บทที่ 388 ลงแรง (อ่านฟรี 29 มี.ค. 69)
บทที่ 388 ลงแรง (อ่านฟรี 29 มี.ค. 69)
บทที่ 388 ลงแรง
“ไม่! ฉันไม่ยอม ฉันไม่ให้พาคนไป” หลางอันเสวี่ยไม่ยินยอม เธอกระโจนออกมาเหมือนหมาบ้า เเต่คุณชายสี่ระวังอยู่ก่อนเเล้ว เขาตวัดเเขนออกไปครั้งหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนของตระกูลหลาง ทั้งยังเป็นคู่หมั้นของเขา คุณชายสี่อาจจะใช้ฝั่งที่คมจัดการเธอไปเเล้ว ตอนนี้เขาทำได้เเค่ใช้สันดาบในการส่งเธอล้มลงไปเท่านั้น
“กรี๊ด!!”
“คุณชายสี่!!” เสียงร้องของอันเสวี่ยเเละขุนนางหลางดังพร้อมกัน เธอเป็นบุตรีที่เขารักมากที่สุด เห็นเธอเจ็บตัวเช่นนี้ย่อมทนไม่ได้
“พ่อ! ช่วยด้วย ฉันไม่อยากให้คุณชายพาคนไป มันจะต้องตายที่นี่ นังสารเลวที่คิดแย่งผู้ชายของลูก จะมีชีวิตรอดไปไม่ได้!” อันเสวี่ยไม่ได้สนใจความเจ็บปวดของตนเองมากนัก เมื่อหญิงรับใช้รีบเข้ามาประคอง เธอกลับพูดความต้องการของตนเองออกไปทันที
“คุณชายสี่ หากกล้าพาคนไปครั้งนี้ สกุลหลางจะถือว่าคุณชายสี่ไม่ให้เกียรติพวกเรา จากที่สนับสนุน พวกเราก็สามารถขัดขวางได้เช่นกัน!”
ขุนนางหลางประกาศกร้าว เขาถึงกับใช้ค่ายกลของบ้านแล้ว คุณชายสี่ควรคิดได้ว่าไม่ควรไปต่อ แต่คนไม่คิดให้หน้าเขาเลย นอกจากนี้เเล้ว…เพื่อหญิงสาวไร้ค่าคนหนึ่ง เขาถึงกับทำให้ลูกสาวของเขาต้องเจ็บตัว
เห็นความโกรธของขุนนางหลางเเล้ว คุณชายสี่ไม่เพียงไม่โกรธเท่านั้น เขากลับรู้สึกพอใจอย่างมาด้วยซ้ำ คนปรายตามองครั้งหนึ่งก่อนจะเดินออกไป
“จากนี้…ตระกูลหลางก็ถือเป็นตระกูลศัตรูกับฉันด้วยเช่นกัน การหมั้นหมายระหว่างพวกเราก็สิ้นสุดเพียงเเค่ตรงนี้!” เขาว่าอย่างนั้นก็พาสวี่เหมยจากไปทันที ทิ้งให้หลางอันเสวี่ยกรีดร้องตามด้านหลังมา…
ข่าวเรื่องความขัดเเย้งระหว่างคุณชายสี่เเละตระกูลหลางไม่ได้ถูกซ่อน ดังนั้นจึงถูกผู้คนรับรู้ได้อย่างง่ายดาย ทุกคนต่างก็คาดการณ์กันว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร รวมทั้งคุณชายสามที่กำลังนั่งฟังเรื่องสนุกอยู่ด้วย
“ฮ่าๆ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าสี่จะโง่งมขนาดนี้”
“ใช่เเล้วคุณชายสาม เพราะเเผนของคุณชายที่เเอบส่งข่าวให้คุณหนูหลางก่อนหน้านี้ ทำให้เธอร้อนรนจนตามสืบหาตัวคนได้ เดิมทีด้วยนิสัยของคุณหนูหลาง การจะลากตัวคนออกมาเพื่อฆ่าทิ้งนั้นเป็นเรื่องปกติ เเต่ที่ไม่คิดก็คือ…คุณชายสี่กลับพึงพอใจหญิงคนนั้นเหมือนกับคนโง่ กล้าต่อต้านสกุลหลางเพื่อหญิงสาวกำพร้าที่ท่านอัศวินเลี้ยงเอาไว้ ช่าง….” คนไม่ได้พูดประโยคสุดท้ายออกมา เเต่กลับทำให้คุณชายสามผู้เป็นเจ้านายหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม
“ช่างโง่งมหรือ? กล้าพูดถึงน้องชายสุดที่รักของฉันขนาดนี้ได้อย่างไร อยากถูกลงโทษหรือ?”
