บทที่ 389 ไม่อยู่ในตัวเลือก (อ่านฟรี 30 มี.ค. 69)
บทที่ 389 ไม่อยู่ในตัวเลือก (อ่านฟรี 30 มี.ค. 69)
บทที่ 389 ไม่อยู่ในตัวเลือก
“หมายความว่ายังไง” คุณชายสี่ขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่ว่าตอนนี้ที่คุณชายสี่ต้องการมากที่สุดก็คืออำนาจในการต่อรองไม่ใช่หรือ? บังเอิญว่าพวกเราจากเขตมลพิษมีของบางอย่างที่น่าจะช่วยเหลือท่านได้”
“.........” คุณชายสี่มองหน้าพวกเขา ไม่ได้คาดหวังมาก่อนว่าคนจากเขตมลพิษจะเสนอตัวขึ้นมาเช่นนี้ ทั้งยังพูดจาอวดดีว่ามีของที่เขาต้องการมากที่สุดอีก
“ถ้าเป็นผลึกเพิ่มพลังชีวิตนั้นก็น่าสนใจ แต่...ระดับการแลกเปลี่ยนนั้นต่ำเกินไป หากไม่ได้มีพวกมันถึงพันหรือหมื่นก้อน ต่อให้มีก็ไม่ได้สร้างกระแสในอาณาเขตมากนัก” คุณชายสี่โบกมือ
ครั้งก่อนที่พวกเขานำผลึกเพิ่มพลังชีวิตมาทั้งหมดเพียงไม่กี่ร้อยผลึกเท่านั้น รวมกันสองกลุ่มยังได้แค่พันผลึก ดังนั้นทรัพยากรที่หาได้ยากนั้นก็น่าสนใจจริงๆ แต่จำนวนของพวกมันน้อยเกินไป
เขาอาจจะเรียกใครบางคนให้เข้ามาสนับสนุนตนเองได้ แต่คนๆเดียวเพียงพอหรือ? แน่นอนว่าไม่มีประโยชน์เลย
ทว่า...หลังจากที่เขาพูดจบ รอยยิ้มกลับปรากฏบนใบหน้าของทหารพิเศษจากเขตมลพิษแทน การยิ้มที่เหมือนมีอะไรแอบแฝงนั้นทำให้คุณชายสี่ถึงกับเอะใจบางอย่าง
“เสียเเต่ว่า...ผลึกนั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่พวกคุณมี!”
เมื่อได้ยินคำของคุณชายสี่ ผู้สนับสนุนของเขาก็ชะงักไปตามๆกัน เพราะถ้าคำพูดนี้เป็นจริง ผลึกพลังชีวิตในมือของพวกเขามีอีกจำนวนมาก อย่างนั้นคุณชายสี่ก็สามารถต่อรองได้บ้างเเล้ว
เเน่นอนว่าถ้ามีผลึกพลังชีวิตตอนนี้ สำคัญที่สุดก็คือการเอาไปช่วยเหลือท่านอัศวิน แต่หลังจากนั้นล่ะ….หากคุณชายสี่สามารถกลายเป็นผู้ถือครองสิทธิในการขายผลึกเพิ่มพลังชีวิตในดินเเดนศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ เช่นนั้นจะมีคนมากมายขนาดไหนที่อยากจะร่วมมือกับพวกเขา
ไม่ได้พูดถึงเพียงเเค่ผู้ค้าขายในอาณาเขตเท่านั้นที่จะต้องกระตือรือร้น เเม้เเต่คนจากนอกอาณาเขตเองก็เช่นกัน คุณชายสี่ไม่ใช่พวกที่ชอบติดต่อกับคนนอกอาณาเขต เเต่ไม่ได้หมายความว่าขุนนางคนอื่นๆในเขตท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีการติดต่อกับพวกเขา ยิ่งรู้ว่าเป็นคุณชายสี่ที่มีของน่าสนใจ พวกเขากลับยิ่งยินดีมากกว่าเสียอีก เพราะการติดต่อมาเป็นนายหน้าให้คุณชายสี่นั้น จะทำให้พวกเขาทำกำไรได้มหาศาล
คิดได้ดังนั้นเเล้ว ทุกคนก็ลอบมองไปยังกลุ่มของคนจากเขตมลพิษด้วยความคาดหวัง ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ทำให้ต้องเสียใจเลย
“ใช่เเล้วคุณชายสี่ พวกเรามีของอยู่จริง...”
