บทที่ 393 1 ใน 7 พิษสั่งตาย (อ่านฟรี 3 เม.ย. 69)
บทที่ 393 1 ใน 7 พิษสั่งตาย (อ่านฟรี 3 เม.ย. 69)
บทที่ 393 1 ใน 7 พิษสั่งตาย
ทางฝั่งคุณชายสาม หลังจากที่ออกมาจากห้องพักของท่านอัศวินก็ได้พากันไปที่คฤหาสน์ของตนเอง แพทย์ที่เขาอ้างว่าเป็นแพทย์ชื่อดัง ความจริงแล้วก็แค่แพทย์ที่ร่วมมือกับเขาสรรหา “ของนั้น” มาให้ เพราะแบบนั้น....เขาจึงได้เชิญอีกฝ่ายมาที่นี่เพื่อไปตรวจสอบอาการของท่านอัศวินด้วยตนเองอีกครั้ง
เขาไม่ต้องการให้มีข้อผิดพลาดใดๆ โดยเฉพาะการลงมือครั้งสุดท้ายนี้ เมื่อใกล้ถึงวันคัดเลือกผู้สืบทอดแล้ว ตัวเขาจะต้องจัดการให้เด็ดขาดเสียที พี่น้องทุกคนที่มีโอกาสจะกลายเป็นอัศวินและเป็นปัญหาให้เขาในอนาคต คุณชายสามจะจัดการพวกมันทั้งหมด
แต่...ถ้าจู่ๆท่านอัศวินก็ถูกรักษาจนหายได้ นี่จะไม่เป็นปัญหาใหญ่ของพวกเขาหรอกหรือ? หากลงมือไปแล้ว ยังไม่ทันจะได้ตำแหน่งอัศวินที่สามารถยึดอำนาจทั้งหมด ใช้มือเดียวปิดฟ้าซ่อนร่องรอยการลงมือได้ เวลานั้นท่านอัศวินคงจะลงโทษเขาที่ลงมือโหดเหี้ยมกับพี่น้องของตนเองเป็นแน่
“คุณชายสาม ยาพิษที่ฉันสร้างขึ้นมาไม่มีปัญหาจริงๆ เดิมทีไม่ต้องให้ฉันมาที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อคุณชายอยากยืนยันอีกครั้ง ผลลัพธ์ก็ออกมาแล้ว เลือดของท่านอัศวินยังคงมีปัญหาอยู่ หมายความว่า...ท่านหมดหนทางรักษาแล้ว เว้นเสียแต่จะได้น้ำอมตะจากเทพผู้สร้างเพียงหนึ่งเดียวของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่โอกาสนั้นก็น้อยเหลือเกิน”
“ตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ตำนานก็เล่าว่าท่านเทพผู้สร้างดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ได้หายไปจากที่นี่และอาจจะไม่กลับมาอีก เนื่องจากท่านต้องการสร้างดินแดนของท่านไว้อีกหลายๆที่เพื่อดูแลประตูเชื่อมมิติเหล่านี้ โดยผู้รับตำแหน่งอัศวินคนต่อไปจะต้องเป็นคนมอบทรัพยากรให้ผ่านเส้นทางพิเศษบางอย่าง ดังนั้น...ไม่มีช่องทางที่จะติดต่อท่านเทพอีกแล้ว รวมทั้งน้ำอมตะก็ไม่มีทางที่จะปรากฏขึ้นอีกเช่นกัน”
คำพูดของแพทย์ผู้นี้เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว นี่เป็นตำนานที่ระบุเอาไว้ในห้องทำพิธีของอัศวินทุกอาณาเขต โดยห้องทำพิธีทั้ง 7 อาณาเขตนั้นจะเป็นห้องที่อัศวินคนใหม่ต้องไปสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อท่านเทพ แล้วจะต้องรับภารกิจที่ท่านเทพมอบหมายให้ต่อไป
ภารกิจส่วนใหญ่เป็นภารกิจรวบรวมทรัพยากร เงื่อนไขของท่านอัศวินต่อแต่ละอาณาเขตก็มีอยู่ ดังนั้นจึงทำให้มีผู้กระหายสงครามอยู่เสมอ เนื่องจากภารกิจรวบรวมทรัพยากรนั้นใกล้เคียงกันในทุกอาณาเขต หมายความว่า...หากอาณาเขตไหนมีพื้นที่ใหญ่ขึ้น มีทรัพยากรมากขึ้น ภาระที่แบกไว้ก็จะน้อยลงไปด้วย
