LNCrawler

บทที่ 384 ปกป้องสวี่เหมย (อ่านฟรี 25 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 384 ปกป้องสวี่เหมย (อ่านฟรี 25 มี.ค. 69)

บทที่ 384 ปกป้องสวี่เหมย

 

“คนของกองกำลังพิเศษไปตามพวกเราว่าเธอเกิดเรื่อง..”

 

“ใช่ค่ะ ขออภัยประธานที่รบกวน แต่ว่าคุณชายสี่มีปัญหาแล้วเรียกให้ฉันออกไปช่วย เดิมทีฉันกลัวว่าตัวเองจะรับมือไม่ได้ แต่พวกรุ่นพี่ทหารพิเศษเข้ามาช่วยจัดการให้ ฉันจึงไม่ต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง” เมื่อได้ยินว่าคนของเขาไม่ต้องลงมือด้วยซ้ำ ประธานจางที่มีทัศนคติไม่ดีกับพวกพลทหารพิเศษก็พยักหน้ารับ

            

อย่างน้อยๆพวกมันก็ยังดีที่รู้ว่าตอนไหนควรจะต้องทำอะไร หากพวกมันไม่เข้ามาช่วยคนของเขา หลังจากนี้องค์กรนักล่าสกุลจางและกองกำลังพิเศษจะกลายเป็นศัตรูกันทันที ถือว่าพวกมันยังโชคดีไป...

            

ซูหยวนรู้ว่าประธานของเธอไม่พอใจที่คนอื่นใช้งานลูกน้องตัวเองอย่างไม่ยุติธรรม คำพูดก่อนหน้านี้ก็เพื่อทำให้สถานการณ์ความน่าอึดอัดใจลดลง อีกอย่าง...พวกรุ่นพี่ก็ช่วยเหลือเธอจริงๆ แต่...นี่ไม่ได้หมายความว่าการที่พวกเขาพยายามหลอกล่อและปิดบังไม่ให้เธอรู้ข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจรับภารกิจจะไม่ได้ฝังอยู่ในหัวใจของเธอเช่นกัน

            

ซูหยวนคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดความคิดเห็นของตนเอง เวลานี้ประธานมาที่ห้องพักของเธอ ในขณะที่คนของคุณชายสี่กำลังยุ่งอยู่กับการดูแลรักษาสวี่เหมย ทำให้เป็นช่วงเวลาเหมาะสที่จะพูดเรื่องแผนการของเธอ

 

“ประธาน การที่ฉันช่วยเหลือคุณชายสี่ หมายความว่าตอนนี้ฉันได้กลายเป็นศัตรูกับคนกลุ่มอื่นไปแล้ว ดังนั้น...ฉันคิดว่าอยากจะผลักดันให้คุณชายสี่แย่งชิงตำแหน่งอัศวิน ประธานคิดว่าอย่างไรคะ”

            

จางอู่หยางได้ยินคำของซูหยวนก็เงียบไปเล็กน้อย คนข้างกายของเขาเหลือบมองประธานสลับกับอันซูหยวน คิดไม่ถึงเลยว่าความคิดนี้ของพวกเขาจะตรงกันมาก

            

ก่อนหน้านี้ประธานเพิ่งพูดกับเขาว่าต้องการให้คุณชายสี่เป็นอัศวินคนต่อไปเพื่อจะได้ทำงานได้ง่ายขึ้น ถ้าเป็นไปได้...พวกเขาก็ต้องการโอกาสในการเข้าไปสำรวจพื้นที่เชื่อมมิติของพวกนั้น ถึงจะไม่ได้ต้องการทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่เชื่อมมิติ แต่ก็มีหลายอย่างที่จะต้องตรวจสอบ

            

มาถึงตอนนี้ ยังไม่ทันได้พูดเรื่องนี้ออกไป คุณอันซูหยวนก็กล่าวขึ้นมาเสียก่อน ช่างเป็น...พวกที่เข้ากันดีจริงๆ

 

“เธอมีแผนหรือเปล่า...” จางอู่หยางไม่ได้บอกว่าตัวเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เขาถามซูหยวนที่เหมือนกับคนมีแผนในใจอยู่แล้ว

 

“ยังคิดไม่ตกทั้งหมด แต่เบื้องต้นฉันสามารถกระตุ้นความต้องการของคุณชายสี่ได้”

 

