต่างๆ สถานที่แห่งนี้ก็นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามมากแห่งหนึ่งเลย

 

“จัดที่พักให้ทุกคน แล้วก็เตรียมอาหารพิเศษไว้ให้พวกเขาด้วย”

 

“คุณชาย อาหารพิเศษของเราหมดแล้ว...”

 

“หมดก็ไปหาซื้อมา ครอบครัวอื่นมีอาหารพิเศษกินทุกวัน แต่บ้านสี่ของฉันต้องรอแค่ช่วงเทศกาลจึงจะได้กินหรือ? ตกลงว่าบ้านสี่ของฉันยากจนมากนักรึไง!”

            

ได้ยินพ่อบ้านพูดอย่างนั้น คุณชายสี่ที่เพิ่งผ่านเหตุร้ายมาก็ตวาดกลับไปเสียงดัง ทำเอาทุกคนได้แต่หดหัวกลับไป

            

ใช่แล้ว ที่ผ่านมาคุณชายสี่ของพวกเขากินอาหารพิเศษแค่ช่วงเทศกาลเนื่องจากส่วนแบ่งของบ้านไม่ได้มากนัก ถึงจะเท่ากับทุกคน ทว่า...คุณชายสี่อยู่ชายแดนมาโดยตลอด เขากลับมาก็แค่ช่วงเทศกาลต่างๆเท่านั้น จนกลายเป็นธรรมเนียมว่าบ้านสี่จะทำอาหารพิเศษแค่ตอนมีงานสำคัญๆเท่านั้น อย่างไรก็ตาม...สำหรับบ้านคุณชายคนอื่นๆนั้นต่างกัน

            

เพราะทุกคนอยู่ในเขตเมืองหลวง ซึ่งมีโอกาสต้อนรับแขกเหรื่อมากมาย ดังนั้นพวกเขาจึงหาซื้อวัตถุดิบล้ำค่ามาเก็บไว้ในบ้านอยู่เสมอ แม้จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตงฉินอย่างคุณชายสี่ที่ไม่ยอมโกงกินเงินใดๆ บางครั้งถึงกับต้องเอาเงินของบ้านไปจ่ายให้กับค่ายทหารที่ขาดแคลนเสียด้วยซ้ำ

            

หากเป็นตามปกติ เมื่ออาหารพิเศษไม่มีเหลือแล้ว คุณชายสี่ก็ไม่ได้ใส่ใจ แค่ได้กินอาหารปกติทั่วไปก็เพียงพอ ทว่าครั้งนี้เขากลับไม่ยินยอมให้เป็นเช่นนั้น

 

“เข้าใจแล้วครับ จะรีบไปดำเนินการเดี๋ยวนี้” คุณชายสี่ได้ยินพ่อบ้านพูดก็แค่โบกมือให้คนไปจัดการ หากต้องการอาหารพิเศษเร่งด่วนก็น่าจะต้องใช้เวลาบ้าง 

 

“พาแขกไปพักผ่อนก่อน เมื่ออาหารเสร็จแล้วก็ขอเชิญมาร่วมโต๊ะอาหารกัน ฉันอยากจะเลี้ยงขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ” 

            

พลทหารพิเศษไม่ได้พูดอะไร อีกอย่างพวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะกินอาหารอยู่แล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยลิ้มรสชาติอาหารของที่นี่เพราะพวกเขากินแค่อาหารสังเคราะห์ก็อยู่ท้อง แต่เคยเห็นแล้วว่าอาหารของที่นี่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมขนาดไหน 

            

เคยมีพวกรุ่นพี่ที่ได้กินอาหารพิเศษมาก่อน พวกเขาพูดว่าอาหารพิเศษพวกนี้ส่งผลต่อการรักษาเสถียรภาพของพลังงานได้อย่างดี หากได้กิน 1 ครั้ง จะทำให้ระดับฝีมือเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นสิบปี ดังนั้นต่อให้ไม่ได้อยากกิน ก็ยังตั้งตารออยู่บ้างเช่นกัน

            

หลังจากที่ส่งแขกไปแล้ว คุณชายสี่ก็เดินเข้าไปในห้องรักษาที่เชิญแพทย์มาดูแลสวี่เหมย เห็นสีหน้าของแพทย์เต็มไปด้วยความประหลาดใจก็เอ่ยถาม

 

“เกิดอะไรขึ้น?” เขากลัวว่าจะมีปัญหากับสวี่เหมยที่ยังนอนหมดสติอยู่ แต่เมื่อเห็นคุณชายสี่กังวล แพทย์จึงต้องรีบอธิบาย

 

“ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรครับ แค่คุณสวี่เสียเลือดไปมาก ทั้งยังฝืนตัวเองก่อนหน้านี้ ถึงจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร เพียงแต่...มีเรื่องที่ผมอยากรู้อยู่ครับ” แพทย์มองคุณชายสี่ ท่าทางเหมือนต้องการให้เขาอนุญาตก่อนแล้วจึงค่อยถาม

 

“อืม” เห็นคนอนุญาตแล้ว แพทย์คนนั้นก็มองหน้าทีมของตนเองก่อนจะถามขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น

 

“บาดแผลของคุณสวี่นี้....ใครเป็นคนจัดการหรือ?”