ซึ่งนอกจากจะต้องดูแลประชาชนของตนเองให้มีคุณภาพที่ดีเพื่อผลิตทรัพยากรที่ดีแล้ว พวกเขาก็ยังต้องการเพิ่มพื้นที่ให้ตัวเองกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะเขตชายแดนที่มีการรุกล้ำกันอยู่บ่อยครั้ง
ไม่พูดถึงเรื่องนั้น ทางคุณชายสี่ที่ได้ยินว่ายาพิษของอีกฝ่ายมีเพียงน้ำอมตะจากท่านเทพผู้สร้างที่จะรักษาท่านอัศวินได้ เขาก็ผ่อนคลายความกังวลลงไป
“ขอเพียงท่านอัศวินไม่มีทางฟื้นขึ้นมา เรื่องที่เจ้าสี่พยายามจะรักษาก็ปล่อยให้มันทำไปเถอะ การแลกเปลี่ยนผลึกเพิ่มพลังชีวิตครั้งก่อนของฉันเสียหายค่อนข้างมาก แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะยืนยันว่าตัวฉันเองก็เป็นคนกตัญญูคนหนึ่ง ภาพลักษณ์ที่ดีถึงขนาดนี้ทำให้ฉันได้ใจขุนนางที่ภักดีไปมากมายแล้ว”
“ใช่แล้วครับคุณชาย แต่ถ้าคุณชายต้องการ...ฉันสามารถให้ยาพิษเพิ่มอีกได้ นั่นจะยิ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการจากไปของท่านอัศวินอีก”
“ไม่จำเป็น” คุณชายสามโบกมือ เพียงยืนยันว่าท่านอัศวินจะไม่ฟื้นขึ้นมาก็พอแล้ว เพราะสุดท้าย...เขาก็ไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น อีกอย่าง ตอนนี้ตำแหน่งของเขาไม่ได้มั่นคงไปเสียทีเดียว หากท่านอัศวินตายไปก่อนที่จะมีการแต่งตั้งอัศวินคนใหม่ เช่นนั้นอาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
หลังจากที่แพทย์ยืนยันแล้วเสร็จ เขาก็ถูกเชิญกลับไป คุณชายสามเรียกคนของตนเองเพื่อมาวางแผนลงมือครั้งต่อไป เป้าหมายของเขาก็คือคุณชายใหญ่และคุณชายรอง จากนั้นค่อยจัดการเจ้าสี่ที่แทบจะไม่มีคนเสนอชื่อของมันออกมาเป็นตัวเลือก
เจ้านั่นมันมีดีก็แค่กำลังเหนือกว่าคนอื่นเท่านั้น หากต้องมาสู้เรื่องการเอาอกเอาใจผู้คน ดึงความสนใจของพวกขุนนาง เจ้าสี่ไม่มีทางสู้เขาได้หรอก
พวกที่เถรตรงและคิดถึงส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจอย่างมัน คงจะมีขุนนางไม่กี่คนที่จะยอมลงชื่อให้ สุดท้ายก็คงจะเป็นแค่ตัวตลกในสายตาคนอื่น
โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าลับหลังของตนเอง มีดที่คิดว่าไม่มีความคมหลงเหลืออยู่แล้วนี้ กลับจ่ออยู่ที่คอของเขา รอคอยเวลาที่จะลงมือก็เท่านั้น
ทางผู้ดูแล เธอไม่สามารถเก็บความสงสัยของตนเองไว้ได้นาน หลังจากที่แพทย์ประจำตัวท่านอัศวินมาตรวจสอบอาการประจำวัน เธอจึงเอ่ยถามออกไป ซึ่งตอนนั้นคุณชายสี่เองก็อยู่ด้วย
