LNCrawler

บทที่ 396 ยารักษา (อ่านฟรี 6 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 396 ยารักษา (อ่านฟรี 6 เม.ย. 69)

บทที่ 396 ยารักษา

 

คุณชายสี่พูดข้อมูลออกมามากมาย ทั้งกองเอกสารจำนวนมากตรงหน้า กลับทำให้ขุนนางทั้งหมดอึ้งงันไป หลายคนอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก็เหมือนที่คุณชายสี่พูด...ขุนนางเหล่านี้ไม่มีใครไม่หวาดกลัวพวกนักฆ่าที่ตามจับไม่ได้ พวกเขามีเพียงช่องทางติดต่อพวกมันเท่านั้น หากใครอยากจะจ้างฆ่าใครก็ทำได้ ซึ่งในครอบครัวของพวกเขา...มีคนตายเพราะนักฆ่าไปมากเท่าไรแล้ว!

 

“กะ แก!!” ทางคุณชายสามเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องพูดจาโกหกอย่างไรอีก 

            

เจ้าสี่บอกว่าคนที่เอาข้อมูลมาข่มขู่ตนเองวันนั้นก็คือพวกมันหรอกหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ที่ผ่านมาก็รู้มาตลอด แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้งั้นหรือ? กำลังรอโอกาสนี้อยู่ใช่ไหม?

            

ตอนนี้ เขาจัดการกับพี่ใหญ่และพี่รองเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่จะมีผู้สืบทอดเสียที เจ้าสี่ที่ซ่อนตัวอยู่ก็กระโจนออกมาเพื่อทำลายเขาเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ตำแหน่งจะกลายเป็นของใครได้อีก

            

ไหนว่าเจ้าสี่เป็นพวกที่บ้าการต่อสู้ เป็นคนโง่เขลาที่ไม่รู้จักใช้เล่ห์เหลี่ยม แล้วนี่คืออะไร? นี่ไม่ใช่ว่ามีเล่ห์เหลี่ยมเกินกว่าเขาไปมากโขแล้วหรือ? 

 

“ต้องขอบคุณพี่สามที่ส่งนักฆ่าจำนวนมากมาครั้งก่อน ตั้งใจจะใช้ชื่อของคุณหนูสกุลหลาง หลอกให้เธอลงมือ แต่ไม่ใช่แค่ลงมือกับสวี่เหมยเท่านั้น กลับต้องการลงมือกับฉันด้วยจนทำให้มีข้อสงสัย คนเหล่านั้นก็ดีเหมือนกัน...เพราะพวกมันยอมเปิดเผยข้อมูลให้ทั้งหมดก่อนตาย นับว่าช่วยเหลือฉันได้มากจริงๆ”

            

คุณชายสี่เย้ยหยัน กระทั่งพูดถึงขุนนางสกุลหลางด้วย ทำเอาคนที่ถูกกล่าวถึงขมวดคิ้ว เดิมทีเขารู้ว่าลูกสาวส่งคนไปจัดการผู้หญิงของคุณชายสี่จนเกิดเป็นปัญหา แต่ไม่ได้รู้ว่าลับหลังการลงมือของลูกสาว แท้จริงแล้วเป็นคุณชายสาม ที่ยังใช้โอกาสนั้นเพื่อฆ่าคุณชายสี่ไปด้วย

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่ยอมเจรจาอีก ทั้งยังประกาศตัดความสัมพันธ์เช่นนี้...

            

แม้ว่าขุนนางหลางจะไม่ชอบให้ใครมารังแกลูกสาวตนเอง เพราะแบบนั้นจึงได้ประกาศว่าจะเป็นศัตรูกับคุณชายสี่ไปตลอด ทว่า...ที่เขาไม่ชอบมากที่สุดกลับเป็นการที่ใครบางคนหลอกใช้ลูกสาวของเขาเป็นเครื่องมือ ปล่อยให้เธอเป็นโล่ ออกหน้ารับชื่อเสีย ในขณะที่ตัวเองรับเอาผลประโยชน์ แอบทำอะไรลับหลัง!

            

เขามองคุณชายสามด้วยความเกลียดชัง หากบอกว่าคุณชายสี่กับตระกูลหลางจะเป็นศัตรูกันไปตลอด เช่นนั้นตระกูลหลางกับคุณชายสามก็ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้อีกแล้ว!

