LNCrawler

บทที่ 390 แลกกับสิทธิประโยชน์ (อ่านฟรี 31 มี.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 390 แลกกับสิทธิประโยชน์ (อ่านฟรี 31 มี.ค. 69)

บทที่ 390 แลกกับสิทธิประโยชน์

             

ถึงจะคิดเช่นนั้น เเต่พวกเขาก็ทำได้เเค่ก่นด่าเท่านั้น ส่วนการตัดสินใจทั้งหมดยังต้องรอคุณชายสี่เป็นคนพิจารณาสุดท้ายอยู่

             

ชายหนุ่มเองก็หัวเสียเช่นกัน เเต่คำพูดของทหารที่บอกว่าพวกทหารพิเศษเหล่านั้นกำลังนั่งเล่นเส้นด้ายเเก้วเหมือนกับเป็นของเล่นระดับต่ำ เเถมยังมีมากมายกองอยู่ที่พื้น เขาก็สงสัยว่านี่อาจจะเป็นการเปิดเผยความลับบางอย่างที่ทางนั้นมี

 

“ฉันจะไปดูเอง” คุณชายสี่พูดเช่นนั้นก็เดินไป 

 

คนของเขตมลพิษต้องมีอะไรอยู่ในมือเเน่ ทำให้พวกเขามั่นใจขนาดนี้ อีกอย่าง...ของที่อยู่ในมืของพวกเขาก็คือเส้นด้ายเเก้วที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีความต้องการสอบสวน ดังนั้น...สิ่งนี้ยิ่งทำให้คุณชายสี่อยากรู้มากกว่าที่จะมานั่งบอกว่าตัวเองอยู่ระดับสูงเกินกว่าจะลดเกียรติไปขอร้องพวกเขา

 

“โอ้ คุณชายสี่มาเเล้วหรือ?” 

 

เห็นคนเดินมาหาด้วยตัวเองเหมือนที่รุ่นน้องอันคาดการณ์เอาไว้เเล้ว หัวหน้าภารกิจพลทหารพิเศษที่รับบทเป็นตัวร้ายก็เเสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์

             

ใครจะคิดว่าการมอบหมายงานที่น่าอึดอัดใจให้รุ่นน้องครั้งก่อนจะถูกส่งกลับมาในรูปเเบบที่เหนื่อยเเละหนักยิ่งกว่าเดิม

             

รุ่นน้องใช้งานพวกเขาเต็มที่ขนาดนี้ ทำเอาเวลานอนก็เกือบไม่มีด้วยซ้ำ เเต่ก็นั่นแหละ...เเผนการลงมือนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆที่จะต้องยอม เเละยอม เเละยอมไปจนถึงเมื่อไรก็ไม่ทราบได้

             

การลงมือครั้งนี้ก็คือการเปลี่ยนบริบทของพลทหารพิเศษไปอย่างชัดเจน ดังนั้น...เเค่เหนื่อยครั้งนี้ นี่คือความคิดที่ผลักดันให้ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ พวกเขารู้ถึงประโยชน์ที่จะตามมาเป็นอย่างดี หากครั้งต่อไปไม่อยากทำตัวเหมือนสุนัขรับใช้เวลาเข้ามาในเขตเเดนนี้ ก็จงทำเรื่องนี้ให้สำเร็จซะ!!

 

“ฉันอยากรู้ที่มาของเส้นด้ายเเก้วนั้น”

 

คุณชายสี่ถามขึ้นมาโดยตรง เส้นด้ายเเก้วคือข้อมูลที่จะเชื่อมโยงไปถึงตัวคนร้ายที่ลงมือกับท่านอัศวินได้ ดังนั้น...หากมันมีประโยชน์จริง ต่อให้หลังจากนี้เขาจะไม่ใช่อัศวินคนต่อไป เเล้วอาจจะต้องตายตามท่านอัศวินไป เขาก็ยังไม่รู้สึกขายหน้ายามไปเจอท่านในปรโลก!

 

“คุณชายสี่ ครั้งก่อนพวกเราตกลงเเลกเปลี่ยนผลึกเพิ่มพลังชีวิตโดยเเลกกับผลึกบาเรียโดยให้ท่านเป็นตัวเเทนในการเเลกเปลี่ยนจนกว่าท่านจะไม่สามารถเเลกเปลี่ยนได้อีกต่อไป ตอนนั้นก็เป็นการทำเพื่อท่าน...เเต่ครั้งนี้ล่ะ....อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นด้ายเเก้ว ท่านอยากจะเเลกกับอะไร”

 

“เหลวไหล! นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ทำไมพวกแกยังอกตัญญูเเบบนี้! ที่กินดีอยู่ดีทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะคุณชายสี่หรือไง!”

