LNCrawler

บทที่ 395 เลือกผู้สืบทอด (อ่านฟรี 5 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 395 เลือกผู้สืบทอด (อ่านฟรี 5 เม.ย. 69)

บทที่ 395 เลือกผู้สืบทอด

 

ผลการตรวจสอบออกมาในไม่ช้า แม้ว่าจะแสร้งทำเป็นกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้ตามหาตัวคนทำพบ ทว่า...นี่ก็เป็นแค่การกระทำอย่างขอไปทีเท่านั้น สุดท้าย...หลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้เห็นว่าผู้ลงมือก็คือคุณชายใหญ่เป็นคนลงมือทำลายคลังสมบัติของคุณชายรองเสียหมด

            

ทันทีที่พบว่าใครเป็นคนทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้ สีหน้าของคุณชายรองก็เต็มไปด้วยร่องรอยความมืดมน เขากำหมัดแน่น...ตัวเองยังไม่ทันได้ลงมือก็มีคนกล้าเคลื่อนไหวก่อน

            

หึ ในเมื่อตัวเขาที่คิดว่าจะยังไม่ลงมือกับพี่ใหญ่แล้วใช้เวลากับเจ้าสามให้เต็มที่ พอถูกพี่ใหญ่ทำเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถปล่อยให้ทางนั้นลอยชายต่อไปได้

            

หากเขาไม่มีโอกาสกลายเป็นผู้สืบทอด เช่นนั้น...พี่ใหญ่ที่สกัดขาเขาอย่างแรงนี้ก็ต้องไม่สามารถเป็นผู้สืบทอดได้เช่นกัน! แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเจ้าสามเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด ทว่า...ตอนนี้คนที่เขาแค้นที่สุดก็คือพี่ใหญ่!

 

“เตรียมตัว ฉันจะตอบแทนความกรุณาของพี่ใหญ่ให้เหมาะสม” เขาพูดอย่างนั้นกับคนของตนเอง สีหน้าขุนนางทั้งหลายได้แต่แสดงออกว่าจนปัญญา กลายเป็นว่าตอนนี้สุนัขสองตัวต่อสู้กันเอง ปล่อยให้พยัคฆ์ตัวใหญ่เดินเข้าเส้นชัยอย่างสบายๆ ช่าง...เป็นคนที่ไม่คู่ควรจะได้ตำแหน่งจริงๆนั่นแหละ

            

ถึงจะคิดเช่นนั้น แต่ทุกคนก็เตรียมลงมือตามที่คุณชายรองกล่าว บางที..ต่อให้ไม่ได้เป็นอัศวินคนต่อไป ก็ยังจะสามารถกลายเป็นผู้สนับสนุนคุณชายสามได้ อนาคตคงไม่ได้แย่นัก ใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงตัวว่าตั้งใจจัดการคุณชายใหญ่เพื่อดันให้คุณชายสามกลายเป็นผู้สืบทอดก็ยังได้

            

ในอดีตที่ผ่านมา คุณชายรองและคุณชายสามก็ไม่ได้เกลียดชังลึกถึงกระดูกกันอยู่แล้ว สุดท้ายนี่ก็คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด หากเทียบกับชะตากรรมของคุณชายสี่ที่จู่ๆก็กล้ามีปัญหากับคุณชายสาม การที่พวกเขาสนับสนุนคุณชายรองยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ได้แย่ที่สุดอยู่ดี

            

ไม่กี่วันต่อมา ปัญหาของคุณชายใหญ่และคุณชายรองก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ จากเรื่องเล็กๆค่อยๆกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากขึ้น สุดท้ายกระทั่งคุณชายรองยังบาดเจ็บหนัก และคุณชายใหญ่ก็เสียขาของตนเองไประหว่างการปะทะกันของสองพี่น้อง ต่อให้พวกเขาอ้างว่ามีโจรป่า สัตว์ร้ายโจมตี หรืออื่นๆ ทั้งหมดนี้ทุกคนก็รู้ดีว่าแท้จริงเป็นเพราะสิ่งใด

            

เอาเถอะ ไม่ว่าจะอย่างไร ตอนนี้ตำแหน่งผู้สืบทอดก็ดูเหมือนจะชัดเจนแล้ว ทุกวันนี้เมื่อคุณชายสามเข้าที่ประชุมในตอนเช้า ผู้คนมากมายก็แสดงความเคารพเขาราวกับเป็นท่านอัศวินคนใหม่ 

            

และเช้าวันนี้ก็เช่นกัน...