 

“คุณชายสี่ หลักฐานนี้...ทำไมถึงเพิ่งเอาออกมา หากคุณชายรู้อยู่แล้วว่าคุณชายสามเป็นคนลงมือ จำเป็นต้องรอเวลานี้ด้วยหรือ?” ขุนนางคนหนึ่งกล่าวตำหนิขึ้นมา เขาเป็นคนที่เพิ่งเปลี่ยนมาสนับสนุนคุณชายสาม รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกหลอกลวง

            

อีกอย่าง หากเทียบระหว่างคุณชายสี่และคุณชายสามแล้ว มองจากภายนอกก็ต้องสนับสนุนคุณชายสามไม่ใช่หรือ? เรื่องนี้จะมาโทษว่าเขาผิดได้อย่างไร ก็คุณชายสามทำงานข้างกายท่านอัศวินมาตลอด ทั้งเขายังเคยได้ยินว่าท่านอัศวินตั้งใจจะสนับสนุนคุณชายสามให้เป็นผู้สืบทอดต่อไป ไม่มีเหตุผลที่น่าเชื่อใดๆเลยว่าคุณชายสามจะลงมือ

            

เขาจะลงมือทำไม ในเมื่อตัวเองก็จะได้เป็นผู้สืบทอดอยู่แล้ว ถ้ามองว่าผู้ลงมือเป็นคนของคุณชายท่านอื่นยังเหมาะกว่าเลย ดังนั้นในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ เขาย่อมต้องเลือกคนที่จะไม่ทำร้ายท่านอัศวินมากที่สุดไม่ใช่หรือ? แล้วเขาผิดตรงไหน? เพียงเพราะคิดเพื่อท่านอัศวินจึงได้ลงชื่อของตนเองไปฝั่งตรงข้าม ตอนนี้กลับจะกลายเป็นคนเลวที่ทรยศท่านอัศวินไปด้วย?

 

“ฉันคิดว่าหลักฐานนี้อาจจะมีปัญหาก็ได้”

 

“ใช่ๆ ถูกต้องแล้ว ต้องตรวจสอบ นี่จะต้องเป็นการใส่ร้าย! จะต้องตรวจสอบเสียใหม่!”

 

“คุณชายสามไม่มีทางลงมือได้ คุณชายสี่ก็แค่อยากจะหลอกลวงพวกเขาด้วยหลักฐานนี้ ต้องใช่แน่ๆ ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน!” ขุนนางฝ่ายคุณชายสามดาหน้าออกมา พวกเขารู้ว่าถ้าคุณชายสามกลายเป็นคนผิด เช่นนั้นฝั่งตนเองก็เดือดร้อนแล้ว

 

“ได้เลย ฉันมีเวลาให้ทุกคนตรวจสอบอีกมาก อยากตรวจสอบนักก็เชิญเลย แต่ว่า...ขอบอกเอาไว้ก่อน ฉันจะไม่ปล่อยให้คนที่มีส่วนร่วมทั้งหมดรอดไปแม้เพียงคนเดียว!” คุณชายสี่ประกาศกร้าว คำพูดนี้ของเขาทำให้ขุนนางจำนวนมากมองหน้ากันเอง

            

ก่อนหน้านี้ พวกเขาได้ลอบพบกับคุณชายสาม ในวันที่จะลงชื่อเลือกผู้สืบทอด พวกเขาตัดสินใจจะลงคะแนนให้คุณชายสาม แต่ก็แลกกับทรัพยากรและผลประโยชน์บางอย่างที่คุณชายสามสัญญาว่าจะมอบให้หลังขึ้นตำแหน่งอัศวินคนต่อไป เรื่องนี้...จะถูกตรวจสอบด้วยหรือไม่? หากตรวจสอบพบจริงๆ คุณชายสี่จะเอามาลงโทษพวกเขาด้วยหรือ? หากเป็นอย่างนั้นจริง...นี่ก็ไม่ถูกต้องแล้ว

 

“หลักฐานพวกนี้ก็ยังต้องตรวจสอบ แต่ตำแหน่งอัศวินคนต่อไปก็ต้องรีบแต่งตั้งแล้ว”

 

