LNCrawler

บทที่ 386 ขัดขวาง (อ่านฟรี 27 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 386 ขัดขวาง (อ่านฟรี 27 มี.ค. 69)

บทที่ 386 ขัดขวาง

 

เมื่อคนเป็นนายพูดอย่างนั้นแล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปขัดอีก ที่สำคัญก็คือ...นี่เป็นความกังวลใจของเขาเองเท่านั้น เพราะลึกๆแล้ว เขายังเชื่อว่าคุณชายสี่ไม่น่าจะตามร่องรอยได้พบเหมือนกัน

            

พวกเขาประชุมกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไป ทว่าคุณชายสามที่นั่งอยู่ในห้องทำงานเพื่อจัดระเบียบงานของตนเองตามลำพัง กลับต้องหยุดมือเมื่อจู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูขึ้นอีกครั้ง

 

“มีอะไร?” คนเป็นเจ้านายเลิกคิ้วเล็กน้อย ท่าทางของคนสนิทที่กลับมานั้นดูอย่างไรก็ไม่ปกติ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและมืดมน

 

“คุณชายสาม มีปัญหาแล้วครับ พวกเราจะต้องหยุดการสอบสวนของคุณชายสี่ให้ได้”

 

“หมายความว่ายังไง มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่” คนของเขาไม่ใช่คนโง่ ถ้าหากจู่ๆกลับมาเพราะเรื่องนี้ ก็ต้องแปลว่าเรื่องนี้มีปัญหาจริง เพียงแต่...ปัญหาอะไรที่ทำให้คนต้องรีบร้อนกลับมาในเวลาอันสั้นขนาดนี้

 

“คุณชายลองอ่านจดหมายนี้...”

            

ชายหนุ่มรับเอาจดหมายสีน้ำตาลขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นลายมือตวัดยุ่งเหยิง หากแต่เนื้อหาในจดหมายนั้นกลับทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

 

“พวกมันช่างกล้า!” เสียงของคุณชายสามเต็มไปด้วยความโกรธ แต่เขาไม่กล้าพูดมันออกมาเสียงดังราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยินเข้า

            

จดหมายนี้เป็นจดหมายที่ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่า “คำขู่” ข้อมูลในเนื้อหาเพียงพอที่จะทำให้เขาถูกจับตายได้เลย แต่พวกมันไม่รู้เป็นคนพวกไหนกันแน่ ข้อแลกเปลี่ยนกลับเป็นทรัพยากรจำนวนหนึ่ง ดูแล้วน่าจะเป็นพวกบ้าคลั่งการทดลองมากกว่าจะเป็นพวกบ้าคลั่งในอำนาจ

 

“คุณชายสาม...”

 

“ไปหาทรัพยากรทั้งหมดที่พวกมันต้องการ เอาข้อมูลทั้งหมดมาทำลายให้ได้ บอกพวกมันด้วยว่าพวกเราต้องการตัวแทนในการทำสัญญา วันที่พวกมันปรากฏตัว...ฉันจะทำให้พวกมันรู้ว่าเล่นกับฉันแล้วจะเป็นยังไง!” 

            

คุณชายสามไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนี้อีกแล้ว ข้อมูลที่พวกนั้นมีอยู่ในมือก็คือข้อมูลที่เชื่อมโยงตัวเขากับพวกนักฆ่า หากเรื่องที่เขาอยู่เบื้องหลังนักฆ่าเหล่านั้นถูกเปิดเผย เช่นนั้นปัญหาที่พวกนักฆ่าก่อไว้จะตกมาอยู่บนหัวของเขาทันที

            

เรื่ององค์กรนักฆ่านี้เป็นทั้งจุดแข็งแล้วก็จุดอ่อนของเขาด้วย หากอยู่ในมือเขายังสามารถใช้ประโยชน์ได้มาก ที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะพวกมันงั้นหรือที่จัดการปัญหามากมายให้ แต่ก็เหมือนกัน...ถ้าอยู่ในมือของศัตรู นั่นจะทำให้เขาถูกคุกคามทันที

            

เดิมทีไม่คิดว่าตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผยเช่นนี้ ถึงจะมีความเสี่ยงเพราะช่วงนี้ให้นักฆ่าลงมือบ่อยครั้ง แต่ก็เพราะว่าท่านอัศวินกำลังจะตายแล้วไม่ใช่หรือ? ขอเพียงเขาขึ้นตำแหน่งอัศวินคนใหม่ ใครจะยังกล้าพูดเรื่องนักฆ่าต่อหน้าเขาอีกล่ะ

