LNCrawler

บทที่ 385 รุ่นพี่ต้องรับผิดชอบ (อ่านฟรี 26 มี. ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 385 รุ่นพี่ต้องรับผิดชอบ (อ่านฟรี 26 มี. ค. 69)

บทที่ 385 รุ่นพี่ต้องรับผิดชอบ

 

คุณชายสี่พูดถึงตรงนี้ หลางอันเสวี่ยก็เข้าใจกระจ่างชัดแล้ว ปรากฏว่าเรื่องบางอย่างที่ถูกส่งมานั้นเป็นเรื่องจริง ในจดหมายจากคนนิรนามพูดถึงเรื่องของสวี่เหมยอยู่ในนั้น บอกว่าเป็นคนที่คุณชายสี่พึงใจและอยากแต่งงานด้วย

            

ปกติแล้วอันเสวี่ยไม่ค่อยเก็บคนพวกนี้ไว้ ต่อให้จะไม่รู้ว่าสวี่เหมยมีความสัมพันธ์แบบนั้นจริงหรือแค่เป็นข่าวลือโคมลอย ทว่าการสั่งฆ่าใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ นอกจากนี้...สวี่เหมยคนนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์ที่จะต้องเก็บไว้ด้วย

            

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคุณชายสี่จะออกโรงปกป้องผู้หญิงคนนั้นด้วยตัวเอง หมายความว่า...สิ่งที่พูดในจดหมาย บอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนสำคัญของคุณชายสี่ก็เป็นเรื่องจริงด้วย!

            

ได้ยินแบบนี้แล้ว หลางอันเสวี่ยก็ยิ่งอยากให้คนตายมากขึ้น!

            

เธอไม่ได้สนใจหรอกว่าคุณชายสี่จะพูดเรื่องการถอนหมั้นมากี่สิบครั้งแล้ว สำหรับเธอ...ไม่ว่าเขาจะอยากหมั้นหรือไม่ ขอแค่เธอต้องการจะหมั้น การหมั้นหมายนี้ก็ต้องอยู่ต่อไป ส่วนเรื่องชื่อเสียงไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับเธอ ตราบเท่าที่เธอยังเป็นคุณหนูหลาง พวกกระจอกเหล่านั้นก็ต้องก้มหน้าให้เธออยู่ดี

 

“เธอไม่เกี่ยวอะไรงั้นหรอ? เธอจะไม่เกี่ยวได้ยังไง ทำไมไม่ลองลากเธอออกมาดูล่ะว่าเธอเกี่ยวไหม” หลางอันเสวี่ยเหมือนไม่ได้ยินคำพูดอื่นๆ เธอดันคุณชายสี่ออกไปแล้วคิดจะฝ่าเข้าไปในบ้านของเขา ลากเอาสวี่เหมยที่ได้รับบาดเจ็บออกมา

            

ทว่าคุณชายสี่ไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นแน่ เขาคว้าแขนของเธอ แต่แรงของเขาและแรงของคุณหนูหลางค่อนข้างมาก สุดท้ายกลับดูเหมือนจะเป็นการเหวี่ยงเธอไปเสียมากกว่า

 

“กรี๊ด!! คุณชายสี่!!” แม้ว่าเรื่องนี้เขาจะไม่ได้ตั้งใจ แต่หลังจากคิดอีกทีก็ไม่เข้าไปช่วยจับหลางอันเสวี่ยขึ้นมา ทำเอาหญิงสาวกรีดร้องเสียงดังลั่น 

 

“กลับไปได้แล้ว ที่นี่ไม่พร้อมจะต้อนรับคุณหนูหลาง”

 

“ฮึ่ม! จำเอาไว้เลย กล้าทำกับฉันที่เป็นคุณหนูตระกูลหลางขนาดนี้ เตรียมใจที่จะรับผลแล้วใช่ไหม!” 

 

เธอข่มขู่เขา ซึ่งการเอาฐานะของคุณหนูหลางออกมากางบนกระดานเช่นนี้ เป็นความเชื่อที่เธอมั่นใจว่าคุณชายสี่จะต้องยอมฟังเธอ แต่ด้านหลังของเขาเวลานี้คือสวี่เหมย ต่อให้ต้องตาย...เขาก็ไม่ปล่อยให้คนรักของเขาต้องเจ็บตัว

 

“เชิญคุณหนูหลาง ขอไม่ส่ง” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะโบกมือสั่งให้คนปิดประตูคฤหาสน์ ใบหน้าของหลางอันเสวี่ยเต็มไปด้วยความเคียดแค้น วันนี้เธอถูกตบหน้าจากการกระทำของเขาแล้ว ความแค้นเคืองนี้เธอจะต้องเอาคืนให้ได้ แล้วก็สวี่เหมยคนนั้น...มันจะต้องตาย!

