บทที่ 394 คุณชายทั้งสองคน (อ่านฟรี 4 เม.ย. 69)
บทที่ 394 คุณชายทั้งสองคน (อ่านฟรี 4 เม.ย. 69)
บทที่ 394 คุณชายทั้งสองคน
ทางด้านคุณชายใหญ่ เนื่องจากตัวเขาถูกรับมาเลี้ยงดูโดยท่านอัศวินเป็นคนแรก ดังนั้นขุนนางจำนวนมากที่ไม่คิดว่าท่านอัศวินจะจากไปก่อนแต่งตั้งผู้สืบทอดจึงได้ร่วมลงเรือเดียวกับเขามาแล้ว วันนี้ทุกคนถูกคุณชายใหญ่เรียกมาประชุมพร้อมกันทั้งหมด เนื่องจากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ท่านอัศวินเป็นคนรับพวกเขาที่ยังเด็กมาเลี้ยงดู มอบตำแหน่งบุตรบุญธรรมให้ ทว่าสถานการณ์ของเขาต่างจากบุตรบุญธรรมคนอื่นๆอยู่นิดหน่อย นี่ก็เพราะว่าตัวเขาไม่ได้เป็นเด็กกำพร้าบิดามารดา แต่เขากำพร้าเพียงบิดาเท่านั้น เวลานั้นท่านอัศวินผ่านไปที่เขตชายแดนอันเป็นบ้านเกิดของเขา เห็นชีวิตแม่ลูกที่ยากลำบาก ทั้งยังชื่นชมมารดาของเขา จึงได้อาสาที่จะเลี้ยงบุตรให้ โดยให้มารดาของเขามาอยู่ที่เมืองด้วยกัน
แน่นอนว่ามารดาของเขาย่อมยินดีที่สุด บุตรของตนเองมีวาสนาได้การดูแลโดยท่านอัศวินเช่นนี้ ย่อมต้องรีบเก็บข้าวของตามท่านอัศวินมาให้เร็วที่สุด โดยตำแหน่งของมารดาก็คือผู้ดูแลส่วนตัวของเขานั่นเอง
เวลาปกติก็ไม่มีเรื่องอะไร ทุกปีมารดาจะกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อกราบไหว้บรรพบุรุษ พร้อมกันนั้นก็เอาทรัพยากรไปให้ญาติๆรวมถึงคนที่เคยดูแลเธอหลังเสียสามี ซึ่งปีแรกๆคุณชายใหญ่ก็ติดตามไปด้วย ตอนนั้นเขาเป็นแค่เด็กก็เล่นสนุกไปตามประสา แต่เมื่ออายุมากขึ้น ตัวเขาก็ไม่อยากแสดงตนเองว่าเป็นลูกของท่านแม่อีก ต้องการสร้างภาพลักษณ์ว่าเขาก็คือบุตรของท่านอัศวิน ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้มาจากขุนนางด้วยส่วนหนึ่ง และความเชื่อของเขาด้วยส่วนหนึ่ง
ดังนั้นจึงให้มารดาไปกลับด้วยตนเอง และก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ไม่เคยเกิดปัญหาอะไรขึ้นจนเขาชะล่าใจ ไม่คิดเลยว่าในช่วงที่วุ่นวายขนาดนี้ กลับมีใครบางคนลงมือกับแม่แท้ๆของเขา!!
ปัง!!
“ได้ตัวคนลงมือหรือยัง!!” เขาทุบที่วางแขนเก้าอี้อย่างแรง ทั้งน้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความโกรธ
นี่ไม่ใช่แค่ความโกรธจากการที่พวกมันกล้าลงมือกับมารดาของเขา หากแต่เป็นความโกรธที่พวกมันไม่เห็นหัวของเขาด้วย! ตอนนี้เขาเป็นคุณชายใหญ่ของท่านอัศวิน ใครกันที่เห็นแม่ของเขาผ่านไปแล้วยังไม่ยอมหลบ กระทั่งลงมือโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นตายเท่ากันอีกด้วย!
ตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ คุณชายใหญ่โกรธจนหน้าสั่น แต่เขากลับไม่รีบร้อนออกไปจากเมืองเพื่อดูแลมารดาผู้ให้กำเนิด กลับทำเพียงส่งคนไปตรวจสอบว่าใครกล้าลงมือหยามเกียรติเขา แล้วก็ส่งแพทย์ระดับสูงไม่กี่คนไปที่นั่นเพื่อรักษามารดา
ก็นะ...สถานการณ์ตอนนี้ ท่านอัศวินบาดเจ็บหนักและยังไม่ฟื้น หากเขาละทิ้งท่านอัศวินแล้วไปดูแลมารดาที่แท้จริง ขุนนางที่จงรักภักดีต่อท่านอัศวินจะต้องมอบความผิดครั้งใหญ่ให้เขาแน่
อีกอย่าง...คุณชายใหญ่ก็ไม่อยากเสียเวลาเดินทาง เอาไว้รอให้มารดาถูกคนพานั่งรถเข็นกลับมาก่อน เขาค่อยไปเยี่ยมสักครั้งก็ไม่ถือว่าสายไป
ความคิดเช่นนี้...หากมารดาผู้ให้กำเนิดรู้เข้า ไม่รู้ว่านางจะเสียใจมากขนาดไหน แต่ก็โทษคุณชายใหญ่อย่างเดียวไม่ได้เช่นกัน ไม่ใช่เธอหรือที่พยายามสอนให้เขาประจบประแจงท่านอัศวินน่ะ เป็นเพราะเธอที่บอกให้เขาคว้าตำแหน่งอัศวินคนต่อไปมาให้ได้ แล้วเวลานี้...เธอจะขอให้เขาหันมาสนใจตนเองได้หรือ?
เลี้ยงมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น นี่คือข้อเท็จจริงที่ไม่มีทางเปลี่ยน
ทางขุนนางที่เห็นความโกรธเกรี้ยวของคุณชายใหญ่ก็ลอบมองหน้ากันเอง พวกเขาก็พยายามอย่างสุดฝีมือแล้ว แต่กลับไม่พบเจอร่องรอยอะไรเลย กระนั้น...หากพูดประโยคนี้ไป คงจะได้กลายเป็นที่ระบายความโกรธแน่
ปัง!!
“ทำไมไม่มีใครตอบ!! ไม่ได้ยินคำถามของฉันรึไง!!” เขาตวาดอีกครั้ง ครั้งนี้จึงมีคนยอมยื่นหน้าไปให้ตบเสียที
“คะ คือ เรื่องนี้...ตรวจสอบแล้ว แต่ร่องรอยของผู้ลงมือกลับไม่ปรากฏให้เห็น บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ชาวบ้านธรรมดาๆ แต่อาจจะเป็นกลุ่มกำลังอื่น”
“แล้วไง? จะเป็นใครก็ต้องลากคอมันออกมาให้ได้! ฉันต้องการรู้ว่ามันเป็นใคร เข้าใจไหม!!” คนตะโกนออกมาจริงดังที่ทุกคนคิดเอาไว้ ทำเอาขุนนางที่ออกมาพูดหดคอกลับไปแทบไม่ทัน
เห็นความเจ้าอารมณ์ของเขาเช่นนี้แล้ว ขุนนางมากมายก็รู้สึกว่าตัวเองอาจจะคิดผิดที่สนับสนุนคุณชายใหญ่ หากกลายเป็นอัศวินคนต่อไป อาณาเขตหงส์ขาวที่สงบสุข อาจจะเปลี่ยนเป็นอาณาเขตอัศวินพยัคฆ์ร้ายแห่งที่สองก็ได้!
