LNCrawler

บทที่ 392 แพทย์มีชื่อ (อ่านฟรี 2 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 392 แพทย์มีชื่อ (อ่านฟรี 2 เม.ย. 69)

บทที่ 392 แพทย์มีชื่อ

 

“รุ่นน้องรู้หรือไม่ว่าพวกเขาก็มีผู้ผลิตปุ๋ยเหมือนกัน เเต่ปุ๋ยของพวกเขาไม่ได้มีคุณสมบัติดีเท่ากับของรุ่นน้องเลย ถึงอย่างนั้นก็ยังขายได้ราคาเเพงอยู่”

 

“รุ่นพี่คนนี้คิดถึงรุ่นน้องจึงได้คำนวณทุกอย่างมาให้เเล้ว ปุ๋ยของพวกเขาสำหรับ 10 ไร่ ใส่ทั้งหมด 3 ครั้งจนกว่าจะได้เก็บเกี่ยว จะคิดต้นทุนทั้งหมดเป็น 1 ส่วนของผลผลิต ซึ่งถ้ารุ่นน้องเอามาขาย...โดยคุณภาพดีกว่าเเต่ราคาเท่าเดิม เช่นนั้น 1 ส่วนของผลผลิตนี้ เท่ากับรุ่นน้องจะได้ผลประโยชน์กลับไปมากโข”

 

“ไม่ใช่เเค่การซื้อมาขายไปในดินเเดนนี้นะ รุ่นน้องเอากลับไปขายที่เขตมลพิษของพวกเรา เท่ากับจะทำกำไรได้มาก ชนิดที่ว่ามากๆเลย ... ฮ่าๆ รุ่นพี่คนนี้รู้ว่ารุ่นน้องรักเครดิตมากที่สุด เเค่กๆ หมายถึง...รุ่นน้องชอบทำกำไรจากการซื้อขายมากที่สุด เช่นนั้น...การตรวจสอบตลาดของรุ่นพี่นี้ ถือว่าช่วยเหลือรุ่นน้องมากใช่ไหม?”

 

​ เห็นสีหน้าของรุ่นพี่ที่เต็มไปด้วยความสุข อีกอย่าง...ถือว่าให้เกียรติการทำงานหนักของเขา ซูหยวนคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดขอบคุณจากใจจริง

 

“ขอบคุณรุ่นพี่ที่สนับสนุนค่ะ ถ้าหากว่าสามารถนำสินค้ามาขายได้จริง ฉันจะเเบ่งส่วนเเบ่งให้รุ่นพี่ด้วยนะคะ” ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น รุ่นพี่ก็รีบโบกมือ

 

“ไม่ๆ ไม่จำเป็นต้องเเบ่งพวกเราหรอก พวกเรายังสามารถหาผลึกเพิ่มพลังชีวิตมาขายได้อยู่ อย่างไรในอนาคต...ขอเเค่คุณชายสี่กลายเป็นอัศวินคนต่อไป พวกเราก็มีโอกาสอีกมาก”

 

“นอกจากนี้...ฉันก็ไม่ใช่พวกชอบเงินทอง อ่า...นี่ไม่ได้หมายความว่าการชอบเงินทองเครดิตจะเป็นเรื่องไม่ดีนะ ก็เเค่...ตราบเท่าที่มีของดีๆให้ฉันเล่นสนุกได้ นั่นก็เพียงพอเเล้ว ถ้ารุ่นน้องอยากจะตอบเเทน อย่างนั้นก็ให้ฉันยืมสุนัขทมิฬสองสามตัวสิ รุ่นพี่คนนี้อยากจะขี่สุนัขทมิฬไปอาละวาดที่เขต J ฮี่ๆ”

 

​ เสียงหัวเราะของรุ่นพี่ทำให้ซูหยวนรู้สึกจนปัญญา เธอรู้ว่าพวกเขาไม่ต้องการเครดิตก็จริง เเละรู้ด้วยว่านิสัยชอบเครดิตของตนเองนี้ถูกรุ่นพี่รู้ตั้งนานเเล้ว ถึงอย่างนั้น...พวกเขาก็พร้อมจะสนับสนุนเธอ ดังนั้นเธอย่อมต้องการสนับสนุนความชอบของเขาด้วยเช่นกัน

 

“ตกลงค่ะ ฉันจะให้ยืมสุนัขทมิฬนะคะ”

 

เธอมองเจ้าเสี่ยวหยินเล็กน้อย เห็นมันไม่ได้เเสดงท่าทางอะไรนอกจากนอนหมอบอย่างนั้น ก็หมายความว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ดังนั้นจึงตกลงกับรุ่นพี่