            

น่าเสียดายที่ชีวิตท่านอัศวินยังคงถูกยื้อเอาไว้นานขนาดนี้ ต้องบอกว่าเป็นเพราะพวกคนจากเขตมลพิษนั่นแหละที่เป็นตัวปัญหา ถึงจะเป็นเช่นนั้น...ภาพลักษณ์ที่เขาพยายามเอาผลึกเพิ่มพลังชีวิตมารักษาท่านอัศวินก็ได้ใจคนในอาณาเขตมากแล้ว เขาที่เป็นคุณชายสามผู้กตัญญู และเป็นคนที่ท่านอัศวินน่าจะวางใจยกตำแหน่งให้มากที่สุด ไม่มีทางที่จะเป็นผู้ลงมือได้

            

ด้วยภาพลักษณ์นี้ เป็นเรื่องยากมากที่จะมีคนต้องการเอาผิดเขา ต่อให้เป็นเจ้าสี่ก็ไม่สามารถทำสอบสวนเขาได้ถ้าไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ

            

เขารู้ว่าเจ้าสี่สงสัยเขาไม่น้อย มันพยายามหาโอกาสอยู่ตลอด ถ้าหากว่าเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ครั้งนี้คงจะกลายเป็นเครื่องมือให้มัน เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำลายเขาได้ ซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้เป็นอย่างนั้น

            

เช้าวันต่อมา ในการประชุมขุนนางทั้งหมดของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว คุณชายสี่นำเรื่องที่เขาอยากจะตรวจสอบเส้นทางการซื้อขายเส้นด้ายแก้วที่อาณาเขตของท่านอัศวินราชินีเหมันต์เข้ามาขอการอนุมัติตามแผน ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีคนสร้างปัญหาใด 

            

สำหรับเขาแล้ว ถ้าใครกระโดดออกมาตอนนี้ก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยได้ง่ายๆ ดังนั้นต่อให้โง่งมแค่ไหนก็จะต้องยอมปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปก่อน หลังจากนั้นอยากจะจัดการสิ่งใดค่อยจัดการเอาในภายหลัง ทว่า...ที่เขาไม่คิดก็คือ พี่สามของเขากลับกระโดดออกมาเพื่อขวางการอนุมัติเสียอย่างนั้น

            

เพราะคุณชายสามไม่สามารถปล่อยให้การตรวจสอบเรื่องการซื้อเส้นด้ายแก้วดำเนินการต่อไปได้ เขาถูกข่มขู่ให้ต้องรวบรวมทรัพยากรจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นก็มีเส้นด้ายแก้วอยู่ด้วย

            

หากปล่อยให้คุณชายสี่สืบสวนเกี่ยวกับเรื่องนี้ รายชื่อของพวกเขาจะต้องปรากฏอยู่ในนั้นแน่นอน แม้จะหาข้อแก้ต่างมาได้ แต่มันกลับทำให้ความสงสัยของคุณชายสี่เพิ่มมากขึ้น แล้วก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของหมากทั้งกระดาน

            

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน การหยุดไม่ให้เจ้าสี่ดำเนินการเช่นนั้นเป็นเรื่องง่ายกว่า คุณชายสามก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับสีหน้าหน่ายใจ ทำราวกับว่าแผนของคุณชายสี่นั้นไม่ดีเอาเสียเลย...

 

“น้องสี่ พี่รู้ว่าน้องกำลังตั้งใจอย่างมากที่จะตามหาตัวคนร้าย แต่...น้องสี่ควรจะเข้าใจด้วยนะ การที่จะเอาเรื่องผลประโยชน์ของอาณาเขตมาเพื่อแลกกับสิ่งที่น้องสี่อยากรู้นั้นไม่ถูกต้องเลย ถ้าท่านอัศวินหงส์ขาวรู้ว่าน้องสี่ตัดสินใจทำเช่นนี้ ท่านจะต้องตำหนิน้องสี่แน่ๆ”

 

“อย่าลืมนะว่าอาณาเขตของพวกเรากับอาณาเขตของท่านอัศวินราชินีเหมันต์นั้นขัดแข้งขัดขากันเรื่อยมา ในฐานะพี่ชายแล้วไม่อยากให้น้องสี่รีบร้อนทำผลงานเกินไป”