“จริงสิ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นว่าแพทย์ที่คุณชายสามพามาหาวิธีรักษาใช้เข็มเจาะเอาเลือดของท่านอัศวินไปใส่ของเหลวสีม่วง จากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู นั่นคือการทดสอบอะไรหรือ?” เห็นเธอถามเช่นนั้น คิ้วของแพทย์ก็ขมวดขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขาคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะเข้าไปวัดชีพจรของท่านอัศวินอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกว่าชีพจรของท่านอัศวินเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาดจริงๆ แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น จะต้องจับดูมากกว่า 10 นาทีจึงจะรู้ผล ทว่า...เนื่องจากการบาดเจ็บของท่านอัศวินที่ถูกมีดแทงเข้าไป ทำให้เขาคิดว่านี่เป็นสาเหตุมาจากการบาดเจ็บเท่านั้น จึงไม่ได้คิดจะตรวจสอบเลือดให้ละเอียด แต่หลังจากที่วางนิ้วนานเกือบสิบนาที เขาก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“ใครกัน!! ใครกล้าลงมือถึงขนาดนี้!!” น้ำเสียงของเขาฉายชัดว่าตกใจมาก เดิมทีเขาหาสาเหตุที่ท่านอัศวินไม่ยอมได้สติพบ แต่เข้าใจไปว่าเกิดจากที่ร่างกายช็อกเนื่องจากเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ทว่าความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้นเลย
“เกิดอะไรขึ้น” คุณชายสี่ที่อยู่ด้านข้างรีบถามขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าแพทย์ท่านนี้พบเจอบางอย่างที่ผิดปกติเข้าแล้ว
“คุณชายสี่! นี่น่ะ...นี่ก็คือผลจากยาพิษครับ สาเหตุที่ทำให้ท่านอัศวินไม่ได้สติกลับมาก็คือยาพิษ!!”
“อะไรนะ?” ทั้งคุณชายสี่และผู้ดูแลมองหน้ากันเอง แพทย์คนนั้นยังขยับไปด้านหลัง ยุ่งอยู่กับการหาอุปกรณ์ของตนเองเป็นเวลานาน สุดท้ายก็นำของเหลวสีม่วงออกมาจนได้
“โชคดีจริงๆที่นำเมือกสไลม์มาด้วย ปกติเมือกสไลม์ม่วงนี้ไม่ค่อยพกติดตัวนัก มันมีคุณสมบัติทางยาไม่มาก แต่...ถ้าเอามาใช้ในการตรวจสอบพิษสั่งตายชนิดนี้ จะได้ผลดีที่สุด!”
เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะเจาะเลือดท่านอัศวินเพียงสองหยดแล้วใส่เข้าไปในหลอดทดลอง ไม่นานผลลัพธ์ก็เหมือนกับแพทย์ที่คุณชายสามพามา ของเหลวสีม่วงที่ผสมลงไปนั้นกลายเป็นสีชมพูอ่อน ปกติแล้วเมือกสไลม์ม่วงนี้มีความเข้มข้นอย่างมาก มันจะไม่ผสานรวมกับของเหลวอื่นๆเว้นเสียแต่ว่าของเหลวนั้นสามารถกลายเป็นอาหารของมันได้ และพิษชนิดนี้ก็เป็นอาหารสุดพิเศษของพวกมัน ดังนั้นเมือกสีม่วงนี้จึงยอมให้ของเหลวผ่านตัวเองเข้าไป นี่เป็นกระบวนการของสไลม์ม่วงในการกินอาหารที่ทุกคนรู้ดี
“พิษสั่งตายคืออะไร” คุณชายสี่รู้ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างร้ายแรง แต่พิษสั่งตายนี้คืออะไร? หากเขารู้จักมันมากขึ้น อย่างนั้นก็น่าจะหายาแก้พิษของมันได้ใช่ไหม?
