บทที่ 387 ข้อหาร้ายแรง (อ่านฟรี 28 มี.ค.69 )
บทที่ 387 ข้อหาร้ายแรง (อ่านฟรี 28 มี.ค.69 )
บทที่ 387 ข้อหาร้ายแรง
คุณชายสี่ไม่คิดว่าเขาจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ หากเป็นตอนที่ท่านอัศวินยังเเข็งแรงดีอยู่ เวลาที่เขาปรากฏตัว ครพวกนี้เเสดงความเคารพเขามาก แต่เวลานี้เหมือนพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ นี่มันอะไรกัน!!
ราวกับถูกต่อยจนมึนงง การประชุมวันนี้คือความพ่ายเเพ้อย่างสิ้นเชิงของคุณชายสี่ เเละมันก็ทำให้หัวใจของเขาเหมือนถูกไฟเผาไหม้
เขากำลังโกรธ และเขาก็กำลังไม่เข้าใจ....
เมื่อกลับคฤหาสน์เพื่อหวังพักสมอง เเต่บรรยากาศที่ถูกกระตุ้นโดยพลทหารพิเศษกลับยิ่งทำให้มันเเย่ยิ่งกว่าเดิม
“คุณชายสี่กลับมาเเล้วหรือ?” พลทหารพิเศษคนหนึ่งที่อยู่ในคฤหาสน์เอ่ยถามขึ้น ราวกับเป็นเข็มที่ทิ่มเเทงเข้าไปมากกว่าเดิม สีหน้าของคุณชายสี่ดูไม่ดีเอาเสียเลย
“ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีหรือ? นี่ก็เรื่องปกตินะ ที่เขตมลพิษของพวกเราก็เเบบนี้ ถ้าไม่มีอำนาจมากพอ สุดท้ายก็ต้องดิ้นอยู่บนมือของคนอื่น” พลทหารพิเศษพูดเหมือนไม่ใส่ใจนัก เขาทำความเคารพก่อนจะเดินจากไป
แต่หลังจากนั้นไม่นาน พลทหารพิเศษอีกคนก็ “บังเอิญ” ผ่านมาอีกครั้ง เจอคุณชายสี่ที่กำลังเดินไปดูการซ้อมของทหารก็เอ่ยทักขึ้น
“คุณชายสี่กำลังจะไปประชุมขุนนางอีกหรือ? ได้ยินว่าวันนี้คุณชายสี่จะไปขออนุมัติในการสอบสวนหาหลักฐาน น่าจะผ่านไปด้วยดีสินะ ยินดีด้วยครับๆ” เขาพูดเเค่นั้นเเล้วก็เหมือนมองไม่เห็นสีหน้าของคนอื่น กลับหัวเราะออกมาเสียงดัง
“คุณชายสี่เป็นถึงคุณชายของท่านอัศวิน ไม่ว่าจะคิดทำสิ่งใดก็เพื่อท่านอัศวินอีก จะได้รับความเห็นด้วยก็ไม่แปลก”
“ที่ผ่านมาคุณชายทุ่มเทกำลังกายทั้งหมดเพื่อต่อสู้ที่เขตชายเเดน เเสดงให้เห็นเเล้วว่าคุณชายรักอาณาเขตนี้มากขนาดไหน ขนาดพวกเราที่เป็นทหารของเขตมลพิษก็ยังเคารพหัวใจของท่าน เเล้วคนในดินเเดนศักดิ์สิทธิ์นี้จะไม่เห็นได้อย่างไร” รอยยิ้มของเขายิ่งทำให้คุณชายสี่เจ็บใจ ยิ่งยิ้มกว้างมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้สีหน้ามืดครึ้มมากขึ้น
ในที่ที่ไกลออกไปเล็กน้อย พลทหารพิเศษอีกสองคนกำลังชะเง้อมองดูข้างหน้าด้วยความสนุกสนาน
“ต่อไปเป็นฉันเเล้ว น่าขำชะมัด ดูหน้าคุณชายสี่สิ เหมือนกับถูกบังคับให้กลืนยาขมเลย”
“ฮ่าๆ ปกติเเล้วฉันไม่ชอบเล่นอะไรเเบบนี้นะ แต่เเผนนี้ของรุ่นน้องกลับทำให้สนุกมาก การยุแยงให้พวกมันเเตกคอกันเอง ช่างน่าหัวเราะจริงๆ”