“อืม ลองบอกแผนของเธอมาหน่อย ฉันจะได้วางแผนที่ไปด้วยกันกับเธอได้” คำพูดนี้ทำให้ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย

            

ประธานไม่ได้บอกว่าจะช่วยเหลือเธอในการสนับสนุนคุณชายสี่ แต่คำพูดของเขากลับหมายความว่าประธานมีแผนการที่จะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว ที่อยากฟังแผนของเธอก็เพื่อจะได้ดูว่าแผนของพวกเขาเข้ากันหรือไม่

            

ซูหยวนสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะพูดแผนที่เพิ่งคิดขึ้นมาได้ เพราะเป็นการคิดอย่างกะทันหัน ดังนั้นจึงไม่ได้ละเอียดมากนัก แต่เธอก็คิดอย่างรอบคอบแล้วเช่นกัน

 

“เบื้องต้น ปัญหาก็คือคุณชายสี่ไม่ได้ต้องการจะแย่งตำแหน่งอัศวินกับคุณชายอื่นๆ ฉันวางแผนที่จะทำให้เขาสนใจตำแหน่งนี้ให้ได้ก่อน โดยเริ่มจากการตามหาคนลงมือกับสวี่เหมยที่เป็นคนรักของเขา ฉันสังเกตเห็นว่า...เบื้องต้นดูเหมือนจะเป็นคุณหนูคู่หมั้นที่ลงมือ แต่เบื้องหลังน่าจะมีคุณชายบางคนร่วมด้วย”

 

“เจตนาของพวกเขาก็คือการฆ่าคุณชายสี่ ไม่ใช่แค่สวี่เหมย ดังนั้น...นักฆ่าพวกนั้นอาจจะรับงานมาสองงานพร้อมกัน ถ้าสามารถแสดงให้เห็นว่ามีใครบางคนคิดกำจัดเขาเพื่อตำแหน่งอัศวิน อาจจะกระตุ้นความโกรธได้บ้าง แล้วก็...ที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคู่หมั้นของเขา”

 

“เธอเป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางคนสำคัญ อำนาจในการจะบังคับคนให้ทำตามสัญญาหมั้นหมายยังคงได้อยู่ ฉันอยากกระตุ้นให้คุณหนูคนนั้นเร่งการแต่งงานเข้ามา ถ้าคุณชายสี่ยังไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง เช่นนั้นเขาก็จะต้องเสียคนรักของตัวเองไป”

            

อันซูหยวนพูดแนวคิดของตนเอง จางอู่หยางคิดตามไปก่อนจะพูดขึ้น

 

“ได้ เรื่องนั้นไม่มีผลกระทบอะไรกับแผนของฉัน อยากให้ช่วยอะไรไหม”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะให้พวกรุ่นพี่ช่วย...” ซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงตรงนี้ รุ่นพี่พลทหารทั้งหลายใช้งานเธออย่างหนักหน่วงมาก่อน เช่นนั้น...เพื่อให้พวกเขาตอบแทนสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป งานพวกนี้ยังใช้พวกเขาได้อยู่

            

ประธานจางไม่ได้ชอบใจมากนักที่ซูหยวนไม่ขอให้ตัวเองช่วย แต่หันไปหาพลทหารพิเศษเหล่านั้น แม้จะไม่พอใจถึงขนาดนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ยังพยักหน้ารับให้เธออยู่ดี

            

ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็น จางอู่หยางก็ไม่คิดก้าวก่ายความคิดของซูหยวน นี่เป็นการให้เกียรติเธอ และจะไม่ทำให้เธออึดอัดเกินไป 

            

สำหรับเขา เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างการกระตุ้นความต้องการของคุณชายสี่ เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด ต่อให้อีกฝ่ายไม่ต้องการจะเป็นอัศวินคนต่อไป เขาก็พร้อมที่จะทำให้ทางนั้นไม่มีทางเลือกอยู่ดี

           

บุตรบุญธรรมของท่านอัศวินที่มีความสามารถพอจะรับตำแหน่งต่อก็มีแค่ 5 คนเท่านั้น ถ้าทั้ง 4 คนที่เหลือไม่มีความสามารถที่จะปกครองแล้ว เช่นนั้นต่อให้ไม่อยากขึ้นก็ต้องขึ้นอยู่ดี

            