เห็นสีหน้าของคุณชายสี่แล้ว แพทย์ประจำตัวท่านอัศวินก็เข้าใจว่าคนกำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นหม่นหมองทันที
มีความหวังก็เป็นเรื่องดี แต่...ตราบเท่าที่ได้รับพิษสั่งตายนี้ โอกาสรอดก็มีแค่ 1 ส่วนจาก 100 ส่วนเท่านั้น เพราะว่าพิษสั่งตายนี้ แท้จริงแล้วก็คือ...
“คุณชายสี่ พิษสั่งตายก็คือ 1 ใน 7 พิษที่ไม่มียาใดรักษาได้ เว้นเสียแต่น้ำอมตะของท่านเทพผู้สร้าง ส่วนน้ำอมตะที่น่าจะยังเหลืออยู่บ้าง ก็คงจะเป็นที่เขตของอัศวินพันปีแล้ว ซึ่งพวกเขาไม่มีทางยอมมอบให้คนภายนอกง่ายๆแน่นอน ดังนั้น...”
“แค่มีโอกาส ต่อให้เป็นแค่ 0. 1 ส่วน ฉันก็จะพยายามอย่างถึงที่สุด!” ชายหนุ่มคำรามด้วยความโกรธ
ใครกันที่กล้าใช้พิษรุนแรงนี้กับท่านแม่บุญธรรมของเขา คนลงมือคงไม่หวังให้ใครสามารถรักษาท่านอัศวินได้อีกแล้ว ช่างโหดเหี้ยมและเลวทรามจริงๆ
“แต่น่าแปลกมาก...” แพทย์ประจำตัวเม้มริมฝีปาก เรื่องนี้เขาไม่อยากจะคิดเพราะถ้าคิดแล้วจะกลายเป็นว่าตัวเองพบเจอปัญหาใหญ่ ทว่า...มันก็มีส่วนให้เลี่ยงการคิดไม่ได้จริงๆ
“แปลกหรือ?”
“ใช่ แปลกมากจริงๆ ฉันกำลังสงสัยว่าทำไม...ปกติแล้ว ไม่ค่อยมีคนตั้งใจเอาเมือกสไลม์ม่วงมาตรวจสอบเลือดกันหรอก เว้นแต่จะเห็นว่ามีการใช้ยาพิษชนิดนั้นจริงๆ หรือไม่ก็หาพิษที่ได้รับไม่พบ ท่านอัศวินไม่มีร่องรอยของการถูกใช้พิษเลย อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บหนักที่ทรวงอก อาการเช่นนี้จึงนับเป็นปกติทั่วไป หรือจะบอกว่าบังเอิญ...การพกเมือกสไลม์สีม่วงไปไหนต่อไหนก็มีโอกาสยากจริงๆ แม้แต่ฉันที่พกมา ก็เพราะศิษย์คนหนึ่งอยากทำการทดลองอะไรแปลกๆจึงให้ฉันซื้อไปให้ ไม่เกี่ยวว่าจะเอามาตรวจสอบพิษเลย”
ได้ยินคำพูดของแพทย์ประจำตัว ทุกคนก็เข้าใจทันทีว่าความสงสัยนี้กลับไปอยู่ที่แพทย์คนนั้นของคุณชายสามแล้ว! ทำไมเขาจึงสงสัยว่านี่เป็นการได้รับยาพิษสั่งตาย พิษที่หาได้ยาก แล้วก็รักษาได้ยากยิ่งกว่า!