 

​ ทางด้านอันซูหยวนน้ันค่อนข้างสงบสุข เเต่ทางคุณชายสี่ก็เหมือนเพิ่งได้ลงสนามครั้งใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเเทบจะถูกเมิน เวลานี้กลับมากระตือรือร้นกันอีกครั้ง หลายฝ่ายที่ไม่ได้สนใจพวกเขาในครั้งเเรกก็เริ่มหันมามอง เเต่เพราะการเคลื่อนไหวนี้ยังไม่กระทบกับพวกเขาโดยตรง ดังนั้นการรับมือกับเเรงต้านของคุณชายสามยังสำคัญที่สุด

 

​ ในขณะที่เหล่าคุณชายทั้งหลายกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เวลานั้น...ในห้องพักของท่านอัศวินก็เกิดเหตุบางอย่างขึ้น ผู้ดูเเลที่จงรักภักดียืนมองเจ้านายของตนเอง ใต้ดวงตามีรอยคล้ำจากการที่ไม่ได้นอนพักอย่างเต็มที่มาเป็นเวลานาน เธอเอาผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่มีเต็มตะกร้าขึ้นมา บีบจนเเตกละเอียดเเล้วโปรยลงใบจมูกของท่านอัศวิน ทำให้พลังชีวิตที่เกือบจะมอดไหม้กลับมาสว่างขึ้นอีกเล็กน้อย

 

“ท่านอัศวิน ตอนนี้สถานการณ์ไม่ดีเอาเสียเลย ลูกบุญธรรมของท่านกำลังต่อสู้กันเองอย่างหนัก เเต่คนที่เสียเปรียบที่สุดกลับเป็นคุณชายสี่ที่ไม่คิดเเย่งชิงอำนาจ เพราะการที่เขาเข้ามาตามหาคนร้ายที่คิดสังหารท่านจึงทำให้ต้องเดือดร้อน”

 

“เเถมตระกูลหลาง....ตระกูลหลางก็วางเเผนเอาคืนคุณชายสี่ที่ไม่ยอมเเต่งกับคุณหนูหลางด้วย เรื่องนี้...หากท่านไม่อยู่ปกป้องคุณชายสี่ เห็นทีว่าจะไม่มีปาฏิหาริย์อื่นเเล้ว คุณชายสี่คงไม่รอดไปเเน่นอนเลยค่ะ ดังนั้น...ขอเเค่นิดเดียว ขอเเค่สักนิดเท่านั้น ท่านอัศวินได้โปรดลืมตาขึ้นมา...ฮึก ช่วยลืมตาขึ้นมา ช่วยทำให้ทุกอย่างกระจ่างด้วยเถอะค่ะ"

 

​ หญิงผู้นี้น้ำตานองหน้า ก่อนหน้านี้เธอพยายามพูดเเต่เรื่องดีๆเพื่อหวังให้ท่านอัศวินมีชีวิตบั้นปลายที่สงบสุข คาดหวังว่าในระหว่างการนอนหลับพักผ่อน ท่านอัศวินจะยังมีความสุขได้ หรืออาจจะจากไปโดยไม่ต้องมีความกังวลใดๆ ทว่าเวลานี้...เเม้เเต่เธอก็ยังคาดเดาได้ว่าเรื่องราวมันโหดร้ายถึงขั้นไหน

 

​ หากนี่เป็นหมากที่คุณชายสี่ต้องการกระโจนเข้าร่วมก็ไม่เท่าไร เเต่...ปัญหาก็คือคุณชายสี่ไม่ต้องการตำแหน่งอัศวินมาตั้งเเต่ต้นเเล้ว ดังนั้น เกมนี้กำลังบีบบังคับให้คุณชายสี่ต้องตายอย่างเห็นได้ชัด

 

หากท่านอัศวินลุกขึ้นมาเเล้วประกาศเเต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งอัศวินด้วยตนเอง จากนั้นก็มอบตำแหน่งประจำชายเเดนให้คุณชายสี่ เเละคนอื่นๆที่เหลือ เรื่องมันก็คงจะจบเเล้ว คงไม่วุ่นวายถึงขนาดนี้หรอก..."