“อย่ามัวเเต่เล่น อย่าลืมว่าก่อนหน้าพวกเราทำให้รุ่นน้องผิดหวังมาแล้ว ครั้งนี้แผนของรุ่นน้องจะทำเสียเรื่องไม่ได้”
“เหอ เหอ เหอ อย่างอื่นฉันก็ไม่มั่นใจ แต่เรื่องนี้มั่นใจแน่นอน”
“ใช่ ถึงใครเเล้ว คุณชายสี่มานู้นเเล้ว”
เสียงหัวเราะของพวกเขาโชคดีที่ไม่มีคนได้ยิน ไม่อย่างนั้น การที่กล้าปั่นหัวเจ้านายของคฤหาสน์นี้ จะไม่ทำให้คนโกรธได้อย่างไร
หนึ่งคนก็แล้ว สองคนผ่านไป ยังมีคนที่สาม คนที่สี่ คนที่ห้ามาอีกเรื่อยๆ ต่อให้ตอนเเรกไม่คิดโกรธ ทว่าเวลานี้ก็อารมณ์ดีไม่ได้จริงๆ คุณชายสี่ถูกปั่นหัวจนเเทบระเบิด เมื่อมาฟังเรื่องผลของการสอบสวนก็ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม
บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มไม่ค่อยดีนัก มีเพียงได้พบหน้าคนรักเท่านั้นที่ทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้ เเต่ว่า…คนเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาสบายใจ ท้ายสุดแล้วกลับเจอปัญหาเสียอย่างนั้น
“คุณชายสี่ เกิดเรื่องเเล้วครับ ตอนนี้คุณหนูหลางพาทหารมาจำนวนมาก พร้อมกับข้อหาร้ายเเรงที่ทำให้คุณสวี่ถูกพาตัวไปแล้ว!”
ในตอนที่คุณชายสี่กำลังกุมขมับอยู่ในที่ทำงาน ประตูห้องของเขากลับถูกเปิดออกอย่างเเรง เสียงประตูเรียกความสนใจของทุกคน สีหน้าของคุณชายสี่ที่ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งแย่มากขึ้น การกระทำที่เสียมารยาทเช่นนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมจริงๆ
พวกเขากำลังหาหลักฐานชิ้นสำคัญ กระบวนการนี้ต้องเก็บเป็นความลับให้ได้มากที่สุด ดังนั้นห้องทำงานของเขาไม่ควรจะถูกเปิดโดยใครก็ได้ ทว่า…ยังไม่ทันที่เขาจะตำหนิออกไป เสียงของทหารที่บุกรุกเข้ามาก็ดังขึ้น น้ำเสียงฉายเเววตื่นตระหนกไว้ เเละคำพูดของเขาก็ทำให้คุณชายสี่นั่งไม่ติด
“เกิดอะไรขึ้น! ข้อหาร้ายเเรงอะไร ทำไมถึงบุกเข้ามาในบ้านของฉันได้”
“พวกเขาบอกว่าเป็นข้อหาตั้งใจฆ่าคุณหนูหลางครับ”
“อะไร! ข้อหาเเบบนี้มีได้อย่างไร ต่อให้โง่เเค่ไหนก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง สวี่เหมยเรียบร้อยอ่อนเเอขนาดนี้จะทำเรื่องเหลวไหลได้หรือ? หากมีใครสักคนที่จะลงมือ ก็คุณหนูหลางนั่นแหละ! ตอนนี้ใช่ว่าฉันไม่มีหลักฐานเอาผิดคุณหนูหลางไม่ได้นะ เธอเป็นคนจ้างวานนักฆ่าเพื่อมาลงมือกับฉันด้วยซ้ำ ดูความผิดนี้เเล้ว โทษตายก็ยังไม่เพียงพอเลย!”