 

“อีกอย่าง...ต่อให้น้องสี่สืบสวนเรื่องเส้นทางการซื้อเส้นด้ายแก้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ความมากนัก สุดท้ายแล้วน้องสี่จะตามจับทุกคนที่ซื้อเส้นด้ายแก้วหรือ? นี่ยิ่งไม่เสียเวลาไปเปล่าๆหรืออย่างไร”

 

“ที่สำคัญที่สุด ยังจะทำให้พวกเราถูกหัวเราะเยาะด้วย เส้นด้ายแก้วนี้ไม่ใช่ของที่ผิดกฎหมายเสียหน่อย ทำไมจึงเอามาเป็นประเด็นได้เล่า ถ้าในเมื่อเส้นด้ายแก้วก็ยังน่าสงสัย เช่นนั้นทำไมไม่ตามหาร้านขายมีดสั้น ร้านขายกระจกแปดด้าน และอื่นๆไปด้วยเลยล่ะ อ้อ อย่าลืมร้านอุปกรณ์สำหรับขุดดินนะ พวกนี้เป็นของที่ใช้ทั้งหมดไม่ใช่หรือ?” 

 

คนพูดถึงตรงนี้ เสียงหัวเราะของขุนนางบางคนก็เริ่มหลุดออกมา เดิมทีพวกเขาก็ไม่คิดว่าการสอบสวนเรื่องเส้นด้ายแก้วนั้นน่าสนใจ แม้ว่าเส้นด้ายแก้วในอาณาเขตท่านอัศวินเหมันต์จะใช้กันทั่วไป แต่ในอาณาเขตท่านอัศวินหงส์ขาวไม่ใช่เช่นนั้น 

 

เนื่องจากเป็นของที่ซื้อมาจากอาณาเขตที่ไม่ถูกกัน ราคาของพวกมันจึงสูงมาก อีกทั้งไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสในการติดต่อด้วย หากไล่ตามเส้นทางนี้ก็น่าจะจำกัดจำนวนผู้ต้องสงสัยไปมาก ทว่า...เมื่อได้ยินคุณชายสามพูดออกมาเช่นนั้น ดูเหมือนก็จะถูกต้องเช่นกัน

 

วาทะกรรมในการพูดของคุณชายสามช่างโน้มน้าวผู้คนได้เก่งจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมก่อนหน้านี้ เขาถึงเป็นตัวเต็งในการรับตำแหน่งอัศวินคนต่อไป

 

“ไม่ใช่ว่าสามารถตามตัวคนร้ายได้บ้างแล้วหรือ? ทำไมไม่ไล่หาข้อมูลจากคนที่พบนั้นแทนล่ะ หรือว่า....แม้จะค้นพบแล้วว่าคนลงมือมีใครบ้าง ก็ยังไม่สามารถสืบหาความจริงทั้งหมดได้งั้นหรือ? เช่นนั้น...น้องสี่อยากจะขอให้พี่ชายช่วยเหลือหรือไม่? ถึงแม้ว่าพี่ชายสืบสวนในตอนแรกจะไปผิดทางบ้าง แต่ถ้าเรื่องการสอบปากคำ พี่ชายมีคนที่เก่งๆอยู่ไม่น้อยเลย”

            

เมื่อคุณชายสามพูดจบก็ทำให้คุณชายสี่ดูเหมือนเด็กน้อยไปเลย คนที่เพิ่งเสนอเรื่องการสอบสวนไปหน้าแดงก่ำ ใครจะคิดว่าพี่สามจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้

 

“พี่สาม เรื่องนี้เป็นกระบวนการสอบสวนของฉัน ไม่จำเป็นต้องให้พี่สามมาช่วยหรอก แล้วก็เรื่องการสอบสวนตามเส้นทางของการซื้อขายเส้นด้ายแก้วก็เป็นกระบวนการของพวกฉันด้วย”

 

“ที่พี่สามพูดเสียยืดยาวทั้งหมด ทำไมฉันรู้สึกว่าพี่แค่ไม่ต้องการให้ฉันสอบสวนเรื่องนี้ล่ะ หรือว่า...แท้จริงแล้วพี่กำลังกลัวว่าฉันจะเจออะไรกันแน่?” 