            

ในขณะที่ความโกรธแค้นอัดแน่นอยู่ในอก จู่ๆก็เกิดเสียง “ฟุบ” และกระดาษแผ่นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่เท้าของเธอ เดิมทีหลางอันเสวี่ยคิดจะเอาทำลายมัน แต่หลังจากคิดอีกเล็กน้อย เธอก็ให้คนรับใช้ของตนเองหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา

 

“คุณหนู นี่เป็นจดหมายที่ตั้งใจจะให้คุณหนูค่ะ”

 

“จดหมาย? จดหมายอะไร ฉันไม่มีเวลามาเล่นเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอกนะ” ปากพูดเช่นนั้น แต่หลางอันเสวี่ยก็สนใจแล้ว

            

จดหมายนี้ถูกโยนออกมาจากบ้านของคุณชายสี่ นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่ามีคนในคฤหาสน์คุณชายสี่อยากจะติดต่อกับเธองั้นหรือ?

 

“อ่านจดหมายให้ฉันฟัง”

 

“ค่ะ จดหมายนี้เขียนว่า...สวี่เหมยเป็นคนที่ท่านอัศวินหงส์ขาวรักเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง โดยท่านอัศวินตั้งใจจะยกเธอให้คุณชายสี่ตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนเรื่องการหมั้นหมายของคุณชายสี่กับคุณหนูหลาง ก็แค่ต้องการให้ตระกูลหลางสนับสนุนคุณชายสี่ระหว่างทางเท่านั้น พยายามอย่าแตะต้องสวี่เหมย ด้วยความปรารถนาดี...ค่ะ” 

            

แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนเขียนขึ้นมาเอง แต่หลังจากอ่านจดหมายนี้จบก็รู้สึกขนหัวลุกชัน เธอเหลือบมองคุณหนูหลางที่ตอนนี้ไม่กรีดร้องโวยวายเหมือนตอนแรก ทว่า...พอเธอเป็นแบบนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าจะน่ากลัวมากกว่าเดิมหรือ?

 

“ปรารถนาดีงั้นหรือ? ดี ดีจริงๆ ช่างเป็นความปรารถนาดีจริงๆ” หลางอันเสวี่ยหัวเราะออกมาเสียงดังหลังจากเงียบไปนาน เธอหันหลังแล้วเดินกลับไป แต่ทุกย่างก้าวกลับมีพลังความร้อนระอุตามหลังไปด้วย

            

ในตอนที่คุณชายสี่ไม่ทันคาดคิด เวลานี้หลางอันเสวี่ยถูกปั่นหัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอไปที่บ้านของตระกูลหลางเพื่อขอร้องให้บิดารีบดำเนินการเกี่ยวกับการแต่งงานของตนเองให้เร็วที่สุด

            

ไม่ใช่ว่าเธอชอบคุณชายสี่ขนาดที่จะต้องแต่งงานกับเขาให้ได้ แต่เป็นเพราะเธอไม่ต้องการแพ้! 

            

ก่อนที่ท่านอัศวินจะฟื้นขึ้นมา ถึงจะมีโอกาสไม่มากนัก แต่เธอจะไม่ปล่อยให้ฐานะคุณหญิงของคุณชายสี่เป็นคนอื่นไปได้! หลางอันเสวี่ยนึกถึงใบหน้าของพวกเพื่อนๆที่จะยิ้มเยาะเธอเมื่อเธอถูกถอนหมั้นก็โกรธจัดแล้ว ไม่ว่าอย่างไร...ตำแหน่งนี้ก็จะต้องเป็นของเธอ!!

            

พูดถึงอำนาจแล้ว นอกจากท่านอัศวินก็คงจะเป็นขุนนางใหญ่โตทั้งหลายนี่แหละที่จะจัดการสิ่งต่างๆได้ แม้แต่คุณชายสี่ก็ไม่มีสิทธิปฏิเสธ ดังนั้นหลังจากที่ได้ยินคำขอของลูกสาว...ต่อให้ขุนนางหลางจะอยากยื้อเวลามงคลให้เป็นเวลาอื่น เขาก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีกต่อไป

            

ขุนนางหลางมีความรู้สึกว่าการสนับสนุนคุณชายสี่อาจจะเป็นปัญหามากกว่าเรื่องดี อีกฝ่ายไร้ความทะเยอทะยาน และตอนนี้คนมีโอกาสชนะมากที่สุดกลับเป็นคุณชายสามเสียอีก