            

ขุนนางฝั่งคุณชายสามลอบมองหน้ากันเอง เวลานี้เหมาะสมแล้วที่พวกเขาจะกระตุ้นให้ตัดสินใจเลือกผู้สืบทอดเสียที แม้ว่าท่านอัศวินจะยังไม่ได้จากไปเสียทีเดียว แต่โอกาสรอดของท่านก็เหลือน้อยมากจนแทบจะไม่สามารถฟื้นคืนความแข็งแรงกลับมาได้อีกแล้ว

            

แม้ว่าขุนนางคนอื่นๆจะไม่ได้ประชุมร่วมกับพวกเขา แต่เห็นการเตรียมการครั้งใหญ่นี้ก็เข้าใจทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนทำได้แค่ถอนหายใจและคิดหาทางเข้าหาคุณชายสามที่จะเป็นอัศวินคนใหม่ให้ดีเท่านั้น

            

เมื่อคุณชายสามเดินเข้ามาพร้อมกับพวกขุนนางของตนเอง คุณชายสี่และขุนนางคนอื่นก็รออยู่ก่อนแล้ว คนที่เพิ่งมาใหม่สังเกตเห็นบรรยากาศมืดมนจากคุณชายสี่ก็แค่นหัวเราะ ดูเหมือนเจ้าสี่เองก็น่าจะรู้ชะตากรรมแล้วสินะ น่าเสียดายที่มันสายไปแล้ว...ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าสี่กลายเป็นคนที่ท่านแม่บุญธรรมรักมากที่สุด กระทั่งจะยกตำแหน่งให้มัน เขาก็คงไม่เกลียดมันขนาดนี้ ทรัพยากรมากมายที่เสียไปก็เพราะเจ้าสี่นี่แหละ

            

กับพี่น้องคนอื่นเขายังสามารถปล่อยให้รอดชีวิตไปได้ แต่เจ้าสี่...น่าเสียดายที่แม้แต่ลมหายใจ เขาก็ไม่คิดมอบให้อีกฝ่าย!

 

“วันนี้คุณชายใหญ่กับคุณชายรองไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ดังนั้นการประชุมเช้านี้ก็เริ่มดำเนินการเลยก็แล้วกัน” เสียงของขุนนางอาวุโสคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าองค์ประชุมครบถ้วนแล้ว

 

“ฉันคิดว่าเรื่องแรกที่ควรจะพูดถึงก็คือการแต่งตั้งตำแหน่งผู้สืบทอด ตามกฎที่บัญญัติเอาไว้ หากท่านอัศวินมอบตำแหน่งผู้สืบทอดเองไม่ได้ เช่นนั้นก็ให้ขุนนางมากกว่าครึ่งเป็นผู้ลงความเห็น ตอนนี้ท่านอัศวินยังฟื้นคืนสติ พวกเราที่เป็นขุนนางจำเป็นต้องออกเสียงแทนท่าน ทุกคนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะเริ่มคัดเลือกผู้สืบทอดกัน”

            

ขุนนางคนหนึ่งพูดขึ้นมาราวกับเตรียมคำกล่าวเอาไว้อยู่แล้ว คุณชายสามคลี่ยิ้ม เขามองน้องชายด้วยท่าทางท้าทาย ทำทีราวกับว่า... “เจ้าสี่ จะไม่พูดคัดค้านหน่อยหรือ? หากให้เลือกผู้สืบทอดตอนนี้ เจ้าสี่จะลำบากเอานะ...” แน่นอนว่าคุณชายสี่เองก็ยอมรับการเลือกครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น