 

คุณชายสี่พูดออกมาโดยตรงเช่นนี้ กลับไม่ทำให้คุณชายสามหน้าเปลี่ยนสีเลย กลับกัน...เขาเพียงส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจ ก็ทำให้ขุนนางที่อยู่ข้างเขากระโดดออกมาปกป้องแล้ว

 

“คุณชายสี่ ไม่ว่าคุณชายจะสงสัยใครก็สงสัยไป แต่ต้องไม่ใช่คุณชายสามของพวกเรา!”

 

“ถูกต้องแล้ว คุณชายสามแค่ผิดพลาดเนื่องจากถูกคนร้ายวางแผนให้เข้าใจผิดเช่นนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณชายสามจะกลายเป็นแพะของเรื่องนี้ได้หรอกนะ”

 

“คุณชายสี่อย่าเอาความต้องการส่วนตัวมาสร้างปัญหาให้คุณชายสามเลย ทุกคนรู้ดีว่าคุณชายสามเคารพท่านอัศวินมากแค่ไหน อย่าลืมว่าแม้แต่ผลึกเพิ่มพลังชีวิตก็เป็นคุณชายสามที่หามา”

 

“ใช่เเล้ว คุณชายสี่ ที่คุณชายสามพูดนี้ก็เพราะห่วงท่านเท่านั้น คุณชายสี่ไม่เห็นน้ำใจก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะมาเข้าใจคนอื่นผิดอีก เเบบนี้ไม่ถูกต้องเลย”

 

เสียงของเหล่าผู้สนับสนุนดังขึ้นราวกับนัดหมายไว้ คุณชายสามมองน้องชายที่กำลังหน้าบูดบึ้งก็อดจะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เขายังพูดกับน้องชายอีกประโยคด้วย

 

“น้องสี่ ตอนนี้ที่ควรจะรีบทำก็คือใช้หลักฐานที่มีเพื่อสืบหาต้นตอให้ได้ น้องสี่อย่าได้คิดอื่นไกลเลย ฉันอยากให้พวกเราจับคนผิดมาลงโทษให้ได้ เรื่องอื่นๆ....เอาไว้ก่อนเถอะ”

 

คุณชายสามพูดขึ้นเช่นนี้ก็ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ทันทีว่าคุณชายสี่ เเท้จริงแล้วไม่ได้ตั้งใจจะตามจับคนร้ายจริงๆ หากเเต่ต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อจัดการคู่แข่งของตนเองมากกว่า

 

ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ทำเป็นไม่สนใจตำแหน่งอัศวินหรอกหรือ ทำไมเวลานี้กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามล่ะ? หรือว่าที่ผ่านมาก็แค่การแสดงเท่านั้น ทำเหมือนไม่สนใจ แต่กลับเเอบสะสมกำลังเรื่อยๆ เวลานี้เมื่อท่านอัศวินอยู่ในอันตรายเเละมีโอกาสที่จะเเย่งชิงอำนาจมากที่สุด ก็เลยยอมเผยเขี้ยวเล็บของตนเอง

 

ช่างเป็นคนที่หน้าซื่อใจคดเสียจริง!

 

“พี่สามอย่าพูดเหมือนว่าฉันต้องการจัดการคนอื่นเลย ฉันไม่ต้องการตำแหน่งอัศวิน นี่คือสิ่งที่ฉันเเสดงออกมาอย่างชัดเจนมาตลอด ถ้าพี่สามไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ก็เเค่ยอมให้ฉันทำงานต่อไป เรื่องผลลัพธ์ที่ออกมา ฉันจะให้ทุกคนร่วมพิจารณาเองว่ามันเป็นอย่างไร”

 

“ตอนนี้ฉันคือคนที่ควบคุมการสอบสวนทั้งหมด หวังว่าทุกคนจะให้เกียรติฉันในฐานะนี้ ไม่อย่างนั้น…ฉันก็มีสิทธิ์สงสัยว่าทุกคนคิดขัดขวางการทำงานของฉัน”

 

คุณชายสี่เป็นพวกพูดไม่เก่งอยู่เเล้ว ตัวเขาถนัดในการสู้รบมากกว่าถนัดโต้เถียง สุดท้ายก็ใช้นิสัยอย่างพวกทหารที่ชอบใช้กัน นั่นก็คือการออกคำสั่งโดยตรง

 