 

​ ในตอนที่เสียงร่ำไห้อย่างทุกข์ระทมของเธอดังขึ้น นิ้วเรียวของท่านอัศวินกระตุกเล็กน้อยโดยที่เธอก็ไม่ได้รู้ตัว ย้อนกลับไป....ตอนที่เธอใช้ผลึกเพิ่มพลังชีวิต เธอไม่ทันได้สังเกตว่าผลึกเพิ่มพลังชีวิตนี้มีบางอย่างที่ผิดปกติไปจากผลึกเพิ่มพลังชีวิตชิ้นอื่นๆ

 

“คุณผู้ดูเเล คุณชายสามขอเข้ามาเยี่ยมท่านอัศวินค่ะ” เสียงหน้าห้องทำให้หญิงผู้ดูเเลชะงักไป เธอรีบปาดน้ำตาของตนเองอย่างลวกๆ เเล้วต้อนรับคุณชายสามที่กำลังเข้ามา

 

“คุณชายสาม...”

 

“วันนี้ก็ขอบคุณมากนะที่ช่วยดูเเลท่านอัศวิน ผู้ดูเเลก็ไปพักผ่อนเถอะ ก่อนหน้านี้ถูกจับกุมตัวไปเป็นเวลานานเเล้ว ร่างกายคงยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เดี๋ยวฉันจะเฝ้าต่อเอง”

 

ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพเเละอบอุ่น คำพูดของเขา ถ้าคนไม่รู้ก็ต้องคิดว่าช่างเป็นคุณชายสามที่ดีอะไรเช่นนี้ เเต่คนที่รู้กลับทำได้เเค่ลอบเบะปากในใจ เเน่นอนว่าผู้ดูเเลก็เป็นหนึ่งในคนจำพวกหลัง

 

เธอถูกเขาจับกุมไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรือ? เเทนที่จะตามหาหลักฐานให้พบ กลับจับเธอเเละคนอื่นๆที่ดีต่อท่านอัศวินไปขังรวมกัน ทรมานสารพัดเพื่อจะให้พูดความเท็จออกมา บังคับให้ยอมรับสารภาพ การกระทำเช่นนี้...ต่อให้ต้องตาย เธอก็ไม่มีทางลืมเด็ดขาด 

 

อันที่จริง การที่เธอเอาใจช่วยเขามากขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะการกระทำของเขาก่อนหน้าหรอกหรือ? เนื่องจากช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด มีเพียงคุณชายสี่เท่านั้นที่เชื่อใจตนเอง เขายังมาเยี่ยมที่กักขังเพื่อบอกให้ทุกคนอดทน ตัวเขาจะพยายามหาหลักฐานของคนร้ายตัวจริงเพื่อทำให้ผู้บริสุทธิ์ทุกคนปลอดภัย  

 

เดิมทีก็ยังไม่เชื่อหรอกว่าคุณชายสี่จะทำสำเร็จ เพราะขนาดคุณชายสามก็ยังเข้าใจผิดพวกตนเลย ดังนั้นทุกคนก็เเค่อดทนต่อไปเท่านั้น

 

เเต่เมื่อออกมาจากสถานที่เเห่งนั้นมาเเล้วจึงเข้าใจทั้งหมด ปรากฏว่าคุณชายสามไม่เพียงเเค่พยายามหาตัวคนร้ายเท่านั้น ยังเชื่อไปเเล้วว่าพวกตนเป็นผู้ลงมือ กระทั่งไม่ยอมหาหลักฐานอื่นต่อนอกจากจะบังคับให้ทุกคนสารภาพ

 

บางที...การกระทำของคุณชายสามครั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะตัวเขาก็ไม่คิดเช่นกันว่าทุกคนจะรอดพ้นวิกฤติมาได้ คงเข้าใจว่าจะต้องฆ่าให้ตายทั้งหมด จึงไม่ได้รักษาน้ำใจกันอีก

 

เอาเถอะ ถึงเขาจะแก้ตัวว่าเป็นการกระทำเพราะความเข้าใจผิด เเต่ความเชื่อใจของคุณชายสี่ ทุกคนจะต้องตอบเเทนเเน่นอน 

 

ผู้ดูเเลคลี่ยิ้มบางเบา เธอไม่ได้เเสดงออกว่าต่อต้านคุณชายสามโดยตรง เเต่กลับปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล 

 

“เรื่องดูเเลท่านอัศวินนั้นถือเป็นงานของฉันค่ะ อีกอย่าง...ท่านอัศวินเป็นอย่างนี้เเล้ว ฉันจะหนีไปพักผ่อนได้อย่างไร ตอนนี้ฉันต้องการดูเเลท่านอัศวินเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นใดอีก กลัวว่าถ้าคลาดสายตาเเม้เพียงน้อย อาจจะเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายท่านอัศวินอีก อ้อ ไม่ใช่ว่าฉันสงสัยคุณชายนะคะ เเต่การที่ฉันอยู่ข้างคุณชายที่นี่ จะทำให้สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณชายได้ค่ะ” 

 