“หรือว่า....” แพทย์ประจำตัวไม่อยากจะคิดต่อ ทว่า..ดวงตาของคุณชายสี่และผู้ดูแลกลับมีประกายบางอย่างที่เหมือนกัน
นี่มันชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? คุณชายสามและแพทย์ของเขารู้สาเหตุที่ท่านอัศวินไม่ได้สติมาตั้งนานแล้ว แต่พวกเขากลับไม่พูด ถึงจะหาหลักฐานอ้างว่าเขาเป็นคนลงมือเองหรือไม่ไม่พบ กระนั้นก็รู้เจตนาข้อหนึ่ง...นั่นก็คือ เขาจงใจปิดบังเรื่องนี้กับทุกคน
ก่อนหน้านี้ ผู้ดูแลถูกจับกุม เธอจึงไม่ได้เห็นการกระทำทั้งหมดของคุณชายสาม ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายพาแพทย์คนนี้ หรือเอายาอะไรให้ท่านอัศวินไปบ้าง ทั้งหมดนี้คงจะเพื่อเร่งความเร็วในการจากไปให้ท่านอัศวิน ไม่สิ! ด้วยยาพิษสั่งตายนี้ ต่อให้เขาจะแสดงออกว่าอยากรักษาท่านอัศวินขนาดเอาทรัพยากรไปแลกกับผลึกบาเรีย เพื่อมาแลกเปลี่ยนกับคนของเขตมลพิษ เช่นนั้นนอกจากจะทำให้เขาได้ใจขุนนางและประชาชนไปมากมายแล้ว เขาก็ยังไม่ได้เสียโอกาสในการฆ่าท่านอัศวินอยู่ดี
ก็นี่คือยาพิษสั่งตายไม่ใช่หรือ? เป็นยาพิษที่ไม่มีทางรักษาได้อยู่แล้วนี่!! ดังนั้นต่อให้เอาของดีมากมายขนาดไหนมา ขอแค่ไม่ใช่น้ำอมตะก็ได้ทั้งนั้น
ทุกคนมีความคิดอยู่ในใจแต่ไม่มีใครพูดออกมา คุณชายสี่ไม่ได้เสียเวลาอยู่ในคฤหาสน์ของท่านอัศวินอีก เขารีบกลับไปที่ทำงานของตนเองเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกคน เบื้องต้น...ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องขอน้ำอมตะมาจากอัศวินพันปีก่อน ต่อให้เขาจะดูแคลนตัวเองขนาดไหน แต่คุณชายสี่ไม่สนใจทั้งนั้น
ส่วนเรื่องหลังจากนั้น...หากคนไม่ยอมมอบให้ดีๆ เช่นนั้นก็ต้องมาวางแผนแล้วว่าจะเอาน้ำอมตะนั้นมาจากไหน!
การเคลื่อนไหวนี้ของคุณชายสี่ใหญ่โตเกินไป เนื่องจากต้องติดต่อกับคนของอาณาเขตอื่นๆ ทำให้คุณชายสามรู้ได้หลังจากที่เขาเริ่มเคลื่อนไหวใน 3 วัน เนื่องจากทางขุนนางของอาณาเขตอัศวินพันปีได้ส่งจดหมายมาที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาว ประโยคสวยหรูมากมายที่อ้างถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพวกเขา แต่ลงท้ายด้วยการปฏิเสธจนทำให้คนรู้สึกขายหน้า นี่ช่างทำให้ขุนนางของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวอับอายอย่างมาก
“เจ้าสี่รู้แล้วว่าท่านอัศวินได้รับยาพิษสั่งตาย...” คุณชายสามเคาะโต๊ะของตนเองเป็นจังหวะเมื่อกลับมาที่บ้าน ขุนนางจำนวนหนึ่งที่นั่งอยู่กลั้วหัวเราะออกมา
“ต่อให้รู้แล้วอย่างไร การกระทำของเขาช่าง...เฮ้อ เหมือนกับคนโง่เขลาไม่มีผิด!” พูดจบ คนอื่นๆก็หัวเราะตาม