“แต่คุณชายครับ ตอนนี้คุณสวี่ถูกพาตัวไปแล้ว ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นอย่างไร สุดท้ายถ้าช่วยไม่ทัน…คุณสวี่ก็ต้อง….” คำพูดต่อไปเขาไม่กล้าอีก ทำได้แค่กระตุ้นคุณชายสี่ให้ออกไปจัดการเท่านั้น
ความจริงเป็นอย่างไร ตัวเขาเป็นคนของคุณชายสี่จะไม่รู้หรือ? แต่ตอนนี้ใช่เวลาที่จะมาอธิบายให้เขาฟังหรือ?
คุณชายสี่เข้าใจความหมาย เขาทิ้งเอกสารเเละงานตรงหน้าทั้งหมด รีบไปช่วยสวี่เหมยจากมือของตระกูลหลางให้ได้ก่อนโชคดีที่สถานที่ทำงานของเขากับตระกูลหลางไม่ไกลกันมากนัก เขาไม่มีพิธีรีตรองใดๆ ให้คนพังประตูสกุลหลางเพื่อเข้าไปทันที
“ปล่อยตัวคนเดี๋ยวนี้!”
เสียงตวาดลั่นของเขาทำให้คนในคฤหาสน์สกุลหลางตกใจ คนรับใช้รีบวิ่งไปแจ้งข่าวเจ้านายให้ออกมารับหน้าคุณชายสี่ที่มาราวกับพายุโหมกระหน่ำ
“เสียมารยาท!” ผู้นำตระกูลหลางที่อายุมากกว่าคุณชายสี่หลายสิบปีเป็นคนออกมาจัดการเรื่องนี้เอง เมื่อเขาเห็นว่าคุณชายสี่กระทั่งทำลายประตูบ้านของเขา คนก็โกรธจัด
อีกฝ่ายเป็นคุณชายสี่แล้วอย่างไร ตัวเขาเป็นถึงขุนนางใหญ่ เเม้เเต่ตัวท่านอัศวินเองก็ยังต้องเกรงใจ เเล้วคุณชายสี่คนนี้…อาศัยอะไรมาโวยวายหน้าบ้านของเขา
“ขุนนางหลาง การจับคนที่ไร้ความผิดมานี้เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ฉันจะไม่ทำอะไรหากคุณปล่อยคนออกมาอย่างปลอดภัย”
“คุณชายสี่ ฉันคิดว่าคุณชายน่าจะกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างฺผิดไปนะ คุณชายอาจจะคิดว่าตำแหน่งของตัวเองสูงส่งมาก เเต่ความเป็นจริงเเล้ว คุณชายสี่นับเป็นตัวอะไร? เทียบกับสายเลือดขุนนางของพวกเราเเล้ว คุณชายไม่ใช่เด็กกำพร้าที่ไม่รู้เเม้เเต่กำพืดของตนเองงั้นหรือ?”
“การที่คุณชายโชคดีถูกรับมาเลี้ยงดู สิ่งนี้ทำให้คุณชายเชื่ออย่างสุดใจว่าตัวเองควรค่าแก่การเคารพเเล้วหรือ? ฉันได้ยินว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา คุณชายทำให้ลูกสาวของฉันเสียใจไม่น้อย เห็นแก่ว่าเป็นว่าที่ลูกเขย ฉันจึงไม่ตำหนิ ไม่ว่าอะไร คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะสำคัญตัวเองผิดไปขนาดนี้”
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ขุนนางสกุลหลางพูดความคิดของตนเองออกมาโดยตรง หากคนตรงหน้าคือท่านอัศวิน เขาคงไม่กล้า แต่ถ้าเเค่คุณชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง ทำไมจะต้องระวังคำพูดด้วย
คุณชายสี่โดนดูถูกต่อหน้า อีกทั้งไม่ยอมคืนสวี่เหมยให้ เขาย่อมไม่อาจยอมได้เช่นกัน ชายหนุ่มโบกมือ ให้คนของตนเองเข้าไปโดยไม่ฟังเสียงของขุนนางหลาง
“ไปพาคนออกมา”
“กล้าหรือ?” เขาสั่งอย่างนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำเช่นนั้นได้ คนของขุนนางหลางไม่น้อย เมื่อเจ้านายไม่ยอมให้เข้าไป พวกเขาย่อมไม่สามารถปล่อยไปได้
“ขุนนางกลาง คิดจะต่อต้านงั้นหรือ?”