“ขออภัยครับคุณชายสาม…เเต่เพราะเห็นแบบนี้เเล้วอดเปรียบเทียบกับคุณชายไม่ได้จริงๆ คุณชายสี่เทียบกับคุณชายสามก็ไม่ต่างอะไรกับคนโง่ ยิ่งเขาคิดจะเป็นศัตรูกับทุกฝ่าย เงาหัวของเขาก็เเทบจะไม่เหลืออยู่เเล้ว”
“อืม เรื่องนี้โทษใครไม่ได้หรอก ที่เจ้าสี่เป็นเช่นนั้นก็เพราะท่านอัศวินตามใจเขามากที่สุด วันๆเเทบไม่ต้องทำอะไรก็ได้รับความรักอย่างเต็มที่ ในขณะที่ฉันทำงานอย่างหนัก สุดท้ายก็เป็นเเค่คนใช้ของท่านเท่านั้น”
พูดถึงตรงนี้ก็นึกถึงเรื่องที่ตัวเองไม่ได้เป็นตัวเลือกในใจของท่านอัศวินที่จะมอบตำแหน่งให้ ตอนที่ได้ยินว่าท่านอัศวินอยากจะให้ตำแหน่งกับเจ้าสี่ เขาเหมือนกับคนบ้า ทั้งน้อยใจ ทั้งเสียใจ เเละที่มากที่สุดก็คือความอิจฉา!!
ใช่เเล้ว เขาจะไม่อิจฉาได้อย่างไร เขาก็เป็นคนหนึ่งที่รักและเคารพท่านอัศวินอย่างมาก ตั้งเเต่เด็กที่เขาเป็นเพียงคนไร้ค่า ไม่มีใครสนใจดูเเล เเม้เเต่พ่อเเม่ก็ยังทิ้งเขาไว้ หากไม่ได้ท่านอัศวิน เขาคงจะกลายเป็นขยะอยู่ตามชุมชนเเออัดที่ต้องกินของเน่าเสียประทังชีวิต ไม่สิ! อาจจะมีชีวิตรอดถึงตอนนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ท่านอัศวินช่วยเหลือตัวเอง ยื่นมือดึงเขาขึ้นจากโคลนตม ดังนั้นเขาสาบานว่าจะช่วยเหลือท่านอัศวิน เเละกลายเป็นอัศวินคนต่อไปท่ียอดเยี่ยมเหมือนท่านเเม่บุญธรรมให้ได้ เเต่…ผลก็คือ ท่านอัศวินไม่ได้เห็นความพยายามของเขาเลย กลับรักแค่เจ้าสี่เท่านั้น
เจ้าสี่มีอะไรเหนือกว่าเขางั้นหรือ? ความรักที่มีต่อท่านอัศวินของเขาน้อยกว่าหรือ? เเน่นอนว่าไม่มีทางเป็นไปได้ หรือจะบอกว่า…ความสามารถของเขาด้อยกว่าล่ะ? นี่ยิ่งไม่ใช่ เพราะระหว่างทางที่ผ่านมา เขาได้พิสูจน์ตัวเองมาไม่น้อยเเล้ว เจ้าสี่ที่เอาเเต่หนีไปชายเเดน ตัวเขากลับอยู่เพื่อแก้ปัญหา ใครกันเเน่ที่มีความสามารถมากกว่า ทุกคนเห็นกันหมด ยกเว้นเเค่ท่านอัศวิน…
“ท่านอัศวินลำเอียงเกินไป หากท่านเห็นคุณค่าของคุณชายสามบ้าง ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้หรอก”
“ช่างเถอะ เรื่องบุญคุณความเเค้นของฉันกับท่านอัศวินได้จบลงทั้งหมดเเล้ว ตอนนี้มีเเค่จะต้องเอาตำแหน่งมาให้ได้ ส่วนเรื่องเจ้าสี่…หลังจากนี้ก็ปล่อยมันไปเถอะ เเค่ไม่มีขุนนางอยู่ฝ่ายมันเเล้วก็เเทบจะหมดเขี้ยวเล็บ ยิ่งมีขุนนางหลางประกาศตัวเป็นศัตรูด้วย ชีวิตของมันก็ลำบากเเล้ว…”
คุณชายสามคิดเช่นนั้น คนอื่นๆก็คิดเช่นกัน…คุณชายสี่เวลานี้ลำบากเเล้ว ต่อไปเขาก็เเทบไม่มีความน่ากลัวอะไรอีก
ก่อนหน้าที่ทุกคนยังให้หน้าเขา ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนของสกุลหลางหรือ? นี่ก็เหมือนกับการให้หน้าตระกูลหลางเท่านั้นแหละ พอตระกูลหลางประกาศเป็นศัตรูกับเขา คนอื่นๆก็เข้าใจทันที คุณชายสี่คนนี้หมดอนาคต ไม่มีค่าให้เสวนาด้วย!!