แต่ความคิดของเขานี้ยังไม่ได้พูดออกไป หากกลุ่มสกุลจางลงมือเมื่อไร นั่นคงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ตามมา ดังนั้น...ถ้าซูหยวนจัดการได้ ทำให้คุณชายสี่อยากได้ตำแหน่ง พวกเขาก็สามารถสนับสนุนทรัพยากรอื่นๆแทนได้เช่นกัน

            

ซูหยวนพูดคุยถึงแผนการของเธออีกเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปเพราะคนของคุณชายสี่มาตามทุกคนให้ไปรวมกันที่โต๊ะอาหาร

            

ถึงอาหารพิเศษจะหาได้ยาก แต่ถ้าเป็นความต้องการของคุณชายสี่จะหามาไม่ได้เชียวหรือ?

            

ตอนนี้ที่โต๊ะอาหารจึงมีอันซูหยวน คุณชายสี่ เหล่าทหารพิเศษ และกลุ่มสกุลจาง เป็นการรวมตัวที่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดขึ้นได้ แม้แต่คุณชายสี่ที่เป็นเจ้าภาพก็ยังรู้สึกว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารนี้ไม่ค่อยปกตินัก

            

สำหรับเขา ไม่ว่าจะเป็นทหารพิเศษหรือกลุ่มสกุลจางก็คือพวกเดียวกัน พวกเขามาจากเขตมลพิษ ทั้งยังมีอันซูหยวนที่เป็นทั้งทหารและเป็นคนของสกุลจาง จึงเข้าใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองกลุ่มไม่แย่ แต่ความจริงแล้วดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นเลย

 

“ต้องขอบคุณพวกคุณจริงๆที่ช่วยจัดการกับนักฆ่าทั้ง 20 กว่าคนนั้น ถ้าพวกคุณไม่เข้ามาช่วย ตอนนี้ฉันเองก็อาจจะไม่สามารถมาเลี้ยงข้าวให้ได้” คุณชายสี่กระแอมขึ้นมา เรียกความสนใจของทุกคนและพยายามจะสร้างความผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด เขาเริ่มต้นจากคำขอบคุณทุกคนก่อน 

 

“ถ้าจะขอบคุณก็ต้องขอบคุณรุ่นน้องพลทหารพิเศษอันของพวกเรา ถ้าไม่ใช่เธอเป็นคนต้องการช่วย พวกเราก็อาจจะไม่เข้ามาในพื้นที่นี้โดยพลการ” 

 

“หึ” หัวหน้าภารกิจยังไม่ทันพูดจบประโยคดี เสียงแค่นหัวเราะจากฝั่งสกุลจางก็ดังขึ้น

            

ถึงจะไม่พูดอะไรต่อ ก็ยังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเย้ยหยันของอีกฝ่าย

 

“แล้วก็ขอบคุณกลุ่มสกุลจางที่รีบมาช่วย พวกเราเห็นถึงเจตนาดีของพวกคุณแล้ว”

 

“หึ” คุณชายสี่พูดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฝ่ายที่แค่นหัวเราะกลับเป็นพลทหารพิเศษแทน

 

“ถ้ารอคนสกุลจางมาช่วย ตอนนี้รุ่นน้องพลทหารพิเศษอันของพวกเราอาจจะกลายเป็นปุ๋ยไปแล้วก็ได้”

 

“ใช่ มาถึงเรื่องก็จบหมดแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า” พลทหารสองสามคนพูดขึ้นมาลอยๆ แต่คำพูดของพวกเขาก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งแล้ว

 

“ถ้าถามเรื่องความตั้งใจ คงต้องถามตัวเองดูแล้วล่ะ ส่งคุณอันของพวกเรามาเสี่ยงอันตรายนี้ เรียกว่าตั้งใจหรือเปล่า”

 

“อีกอย่าง คนที่ช้าจะเป็นพวกเราแน่หรอ? กว่าจะรู้ข่าวก็ผ่านไปนานแล้ว เหอะ! เรื่องนี้ถ้าจะโทษก็โทษคนของตัวเองที่ไม่มีฝีมือเถอะ” เห็นสองฝ่ายโต้เถียงกันถึงขนาดนี้ คุณชายสี่ที่แต่เดิมอยากให้สถานการณ์ดีขึ้นก็มองหน้าคนของตนเองไปมา

            

ปรากฏว่าพวกเขาไม่ถูกกันขนาดนี้เลยหรือ? ทั้งๆที่เป็นคนของเขตมลพิษเหมือนกันแท้ๆ แต่ว่าทำไม...เมื่อมีปัญหาพวกเขาก็ยังกระโจนออกมาช่วยกันล่ะ ความสัมพันธ์นี้...สรุปแล้วเป็นอย่างไรกันแน่?