“ดี ถ้าอย่างนั้น...”
“เเต่คุณชายสี่ต้องรู้เอาไว้ว่าของพวกนั้นไม่ใช่ของที่จะหามาได้ง่ายๆ กองกำลังพิเศษของพวกเราต้องใช้ความพยายามมากที่จะล่าสัตว์ร้ายในพื้นที่ ดังนั้น...สิ่งที่จะนำมาเเลกเปลี่ยนกับพวกเราจะต้องไม่ใช่สิ่งของระดับต่ำ...”
ได้ยินคำพูดเช่นนั้น สีหน้าของทุกคนก็มีความไม่พอใจอยู่บ้าง ถึงคุณชายสี่จะให้เกียรติพวกเขาในฐานะผู้ช่วยชีวิต เเละพวกเขาเองก็ยังรู้สึกขอบคุณอยู่ลึกๆที่คนเหล่านี้ยอมยื่นมือเข้าช่วย เเต่นี่ไม่ได้หมายความว่าทัศนคติที่มีมาอย่างยาวนานจะถูกแก้ไขไปแล้ว ในสายตาของพวกเขา...คนจากเขตมลพิษก็ยังเป็นพวกระดับต่ำอยู่ดี สมควรหรือที่จะมาต่อรองเอาของระดับสูงจากพวกเขา
“เเน่นอนว่าการเจรจาการเเลกเปลี่ยนนี้จะต้องเป็นไปอย่างยุติธรรมที่สุด ฉันจะไม่ให้คู่ค้าของตนเองขาดทุนเเน่”
“ขอบคุณคุณชายสี่ที่เข้าใจ เเล้วก็...ได้ยินว่าคุณชายสี่อยากจะสร้างฐานอำนาจของตนเองในอาณาเขตเเห่งนี้ใช่หรือไม่?”
หัวหน้าภารกิจเอ่ยถามไป คุณชายสี่ที่จำได้ว่าตัวเองไม่เคยพูดเรื่องนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น ดูเหมือนเรื่องนี้จะถูกพูดถึงเป็นวงกว้างไปเสียเเล้ว เพราะเเม้เเต่คนของเขตมลพิษก็ยังรู้เรื่องไปด้วย
“เเล้วอย่างไร?”
“คุณชายสี่....เรื่องนี้พวกเราอาจจะช่วยท่านได้ก็ได้นะ”
“ช่วยหรือ? เเค่เอาผลึกเพิ่มพลังชีวิตมาให้ก็พอเเล้ว”
คุณชายสี่ไม่ได้สนใจ การพึ่งพาคนอื่นมากไปไม่ใช่เรื่องเหมาะสม เขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อตำแหน่งอัศวินเพื่อถูกคนอื่นมาเอาเปรียบอีก ก่อนหน้านี้เขาก็ถูกเอาเปรียบมามากเเล้ว ถ้าต้องถูกคนจากเขตมลพิษทวงบุญคุณครั้งนี้อีก เช่นนั้นก็ปล่อยให้พี่สามได้ตำแหน่งไปเถอะ ความหมายมันก็ไม่ได้เเตกต่างมากนักหรอก
ถึงจะคิดเช่นนั้น เเต่เขาก็รู้ว่าระหว่างร่วมมือกับคนของเขตมลพิษกับปล่อยให้พี่สามได้ตำแหน่งไป ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ การร่วมมือกับคนของเขตมลพิษคงจะดีกว่า ทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่โตขนาดที่เขาต้องพึ่งพาใคร คุณชายสี่จึงยังพูดเช่นนี้ได้อยู่