ได้ยินว่าที่อาณาเขตอัศวินพยัคฆ์ร้ายนั้น ทุกเช้าของการประชุมจะต้องมีคนได้เลือด ไม่ขุนนางฝ่ายนั้นก็ขุนนางฝ่ายนี้ ถูกลงโทษกันทุกวัน เพราะอัศวินพยัคฆ์ร้ายเป็นคนที่ดุมาก ทั้งยังเจ้าอารมณ์เป็นที่สุด
พวกอัศวินอาณาเขตข้างเคียงยังไม่อยากจะมีปัญหากับเขาเลย โชคดีที่เป็นคนดุร้ายแต่ไม่ได้โลภมาก ดังนั้นเขาแค่ปกป้องเขตแดนของตนเอง ไม่ค่อยรุกรานคนอื่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาณาเขตข้างเคียงนั้นถือเป็นผู้มีพระคุณในการสนับสนุนเขาขึ้นอำนาจด้วยหรือไม่ ที่ผ่านมาจึงยอมสงบอยู่เช่นนั้น
หลายคนคาดเดาว่าอีกไม่นาน เมื่อท่านอัศวินรุ่นก่อนจากไปหมด อาจจะถึงคราวหายนะก็เป็นได้ อัศวินพยัคฆ์ร้ายคงกระโจนออกไปแล้วเข้ารวบเขตแดนด้วยตัวเอง...เฮ้อ อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆกับคนบ้าคลั่งคนนี้ ขุนนางอย่างพวกเขาขอแค่อัศวินคนต่อไปของตนไม่เป็นพวกบ้าคลั่งขนาดนั้นก็เท่ากับชีวิตมีความสุขมากกว่าคนของอาณาเขตอัศวินพยัคฆ์ร้ายแล้ว
“คุณชายใหญ่ ได้เรื่องแล้วครับ!” ก่อนที่จะมีใครต้องรับแรงกระแทกนี้ไปอีก ทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา ฝ่าดงขุนนางที่รู้สึกเหงื่อเย็นไปถึงหลังแล้วรีบกล่าวรายงานทันทีโดยไม่รอให้คนตวาดก่อน
“คนของเราพบเจอร่องรอยของผู้ลงมือแล้ว ตอนที่ตรวจสอบพื้นที่รอบๆ...พวกเราได้เจอกับสิ่งนี้ครับ” เขาพูดพร้อมกับยื่นเศษผ้าชิ้นหนึ่งออกไปให้ดู
คุณชายสามรับมาแต่ยังไม่เข้าใจอะไร ทหารคนนั้นจึงรายงานต่อ
“นี่เป็นผ้าไหมจากเขตของอัศวินแห่งภูติ ซึ่งคนที่ติดต่อเขตของอัศวินแห่งภูติมากที่สุดก็คือคุณชายรอง เรื่องนี้...พวกเรากำลังยืนยันว่าคนที่ลงมือเป็นคนของคุณชายรองหรือไม่ บางที...อาจจะอยากให้คุณชายใหญ่ออกจากเขตเมืองเพื่อลงมือ โดยใช้ท่านผู้ดูแลเป็นเหยื่อล่อ โชคดีที่คุณชายไม่ได้ติดกับดักนี้ พวกนั้นก็เลยทำอะไรไม่ได้อีก”
คนเจอเพียงเศษผ้า แต่กลับคิดได้เป็นตุเป็นตะ หากคุณชายใหญ่มีหัวคิดอีกเล็กน้อย หรือ...ถ้าเขาและคุณชายรองไม่ได้ต่อสู้เพื่อแย่งอำนาจกันอยู่ เขาก็ไม่เชื่อคำพูดนี้ง่ายๆหรอก
กลับกัน...ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงนี้ เกิดเรื่องขึ้นพร้อมกับมีของที่คุณชายรองครอบครองเป็นจำนวนมากหล่นออกมา หลักฐานชิ้นนี้ทำให้เขาปักใจเชื่อได้ทันที
“เจ้ารองก็มีความกล้ามากขึ้นแล้วจริงๆ เห็นที...เพื่อสั่งสอนให้น้องชายของฉันคนอื่นๆรู้ว่าอย่ามาเป็นศัตรูกับฉัน อาจจะใช้เจ้ารองนี่แหละเป็นตัวอย่าง!”
เขาพูดอย่างนั้นก่อนจะสั่งการให้คนของตนเองลงมือทันที ส่วนเรื่องที่มาขอผ้าไหมพิเศษจากแดนภูติ นั่นยังจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยหรือ?
เขาไม่เหมือนเจ้าสี่ที่โง่เขลา คนเจ็บก็เจ็บไปแล้ว โลกนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนตายเสียเมื่อไร ดังนั้น...ถ้าคนตายก็แค่ทำพิธี ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทำลายตัวเองไปด้วยอย่างนั้น
ขุนนางจำนวนมากพยักหน้ารับ พวกเขาเองก็ไม่สนใจเช่นกันว่าคุณชายรองจะเป็นผู้ลงมือจริงหรือไม่ ต่อให้ต้องลงมือวันอื่น สุดท้ายก็ต้องลงมืออยู่ดี แทนที่จะเสียเวลารอ...อย่างนั้นก็จัดการก่อนตัดสินเลยนี่แหละ หลังจากนั้นค่อยเหลือแค่คุณชายใหญ่และคุณชายสาม การต่อสู้ที่เหลือจะต้องดุเดือดขึ้นอีกมาก!