ทางด้านคุณชายสี่ ต่อให้เขาเป็นพวกที่ไม่สนใจเกมการเมืองใดๆ เเต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาคาดเดาสถานการณ์หลังจากนี้ไม่ออก เมื่อพาสวี่เหมยไปพักผ่อนเเล้ว เขาเรียกให้คนของตนเองมาประชุมหาทางออกทันที
จุดเด่นของเขาไม่ได้มีมากนัก นอกจากกองทัพเเล้วก็เเทบไม่มีอะไรเลย กิจการร้านอาวุธของเขานั้น เเม้ก่อนหน้านี้จะทำกำไรได้ เเต่เชื่อได้เลยว่าจะไม่มีโอกาสดีๆเเบบนั้นอีกเเล้ว เมื่อตระกูลหลางประกาศเป็นศัตรู ย่อมไม่มีใครกล้าซื้อสินค้าของเขา
“ตระกูลหลางมีอิทธิพลอย่างมาก เมื่อพวกเราเป็นศัตรูกับเขาเเล้ว ก็ยากนักที่จะยังอยู่อย่างสุขสบายได้ ยิ่งถ้าเขาหันไปสนับสนุนคุณชายคนอื่น เช่นนี้เเล้วก็เท่ากับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะคนที่สกุลหลางสนับสนุนคนต่อไป ไม่ต่างอะไรกับการเป็นว่าที่อัศวินคนต่อไปเลย”
“กลัวก็เเค่…หากพวกเขาสนับสนุนคุณชายสามเท่านั้น…เพราะคุณชายสามเป็นศัตรูกับพวกเรา หากคุณชายสามกลายเป็นอัศวินคนต่อไป อย่างนั้นเป้าหมายเเรกที่เขาจะจัดการก็น่าจะเป็นคุณชายสี่ด้วย” คนหนึ่งวิเคราะห์ออกมาค่อนข้างดี แต่ก็มีคนอื่นคิดต่างจากเขา
“ไม่น่าจะสนับสนุนคุณชายสาม เพราะคุณชายสามไม่ถูกกับเราอยู่แล้ว ดังนั้น…ตระกูลหลางจะต้องสนับสนุนคุณชายคนอื่น เพื่อเพิ่มศัตรูให้คุณชายสี่ ตระกูลหลางไม่สนใจหรอกว่าใครจะเป็นท่านอัศวินคนต่อไป เพราะอำนาจของพวกเขาไม่น้อย”
คำพูดนี้ก็ถูกต้อง เพราะที่ท่านอัศวินเลือกสกุลหลางเป็นผู้สนับสนุนเบื้องต้น ก็เพื่อมอบโอกาสให้คุณชายสี่นี่แหละ ต่อให้เขาไม่ได้เป็นอัศวินคนต่อไปก็จะไม่ลำบาก เเน่นอนว่าท่านอัศวินไม่ได้คิดถึงกรณีที่คุณชายสี่มีโอกาสขัดใจตระกูลหลางเลย หากท่านอัศวินยังสามารถเข้ามาจัดการสิ่งต่างๆได้ เขาก็ช่วยเยียวยาตระกูลหลาง รวมถึงอาจจะทำให้พวกเขาพอใจมากกว่าเดิม ส่วนเจ้าสี่ก็แค่ปล่อยให้ไปมีชีวิตตามอัตภาพ เพียงแต่ตอนนี้...เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว และย้อนกลับไม่ได้อีก
คนของคุณชายสี่ได้ยินก็ปวดหัวกันเป็นแถว ไม่ว่าการที่ตระกูลหลางจะเลือกฝั่งไหนก็ตาม ล้วนแล้วแต่จะทำให้เป็นปัญหาทั้งนั้น
“แล้วฝั่งเราล่ะ ตอนนี้พวกเราทำอะไรได้บ้าง” ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยถาม ก่อนที่ผู้รู้จะอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
“ทำอะไรได้งั้นหรือ? ช่วงเวลาที่ผ่านมาคุณชายสี่ของพวกเราไม่ต้องการขวางทางใคร ดังนั้นเรื่องเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจทั้งหมดจึงไม่ได้สนใจเลย สุดท้ายแล้วตอนนี้พวกเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก กิจการภายใต้ชื่อของคุณชายมีเพียง 4 อย่างเท่านั้น”