            

หากเป็นคุณชายคนอื่น การอยู่บ้านคุณชายสี่ก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ถ้าเป็นคุณชายสามที่ขัดแย้งกับคุณชายสี่เสมอมา ไม่ว่าอย่างไร...การแต่งงานนี้ก็เหมือนกับการแต่งเข้าไปตายนั่นแหละ

            

แต่อันเสวี่ยกลับไม่ยอมฟัง เธออาละวาดอย่างหนักจนสุดท้ายแล้วเป็นเขาเองที่ต้องยอมแพ้ ใครใช้ให้ตัวเองเลี้ยงลูกสาวอย่างตามใจมาตลอดกันล่ะ...

            

พร้อมกันกับที่คุณหนูหลางไปกดดันบิดาของตนเอง ที่บ้านคุณชายสี่ก็กลับมาอึดอัดอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เป็นเพราะตัวคุณชายสี่เองที่กำลังรู้สึกปวดหัว

            

ปัญหาเรื่องท่านอัศวินผู้มีพระคุณยังแก้ไขไม่ได้ ตอนนี้ก็มีปัญหาเรื่องหลางอันเสวี่ยอีกแล้ว เขารู้ดีว่าถ้าต้องต่อสู้กับตระกูลหลาง คงเป็นตัวเขาที่เสียเปรียบ

 

“คุณชายสี่...ผู้หญิงคนนั้นตบหน้าคุณอย่างแรงแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยหรอ? ถ้าเป็นพวกเรานะ...ฮึ่ม!” 

 

พลทหารพิเศษคนหนึ่งพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดใจ หลังพูดเสร็จยังเหลือบมองอันซูหยวนด้วย ราวกับต้องการถามว่าการแสดงของเขายอดเยี่ยมหรือไม่?

            

นี่เป็นทักษะของพวกรุ่นพี่ที่ซูหยวนเพิ่งค้นพบในตอนที่พวกเขากำลังยั่วยุพวกนักฆ่า มีรุ่นพี่พลทหารคนหนึ่งที่มีความสามารถในการใช้จิตวิทยา ออร่าพลังงานของเขาก็คือออร่าของการยั่วยุ สามารถเปลี่ยนบรรยากาศดีๆให้กลายเป็นบรรยากาศที่น่าหงุดหงิดใจได้ ทำให้ง่ายต่อการวิวาทกัน

            

หากใช้ไม่ดี อาจจะกลายเป็นปัญหากับตนเอง แต่ถ้าใช้ให้ดี...เขานี่แหละคือตัวบ่อนทำลายศัตรูอย่างแท้จริง

 

“ผู้หญิงคนนั้นก็คือผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นของคุณชายสี่หรือ? ถ้าแต่งเข้ามาเมื่อไรปวดหัวแน่นอน”

 

“ใช่ ผู้หญิงที่ดุเดือดขนาดนั้นคงจะไม่ปล่อยให้มีคนอยู่ข้างคุณชายสี่แน่ๆ ไม่ว่ายังไง...คุณสวี่เหมยก็คงจะไม่รอดแล้ว”

 

“อืม ต่อให้มีสถานะเป็นแค่เพื่อนก็ไม่มีทางรอด...”

 

“ใช่ๆ” พวกเขาร่วมทีมกันเป็นอย่างดี พร้อมกับบรรยากาศที่ค่อยๆคุกกรุ่น

 

“แต่คุณชายเป็นถึงคุณชายของอาณาเขตไม่ใช่หรอ? เป็นบุตรของท่านอัศวินที่ยิ่งใหญ่ ทำไมต้องกลัวด้วยล่ะ ถ้าคุณหนูคนนั้นไม่ดี ก็แค่ถอนหมั้นไปก็ได้แล้ว”

 

“นั่นน่ะสิ ทำไมเธอมายืนอาละวาดเหมือนคนบ้าแบบนี้ได้ ทำตัวเหมือนยิ่งใหญ่กว่าคุณชายสี่เลยนะ”

 

“เหอ เหอ เหอ เป็นแค่ลูกขุนนางคนหนึ่งไม่ใช่หรอ? ขุนนางคนหนึ่งจะมีอำนาจมากกว่าคุณชายได้อย่างไร”

            

ยิ่งพูด ก็ยิ่งทำให้คุณชายสี่รู้สึกโกรธมากกว่าเดิม

            

ตัวเขาเป็นคุณชายที่มีเกียรติ ได้รับการแต่งตั้งโดยท่านแม่อัศวินหงส์ขาว เวลานี้ท่านยังไม่ได้เสียชีวิตก็มีคนมากมายคิดจะไม่ให้เกียรติเขาในฐานะบุตรชายท่านอัศวินแล้ว นี่...มันเหมือนกับการประกาศออกมาว่าไม่เห็นหัวเขาจริงๆ

            

ในฐานะคุณชายคนหนึ่ง ยังต้องเกรงใจขุนนางธรรมดาๆด้วย ช่างเป็นเรื่องดีจริงๆ...