 

“ฉันต้องการรอให้ท่านอัศวินเป็นคนตัดสินใจเอง” เขาคัดค้านขึ้นมาแบบนั้น สายตาของขุนนางทั้งหมดก็มองเขาด้วยความดูถูกเช่นกัน

            

คุณชายสี่คนนี้ยังมีความหวังอยู่อีกหรือ? จะเลือกวันนี้หรือเลือกวันไหนก็เหมือนกัน ส่วนท่านอัศวินน่ะ...เห็นได้ชัดว่าเตรียมจัดพิธีส่งดวงวิญญาณได้แล้ว จะยังรอให้ลุกขึ้นมาตัดสินใจอีกได้อย่างไร

 

“คุณชายสี่ พวกเรารอมานานเกินไปแล้วครับ”

 

“ใช่แล้ว แม้ว่าวิธีการนี้จะไม่ค่อยดีนัก แต่มันก็เป็นวิธีที่ถูกบัญญัติเอาไว้ มีหลายรุ่นเช่นกันที่ใช้วิธีการนี้แทนการคัดเลือกของท่านอัศวินโดยตรง ทั้งยังจำได้ว่ารุ่นก่อนยังมีท่านอัศวินที่แข็งแรงดีอยู่ เลือกใช้วิธีการนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น...นี่ไม่ใช่วิธีการที่ผิดอะไร เว้นเสียแต่ว่าคุณชายสี่จะไม่คิดว่าพวกเราขุนนางมีความสามารถในการเลือกผู้สืบทอด...”

 

ขุนนางฝ่ายคุณชายสามพูดขึ้นเช่นนี้ ก็สร้างภาพลักษณ์ของคุณชายที่ไม่เชื่อใจขุนนางให้คุณชายสี่ทันที ทำเอาสีหน้าของขุนนางมากมายแม้กระทั่งคนที่วางตัวเป็นกลางมาตลอดดูไม่ดีนัก

 

“เหอะ! ช่างพูดช่างเจรจาจริงๆ ฉันที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในสนามรบคงจะสู้ไม่ไหว!” คุณชายสี่แค่นหัวเราะ แค่ประโยคเดียวก็ทำให้คนทั้งหมดเกลียดชังเขา ช่างเหมาะสมที่เป็นคนที่พี่สามเลือกมาไว้ข้างกายจริงๆ

            

ตัวเขามีแต่พวกที่ร่างกายแข็งแกร่ง รู้วิธีการวางค่าย จัดการทัพ ไม่ค่อยรู้วิธีการเจรจาเช่นนี้มากนัก แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมแพ้เพียงเท่านี้

 

“ฉันรู้แล้วว่าท่านอัศวินได้รับพิษอะไร ดังนั้น...”

 

“น้องสี่ พอได้แล้ว!” เดิมทีคุณชายสามยังฟังพวกเขาพูดอยู่เงียบๆ แต่พอเห็นว่าคุณชายสี่ยังไม่ยอมรับ เขาก็แสร้งทำเป็นโมโหขึ้นมา

 

“ก่อนหน้านี้ พี่เองก็รู้แล้วว่าท่านอัศวินเผชิญกับสิ่งไหนอยู่ แต่...ถ้าพูดออกไปแล้วก็มีแต่จะทำให้อาณาเขตอื่นๆหัวเราะเยาะเท่านั้น โดยเฉพาะพวกที่มีน้ำอมตะอยู่ในมือ พวกมันยิ่งทำตัวเย่อหยิ่ง รู้ว่าอย่างไรพวกเราก็ต้องไปคุกเข่าร้องขอ”

 

“พี่เคยติดตามท่านแม่มานาน ย่อมรู้ว่าท่านมีนิสัยเช่นไร แทนที่จะคุกเข่า หากท่านแม่พูดได้...ท่านคงจะบอกว่าปล่อยให้ท่านจากไปอย่างมีศักดิ์ศรีคงจะดีกว่า แต่น้อง...”