“เจ้าสี่ ถ้าพูดขนาดนี้ก็ทำตามกฎปกติเถอะ ให้ทุกคนร่วมกันลงความเห็น ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ฉันก็หวังให้น้องสี่เเละทุกคนยอมรับการตัดสินใจนี้”

 

คุณชายสามถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาเเสดงท่าทางจำยอม เหมือนเห็นเด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้น หากเเต่ไม่ฟังเสียงของคนอื่นอยู่ตรงหน้า

 

คุณชายสี่ไม่ได้พูดอะไร เขารู้อยู่เเล้วว่าจะต้องลงความเห็นกันก่อนที่จะดำเนินการ แต่ในฐานะบุตรชายของท่านอัศวินที่เคยเห็นความสามารถของท่าน รวมถึงคุณูปการมากมายที่ท่านอัศวินได้ทำไว้ ย่อมมีความเชื่อว่าทุกคนจะยอมให้เขาทำงาน เพื่อตามหาคนร้าย ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม

 

เพียงเเต่ ภาพที่คุณชายสี่ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เห็นก็คือ การที่คะเเนนเสียงทั้งหมดจะออกมาในทิศทางเดียวกันหมด

 

“น้องสี่ ผลคือ 37 ต่อ 13 ไม่อนุมัติให้ดำเนินการสอบสวนโดยการพึ่งพาอาณาเขตอัศวินราขินีเหมันต์ ดังนั้น…น้องสี่ควรหันไปสนใจสืบสวนจากทางอื่นเถอะ”

 

คุณชายสามพูดอย่างนั้น เเต่มุมปากของเขากลับปรากฎรอยยิ้มหยันขึ้น ทำให้คุณชายสี่โกรธจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีเเดง

 

“ทำไมทุกคนจึงไม่อนุมัติ คิดอะไรอยู่กันเเน่ นี่ก็เพื่อท่านอัศวินนะ พวกเราควรต้องทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อสืบสวนไม่ใช่หรือ ต่อให้ผลลัพธ์จะไม่ออกมา แต่อย่างน้อยพวกเราก็ได้ลงมือทำ”

 

“ที่ผ่านมาท่านอัศวินทำเพื่ออาณาเขตมามากขนาดไหนเเล้ว เวลานี้มีคนที่กล้าลงมือกับท่าน เเต่พวกเรากลับมาขัดขากันเองเพียงเพราะสงสัยว่าฉันอาจจะใส่ร้ายคนอื่น นี่มันถูกต้องหรือ?”

            

คุณชายสี่ตวาดลั่น แต่เขาทำอย่างนี้ก็ยิ่งทำให้ขุนนางรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น

 

“คุณชายสี่ หรือว่าความคิดของคุณชายถูกต้อง แต่ความคิดของพวกเราไม่ถูกต้องงั้นหรือ? เหตุผลที่พวกเราลงคะแนนเสียงก็เพราะความคิดไม่ตรงกัน เมื่อท่านอัศวินไม่สามารถตัดสินใจให้ได้ อย่างนั้นวิธีนี้ก็ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ? คุณชายสี่อยากจะทำตัวเป็นท่านอัศวินขนาดนี้ แต่กลับบอกว่าไม่ได้อยากเป็นอัศวินคนใหม่ คิดว่าพวกเราเชื่อหรือ?”

 

“พวกแก!”

 

“คุณชายสี่ อย่ามาชี้หน้าพวกเราเเบบนี้เลย คุณก็เป็นเเค่ลูกบุญธรรมของท่านอัศวินคนหนึ่งเท่านั้น หากเทียบเเล้ว … คุณยังไม่เคยช่วยงานบริหารสักครั้ง เเต่คุณชายสามล่ะ เพราะที่ผ่านมา คุณชายสามช่วยพวกเรารับผิดชอบทุกอย่างมาโดยตลอด คุณมีความสามารถในการต่อสู้ก็ควรจะกลับไปอยู่ที่สนามรบได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่ของท่าน”

 

ยิ่งพูด คนก็ยิ่งใช้คำที่รุนเเรงมากกว่าเดิม ขุนนางคนนี้ก็คือคนของคุณชายสาม ในเมื่อต้องการจะทำลายภาพลักษณ์ของคนที่เขาสนับสนุน เช่นนั้นเขาก็จะใช้ความปากดีของตนเองเพื่อทำให้อีกฝ่ายเสียหายเช่นกัน

 

…………………………………………