ผู้ดูเเลพูดอย่างมีเหตุเเละผล เเต่ความจริงเเล้วเหมือนกับการหลอกตำหนิคุณชายสามที่ใส่ความตนเองครั้งก่อน เเม้ชายหนุ่มจะรู้ว่าผู้ดูเเลหลอกด่าตน เเต่ท่าทางของเขากลับไม่เปลี่ยนแปลงเลยเเม้เเต่น้อย

 

“ในเมื่อผู้ดูเเลว่าอย่างนั้น เช่นนั้นก็อยู่ด้วยกันกับฉันนี่แหละ เชิญเเพทย์เข้ามาเถอะ พยายามดูว่าจะช่วยท่านอัศวินได้อย่างไรบ้าง” คุณชายสามโบกมือ ส่งสัญญาณให้เเพทย์ที่เขาพามาเข้ามาในห้อง

 

“นี่คือ....” ผู้ดูเเลขมวดคิ้ว ตั้งหลักจะไม่ยอมให้เเพทย์คนนั้นเข้ามาใกล้ท่านอัศวิน เเต่คุณชายสามกลับอธิบายให้เธอฟัง

 

“นี่ก็คือเเพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดจากเขตเหนือของอาณาเขตมา การที่ท่านอัศวินได้รับการรักษามานานขนาดนี้เเล้วเเต่ยังฟื้นคืนสติกลับมา นี่ทำให้ฉันกังวลใจมาก ดังนั้นขอให้ผู้ดูเเลหลีกทางให้ด้วย”

 

“เเพทย์ที่มีชื่อเสียงหรือ? จะบอกว่าเเพทย์ที่มีชื่อเสียงท่านนี้มีความสามารถมากกว่าเเพทย์ประจำตัวของท่านอัศวินหรือ?” ผู้ดูเเลตั้งท่าไม่ยอม ทว่าครั้งนี้คุณชายสามก็ได้ขมวดคิ้วเเล้ว 

 

“ผู้ดูเเล...วิชาเเพทย์เป็นวิชาที่มีเเนวทางหลากหลายมาก ไม่ใช่ว่าเเพทย์ประจำตัวของท่านอัศวินไม่ดี เเต่หากเพิ่มโอกาสในการรักษาท่านอัศวิน ต่อให้ฉันต้องไปคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากเเพทย์ของอาณาเขตอื่น ฉันก็จะทำ! ดังนั้น...ฉันก็หวังว่าผู้ดูเเลจะไม่มารบกวนความหวังของฉันด้วย”

 

ได้ยินคำของคุณชายสามที่พูดถึงโอกาสรอดชีวิตของท่านอัศวิน ผู้ดูเเลที่จงรักภักดีก็เม้มริมฝีปากเเน่น รู้สึกว่าความคิดสองอย่างกำลังตีกันจนวุ่นวายไปหมด

 

ใจหนึ่ง เธอไม่อยากให้คนของคุณชายสามแตะต้องท่านอัศวินเลย ไม่รู้ว่าคุณชายสามตอนนี้มีเจตนาดีหรือร้าย ท่านอัศวินอุตส่าห์วางตัวเขาให้เป็นตัวเลือกสืบทอดตำแหน่งอันดับแรกๆ แต่พอเกิดเรื่องกับท่านอัศวินเข้าจริงๆ คุณชายสามไม่เพียงแค่จับคนผิดเท่านั้น ยังต้องการบังคับคนอื่นให้สารภาพ แล้วปล่อยตัวคนร้ายไปด้วย

 

เนื่องจากสาเหตุนี้ ผู้ดูแลจึงไม่กล้าวางใจคุณชายสามอีก ทว่า...ในทางกลับกัน หากแพทย์ที่คุณชายสามเชิญมานั้นมีชีวิตจริงๆ แล้วหากเขาสามารถรักษาท่านอัศวินให้รอดพ้นวิกฤติครั้งนี้ได้ แต่เป็นเพราะตนเองที่ไม่ยอมให้แพทย์ผ่านไปจนเกิดเรื่องน่าเศร้ากับท่านอัศวิน แบบนี้ไม่ได้แปลว่าตนเองหรือที่สังหารท่านอัศวิน!