 

“ใช่เเล้ว พวกแกยังจะมาเรียกร้องอะไรอีก ด้วยฐานะของพวกแก ต่อให้ไปหาคุณชายคนอื่นๆก็ไม่มีทางได้รับความยุติธรรมเช่นนี้หรอก” คนของคุณชายสี่ที่ติดตามมาได้ยินคำของพวกเขาก็โกรธมาก ทุกคนอยากจะเข้าไปตบตีคนของเขตมลพิษให้รู้เเล้วรู้รอดไปด้วยซ้ำ หากไม่ติดว่าคุณชายสี่ยกมือห้ามพวกเขาเอาไว้เสียก่อน...

 

“คุณชายสี่...เชิญพูดมาตามตรงเถอะว่ายังต้องการให้พวกเราช่วยหรือไม่? ถ้าไม่ต้องการก็แค่ทำเป็นเหมือนว่าไม่เคยพูดคุยเรื่องนี้มาก่อน พวกเราเองก็เตรียมจะกลับไปที่เขตมลพิษแล้ว ถึงอย่างไรภารกิจของพวกเราก็ใกล้จะเสร็จแล้ว การแลกเปลี่ยนผลึกบาเรียก็ตกลงกันแล้วด้วย ตอนนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเราต้องเสียเวลาอยู่”

            

หัวหน้าภารกิจพูดออกมาอย่างไม่ยี่หระ ทำเหมือนกับว่าตัวเขาไม่ได้สนใจที่จะร่วมมืออยู่แล้ว เพราะต่อให้ร่วมมือได้หรือไม่ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย

            

ผลึกบาเรียก็ได้ไปครบแล้ว กว่าจะแลกเปลี่ยนครั้งต่อไปก็อีกนาน ถึงเวลานั้นต่อให้คุณชายสี่ไม่อยู่แล้ว ผลึกเพิ่มพลังชีวิตของเขาก็อาจจะกลายเป็นที่ต้องการ ไม่แน่ว่าอาจจะแลกกับผลึกบาเรียได้มากกว่าเดิมเสียอีก ดังนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องกระตือรือร้นมาร้องขอความกรุณาจากคุณชายสี่เลย

            

คำพูดของเขาไม่มีอะไรเข้าใจได้ยาก ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ ทุกคนที่ตอนแรกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยังคิดว่าคนของเขตมลพิษพวกนี้ไม่รู้จักว่าใครสูงใครต่ำ ทว่า...เมื่อคิดดูให้ดี คนพวกนี้ก็ไม่ใช่คนที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าเกิดปัญหาขึ้น พวกเขาเพียงแค่หนีออกไปจากดินแดนนี้ก็เพียงพอ รอจนกว่าสถานการณ์สงบ ใครเป็นฝ่ายชนะก็ค่อยกลับเข้ามาใหม่เพื่อเจรจาแลกเปลี่ยนก็ได้แล้ว

            

ดูเหมือนว่า...คนที่ต้องการความร่วมมือนี้ ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นพวกเขาเสียเอง!

 

“ดี ในเมื่อพูดกันอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ฉันก็ขอพูดเอาไว้เลยว่าฉันในฐานะคุณชายสี่ของท่านอัศวินที่เป็นเพียงเด็กกำพร้าถูกเก็บมาเลี้ยงนั้นไม่ได้มีผลประโยชน์มากมายอะไรให้พวกคุณอยู่แล้ว ถ้าสิ่งที่เรียกร้องมาไม่เหนือบ่ากว่าแรงของฉัน ฉันก็ยังสามารถพิจารณาได้” คุณชายสี่กำหมัดแน่นก่อนจะยอมแพ้ เขาพูดความจริงออกมา แม้จะดูเหมือนคนอ่อนแอ แต่นี่ก็คือสิ่งที่เขาเลี่ยงไม่ได้

            

บางครั้ง การยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอก็ต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมาเช่นกัน

 

“พวกเราจะไม่รู้เรื่องนั้นได้อย่างไร อีกอย่าง...ของที่อยากได้ก็ไม่อยู่ในขอบเขตที่ท่านทำไม่ได้หรอก เอาอย่างนี้เป็นไง พวกเราต้องการสิทธิในการเข้าสู่ประตูเชื่อมมิติของพวกท่าน ขอแค่เดือนละ 5 วันเท่านั้น โดยเข้าไปครั้งละ 20 คน ไม่ทราบว่าพวกท่านเห็นเป็นอย่างไร”

 

“บังอาจ!!”