“หนึ่งก็คือร้านอาหารที่ขึ้นชื่ออยู่ชายแดน สองก็คือร้านขายยาที่อยู่ชายแดนอีกเช่นกัน สามก็คือร้านค้าอาวุธชุดเกราะซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนซื้อก็คือกองกำลังของคุณชายสี่เอง”
“และสี่...สุดท้ายก็คือกิจการทหารรับจ้างที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทหารในสังกัดที่พักจากงานแล้วต้องการหารายได้เสริมมารับคำขอทั่วไปของพวกชาวบ้าน เทียบกับสมาคมใหญ่ๆทั้งหลายแล้วก็ยังถือว่ามีขนาดเล็ก พวกเราไม่ได้คิดราคาแพงนัก ทำให้แม้แต่ทหารก็ไม่อยากจะเข้ามารับงานนี้ด้วยซ้ำ”
ได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็เหมือนกับสุนัขที่หูลู่หางตก พวกเขาจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่นได้อีก กิจการดีๆก็ล้วนแต่อยู่ชายแดน ถึงจะมีรายได้เข้ามาบ้าง แต่มันก็ไม่ได้มีอำนาจใดๆที่จะมาต่อรองเลย ถ้าอย่างนั้นพวกเขาจะเอาอะไรไปสู้ ไม่สิ...แค่ให้ตนเองสามารถป้องกันภัยในเมืองหลวงแห่งนี้ได้ก็พอ ไม่อย่างนั้นคงจะมีแค่การหนีไปที่ชายแดนแล้วเท่านั้น...
“หรือว่าพวกเราจะติดต่อคนจากอาณาเขตอื่นๆดี ให้พวกเขายื่นมือเข้ามาช่วย”
“ไม่ได้! ถ้าทำเช่นนั้น พวกเราก็ไม่ต่างอะไรกับยอมติดหนี้บุญคุณพวกนั้นครั้งใหญ่ หลังจากนี้จะถูกเอารัดเอาเปรียบแน่นอน เรื่องนี้ต่อให้ต้องตาย...ฉันก็ไม่มีทางญาติดีกับอาณาเขตอื่น!”
คุณชายสี่โบกมือ ปัดความคิดนี้ตกไป แม้ว่าเขาจะไม่พูดเช่นนี้ ทว่าหลายคนที่ได้ยินความคิดเรื่องการติดต่อคนจากอาณาเขตอื่นก็รู้สึกว่าความคิดนี้ไม่ดีเช่นกัน
ไม่เหมือนคุณชายสี่ที่เกลียดอาณาเขตอื่นๆเข้าไส้ แต่เป็นเพราะเขารู้สึกว่าอาณาเขตอื่นๆ นอกจากจะไม่อยากช่วยแล้ว อาจจะสร้างปัญหาให้กับพวกเขาที่กำลังเดือดร้อนด้วยซ้ำ
อย่าลืมว่าคุณชายสี่ไปประจำชายเขต สร้างปัญหากับพวกนั้นมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว จู่ๆเดือดร้อนแล้วต้องการซบอกอีกฝ่าย มีหรือที่จะไม่ซ้ำเติมกลับมาน่ะ!
คิดไปคิดมาพวกเขาก็ยังไม่มีทางเลือกอื่นอยู่ดี สถานการณ์ตอนนี้เริ่มตึงเครียดทุกขณะ ยิ่งพวกเขาล่าช้ามากเท่าไรก็ยิ่งเป็นการเสียเปรียบมากเท่านั้น เพราะในขระหว่างที่พวกเขากำลังคิดหาทางออก คนของสกุลหลางก็คงจะเตรียมวางแผนเช่นกัน ดีไม่ดีคุณชายคนอื่นๆก็อาจจะกำลังหาทางจัดการเขาไปพร้อมๆกันด้วยก็ได้
แม้ว่าอำนาจที่เขตชายแดนจะไม่ค่อยมีคนสนใจนัก ทว่ากองกำลังของคุณชายสี่ก็ยังน่าสนใจอยู่ หากทำให้กองกำลังพิเศษเหล่านี้กลายเป็นของตนเองได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ถือว่าได้กำไรแล้ว...