เเม้จะถูกปฏิเสธ ทว่าหัวหน้าภารกิจก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หน้าที่ของเขาในวันนี้ก็คือการเเสดงเจตนารมณ์ให้คุณชายสี่รู้ว่าพวกเขามีความสามารถบางอย่างที่จะช่วยเหลือได้ หลังจากนี้...หากคุณชายสี่ทำทุกอย่างเเล้ว เเต่ก็ยังต้านไม่ไหวอีก ครั้งหน้าก็จะมาหาพวกเขา ทว่า...การมาขอความร่วมมือครั้งหน้าจะไม่ใช่ "การขอความร่วมมือ" อีกเเล้ว เเต่จะเป็น "การขอความช่วยเหลือ" มากกว่า
ฐานะผู้ร่วมมือ กับผู้ช่วยเหลือมันต่างกัน เมื่อยืนสุราหอมหวานให้เเล้วไม่รับ เช่นนั้นก็รอดื่มสุราขมได้เลย ถึงเวลานั้นจะมานึกเสียใจก็ไม่ทันเเล้ว มีเเต่ต้องเลือกทางที่ดีที่สุดที่มีเท่านั้น
ซูหยวนไม่ได้พูดอะไรตั้งเเต่ต้นจนจบ เธอเเค่มาสังเกตการณ์ท่าทีของคุณชายสี่เท่านั้น เเล้วก็พบว่าพวกเขามีความยากลำบากไม่น้อยจริงๆ
สำหรับคุณชายสี่ที่มีดีเเค่กำลังทหารเเล้ว เขาเเทบจะไม่มีทางเลือกมากนักเลย หากเขายังฝืนที่จะขึ้นครองอำนาจ เช่นนั้นก็จะถูกต่อต้านจากเผ่าต่างๆในเขตอัศวินหงส์ขาวทันที ดีไม่ดีอาจจะถูกเเทรกเเซงจากขุมอำนาจอื่นจนทำให้อาณาเขตถูกยึดไปเลยก็ได้ ดังนั้นเขาจะต้องพยายามคว้าหัวใจของเผ่าต่างๆเอาไว้ เเละเเผนเเรกที่พวกเขามีก็คือการใช้ผลึกเพิ่มพลังชีวิตมาเป็นสะพานเชื่อม
ทว่า...ผลึกเพิ่มพลังชีวิตนี้เพียงพอหรือ? ในขณะที่ขุนนางมากมายฝ่ายคุณชายสาม ไม่สิ! เเค่คุณชายใหญ่เเละคุณชายรอง อำนาจของคุณชายสี่ก็เเทบจะเทียบไม่ได้ พอเลื่อนระดับไปเเข่งกับคุณชายสามอีก...นี่ยิ่งเหมือนฟ้ากับเหว
คุณชายสามยึดครองตลาดการเกษตรทั้งหมด เขาเชื่อมโยงหัวใจของคนชั้นรากหญ้าจนถึงชั้นระดับสูง ทั้งยังเป็นเจ้าของเขื่อนระบายน้ำที่ทำให้ประชาชนทั้งหมดมีกินมีใช้ด้วย
ไม่เหมือนกับในโลกของซูหยวน ทรัพยากรน้ำของที่นี่ ขนาดเป็นดินเเดนลับนี้ก็ยังถูกจำกัดจำนวนเเละปริมาณเลย ต้นน้ำเเบ่งผู้ถือครองออกเป็น 8 ฝ่าย โดยมากกว่า 4 ฝ่ายเป็นคนของคุณชายสาม ส่วนคุณชายสี่มีเเค่ฝ่ายเชื่อมไปยังดินเเดนชายเขตติดกับอาณาเขตท่านอัศวินเหมันต์เท่านั้น เพราะเเบบนี้...เเค่ฝั่งคุณชายสามร่วมมือกันก่อปัญหา ชาวบ้านก็จะดิ้นรนไปตามกระเเสของพวกเขาเเล้ว