            

คำตอบของคุณชายสี่ไม่จำเป็นต้องได้รับในทันที เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้วก็มีปัญหาอื่นเข้ามาให้คนต้องปวดหัวแทน

 

“คุณชายสี่! ข้างนอกนั่น...คุณหนูหลางมาที่นี่แล้วครับ!!”

            

คนรับใช้คนหนึ่งวิ่งมาหน้าตาตื่น หากเป็นก่อนหน้านี้ คุณหนูหลางมาที่นี่จะไม่ถูกหยุดเอาไว้ บางครั้งเธออยู่ในคฤหาสน์นี้ก่อนเจ้าของบ้านจะมาถึงเสียอีก แต่เพราะคำสั่งของคุณชายสี่เมื่อครั้งก่อน ทุกคนจึงไม่กล้าให้เธอเข้ามา และนั่นก็กลายเป็นปัญหาทันที

            

ที่ด้านหน้าทางเข้าคฤหาสน์ใหญ่ หลางอันเสวี่ยไม่คิดเลยว่าตัวเองจะถูกหยุดเอาไว้ที่ประตูใหญ่ของคฤหาสน์คุณชายสี่ที่เธอเคยมานับครั้งไม่ถ้วน

            

ก่อนหน้านี้เธอได้ยินว่าคุณชายสี่ถึงกับใช้ชีวิตตัวเองปกป้องหญิงสาวสกุลสวี่คนนั้นก็โกรธจนไฟแทบออกหู คิดไม่ถึงว่ามาที่นี่จะยังถูกพวกเขาไม่ให้เกียรติอีก

            

เขาทำแบบนี้กับเธอ คงรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอกับอะไรใช่ไหม?!!

 

“ถอยไป!! ที่นี่เป็นบ้านของคู่หมั้นของฉัน ฉันมีสิทธิทุกอย่างที่จะเข้าไปข้างใน ทำไมพวกแกต้องมาขวางด้วย อยากให้ฉันจัดการพวกแกนักใช่ไหม? อยากตายใช่ไหม!!”

 

“คุณหนูหลางครับ คุณชายสั่งไว้ ใครจะมาติดต่อที่นี่ต้องรอให้อนุญาตก่อน ดังนั้นพวกเราจึงให้คุณหนูเข้าไปไม่ได้ รอสักครู่เพื่อที่จะแจ้งให้คุณชายทราบ หลังจากนั้นพวกเราจะเปิดประตูแน่นอนครับ” 

 

คนของคุณชายสี่พยายามประนีประนอม เขาไม่ได้พูดประโยคที่คุณชายสี่พูดเอาไว้ ที่บอกว่า... “ถ้าคุณหนูหลางมาก็ให้ไล่เธอออกไป ไม่อนุญาตให้เธอเข้ามาอีก” ด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นคุณหนูหลางคงจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้ามากกว่านี้แน่!

 

แต่ต่อให้คนพูดดีแค่ไหน หลางอันเสวี่ยผู้ไม่เคยถูกขัดใจมาก่อนจะยอมรับได้หรือ? เธอกรีดร้องออกมาเสียงดัง เรียกความสนใจของผู้คนจำนวนมากได้ในทันที

 

“ฉันหลางอันเสวี่ย หากต้องการเข้าไปที่ไหนก็ตาม ใครจะมาขวางฉันได้!!” เสียงแหลมของเธอทำให้ทหารเฝ้าประตูถึงกับปวดหู นอกจากนี้เพลิงที่ลุกไหม้ข้างหูของเธอก็สร้างแรงกดดันให้พวกเขาไม่น้อย

            

ในฐานะที่มีสายเลือดเป็นคุณหนูตระกูลชั้นสูง เธอย่อมต้องมีพลังพิเศษเป็นของตนเอง เผ่าวิหคไฟนั้นขึ้นชื่อในเรื่องการควบคุมไฟมาก เพียงแค่อารมณ์พลุ่งพล่านเช่นนี้ก็ทำให้คฤหาสน์ทั้งหลังมอดไหม้ได้แล้ว

 

“หยุดเดี๋ยวนี้!” ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป คุณชายสี่ที่เดินลิ่วมาก็ตวาดขึ้น

            

เสียงของเขาทำให้หลางอันเสวี่ยหยุดมือของตนเองจริงๆ เธอมองหน้าของเขาด้วยความโกรธ จากนั้นก็พุ่งตัวออกมาแล้วตบหน้าของเขาฉาดใหญ่

            

เพี๊ยะ!!