 

“ทำไม? มีปัญหาอะไร”

 

“ไม่ครับคุณชาย ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน แต่ว่า...นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราตกตะลึงมาก ในความเป็นจริงแล้ว บาดแผลที่ทำให้คนเสียเลือดได้มากขนาดนี้สมควรเป็นบาดแผลลากยาวที่ค่อนข้างสาหัส ต่อให้รักษาด้วยการปิดบาดแผลแล้ว ก็ยังต้องทิ้งร่องรอยขนาดใหญ่เอาไว้ แต่ทำไม...” แพทย์มองไปยังแขนของสวี่เหมยที่มีเพียงสะเก็ดแผลบางเบาด้วยความไม่เข้าใจ

            

คุณชายสี่ที่ไม่ทันได้สังเกตก่อนหน้านี้ก็เห็นเช่นกัน อาจจะเป็นเพราะเขาเห็นบาดแผลของสวี่เหมยมาตั้งแต่แรก ดังนั้นหลังจากเห็นว่าแขนของเธอตอนนี้ไม่เหลือร่องรอยการถูกโจมตีที่รุนแรงอยู่เลยก็ชะงักไป

            

โชคดีที่เขายังคิดได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น นี่คงจะเป็นเพราะ...ยาที่เขาไม่รู้จักนั่นใช่ไหม? จำได้ว่าตอนนั้นเร่งรีบมาก และตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น หากต้องการช่วยสวี่เหมยให้หนีรอดการโจมตีไปได้ ย่อมต้องคว้าทุกโอกาสที่ได้รับ

            

หากเป็นปกติ ยาที่ได้มาจากคนอื่นนี้จะต้องตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีกให้มั่นใจว่าจะไม่เป็นอันตราย แต่ตอนนั้นไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เขาได้มอบยาที่อันซูหยวนโยนมาให้กับสวี่เหมย ป้อนให้เธอด้วยมือของเขาเอง คาดหวังแค่ว่าเธออาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

            

แต่ที่เขาไม่คิดเลยก็คือ...ยานั้นกลับทำให้บาดแผลของสวี่เหมยถูกรักษาจนเกือบจะหายดี นี่มัน...ยังเรียกว่ายารักษาได้อยู่หรือ? ประสิทธิภาพนี้มันก้าวกระโดดเกินไปแล้ว แม้แต่แพทย์ที่มีฝีมือที่สุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังทำเช่นนี้ไม่ได้เลย!

 

“เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงอีกต่อไป” เดิมทีคุณชายสี่ก็ไม่เห็นว่าเป็นปัญหาอะไร แต่เมื่อประสิทธิภาพของมันมากมายถึงขนาดนี้ เขาก็ไม่อยากจะสร้างปัญหามากขึ้น

            

ไม่ใช่เพราะกลัวว่าตัวเองจะเกิดเรื่อง แต่เขารู้ดีว่ายารักษาที่สามารถเปลี่ยนวงการแพทย์ของดินแดนไป และอาจจะทำให้ทุกคนรู้ถึงความต่างชั้นที่มากมายขนาดนี้...บางทีอาจจะเป็นปัญหามากกว่าผลดี

            

หากพวกเขาที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่อยู่เสมอรู้ว่า ความจริงแล้วพวกตนก็แค่กบในกะลาที่ถูกขังอยู่ในดินแดนที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากอาหารจำนวนมากเหมือนถูกทำให้อยู่ในสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ในขณะที่กลุ่มคนที่ตัวเองดูแคลนมาตลอด แท้จริงแล้วมีทรัพยากรมากมายมหาศาล คิดว่าคนในดินแดนนี้จะเป็นอย่างไร?

            

ไม่ใช่แค่จะเกิดปัญหาจากการดูแคลนตัวเองเท่านั้น แต่ต่อไป...อาจจะทำให้ผู้คนที่ต้องการอำนาจและทรัพยากรส่งคนไปตายเพื่อตัวเองก็เป็นได้

            

เขาไม่เชื่อหรอกว่าถ้าพวกเห็นแก่ตัวรู้ว่าข้างนอกนั่นมีของดีมากมายขนาดที่อาจจะทำให้พวกเขากลายเป็นอมตะได้ ถึงเวลานั้นจะยังอยู่เฉยๆได้อีก

            

ตอนนี้ที่เขตมลพิษ มีเพียงผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่สร้างความตกตะลึง แล้วถ้ายังมียารักษาที่ทำให้บาดแผลใหญ่เหลือเพียงร่องรอยเล็กๆน้อยๆ นี่จะทำให้พวกเขาบ้าคลั่งไปกันหมดหรือไม่!