ถ้าฝั่งคุณชายสี่ไม่สามารถสร้างบางอย่างที่จะเป็นกระเเสหลักได้ เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องยุ่งเเล้ว
ผลึกเพิ่มพลังชีวิตสามารถกลายเป็นสินค้าพื้นฐานที่ทุกคนต้องการได้ เเต่จำนวนยังน้อยเกินไป ซูหยวนรู้ว่าคลื่นนี้อาจจะทำให้ผิวน้ำมีระลอกคลื่น เเต่ไม่สามารถรวบรวมหัวใจของทุกคนเอาไว้
ถ้าไม่ทำให้คุณชายสามกลายเป็นคนเลวที่ทุกคนเกลียดชังได้ หากไม่สามารถยึดทรัพย์สินของเขาทั้งหมดเนื่องจากทำผิดกฎหมายรุนเเรงได้ เช่นนั้นก็ไม่อาจจะเเย่งอำนาจของเขามาได้เช่นกัน
ดีไม่ดี ถ้าคุณชายสี่ยังช้าอยู่ อาจจะต้องขอให้ประธานจางช่วยเหลือเเล้วก็ได้ ซูหยวนรู้ว่าประธานจางมีเเผนการที่ง่ายดายยิ่งกว่าเธอ เเทนที่จะมายึดอำนาจเหล่านี้ เขาสามารถ "ฆ่าทุกคน" ได้โดยตรงเพื่ออำนาจ
เเต่ก็นั่นแหละ หากใช้เเผนการนั้น...อำนาจของคุณชายสี่ก็จะไม่มั่นคง ภายหลังจะถูกยึดอำนาจคืนเมื่อไรก็ไม่รู้ ดังนั้นซูหยวนจึงขอเวลาเพื่อที่จะผลักดันคุณชายสี่เสียก่อน
หากเขาสามารถยืนได้มั่นคงเมื่อไร เวลานั้น...คนจากเขตมลพิษก็จะมีที่ยืนในอาณาเขตท่านอัศวินหงส์ขาวนี้ด้วย
จะว่าเร็วก็เร็ว เเต่จะบอกว่าช้าก็คงช้า เพราะหลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ ปัญหาก็เกิดขึ้นจริงๆ
ซูหยวนเเละคนของกองกำลังพิเศษเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สุดท้ายก็พบว่าอาการของท่านอัศวินเเย่ลงเเล้ว ตอนนี้ขุนนางจำนวนมากจึงได้ลงชื่อเพื่อให้เริ่มการคัดเลือกท่านอัศวินคนต่อไปเสียที
คุณชายสามเป็นรายชื่ออันดับหนึ่ง ในขณะที่คุณชายใหญ่เป็นอันดับสอง คุณชายรองเป็นอันดับสาม เเละคุณชายสี่ไม่มีชื่อติดอันดับ 1-3 เเม้จะมีคนคาดเดาว่าเขาน่าจะเป็นอันดับ 4 เเต่ผลลัพธ์ที่ออกมาเช่นนี้ก็ทำให้เขาหน้าบึ้งตึงเเล้วจริงๆ
อารมณ์ขุ่นมัวหลายวันของเขาที่ผ่านมาทำให้คุณชายสี่อยากจะฆ่าพวกพี่ๆให้ตายไปเสียรู้เเล้วรู้รอด เขาไม่คิดมาก่อนว่าขนาดตัวเขามีผลึกเพิ่มพลังชีวิตเเล้วจะยังเป็นเเค่อันดับสี่อยู่อีก ในขณะที่พี่รองไม่ได้มีอะไรมากนอกจากกิจการเกี่ยวกับเสื้อผ้า เขายังขึ้นเป็นอันดับ 3 เช่นนี้เเล้วจะให้เขารู้สึกเช่นไร!!