“คุณชายสี่ ถ้าฉันต่อต้าน คุณจะทำอะไรได้” รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปากของเขา ลูกสาวชอบอีกฝ่าย เขาก็รับทางนั้นมาเป็นเขยได้ แต่…ลูกเขยที่ไม่รู้จักพ่อตานั้น ย่อมมีวิธีการจัดการที่ต่างออกไป
อำนาจพ่อตาจะยอมให้ลูกเขยข้ามหัวได้หรือ? ถ้าเขายอมครั้งนี้ ครั้งต่อไปจะเป็นอย่างไร ลูกสาวของเขาคงจะถูกรังแกแน่ ถ้าปล่อยให้คุณชายตรงหน้ามีอำนาจเหนือกว่าพ่อตาอย่างเขา
สองคนเผชิญหน้ากันอยู่นาน สายตาจับจ้องราวกับต้องการดูว่าใครจะทนได้นานกว่า กระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น เวลานั้นฟางเส้นสุดท้ายของคุณชายสี่ก็ขาดสะบั้น
“สวี่เหมย!!” คนไม่ฟังอะไรอีก ในเมื่อทหารไม่กล้าเข้าไป อย่างนั้นเขาก็เข้าไปเอง!
พลังของคุณชายสี่ปะทุขึ้น ซึ่งขุนนางหลางก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการขยับครั้งเดียว คฤหาสน์สกุลหลางก็เปลี่ยนเป็นทะเลเพลิง ... ถึงกับเปิดใช้ค่ายกลอาณาเขต!
ครั้งนี้คุณชายสี่เสียเปรียบเเล้ว ชายหนุ่มกำหมัดเเน่น ก่อนหน้านี้เขาถูกกระตุ้นความโกรธอยู่ทุกวันโดยพวกพลทหารพิเศษ คำพูดทั้งหมดเหมือนย้อนกลับมาทำให้เขาเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
ที่เขาต้องเผชิญอยู่ตอนนี้เป็นเพราะอะไร?
ทำไมเขาถึงถูกดูเเคลนขนาดนี้? ทำไมพวกมันถึงกล้ารังแกเขาเเละคนของเขา ทั้งหมดนี้ … ไม่ใช่เพราะอำนาจของเขาไม่พอหรือ?
เขาเป็นคุณชายที่ไม่มีอำนาจใดๆเลย จะสู้กับขุนนางผู้หนึ่งก็ยังทำไม่ได้ ยิ่งถ้าเทียบกับพี่สามที่สร้างฐานอำนาจมาเนิ่นนานในช่วงที่เขาอยากจะหนีความวุ่นวายไปอยู่ชายแดน…กลายเป็นว่าเขาเดินหมากผิดกระดานมาโดยตลอด!!
อัศวินเท่านั้นจึงจะได้รับสิทธิในการตัดสินใจงั้นหรือ? ไม่อย่างนั้นก็จะถูกขุนนางรวมหัวกันรังแก ... อัศวินเท่านั้นจึงจะปกป้องคนของตนเองได้หรือ? ไม่อย่างนั้น คนรักของเขาเองก็ยังปกป้องไม่ได้!
ดีจริงๆ ถ้าอย่างนั้น…ตำแหน่งอัศวินนี้ก็ควรจะเป็นของเขาเเล้ว ไม่สิ! ต้องบอกว่ามันจะต้องเป็นของเขาให้ได้ต่างหาก!!!
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร เวลานี้ที่ต้องทำให้ได้ก่อนก็คือการช่วยสวี่เหมย ต้องพาเธอกลับไปอย่างปลอดภัยให้ได้ ชายหนุ่มคิดแล้วต้องทำได้ ตัวเขาเป็นทหารยอดฝีมือ ยิ่งมีสมาชิกของกองทัพอยู่ด้วย ยิ่งไม่แพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
“ในเมื่อไม่ยอมหลีกทางให้ อย่างนั้นก็อย่าหาว่าพวกเรารังแกคน!”