 

“ซี๊ด!” ด้านหลังพลทหารพิเศษที่เดินตามออกมาเพื่อดูสถานการณ์ส่งเสียงซี๊ดซ๊าดกันใหญ่ ความขัดแย้งนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง กระทั่งไม่พูดไม่จา พุ่งออกมาตบหน้ากันเลยก็ได้หรือ?

 

“คุณหนูหลาง!” ไม่ใช่แค่เจ็บที่ใบหน้าเท่านั้น แต่คุณชายสี่ยังรู้สึกว่าเขาถูกทำให้เสียหน้าด้วย

            

เขาเป็นถึงผู้บัญชาการกองทหารที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งมาก แต่กลับถูกผู้หญิงคนนี้ตบหน้าอย่างจังต่อหน้าผู้คนมากมาย คุณหนูหลางช่างไม่ให้เกียรติเขาเลย เป็นแบบนี้แล้วยังคิดจะให้เขาแต่งงานกับเธอดีๆอีกได้อย่างไร

 

“คุณชายสี่ช่างดีจริงๆ ตบนี้ก็เพื่อเตือนให้คุณเข้าใจว่าสถานะของคุณเป็นแบบไหน!! คุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในบ้าน แต่กลับไม่ยอมให้ฉันเข้าไป แบบนี้แล้วชื่อเสียงของฉัน ชื่อเสียงของตระกูลหลางจะเอาไปไว้ที่ไหน!!” 

 

ไม่ปล่อยให้คุณชายสี่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน หลางอันเสวี่ยตวาดออกมาเสียงดัง เธอต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ไปเลยว่าคุณชายสี่กำลังทำผิดต่อเธอ ยิ่งผู้หญิงที่อยู่ข้างในนี้ก็ยิ่งเป็นคนที่ทำผิดต่อเธอมากกว่าอีก!

 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน! รู้ทั้งรู้ว่าคุณมีคู่หมั้นอยู่แล้วก็ยังคิดจะมายั่วยวนคุณ เธอไม่มีบ้านของตัวเองหรือ? ทำไมจะต้องมาที่บ้านของคุณด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าเธอต้องการแย่งคุณไปจากฉัน ช่างหน้าไม่อาย หน้าด้านจริงๆ!!”

            

หลางอันเสวี่ยประกาศสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยชักจูงให้ผู้คนเข้าใจผิดไปด้วย แต่ยิ่งพูด...คุณชายสี่ก็ยิ่งหน้าดำมืด เขากำลังโกรธจัด โกรธมากจริงๆแล้ว!

            

ก่อนหน้านี้เธอทำร้ายเขาก็ยังพอทน แต่เมื่อได้ยินว่าเธอดูถูกสวี่เหมยของเขาอย่างไร คุณชายสี่คนนี้ก็อดทนไม่ได้อีกแล้ว

 

“คุณหนูหลางช่วยดูตัวเองด้วยว่ากำลังทำอะไรอยู่ บอกว่าตัวเองเป็นคุณหนูจากบ้านขุนนางใหญ่ แต่กลับวิ่งไปมาที่บ้านของฉันอยู่เรื่อย อีกอย่าง...ฉันบอกแล้วว่างานหมั้นนี้ฉันไม่ต้องการ คุณหนูหลางควรจะยอมแพ้แล้วก็ยอมยกเลิกการหมั้นหมายไปได้แล้ว เรื่องนี้เป็นคุณเองที่ยังต้องการปัญหา”

 

“ส่วนสวี่เหมยนั้น...เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ครั้งนี้เธอถูกคนร้ายไล่ล่าสังหาร ในฐานะเพื่อนแล้วฉันก็ต้องช่วยเหลือ ฉันจะปกป้องเธอจนกว่าเธอจะปลอดภัยอย่างแท้จริง แน่นอนว่าจนกว่าจะจับคนร้ายได้ด้วย!”

 

…………………………………………