“คุณชายสี่ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีเเล้ว พวกเราไม่มีทางเเข่งกับพวกเขาได้ทันเเน่ ตอนนี้ที่ต้องเร่งทำมากที่สุดก็คือคิดหาทางหนี...”
เเม้ว่าเขาจะไม่อยากพูดเช่นนี้ เเต่เพื่อให้คุณชายสี่ปลอดภัย การขอให้เขาเตรียมที่จะหลบหนีเป็นสิ่งที่ถูกต้องเเล้ว หากคนยังอยู่ในอาณาเขตนี้ จะถูกคุณชายสามจัดการเเน่
เรื่องนี้เป็นฝีมือของพวกตระกูลหลางด้วยส่วนหนึ่ง หลังจากที่ถูกคุณชายสี่ประกาศตัดความสัมพันธ์ครั้งก่อน เขาก็ลงเเรงไปมากกับการทำลายภาพลักษณ์เเละเส้นทางการทำมาหากินของคุณชายสี่ กระทั่งยังส่งผลกระทบไปถึงเขตชายเเดนที่เขาทำกิจการอยู่ ทำเอาปวดหัวไม่น้อยเลย
ถ้าหลังจากนี้ผลการเเต่งตั้งอัศวินคนใหม่สำเร็จขึ้นมา คงจะไม่พ้น "ความตาย" เเล้ว...
“ฉันไม่หนี ต่อให้ตาย ก็ตายที่อาณาเขตนี้!” เป็นเหมือนที่ทุกคนคิด คุณชายสี่ไม่ยอมที่จะจากไป เขายอมตายดีกว่าหนีไปดินเเดนอื่น ซึ่งความหัวรั้นของเขานี้ทำให้ทุกคนได้เเต่จนปัญญา
“หรือว่า...พวกเราจะลองดูเเผนของพวกเขตมลพิษ?”
การประชุมที่เต็มไปด้วยความเงียบอันน่าอึดอัด เมื่อการประกาศยอมตายดีกว่าหนีเหมือนหมาหางจุกก้น คนผู้หนึ่งก็นึกถึงคำของหัวหน้าภารกิจกองกำลังพิเศษขึ้นมาได้ ครั้งนั้น...เพราะยังมีเวลา พวกเขาจึงไม่อยากจะร่วมมือกับคนของเขตมลพิษ ทว่าเวลานี้เเทบจะไม่มีทางเลือกอีกเเล้ว เช่นนั้นจึงไม่มีความจำเป็นเลยที่จะลังเลอีก
ต่อให้เป็นคนของเขตมลพิษ ตราบเท่าที่อำนาจของอัศวินยังอยู่ในมือของพวกเขา มันก็ยังไม่เลวร้ายนักไม่ใช่หรือ?
“ใช่ เร็วเข้า ลองไปเรียกพวกเขามา”
หลายคนพยักหน้ารับ ตอนนี้ตัวเองลองทุกวิธีที่คิดขึ้นมากันได้เเล้ว เเต่ผลลัพธ์ก็ยังดูไม่จืด ดังนั้นการเรียกให้คนอื่นมาช่วยกันคิดหาทางออกอาจจะดีกว่าการนั่งกุมขมับรอวันตายเช่นนี้ก็ได้
ทหารของคุณชายสี่รีบไปตามคนทันที เเต่เมื่อพวกเขาเข้าไปก็เห็นว่าทหารเหล่านั้นกำลังเล่นสนุกกับของบางอย่างอยู่ โดยในมือนั้นมีเส้นด้ายเเก้วปรากฏอยู่ด้วย สิ่งนี้ทำให้พวกเขาชะงักไป
ต่อให้ไม่รู้อะไรนัก...เเต่เรื่องเส้นด้ายเเก้วพวกนี้ก็เป็นสิ่งที่คุณชายสี่เคยจะสืบสวนมาก่อนไม่ใช่หรือ? เเล้วทำไม...ทำไมคนของเขตมลพิษชั้นต่ำพวกนี้จึงครอบครองพวกมันจำนวนมากกันล่ะ? จะบอกว่าพวกมันเป็นนักฆ่าที่ลงมือจัดการท่านอัศวินหรือ? ดูเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้นเลยนะ เเล้ว...ถ้าอย่างนั้น นี่มันเป็นเรื่องอะไรกันเเน่!!