เขาไม่ได้ขู่ เพราะหลังจากที่พูดเสร็จก็ให้คนของตนเองลงมือทันที ทหารชุดสีเหลืองอ่อนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพชายแดนที่คุณชายสี่ดูแลด้วยตัวเองกรูกันเข้าไปข้างใน ขุนนางหลางแข็งแกร่งก็จริง แต่จะเทียบกับคนที่ขัดเกลาฝีมืออยู่ตลอดได้อย่างไร สุดท้ายแล้ว…คุณชายสี่ก็สามารถแหวกทางเพื่อเข้าไปหาสวี่เหมยจนได้
“ปล่อยเธอ!” เมื่อเข้ามาถึงลานกว้างหน้าที่พักของหลางอันเสวี่ย คุณชายสี่ก็ได้เห็นภาพที่ทำให้เขาต้องปวดใจ
สวี่เหมยถูกคนรับใช้ของอันเสวี่ยมัดมือเท้าแล้วตรึงไว้กับเสา ตัวของเธอลอยขึ้นสูง ในขณะที่เสาไม้นั้นถูกพันไว้ด้วยเชือกที่มัดแขนขาไว้ โดยทุกๆวินาที มันจะถูกหมุนครบหนึ่งรอบ เท่ากับทำให้ร่างของสวี่เหมยถูกดึงมากขึ้น ดูจากเจตนาแล้ว เหมือนว่าคุณหนูหลางผู้นี้ต้องการฉีกร่างของสวี่เหมยออกเป็นส่วนๆ
หญิงสาวเห็นคุณชายสี่เข้ามาก็แค่นหัวเราะ ด้านหลังยังมีพ่อของเธออยู่ด้วย ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว เธอเลยไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
“คุณชายสี่มาพอดีเลย ดีจริงๆที่จะได้เห็นผู้หญิงสารเลวนี้ต้องชดเชยความผิดของตนเองอย่างไร นังจิ้งจอกสารเลวนี้จะต้องตายอย่างทรมานที่สุด โทษฐานที่มายั่วยวนคู่หมั้นของฉัน ใครก็ได้…ไปเอาเก้าอี้มาให้คุณชาย อ้อ แล้วก็ชาร้อนๆด้วยล่ะ” รอยยิ้มที่โหดเหี้ยมของเธอทำให้ให้คุณชายสี่กัดฟันกรอด
เขาไม่พูดพร่ำอีกต่อไป เพียงเดินเข้าไปแล้ววตัดเชือกที่รัดเเขนขาของสวี่เหมยออก จากนั้นก็อุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน มองดูรอยรัดแขนที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน คนก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก
“เหมยเหมย ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องเดือดร้อน”
“ไม่ค่ะคุณชาย ไม่ใช่ความผิดของคุณชายเลย…” แม้จะพยายามแสดงความแข็งแกร่งออกมา แต่มันกลับยิ่งทำให้คนเห็นเศร้าใจมากกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาอ่อนเเอเกินไป ก่อนหน้านี้เป็นเขาที่โง่งมเอง ไม่รู้เลยว่าความคิดของเขาเเบบนั้นกลับจะสร้างปัญหาตามมา เดิมทียังคิดว่าการไม่ยุ่งเกี่ยวกับเกมการเมืองจะทำให้เขาเเละคนรอบข้างอยู่อย่างสงบสุข เเต่สุดท้าย….สิ่งที่เรียกว่าอำนาจก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว
ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขากำลังถูกสิ่งที่เรียกว่าอำนาจกดดันอยู่หรือ? ในเมื่อตัวเขาก่อนหน้านี้ไม่มีอำนาจ อย่างนั้นต่อไปก็ควรจะคว้ามันมาบ้าง เเล้วใช้อำนาจพวกนี้จัดการไอ้พวกสารเลวที่เคยคิดรังแกเขาเเละคนของเขาทั้งหมด!!
…………………………………..