 

“โลภมากเกินไปแล้ว!!”

 

“ขอสิทธิในการเข้าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราเลยหรือ? ทำไมไม่ต้องการตำแหน่งอัศวินไปเสียเลยล่ะ!!”

 

“นี่เป็นความโลภประเภทไหนกันแน่! ลำพังทุกวันนี้ คนของคุณชายสี่เองก็ยังต้องมีลำดับเวลาในการเข้าพื้นที่เลย ถ้าปล่อยให้พวกแกมาแบ่งไปอีก 5 วัน ไม่ใช่ว่าพวกเราจะเสียหายหนักหรือ?”

 

“พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่อนุญาตให้คนอย่างพวกแกเข้าไป! ต่อให้คุณชายสี่ยอมรับ แต่กฎหมายของบ้านเมืองก็ไม่ยินยอม ดังนั้นพวกแกก็ทำได้แค่ฝันเท่านั้นแหละ!!” 

            

ไม่ต้องให้คุณชายสี่พูดอะไรออกมา เสียงของผู้สนับสนุนฝ่ายคุณชายสี่ก็คำรามลั่นออกมาก่อนแล้ว ทุกคนไม่ยอมรับข้อเสนอของหัวหน้าภารกิจ ทำท่าทางเหมือนว่าต่อให้ตายก็ไม่ต้องการมอบสิทธิประโยชน์ล้ำค่านี้ให้!

 

“คุณชายสี่น่าจะมีสิทธิส่งทหารเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลังประตูเชื่อมมิติทุกวันไม่ใช่หรือ? แถมจำนวน 20 คนนี้ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณชายสี่จะพาเข้าไปได้ ระหว่างที่พวกเราเข้าไป...คุณชายสี่ก็ยังมีจำนวนที่เหลืออีกมาก”

 

“แต่ก็นั่นแหละ หากคุณชายไม่ต้องการจะแลกเปลี่ยนก็ไม่เป็นไร พวกเราไม่มีอะไรจะเสียหายอยู่แล้ว ก็แค่กลับไปหาผลึกเพิ่มพลังชีวิตเพิ่มมาก็เท่านั้น อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวซื้อมากมายจนไม่ต้องการซื้อแล้วเมื่อไร พวกเราก็คงจะหาหนทางค้าขายไปยังอาณาเขตท่านอัศวินอื่นๆ บางที...อาณาเขตท่านอัศวินพันปีอาจจะชอบมันไม่น้อยก็ได้”

            

หัวหน้าภารกิจยักไหล่ ต่อให้พวกเขาอยากได้รับสิทธินี้มากขนาดไหน ทว่าการแสดงออกว่าต้องการมันมากเกินไป ก็จะกลายเป็นเพิ่มความเสียเปรียบในการต่อรองให้ตัวเองเท่านั้น

            

อีกอย่าง...คุณชายสี่ก็ไม่น่าจะโง่ขนาดฟังคนของตนเองที่พูดออกมาด้วยอารมณ์ อย่าลืมว่าโอกาสในการเข้าพื้นที่เชื่อมมิตินั้นไม่ใช่ทั้งหมดของเขา ถ้าหากเขารักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะยังสามารถเข้าไปในพื้นที่เหล่านั้นได้ไหม สิทธิเหล่านั้นสุดท้ายก็ต้องเสียไปอยู่ดี

            

ทางพวกคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตอนแรกโวยวายไม่ยอมยกสิทธิพิเศษอย่างที่ทางนั้นขอ เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ต่อรองเพิ่มเติมอีก ก็รู้สึกว่าคนเหล่านี้ช่างไม่เป็นไปตามที่คิดจริงๆ

            

หากตอนนี้พวกเขาพูดว่า “อืม การที่พวกเราขอสิทธิเข้าพื้นที่ 5 วันดูจะเกินไปหน่อย ขอลดเป็น 3 วันก็ได้” พวกเขาอาจจะเก็บไปพิจารณาง่ายๆ แต่ทำไมคนพวกนี้ถึงไม่ยอมเล่นตามเกมกันเล่า!