            

ถึงวันนั้นจะจบลงที่บทสนทนาเหล่านั้น ทว่า...ในห้องของพลทหารพิเศษคนหนึ่งกลับมีพวกเพื่อนๆร่วมเติมแกนพลังงานให้อย่างสม่ำเสมอ

            

เพื่อให้ได้ผลที่สุด เขาจะต้องใช้ออร่าพลังงานแห่งความฉุนเฉียวนั้นตลอดเวลา กระตุ้นให้คุณชายสี่รู้สึกถึงความโกรธ ความอึดอัดใจ และเตรียมพร้อมที่จะระเบิดออกมา

            

ผ่านไปสองสามวัน ถึงสวี่เหมยจะฟื้นสติแล้ว ทว่าคุณชายสี่กลับไม่ได้มีสีหน้ายินดีเลย แม้แต่สวี่เหมยก็ยังรู้สึกอึดอัดไปด้วย คืนหนึ่งเธอยังร้องไห้เงียบๆคนเดียว แต่กลายเป็นว่าคุณชายสี่แอบเห็นเข้า ทั้งสองคนเข้าไปปลอบโยนไม่รู้คุยอะไรกันในห้อง ออกมาอีกทีก็เช้าตรู่เลย แถมคุณชายสี่ยังต้องสั่งยาบำรุงมาให้อีกจำนวนหนึ่ง

            

ซูหยวนเห็นว่าช่วงนี้น่าจะเป็นโอกาสเหมาะสมแล้ว ข้าวสารเปลี่ยนเป็นข้าวสุกยิ่งทำให้ความรักความหวงแหนเพิ่มขึ้น ไหนจะสวี่เหมยที่อยู่ในช่วงจิตใจบอบบางอ่อนแอถึงที่สุด เธอจึงขอให้พวกรุ่นพี่ดำเนินการแผนต่อไป

            

ไม่ใช่แค่เรื่องของสวี่เหมยเท่านั้นที่คุณชายสี่ควรจะต้องสนใจ เรื่องที่เขาพยายามสืบสวนเกี่ยวกับผู้ลงมือนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพื่อท่านอัศวินแล้ว...เขาจะไม่มีทางปล่อยให้ผู้ลงมือรอดไปได้ คนที่กล้าทำร้ายผู้มีพระคุณของเขาจะต้องถูกจับมาลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด

            

ทว่า...ที่ผ่านมา ต่อให้พยายามสืบสวนแค่ไหนก็จะมีจุดสิ้นสุด ราวกับว่าคนลงมือเป็นแค่คนสนิทของท่านอัศวินเพียงผู้เดียว แน่นอนว่ามันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย 

 

แต่ความกดดันที่เขาได้รับจากทุกคนทำให้เขาต้องรีบสรุปเรื่องแล้ว ซึ่งหมายความว่า...ผลสรุปจะเป็นการจับตัวเพื่อนสนิทคนนั้นของท่านอัศวินจริง ยังมีผู้ร่วมลงมืออีกสองสามคน กระนั้น...ตัวการที่อยู่ด้านหลังกลับทำอะไรไม่ได้ 

 

อีกอย่าง...ถ้าจบการสืบสวนครั้งนี้แล้ว จะให้รื้อออกมาทำใหม่อีกครั้งคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้น...ถ้าต้องการรู้อะไรจะต้องรู้ให้ได้ก่อนสั่งลงโทษ ไม่อย่างนั้นคนร้ายคงลอยนวลไปตลอดกาล

 

“เป็นยังไงบ้าง ทำไมยังไม่มีใครพูดผู้ที่อยู่เบื้องหลังออกมาอีก” 

 

“คุณชายสี่ พวกเขาไม่มีใครยอมพูดออกมาเลย พวกเราก็ทำได้แค่นี้แล้ว บางทีอาจจะต้องยอมแพ้กับการสอบสวนแล้วหันไปเอาหลักฐานชิ้นสำคัญอย่างเรื่องที่มาของเส้นด้ายแก้วแทน...”