 

“พี่สามคนนี้ไม่อยากพูด เพราะส่วนหนึ่งเป็นความผิดของฉันด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะฉันสอนน้องไม่ดี ทำให้น้องคิดว่าการคุกเข่าขอร้องอาณาเขตอื่นๆเป็นเรื่องปกติ น้องก็คงไม่กระทำการเช่นนี้หรอก นี่ต้องโทษที่พี่ถ่ายทอดสิ่งที่มารดาบุญธรรมสั่งสอนให้ไม่ครบ เป็นเพราะน้องอยู่ชายแดนมากเกินไปจนไม่รู้เรื่องว่าพวกมันทำเช่นไรกับอาณาเขตของพวกเราบ้าง”

 

“ตอนนี้ก็พอเสียเถอะ อย่าทำลายเกียรติของอาณาเขต ของท่านอัศวินหงส์ขาวของพวกเราอีกเลย...” คุณชายสามตวาดเสียงดัง น้ำเสียงของเขายังเจือไปด้วยความสั่นเครือราวกับอดทนอดกลั้นมานานแล้ว น้ำตาคลอหน่วยเพราะความเจ็บใจเช่นนั้น ยิ่งทำให้ขุนนางมากมายรู้สึกตามไปด้วย

            

ครั้งก่อนที่คุณชายสี่พูดเปรยเป็นนัยว่าคุณชายสามรู้เรื่องที่ท่านอัศวินได้รับพิษอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับเก็บเป็นความลับแล้วไม่ทำอะไรเลย ตอนนั้นพวกเขาก็โกรธอยู่บ้าง...แต่เมื่อคุณชายสามพูดเช่นนี้ ทุกคนก็เข้าใจได้ทันที

            

ปรากฏว่าเป็นเพราะเขากำลังแบกรับเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง หาวิธีทางออกด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้คนของอาณาเขตอื่นๆรู้ แต่กลายเป็นคุณชายสี่ที่อวดดีและโง่เขลา ทันทีที่รู้เรื่องกลับไม่บอกใคร แต่ลงมือกระทำให้ทั้งอาณาเขตต้องอับอาย เปรียบเทียบเช่นนี้แล้ว...ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของคุณชายสามดูดีมากขึ้น ในขณะที่คุณชายสี่ก็แย่ลงไปอีก

 

“เอาล่ะ ทุกคนมีสิทธิออกเสียงได้ แต่พวกเราจะต้องลงความเห็นกัน ใครคิดว่าจะรอให้ท่านอัศวินฟื้นขึ้นมาเพื่อเลือกผู้สืบทอดเองก็มาลงชื่อ ส่วนใครที่คิดจะเลือกโดยวิธีรองก็มาลงชื่อด้วย จะนับเสียงว่าฝั่งไหนมากกว่ากันแล้วก็จะได้ตัดสินใจ”

            

ขุนนางอาวุโสโบกมือ ให้คนเอากระดาษแผ่นใหญ่มาเพื่อลงชื่อกัน คุณชายสี่ไม่ขวางอีก ไม่ใช่เพราะเขาจะยอมให้มีการเลือกผู้สืบทอดโดยวิธีรอง แต่เป็นเพราะเขาอยากเห็นรายชื่อของผู้ที่ต้องการให้ขุนนางลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกผู้สืบทอดต่างหาก คนเหล่านี้...เมื่อเวลาผ่านไป เขาจะต้องลดอำนาจพวกมันให้ได้มากที่สุด

            

คนมากมายเทคะแนนไปฝั่งเลือกวิธีรอง ในขณะที่มีขุนนางประมาณ 1 ใน 3 ส่วน รวมถึงคนของคุณชายสี่ก็ยังตัดสินใจที่จะรอต่อไป

            

แม้ตอนนี้โอกาสที่ท่านอัศวินจะฟื้นขึ้นมาคงไม่มีเเล้ว แต่พวกเขาก็ยังอยากจะรอให้ถึงวันนั้นจริงๆ เมื่อจัดการส่งท่านอัศวินสู่มือของท่านเทพผู้สร้างแล้ว จะเลือกตอนนั้นก็ไม่สาย...