            

ซูหยวนสังเกตเห็นท่าทางของพวกเขาก็อดที่จะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาไม่ได้ คนพวกนี้ยังคิดว่าตัวเองมีทางเลือกอื่นอีกหรือ? สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็มีแค่อย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือการที่พวกเขาจะต้องพึ่งพาข้อมูลที่ฝั่งตนเองรวบรวมมา

            

เธอไม่ได้ออกหน้าในนามของตนเองหรือตระกูลจาง ก็เพราะนี่ควรเป็นเรื่องของเขตมลพิษโดยพลทหารพิเศษเป็นตัวแทน หากให้สกุลจางเป็นฝ่ายต่อรองจริงๆ ความยากในการเข้าพื้นที่ก็คงจะเพิ่มขึ้น อีกอย่าง...สกุลจางไม่จำเป็นต้องเข้าไปเสี่ยงในพื้นที่อันตรายเช่นนั้นเพื่อทรัพยากรเล็กๆน้อยๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือ...ถึงกองกำลังพิเศษจะลงมือ ก็ไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จ

            

หากคุณชายสี่ไม่ได้เป็นอัศวินคนต่อไป เช่นนั้นสกุลจางก็จะไม่ถูกหมายหัวไปด้วย ในขณะที่กองกำลังพิเศษจะถูกคนของคุณชายสามตามเล่นงานแน่นอน เพราะครั้งหนึ่งเคยคิดช่วยคุณชายสี่ลงมือกับตน

           

 ในฐานะที่ซูหยวนเป็นลูกน้องของประธานจาง เธอจะต้องคิดหาทางลดความเสี่ยงให้เจ้านายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องทรัพยากรที่จะสามารถล่าออกมาได้ ของพวกนั้นไม่ใช่สามารถแลกเปลี่ยนได้หรือ?

            

ขอแค่มีผลึกเพิ่มพลังชีวิตมา คนพวกนี้ก็น่าจะเต็มใจแลกเปลี่ยนให้แล้ว...

            

เธอรู้ว่าพลทหารพิเศษหลายคนก็คิดเช่นนั้นได้เหมือนกัน แต่เพราะพวกเขาเคยผลักเธอมาที่หน้าผาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นเมื่อเธอขอให้พวกเขาช่วย ทุกคนจึงคิดว่าส่วนหนึ่งก็คือการชดเชยให้เธอ 

            

การใช้ความรู้สึกผิดของพวกเขามาผลักดันเรื่องนี้ คนอื่นอาจจะมองว่าโหดร้ายไปหน่อย แต่ซูหยวนไม่คิดเช่นนั้นเลย อย่างไรเสีย...รุ่นพี่พลทหารพิเศษพวกนี้ก็มีความสามารถจริง ตอนที่เธอบอกให้พวกเขาช่วยแสดงละคร พวกเขาก็ยังทำได้ ตอนที่บอกให้พวกเขาช่วยหาผู้ลงมือ พวกเขาก็ยังทำได้ แถมยังทำได้ดีด้วย ก็นะ...ถ้าพลทหารพิเศษลงมือแล้วยังไม่ได้ความ เช่นนั้นกองกำลังพิเศษคงไม่ได้เป็นกองกำลังที่สำคัญที่สุดของเขตมลพิษมาจนถึงทุกวันนี้หรอก!

            

เหมือนกับที่ซูหยวนคาดเดาเอาไว้ สุดท้ายคุณชายสี่ก็ทำได้แค่ยอมรับเท่านั้น เขาไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากมายด้วย เพราะผลมันก็ออกมาแน่นอนอยู่แล้ว

 

“เรื่องนั้นฉันสามารถยอมรับได้..”

 

“คุณชายสี่!”

 

“คุณชาย จะยอมรับได้อย่างไร เรื่องนี้จะต้องพิจารณาให้ดีนะครับ” คนของเขารีบทักท้วงทันที แต่คนมีอำนาจที่สุดกลับโบกมือไปมา

 

“จะต้องพิจารณาอะไรอีก หรือว่าทุกคนมีแผนการในการรับมือนอกจากนี้หรือ?”

 

“.............” เมื่อเจอคำถามนี้ คนที่รีบขัดขวางในคราแรกก็เงียบปากไป ถึงพวกเขาจะไม่ต้องการให้คุณชายสี่ร่วมมือในครั้งนี้ แต่ตัวเองก็คิดอะไรดีๆออกมาไม่ได้เลย สุดท้ายมีแต่จะต้องยอมรับคำของคุณชายสี่เท่านั้น

 

“เอาล่ะ สำหรับเรื่องที่ขอมา...ฉันรับปากว่าจะมอบสิทธิประโยชน์นี้ให้ได้ แต่มีเงื่อนไขเช่นกัน” 

 

“เงื่อนไข?”