ค่ำคืนนั้นเอง ในขณะที่หลายคนกำลังนอนพักอย่างสบายใจอยู่ แสงสว่างสีแดงฉานกลับค่อยๆปรากฏขึ้น จากขนาดเล็กค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นขนาดใหญ่ พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นไหม้ขึ้นไปทั่วบริเวณ
“กลิ่นอะไรกัน” คุณชายรองที่กำลังประชุมอยู่ขมวดคิ้วมุ่น เขาได้เรียกหัวกะทิของตนเองเพื่อหารือการรับมือกับคุณชายสาม เพราะในสายตาของเขา...ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่หรือเจ้าน้องสี่ ทั้งคู่ไม่มีค่าให้ตัวเองต้องลงมือเลย รอไว้หลังจากกลายเป็นอัศวินคนใหม่ค่อยจัดการก็ไม่สาย ดีไม่ดีอาจจะหลอกใช้พวกมันให้เป็นสุนัขตัวหนึ่งก็ได้
เพราะยังไม่ได้นอน ดังนั้นเขาจึงพบความผิดปกติพวกนี้ได้เร็ว
“กลิ่นนี้...เหมือนกลิ่นไหม้” ผู้ช่วยคนหนึ่งขมวดคิ้วเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรกันไปมากกว่านี้ เสียงกรีดร้องข้างนอกก็ทำให้คุณชายรองต้องรีบออกมาดู
“กรี๊ด!! ไฟไหม้! ไฟไหม้แล้ว!!”
“อะไร? เกิดอะไรขึ้น!”
“ไฟไหม้! ไฟไหม้จากทางนั้น! เหมือนจะเป็นคลังของคฤหาสน์คุณชายรอง!”เสียงโหวกเหวกข้างนอก คุณชายรองได้ยินทั้งหมด เขาไม่ต้องสอบถามให้วุ่นวายอีก เพียงตะโกนออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“เร็วเข้า รีบไปดับไฟเดี๋ยวนี้ อย่าให้มีความเสียหายมากเกินไป!” คนพูดเช่นนี้ แต่ความจริงแล้วจะทำได้หรือ?
ไฟที่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แถมยังมีเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันอีกจำนวนหนึ่งทำให้ไฟถูกเร่งเร้าให้เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็สูงท่วมทั้งห้องเก็บของ
“นี่...”
น่าเสียดายที่มันไม่หยุดเพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าคนจงใจจะทำให้เห็นหรือไม่ว่านี่ไม่ใช่ไฟจากธรรมชาติ สะเก็ดไฟหนึ่งกระเด็นหลุดออกมาจากสถานที่ที่เผาไหม้อยู่ ตกลงบนหลังคาเรือนใกล้เคียง แต่แทนที่มันจะมอดดับไป หรือค่อยๆเผาไหม้อย่างอื่นต่อ มันกลับลุกพรึ่บราวกับถูกราดด้วยน้ำมันกองใหญ่ เพียงพริบตาเดียวก็ไหม้ท่วมหลังคานั้นเสียแล้ว
“คุณชายรอง! เกิดเรื่องแล้ว มีคนเอาเชื้อเพลิงมาเทบนหลังคาของห้องต่างๆในพื้นที่คฤหาสน์ทั้งหมด หากไม่กำจัดออกไปจะต้องไหม้หมดแน่ครับ”
ผลั๊วะ!!
คุณชายรองได้ยินคำของคนใช้ในบ้านก็เตะเข้าไปที่อกของอีกฝ่ายเต็มแรง!
“รีบไปจัดการซิวะ! จะต้องเสียเวลามารายงานทำไม ฉันก็เห็นอยู่นี่เต็มตา! ไอ้พวกโง่เง่าเอ้ย!!”