            

อย่างไรก็ตาม ผลสุดท้าย...คะแนนทั้งหมดก็ออกมา คุณชายสามคลี่ยิ้มในขณะที่มองน้องชายของตนเองด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

 

“เจ้าสี่...ผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้แล้ว พี่สามหวังว่าน้องสี่จะไม่ปฏิเสธอีก”

 

“เหอะ! ทหาร...รวบรวมรายชื่อของคนที่จักรักภักดีกับท่านอัศวินไว้ รายชื่อเหล่านี้...ท่านอัศวินพูดไว้แล้วว่าจะต้องมอบรางวัลปลอบใจให้พวกเขาอย่างดี” คุณชายสี่โบกมือ สั่งให้คนไปรับรายชื่อของขุนนางที่ตัดสินใจจะรอต่อไป 

            

คำสั่งของเขาทำให้ขุนนางมากมายขมวดคิ้ว พวกเขาไม่ได้คิดหรอกว่าคุณชายสี่ไปฟังคำของท่านอัศวินมาจริงๆ ที่คิดก็คือ...คุณชายสี่กำลังต่อต้านการลงคะแนนเสียงของพวกเขา 

            

การกระทำที่โอหังและเอาแต่ใจนี้ ทำให้ขุนนางมากมายเริ่มโกรธขึ้นจริงๆแล้ว คุณชายสามเองก็เห็นเช่นนั้นเหมือนกัน เขาขมวดคิ้วก่อนจะโบกมือให้คนของตนเองบ้าง

 

“เจ้าสี่! อย่าคิดมาใช้อารมณ์ที่นี่ การเลือกผู้สืบทอดยังไม่เริ่มขึ้นเลย ถ้ามั่นใจขนาดนั้นทำไมไม่รอผลลัพธ์จากการเลือกก่อนล่ะ ถ้าคิดจะใช้กำลังทหารล่ะก็...พี่สามคนนี้ก็ต้องลงมือด้วยแล้ว” เขาพูดเช่นนั้น แต่กลับทำให้คุณชายสี่แค่นหัวเราะออกมาแทน

            

ชายหนุ่มก้าวออกมาข้างหน้าก่อนจะดึงดาบออกมาจากฝักแล้วชี้ไปที่คุณชายสาม ทหารมากมายของคุณชายสามกรูกันเข้ามาขวางหน้าไว้ ไม่ยอมให้คุณชายสี่คุกคามเจ้านายของตนเองได้

 

“ก่อนอื่นเลย ฉันคิดว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเลือกผู้สืบทอดหรอกนะ”

 

“หมายความว่ายังไง” คุณชายสามขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณชายสี่กำลังพูด

 

“เพราะเวลานี้ เป็นเวลาที่ฉัน...ในฐานะผู้สืบสวนสถานการณ์ของท่านอัศวิน ได้รู้แล้วว่าใครเป็นคนลงมือ และฉันก็ต้องการจะจับคนนั้นเพื่อลงโทษประหารชีวิตอย่างไรล่ะ!!”

            

คิ้วของคุณชายสามกระตุกเล็กน้อย เขาลอบบีบมือตนเองด้วยความประหม่า แต่นั่นก็แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น การกระทำของเขาไม่มีใครสังเกตเห็น คนยังใจเย็นแล้วพูดต่อ

 

“เรื่องนี้จริงหรือ? นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับพวกเราที่จะจัดการคนสารเลวนั่นได้ น้องสี่...บอกมาว่าใครกันที่เป็นคนลงมือกับท่านอัศวินของพวกเรา”

 

“เหอะ! เวลานี้ก็ยังจะมาแสร้งเป็นคนดี เป็นลูกที่กตัญญูอีกหรือ? พี่สาม! พอเสียที!!” คุณชายสี่แค่นหัวเราะก่อนจะตวาดลั่น น้ำเสียงของเขาตอนนี้มีเพียงความโกรธและเกลียดชังในอก 