“นี่ เส้นด้ายพวกนี้ พวกแก...พวกคุณไปเอามาจากที่ไหน ทำไมจึงมีพวกมันจำนวนมากได้!”
“หืม? นี่ก็คือทหารของคุณชายสี่ไม่ใช่หรือ? พวกเรากำลังคิดว่าจะเอาด้ายพวกนี้ไปปักผ้าดีหรือไม่อยู่ ทำไมหรือ? หรือว่าอยากจะซื้อต่อจากพวกเราสักม้วนสองม้วนกันล่ะ เเต่บอกไว้ก่อนนะว่าราคาที่จะต้องจ่ายนี้เเพงมาก...” หัวหน้าภารกิจขยิบตาให้อีกฝ่าย
ไม่เหมือนกับครั้งเเรกที่พวกเขาเสนอตัวจะไปช่วยคุณชายสี่เอง เวลานี้เเม้เเต่ทหารของคุณชายสี่มาที่นี่ พวกเขาก็ยังหยอกเย้าเล่นราวกับไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนใดๆ
ท่าทางที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ทำให้สีหน้าของนายทหารมืดครึ้ม เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนพวกนี้กำลังอาศัยจังหวะที่คุณชายสี่เดือดร้อน ปีนข้ามหัวของคุณชายสี่เช่นนี้...
“ฮึ่ม เส้นด้ายนั้นพวกเราไม่ต้องการ คุณชายสี่ให้เรียกพวกคุณไปพบเพื่อเจรจาความร่วมมือ ดังนั้น...”
“ไม่มีความร่วมมืออะไรทั้งนั้นแหละ ฉันได้ยินว่าคุณชายสี่ไม่ได้ติดอันดับตัวเลือกเป็นท่านอัศวินด้วยซ้ำ ต่อให้ร่วมมือกันตอนนี้ พวกเราจะยังได้อะไรด้วยหรือ? บางทีอาจจะเเค่เสียเปล่าก็ได้...”
“พะ พวกแก!!”
“ไปบอกคุณชายสี่เถอะ โอกาสเคยมอบให้ไปเเล้วไม่อยากได้ วันนี้จะมาเอาก็ดูจะสายเกินไปเเล้ว ราคาที่ต้องจ่ายเพราะความไม่เชื่อใจพวกเรายังมีอยู่ ถ้าคุณชายสี่พร้อมจ่ายก็ค่อยมาเชิญพวกเราใหม่”
คนโบกมือ ไม่เเม้เเต่จะลุกจากเก้าอี้ด้วยซ้ำ เมื่อทหารของคุณชายสี่ได้ยินเช่นนั้นก็อยากจะพุ่งตัวออกไปตัดคออีกฝ่ายให้รู้เเล้วรู้รอดไปเลย หากไม่ติดที่ว่าการกระทำของเขาอาจจะทำให้คุณชายสี่ไม่มีทางเลือกอื่นล่ะก็....
คิดไปก็หัวเสียไป เเต่คนยังรีบวิ่งไปหาคุณชายสี่เพื่อรายงานเกี่ยวกับท่าทางของพวกเขา ซึ่งเเน่นอนว่าทุกคนในที่ประชุมก็หัวเสียไม่ต่างกัน คนของเขตมลพิษจะเย่อหยิ่งเกินไปเเล้ว พวกมันคิดว่าคุณชายสี่พอไม่ได้เป็นอัศวินก็ลงมือกับพวกมันไม่ได้หรือ? กับเเค่มดตัวเล็ก ช้างที่ต้องวิ่งหนีก็ยังเหยียบตายได้เป็นฝูงอยู่ดีนั่นแหละ!!
…………………………..