 

“คุณผู้ดูแล ฉันคิดว่าคุณหลีกทางให้พวกเราตรวจสอบก่อนเถอะ ถ้าไม่ไว้ใจฉันก็ยังสามารถยืนอยู่ข้างๆได้...” คุณชายสามถอนหายใจออกมา เขายอมถอยให้อีกฝ่ายก้าวหนึ่ง เมื่อผู้ดูแลเห็นดังนั้น เธอก็เข้าใจทันทีว่าคุณชายสามไม่น่ามีเจตนาร้าย

 

​อย่างไรเสีย เขาก็ให้เธออยู่ที่นี่ด้วย ถ้าเกิดปัญหาอะไรจริงๆ เธอย่อมต้องมองเห็นแล้วก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือท่านอัศวินได้ ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าให้เขา แต่ก็ยังเลือกที่จะทำตามข้อเสนอสุดท้าย นั่นก็คือ เธอไปยืนอยู่ข้างๆ เฝ้าดูแลความปลอดภัยให้ท่านอัศวินต่อไป

 

​แม้คุณชายสามจะรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย เพราะท่าทางของผู้ดูแลที่เหมือนระแวงเขา หากเป็นเมื่อก่อน...ไม่มีทางเลยที่เธอจะแสดงออกเช่นนี้ จำได้ว่าตอนที่อยู่กับท่านอัศวิน...ผู้ดูแลคนนี้แสดงท่าทางว่าเคารพเขามาก แต่พอท่านอัศวินไม่สามารถตื่นลืมตาขึ้นมาได้ กลับทำท่าทางอวดดีต่อหน้าเขาเสียแล้ว

 

​ท่าทางอวดดีของอีกฝ่ายในวันนี้ เขาจะจำเอาไว้แน่นอน! รอวันที่เขาขึ้นเป็นอัศวินคนต่อไปก่อนเถอะ พวกที่กล้าสงสัยเขาทั้งหมดจะต้องหายไปจากอาณาเขตแห่งนี้ ไม่สิ! ต้องบอกว่าหายไปจากโลกใบนี้ต่างหาก

 

​เขาไม่ได้ใจดีเหมือนท่านอัศวินที่เนรเทศกบฏจำนวนมากไปเขตแดนอื่นหรอกนะ สำหรับเขา...ถ้ามีคนคิดจะต่อต้านหรือก่อกบฏ อย่างนั้นก็ต้องมีโทษ “ตาย” สถานเดียว!!

 

​แม้จะโกรธ แต่คุณชายสามก็ไม่ได้แสดงออกมากนัก เพียงโบกมือเป็นสัญญาณให้คนของตนเองเข้าไป แพทย์ที่ถูกอ้างว่ามีชื่อเสียงเดินผ่านหน้าของผู้ดูแลไปที่ท่านอัศวิน ใช้อุปกรณ์ที่ปรับแต่งทางการแพทย์เพื่อตรวจสอบลมหายใจ อัตราการเต้นหัวใจ ความดัน และการตอบสนองอื่นๆ หลังจากนั้นก็เจาะเลือดของท่านอัศวินออกไปเล็กน้อย เขย่าในขวดโหลแก้วสีม่วงจนมันค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีชมพู

 

“เป็นอย่างไร...” คุณชายสามเอ่ยถามเมื่อเห็นผลลัพธ์ตรงหน้า

 

“ไม่มีทางรักษาได้ครับ”

 

“เฮ้อ” ได้ยินเสียงแพทย์กล่าวเช่นนั้น คุณชายสามก็ถอนหายใจออกมาอย่างหมดหวัง เหมือนว่าความตั้งใจของเขานี้เป็นความตั้งใจที่บริสุทธิ์จริงๆ เพียงแค่อยากให้ท่านอัศวินได้รับการรักษาที่ดีก็เท่านั้น

 

“ท่านผู้ดูแล แม้ว่าครั้งนี้จะไม่สำเร็จ แต่ฉันจะพาคนมาช่วยดูอีกแน่นอน ฉันจะไม่ปล่อยให้ผู้มีพระคุณของฉันจากไปทั้งอย่างนี้หรอก!” คุณชายสามหันมาพยักหน้าอย่างจริงจังให้ผู้ดูแล ก่อนที่เขาจะพาแพทย์ของตนเองออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอีกครั้ง

 

​ผู้ดูแลขมวดคิ้วเล็กน้อย การตรวจเลือดของแพทย์เมื่อครู่นี้ทำให้ผลจากของเหลวในหลอดสีม่วงเป็นสีชมพู เช่นนี้หมายความอย่างไร? ทำไมเขาถึงตอบแค่ว่า “ไม่มีทางรักษา” แล้วก็จากไปล่ะ

 

​น่าเสียดายที่ผู้ดูแลไม่มีความรู้ในการใช้อุปกรณ์แพทย์ ดังนั้นเธอทำได้แค่เก็บคำถามนี้เอาไว้ รอวันที่แพทย์ประจำตัวของท่านอัศวินมาตรวจสอบอาการแล้วค่อยถามคงจะดีกว่า...

 

 ………………………