คนพูดที่ตอนแรกทำเป็นทอดถอนหายใจก็ยังหัวเราะตามมาด้วย สรุปก็คือ...ขุนนางไม่กี่คนนี้รู้เรื่องที่คุณชายสามลงมือแล้ว ทั้งยังเป็นพวกเขาที่สนับสนุนให้ทำด้วย หลังจากที่รู้ว่าท่านอัศวินต้องการยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้คุณชายสี่ตามที่คุณชายสามเล่า
“การที่เขายอมก้มหัวให้อัศวินอาณาเขตอื่นทำให้ขุนนางมากมายไม่ยอมรับเขาโดยตรง นี่เป็นการทำร้ายตัวเองเท่านั้น อีกอย่าง...น้ำอมตะไม่มีทางที่จะได้รับมาง่ายๆ ท่านอัศวินพันปียังปฏิเสธโดยตรงเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงอัศวินคนอื่นๆที่มีความสัมพันธ์แย่ยิ่งกว่า”
“ใช่ น้ำอมตะเหลืออีกแค่ไม่กี่หยดแล้วในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ หากต้องการจริงๆ...คงจะต้องออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อตามหาเทพผู้สร้าง ขอให้ท่านมอบน้ำอมตะเพิ่มอีก”
“ตามหาเทพผู้สร้างหรือ? ด้านหลังเป็นเขตมลพิษที่ออกไปไม่นานก็ตายเอาได้ง่ายๆ ด้านซ้ายด้านขวาไม่ได้แย่ยิ่งกว่าหรือ? ไม่ต้องพูดถึงว่าการจะผ่านอาณาเขตอื่นๆไปได้นั้นยากเย็นเพียงใด ดินแดนที่อยู่นอกเขตศักดิ์สิทธิ์มีแต่อันตรายทั้งนั้น แย่ยิ่งกว่าเขตมลพิษเสียอีก ไม่มีแม้แต่เผ่ามนุษย์หรือพวกระดับเดียวกับพวกเราเลย...ตัวตนพวกนั้นเหมือนกับเทพเจ้า ไม่ก็เทพปีศาจ เฮ้อ...แค่คิดก็มีแต่จะตายเท่านั้นแล้ว”
ปากพูดไป แต่ดวงตากลับมีรอยยิ้ม พวกเขามั่นใจมากว่าต่อให้คุณชายสี่รู้เรื่องนี้แล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปได้ หากเป็นคุณชายใหญ่หรือคุณชายรอง สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไป เพราะพวกเขาฉลาดกว่าคุณชายสี่มาก ดังนั้น...ทุกคนจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก
“แผนของพวกเราที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของพี่ใหญ่และพี่รองเป็นอย่างไร” เมื่อเรื่องนี้ไม่มีค่าให้พูดถึงอีก คุณชายสามก็ถามถึงแผนต่อไปของพวกตนทันที
“แผนนี้เริ่มดำเนินการไปแล้ว รอแค่เวลาที่พวกเขาจะมาบรรจบกันเท่านั้น” เพราะทั้งพวกเขาได้ใส่ไฟให้สองฝ่ายขัดขากันเอง ชนิดที่ว่าไม่อาจอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้อีก ดังนั้น...หลังจากนี้คุณชายสามก็ไม่ต้องลงมืออีก ปล่อยให้พวกเขาสู้กันให้ตายไปก็จบแล้ว
“ดี เช่นนั้นพวกเราก็แค่รอดู ยังไม่ต้องเคลื่อนไหวอะไรอีก” คุณชายสามพยักหน้า เวลานี้เพียงนั่งอยู่เฉยๆ ตำแหน่งผู้สืบทอดก็คงจะเป็นของเขาแล้ว
รอยยิ้มของผู้ชนะปรากฏขึ้น ทำเอาคนของคุณชายสามเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย..
…………………………………..
ตอนนี้ไรท์มีอีบุ๊คจนจบเรื่องแล้วนะคะ สามารถอ่านได้ทั้งในเด็กดี และ meb เลยนะคะ
ฝากติดตามและสนับสนุนด้วยน้าาาา