            

หากมันจะเป็นปัญหารุนแรงขนาดนั้น คุณชายสี่ยังเลือกที่จะซ่อนพวกมันเอาไว้ อย่างน้อยๆ การให้ผู้คนในดินแดนมีเวลาปรับตัว เปลี่ยนทัศนคติและค่อยๆยอมรับความจริง ก็อาจจะไม่ส่งผลอย่างกะทันหันจนหาแนวทางรับมือไม่ได้

            

แม้ว่าแพทย์เหล่านั้นจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เพราะคุณชายสี่ไม่ยอมพูด ทั้งยังสั่งให้พวกเขาไม่เปิดเผยออกไป ทุกคนยังจะเซ้าซี้ได้หรือ?

            

สุดท้ายก็ได้แต่เก็บความสงสัยของตนเองกลับไป ในขณะที่ซูหยวนซึ่งอยู่ในห้องพักรับรองแขกและเป็นห้องเดิมที่เธอเคยพักมาก่อน เวลานี้กำลังพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เงียบๆ

            

สถานการณ์ของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวนี้มีปัญหาจริง และตอนนี้ตัวเองก็ได้กลายเป็นศัตรูของหนึ่งในกลุ่มผู้มีอำนาจแล้ว เพียงแค่ยังไม่รู้ว่าใครกันที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้กันแน่ แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าพวกเขารู้ผลลัพธ์วันนี้เมื่อไร อนาคตเธอก็จะต้องเจอปัญหาตามมามากขึ้นเท่านั้น

            

นี่หมายความว่าอย่างไร?

            

คุณชายสี่ไม่ใช่คนที่ต้องการรับตำแหน่งอัศวิน คนที่จะขึ้นตำแหน่งสูงสุดไม่ใช่เขา ดังนั้น...เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่จะกลายเป็นอัศวินคนต่อไปไม่ใช่ศัตรูของเธอคนนั้น

            

หากเขากลายเป็นอัศวินของอาณาเขตคนต่อไปเมื่อไร เท่ากับว่าหลังจากนี้...เธอจะต้องทำงานอยู่ภายใต้ความเสี่ยงตลอดเวลา คนอื่นอาจจะยอมรับได้แล้วคิดระมัดระวังแทน แต่ซูหยวนไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

            

เพื่อให้งานของเธอราบรื่นดีทุกประการ ซูหยวนจะไม่ยอมให้มีอุปสรรคบางอย่างลอยอยู่รอบๆตัวแล้วคอยหาโอกาสขัดขวาง นอกจากนี้เธอเป็นพวกที่ชอบบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การควบคุมของตนเอง ดังนั้น...ตำแหน่งอัศวินนี้ จะเป็นของคนอื่นไม่ได้

            

คิดได้ แต่ทำไม่ใช่ง่ายๆเลย....

            

หากเธอต้องการให้คุณชายสี่กลายเป็นอัศวินคนต่อไป แค่ความต้องการของเธอคงจะไม่พอ อย่างแรกคือคุณชายสี่ไม่ชอบทำงานด้านบริหารจัดการ ดังนั้นเขาคงจะไม่อยากกลายเป็นท่านอัศวินคนต่อไปแน่

            

อย่างที่สองก็คือ ตอนนี้เขาอาจจะเป็นศัตรูกับคู่หมั้นของตนเองแล้ว หลังจากที่เขาเลือกปกป้องหญิงสาวคนอื่นอย่างชัดเจน กระทั่งตอนรักษาก็ยังพามาที่คฤหาสน์ โดยไม่สนใจเลยว่าคนนอกจะมองอย่างไร ดังนั้น...คู่หมั้นที่อยู่ตระกูลหลางคนนั้นจะต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเขาแน่

            

เธอไม่รู้หรอกว่าบ้านสกุลหลางมีอำนาจมากขนาดไหน แต่เธอรู้ว่าพวกเขาเป็นครอบครัวขุนนางที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่ในดินแดนนี้ ถ้าเด็กสาวคนนั้นไม่ใช่ลูกหลานคนมีอำนาจ เธอคงไม่สามารถกลายเป็นคู่หมั้นที่ท่านอัศวินมอบให้ได้หรอก...

            

หญิงสาวคิดคำนวณอยู่ในใจ ถึงจะจัดการยาก แต่เธอก็ไม่ได้มีทางเลือกอื่น!

            

ในตอนที่ซูหยวนกำลังวางแผนของตนเอง เวลานั้นกลุ่มสกุลจางที่นำโดยประธานจางก็มาถึงแล้ว พวกเขาถูกเชิญมาที่คฤหาสน์ของคุณชายสี่โดยตรง สีหน้าของคนเต็มไปด้วยความกังวลใจ ไม่เหมือนประธานจางที่สุขุมก่อนหน้านี้

            

หลังจากที่เห็นซูหยวนยังปลอดภัยดีอยู่ คนก็ผ่อนคลายลงไปมาก

 

…………………………………………..