 

“อืม...ถ้าต้องทำก็ต้องทำนั่นแหละ...” ชายหนุ่มตอบกลับ 

 

การติดต่อหาผู้ขายเส้นด้ายแก้วนั้นเป็นตัวเลือกสุดท้ายแล้วจริงๆ เพราะเส้นด้ายแก้วพวกนี้ถูกส่งมาจากอาณาเขตใกล้เคียง พูดให้ถูกก็คือ...มันเป็นสินค้าของอาณาเขตท่านอัศวินเหมันต์ซึ่งเป็นคู่แข่งลับๆของท่านอัศวินหงส์ขาวของพวกเขา

           

แม้การขอความร่วมมือระดับนี้จะทำได้ แต่ก็คงทำให้ท่านแม่ไม่พอใจ รวมทั้ง...การที่พวกเขาจะให้ความช่วยเหลือ ย่อมไม่ได้ให้ความร่วมมือเปล่าๆ ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะเรียกร้องอะไรกันแน่ ทว่า...พวกเขาทำได้แค่ต้องลองดูเท่านั้น

 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมวันพรุ่งนี้ การติดต่ออาณาเขตอื่นเพื่อขอความร่วมมือจะต้องได้รับความยินยอมจากขุนนาง 80 ส่วนจาก 100 ส่วนขององค์ประชุม ถ้าได้รับการอนุมัติแล้วจะรีบดำเนินการทันที”

 

“อืม จัดการให้เรียบร้อย” เพื่อตามหาคนร้าย เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีคนออกมาต่อต้านการติดต่อกับอาณาเขตอื่น

            

ซึ่งก็เป็นไปตามที่คุณชายสี่คิด เรื่องนี้มาถึงมือของคุณชายสาม หลังจากเห็นว่าพวกเขากำลังเสียเวลาไปกับการตามหาเส้นด้ายแก้วก็หัวเราะร่วน

 

“ปล่อยให้พวกมันตามร่องรอยไป สุดท้ายแล้วสิ่งที่ได้ก็มีแค่นั้น”

 

“แต่คุณชาย...ถ้าหากว่าพวกนั้นตามไปเจอร่องรอยของพวกนักฆ่า พวกเราอาจจะแย่ก็ได้นะครับ ทำไมไม่หยุดการตามหาร่องรอยของเส้นด้ายแก้วไปเลย อย่างไรพวกเราก็สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของเขาได้”

            

ผู้ช่วยของคุณชายสามกล่าว การตามหาร่องรอยการซื้อเส้นด้ายแก้วนั้นยุ่งยากก็จริง แต่มันก็สามารถค้นพบได้สองอย่าง อย่างแรกคือการค้นพบว่าเพื่อนสนิทของท่านอัศวินเป็นผู้หาซื้อเส้นดายแก้วนั้นมาโดยใช้ให้คนของเธอที่ต่างแดนซื้อมาใช้ อันที่จริง...เพื่อนสนิทคนนี้ก็เป็นแค่อีกคนเท่านั้นที่ซื้อ ทั้งเธอก็ไม่ได้เอามาเพื่อวางแผนฆ่าท่านอัศวินอยู่แล้ว

            

คนลงมือและวางแผนทั้งหมดเป็นนักฆ่าในสังกัดของคุณชายสามเอง ดังนั้น...หากตรวจสอบให้ดีแล้วพบว่ามีคนอื่นที่ซื้อเส้นด้ายแก้ว แล้วตามร่องรอยมาจนเปิดเผยกลุ่มนักฆ่าและเบื้องหลังเป็นคุณชายสามของพวกเขา...นี่จะไม่เกิดปัญหาใหญ่หรือ?

            

อย่างไรก็ตาม คุณชายสามกลับหัวเราะอย่างไม่สนใจ เจ้าสี่มีฝีมือในการต่อสู้ก็จริง แต่เรื่องพวกนี้มันไม่ได้หัวไวขนาดนั้น อีกอย่าง...ระยะเวลาที่มันมีก็ไม่ได้มากมายอะไร ขอแค่เจอร่องรอยของคนสนิทท่านอัศวินก็จบเรื่องได้แล้ว

 

เขาคิดดังนั้นก็โบกมือ บอกกับคนของตนเองอย่างไม่ใส่ใจ

 

“ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรอก ฉันต้องการให้มันเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หลังจากนั้นตำแหน่งของท่านอัศวินนี้...ฉันจะคว้าเอามาในตอนที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว!”

 

“ถ้าคุณชายคิดอย่างนั้น เช่นนั้นจะแจ้งขุนนางฝั่งเราเพื่อให้ยกมืออนุญาตให้ติดต่อกับทางอาณาเขตของท่านอัศวินเหมันต์นะครับ”

 

……………………………….