            

ท่าทางของเขาชัดเจนมากว่ากำลังสงสัยว่าใครเป็นคนลงมือ ขุนนางหลายคนขยับออกห่างจากคุณชายสามและคุณชายสี่ แต่ก็มีไม่น้อยที่คิดว่าคุณชายสี่นั้นกำลังใส่ร้ายคุณชายสาม เพียงเพื่อให้ตัวเองได้กลายเป็นอัศวินคนต่อไป

 

“คุณชายสี่ คุณชายกำลังหมายความว่าคุณชายสามคือคนลงมือหรือ?” ขุนนางที่วางตัวเป็นกลาง และภักดีต่อท่านอัศวินที่สุดเอ่ยถามขึ้น

 

“ใช่”

 

“คุณชายสี่มีหลักฐานชัดเจนหรือ?” เขาถามอีกครั้ง

 

“ใช่”

 

“น้องสี่ นี่เจ้าอยากจะเป็นผู้สืบทอดขนาดใส่ความพี่ชายคนนี้เลยหรือ? ต้องการให้พี่ตายให้ได้เลยใช่ไหม! แบบนี้ไม่ยุติธรรมกับท่านแม่เลยนะ ต่อให้พี่ตาย แต่คนลงมือก็ยังอยู่ ทำไมน้องถึงคิดได้เช่นนี้ ไหนว่ารักและเคารพท่านแม่มาก แล้วทำไม...”

 

“พี่สาม...ยุติธรรมหรือไม่ ท่านก็ลองดู!” คุณชายสี่ว่าอย่างนั้นก่อนจะโบกมือให้คนนำข้อมูลทั้งหมดออกมา

            

เอกสารเล่มแล้วเล่มเล่าที่คุ้นตาทำให้คุณชายสามขมวดคิ้วมุ่น สิ่งนี้...มันเหมือนกับบัญชีขององค์กรนักฆ่าเลยไม่ใช่หรือ? หรือว่า...เจ้าสี่จะรู้แล้วว่าตัวเขาก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังของพวกนักฆ่า!

            

ไม่ต้องคาดเดาไปเอง คุณชายสี่แค่นหัวเราะก่อนจะชี้ไปที่กองเอกสารเหล่านั้นแล้วประกาศ

 

“พี่สาม ทำไมไม่ลองบอกหน่อยล่ะว่ารายได้ขององค์กรนักฆ่าพวกนี้...ทำไมจึงมอบให้ท่านถึง 70 ส่วน ผู้บริสุทธิ์มากมายตกตายไป แต่กลับมีผู้ได้รับเงินจากความตายของคนอื่นมากขนาดนี้”

 

“ขุนนางที่นี่เกินครึ่งต้องเผชิญกับความสูญเสีย ไม่ว่าจะบุตรชาย บุตรสาว หรือพี่น้อง ทั้งหมดก็เพราะนักฆ่าพวกนี้ องค์กรนักฆ่าเป็นองค์กรที่ทางการพยายามตามจับให้ได้มานานแล้ว แต่กลับตรวจสอบไม่พบ ก็เพราะว่าแท้จริงแล้ว...คนของทางการ ไม่สิ! คนของพี่สามที่แฝงตัวอยู่เป็นผู้ช่วยในการปกปิดนี่เอง!!”

 

“แล้วท่านแม่...เป็นนักฆ่าพวกนั้นที่ลงมือ เส้นด้ายแก้วที่ไม่ยอมให้ตรวจสอบเวลานั้นก็เพราะว่าองค์กรนักฆ่าซื้อมันเป็นจำนวนมาก แล้วก็ที่สำคัญที่สุด...ไม่นานมานี้ ท่านจ่ายทรัพยากรมากมายให้ใครเพื่อปิดปากหรือ? รู้หรือไม่ว่านั่นก็คือคนของฉันเช่นกันน่ะ!!”

 

………………………………….