 

“ใช่ เงื่อนไขก็คือ...ฉันสามารถมอบสิทธิพิเศษนั้นให้ได้ แต่ต้องเป็นหลังจากที่ฉันขึ้นตำแหน่งอัศวินแล้วเท่านั้น แน่นอนว่าฉันไม่คิดจะเอาเปรียบ ทว่าเงื่อนไขนี้เป็นเพราะกฎหมายของอาณาเขต หากต้องการให้ผู้อื่นเข้าเขตเชื่อมมิติ จะต้องให้ผู้มีอำนาจลงนาม และผู้มีอำนาจที่ว่านั้นก็คือ “อัศวิน” ด้วย ดังนั้น...ถ้าฉันไม่ได้เป็นอัศวิน ฉันเองก็รับปากไม่ได้ว่าจะทำให้พวกคุณสามารถเข้าไปในนั้น”

            

คุณชายสี่พูดอย่างมีเหตุและผล ผู้ติดตามเขามองหน้ากันเอง ด้วยเงื่อนไขนี้...ดูเหมือนคุณชายสี่ของพวกเขาจะไม่เสียเปรียบเลยไม่ใช่หรือ? กลับกัน...ถ้าคนเหล่านี้ทำให้คุณชายสี่กลายเป็นอัศวินคนใหม่ได้จริง นี่ดูเหมือนจะเป็นกำไรสำหรับพวกเขาด้วยซ้ำ!

            

ถ้าคุณชายสี่เป็นอัศวินเมื่อไร เช่นนั้นก็ยึดสิทธิประโยชน์กลับมาจากคุณชายทั้งหมดได้ แล้วจำนวน 5 วันสำหรับ 20 คนนั้นจะถือว่าเป็นจำนวนมากได้อีกหรือ? 

            

ที่สำคัญที่สุด มีใครบ้างที่ขึ้นเป็นอัศวินแล้วจะไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์พวกนี้ ต่อให้เป็นท่านอัศวินหงส์ขาวก็ไม่มีข้อยกเว้นหรอก ดีไม่ดี...ท่านอัศวินหงส์ขาวอาจจะมีการแลกเปลี่ยนกับคนของอาณาเขตอื่นด้วยซ้ำไป ดังนั้น...หากพวกเขาจะแลกเปลี่ยนกับคนของเขตมลพิษก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

“ได้ พวกเราตกลงตามนั้น เพียงแต่...ถ้าขึ้นเป็นอัศวินเมื่อไร เงื่อนไขของพวกเราก็ควรจะเพิ่มขึ้นด้วยไม่ใช่หรือ?”

 

“หึ ถ้าทำให้ฉันเป็นอัศวินคนต่อไปได้ ฉันสามารถให้เข้าไปในพื้นที่ล่าได้ 40 คนใน 5 วันเลย”

 

“ตกลงตามนั้น” หัวหน้าอัศวินปรบมือสองครั้งด้วยความสุข เห็นท่าทางที่มั่นใจของเขาแล้ว คุณชายสี่ก็ปรายตามองม้วนเส้นด้ายแก้วที่อยู่ในมือของทหารพิเศษคนอื่น เวลานี้เขาอยากจะรู้เสียแล้วว่าอะไรกันที่ทำให้คนเหล่านี้มั่นใจมาก!

 

“เรามาทำสัญญากันก่อนเถอะ” หัวหน้าภารกิจไม่ลืมเรื่องสำคัญที่รุ่นน้องพลทหารพิเศษอันบอก เงื่อนไขที่จะต้องเขียนให้ได้นั่นก็คือ เรื่องการแลกเปลี่ยนผลึกเพิ่มพลังชีวิต จะต้องระบุการแลกเปลี่ยนและเรื่องเวลาให้ชัดเจน ทั้งยังต้องให้สัญญานี้ผูกมัดคุณชายสี่ รวมทั้งผู้สืบทอดตำแหน่งอัศวินคนต่อไปด้วย เพื่อเป็นการบังคับให้พวกเขาในอนาคตจะไม่บิดพลิ้วต่อตนเอง...

            

ถึงคุณชายสี่จะรู้สึกว่ามันเกินไปหน่อย แต่เพื่อให้การทำงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาจึงให้เริ่มการร่างสัญญาทันที และก็ได้ลงนามในวันนั้นเลย

 

…………………………………….