เรื่องนี้ยังต้องมารายงานอีกหรือ? ไม่เห็นหรือว่าเขาก็มีตามองเหมือนกันน่ะ! ไฟที่ลุกโชติช่วงได้ในเวลาเพียงไม่วินาทีนี้จะเป็นการลุกไหม้ธรรมดาๆได้อย่างไร จะต้องมีคนลงมืออยู่แล้ว! สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็คือรีบไปช่วยกันป้องกัน แล้วหลังจากนี้...เขาจะต้องลากไอ้สารเลวที่กล้าลงมือออกมาให้ได้!
ข่าวเรื่องที่ไฟไหม้บ้านของคุณชายรองดังไปทั่วเมือง ผู้คนมากมายตื่นกันมากลางดึกเพื่อชมความสว่างไสวที่เต็มไปด้วยความสูญเสียในครั้งนี้ กลิ่นไหม้นั้นทำให้ลูกเด็กเล็กแดงมากมายยังรู้สึกอึดอัดไปด้วย คนในบ้านคุณชายรองเองก็วิ่งหนีตาย เอาของเท่าที่จะเอาออกได้แล้ววิ่งหนีออกมา
ไม่มีอาคารไหนพ้นจากไฟที่รุนแรงนี้ได้เลย พวกเขาไม่สามารถจัดการมันได้ทัน ผลก็คือ...เมื่อฟ้าสาง ในที่สุดภาพที่ทุกคนเห็นก็เหลือแค่ตอของเสาบ้านมากมาย และเศษซากอาคารที่ดูน่าหดหู่ใจเท่านั้น
“คุณชายรอง” ขุนนางคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านหลัง ทรัพยากรและสมบัติที่คุณชายรองเก็บไว้ทั้งหมดอยู่ในนั้นแล้ว นี่ไม่เท่ากับว่าเขาหมดเนื้อประดาตัวแล้วหรือ?
ขุนนางคนนี้แม้ที่ผ่านมาจะสนับสนุนคุณชายรองมาโดยตลอด แต่ก็เข้าใจดีว่าหากเขาต้องการสนับสนุนต่อไป สิ่งที่ต้องทำก็คือการถมน้ำทะเลนี้ให้เต็ม
คุณชายรองเวลานี้เริ่มจากศูนย์ แต่คุณชายคนอื่นๆมีทรัพยากรในมืออยู่ระดับสิบ ไม่ต้องพูดถึงโอกาสจะชนะเลย เขาเชื่อว่าเอาของทั้งตระกูลออกไปก็ยังไม่สามารถจะช่วยให้คุณชายรองกลับมามีอำนาจเท่ากับคุณชายคนอื่นๆได้เลย ถ้าอย่างนั้น...ยังจำเป็นต้องช่วยเหลือเขาอีกหรือ?
“คุณชายรอง หลังจากนี้...คุณคงจะต้องพยายามฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาให้ได้แล้ว หลังจากนั้น...”
“ไสหัวไป!!” แม้คำพูดของขุนนางคนนี้จะดูเหมือนเป็นห่วงตัวเอง แต่คุณชายรองรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร
ตัวเขายังไม่ได้หมดความหวังเสียหน่อย จริงอยู่ที่ทรัพยากรจำนวนมากถูกทำลายไป แต่...แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้มีเส้นสายอยู่ที่อื่น ไม่ใช่ว่าจะไม่เหลือธุรกิจของตนเองเสียเมื่อไร!
คนที่คิดจะทอดทิ้งเขาวันนี้ เขาจะต้องจัดการภายหลังแน่ ส่วนคนที่สนับสนุนเขาไปอีก...ภายหลังจะต้องตอบแทนเป็นร้อยเท่าพันเท่า!!
เห็นว่าคุณชายรองเข้าใจที่ตัวเองจะสื่อออกมาแล้ว ขุนนางคนนั้นก็หันหลังเดินจากไปทันที คนที่แสดงท่าทีเหมือนเขานี้มีอีกไม่น้อย กลายเป็นว่าเหลือไม่ถึงครึ่งเท่านั้นที่ยังอยู่ เห็นแบบนี้แล้วก็ทำให้คนโกรธจัดจนเส้นเลือดปูดโปน!
“ไปสืบมา ใครเป็นคนลงมือกับฉัน!! ไอ้พวกสารเลวที่กล้าลงมือลับหลังนี้ ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะลากมันไปตายด้วย!!”
……………………………….