“คุณชาย....คนของเขตมลพิษมีเรื่องอยากจะปรึกษากับท่านครับ” เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คุณชายสี่และทุกคนที่สนับสนุนคุณชายสี่ชะงักไปเล็กน้อย
คนของเขตมลพิษมีเรื่องอะไรที่อยากจะคุยในเวลานี้หรือ? แม้คนเหล่านั้นจะเป็นผู้มีพระคุณของคุณชายสี่ ช่วยชีวิตคุณชายสี่และคุณสวี่จากพวกนักฆ่า แต่ตอนนี้ชีวิตของพวกเขาอยู่ในวิกฤติอีกครั้ง ถึงอยากจะเรียกร้องทรัพยากรอะไรดีๆก็คงจะไม่มีให้อีก
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คนของคุณชายสี่จะให้ไล่พวกเขากลับไป ชายหนุ่มกลับมีลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นมา
“ให้พวกเขาเข้ามา” ถึงจะไม่เข้าใจ แต่ทุกคนก็ไม่ได้พูดอะไรกับการตัดสินใจเล็กๆน้อยๆนี้
วันนี้คุณชายสี่ของพวกเขาถูกรังแกมามากแล้ว อีกทั้งยังประชุมหาทางออกเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแต่ก็ยังไม่ได้ความอะไร ดังนั้นถือว่าเป็นการพักการประชุมชั่วครู่เพื่อผ่อนคลายก็ได้...
หลังได้รับคำอนุญาตจากคุณชายสี่แล้ว ทหารก็ไปเชิญคนของเขตมลพิษเข้ามา...ผู้ที่เข้ามาก่อนเป็นคนแรกก็คือหัวหน้าภารกิจของพลทหารพิเศษ ด้านหลังยังมีพลทหารจำนวนหนึ่งเข้ามาด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือซูหยวน
แผนการนี้ที่พวกเขาเตรียมมาไม่ได้มาจากความคิดของพวกเขาเอง แต่เป็นรุ่นน้องอันที่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ถึงตอนแรกทุกคนจะไม่อยากเสี่ยง ทว่าหลังได้ยินผลลัพธ์ที่จะตามมาหากเรื่องนี้สำเร็จ ทุกคนก็อดใจไม่ได้ที่จะลองเสี่ยงโชคดู
ก็แค่ช่วยคุณชายคนหนึ่งให้กลายเป็นผู้นำของอาณาเขตไม่ใช่หรือ? หลังจากนั้นพวกเขาจะไม่ต้องมาอดทนอดกลั้นกับเสียงดูแคลนอีก เพราะต่อไปพวกเขาจะถือเป็นแขกคนสำคัญของท่านอัศวินคนต่อไปของอาณาเขตหงส์ขาว ซึ่งนี่จะทำให้การแลกเปลี่ยนผลึกบาเรียของพวกเขาราบรื่นมากขึ้น รวมถึงอาจจะได้ทรัพยากรอื่นๆกลับไปมากมายด้วยก็ได้
ประเด็นสำคัญไม่ใช่ทรัพยากรอื่นๆ แต่เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนผลึกบาเรียได้ง่ายโดยไม่ต้องทนการดูถูกดูแคลนจากคนของที่นี่อีก พลทหารพิเศษที่ข่มใจมาตลอดก็แปะมือ ร่วมลงแรงด้วยอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป!
“ตอนนี้พวกเรากำลังประชุมเรื่องเร่งด่วนกันอยู่ ทางพวกคุณมีอะไรจะให้พวกเราช่วยเหลือหรือ?” คุณชายสี่เอ่ยถามขึ้นมา เขายังคงสุภาพกับคนเหล่านี้ที่ช่วยชีวิตตัวเองและคนรักเอาไว้
ทางหัวหน้าภารกิจไม่ได้ยื้อเวลาหรือชักแม่น้ำทั้งห้าใดๆ เขาเข้าประเด็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเองขอคุยกับเขาทันที
“พวกเรามีความร่วมมือหนึ่งที่อยากจะให้คุณชายสี่พิจารณา หากสามารถร่วมมือในระยะยาวได้ก็ยิ่งดี”
“ความร่วมมือหรือ? เรื่องนี้เอาไว้ภายหลังค่อยคุยกันน่าจะดีกว่า ตอนนี้...”
“ตอนนี้นี่แหละที่เหมาะสมที่สุด” หัวหน้าภารกิจแค่นหัวเราะออกมา
พวกเขายื่นท่อนฟืนให้ในช่วงหิมะตกหนักขนาดนี้ คนยังจะบอกว่าไม่ต้องการอีกหรือ? จะคุยภายหลังหรือ? คิดว่าภายหลังนั้นคงจะไม่มีอีกแล้ว เพราะคุณชายสี่คนนี้อาจจะถูกบดขยี้จากขุมอำนาจมากมายจนตายไปแล้ว....
……………………………………