เอาเถอะ ต่อให้คุณชายสามจะเป็นคนลงมือหรือไม่ ขอแค่ไม่ใช่คุณชายสี่! ขอแค่มีอำนาจก็ไม่เป็นอะไร พวกเขาแค่เสียใจที่ท่านอัศวินจากไปอย่างไม่ยุติธรรม ทว่า...เสียใจก็เรื่องหนึ่ง แต่จะเสียผลประโยชน์ไม่ได้เด็ดขาด

            

ได้ยินขุนนางคนหนึ่งพูด ขุนนางสองสามคนก็ลังเล สุดท้ายพวกเขาก็ร่วมวงด้วย ในบรรดาขุนนางเหล่านี้ ยังถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าขุนนางที่ไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับฆาตกรมาก ก็เหมือนกับขุนนางหลายคนที่คิดว่าคุณชายสามบริสุทธิ์ที่สุด พอเห็นว่าเวลานี้เขากลายเป็นผู้ลงมือ ทั้งยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังองค์กรนักฆ่าก็ไม่คิดสนับสนุนแล้ว

            

เห็นท่าทางของขุนนางเหล่านี้ คุณชายสี่ก็ลอบให้คนจดรายชื่อพวกเขาเอาไว้ พวกที่จิตใจบิดเบี้ยวสนแค่ผลประโยชน์ก็ต้องจัดรวมกันไว้เป็นกลุ่มหนึ่ง เท่ากับตอนนี้มีกลุ่มขุนนางที่จงรักภักดีอย่างมากหนึ่งกลุ่ม แล้วก็ขุนนางที่วางตัวเป็นกลางแต่เข้าใจผิดอีกกลุ่ม และขุนนางอีกกลุ่มที่สนใจผลประโยชน์ หากแต่ไม่เข้าข้างคนผิดอีกกลุ่ม...ที่เหลือก็คือขุนนางสารเลวที่สนใจแค่ประโยชน์ตัวเองเท่านั้น ต่อให้ใครจะลงมือสังหารท่านอัศวินก็ไม่เป็นไร แค่ตัวเองได้รับประโยชน์ตามที่ตกลงไว้ก็พอ

            

ขุนนางพวกนี้จำเป็นต้องจัดกลุ่มให้ชัด เพราะภายหลังจะต้องดูแลต่างกันออกไป!

 

“การลงคะแนนเสียงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แม้คุณชายสี่จะโยนข้อหาให้คุณชายสาม แต่ก็ต้องมีการสอบสวนต่อไป อย่างนั้น...”

 

“อย่างนั้นอะไรหรือ? ฉันก็บอกแล้วไงว่าจะต้องให้ท่านอัศวินเป็นผู้เลือกผู้สืบทอดเอง!” คุณชายสี่แค่นเสียงพูดอย่างหงุดหงิด คนพวกนี้ยังจะกล้าเดินไปต่ออีกหรือ? พวกมันคงไม่เห็นโลงศพจนไม่รู้ว่าต้องหลั่งน้ำตาอย่างไรใช่ไหม?

 

“น้องสี่ พอได้แล้ว ถึงแม้ว่าน้องสี่จะใส่ร้ายพี่สามคนนี้เพื่อยืดเวลาต่อไป แต่น้องสี่ก็รู้ว่าอาณาเขตของเราขาดอัศวินดูแลเขตมานานแล้ว วันนี้สมควรต้องแต่งตั้งให้เสร็จเสียที นอกจากนี้...ท่านอัศวินก็ไม่มีทางที่จะฟื้นขึ้นมาแล้ว น้องสี่ทำไมไม่ยอมรับวิธีเลือกผู้สืบทอดนี้เสียที สุดท้ายแล้วสิ่งที่น้องสี่ทำไปมากมายอาจจะสำเร็จก็ได้นะ”

            

คุณชายสามมีช่องให้ก้าวออกมาพูด เขาย่อมต้องพูดมันออกมา ไม่ว่าอย่างไร...ขอเพียงเขากลายเป็นอัศวินคนต่อไป เวลานั้นก็ไม่มีปัญหาอีก จะให้จัดการผลลัพธ์ของการสอบสวนหรือ? นั่นง่ายดายเหมือนกับโยนสิ่งของลงบ่อน้ำนั่นแหละ

            

ในตอนที่คุณชายสามมีความมั่นใจ เขากระทั่งจ้องตาขุนนางจำนวนมากที่มาติดต่อแบ่งผลประโยชน์กับตนเองไว้แล้ว ไม่ใช่แค่สื่อให้พวกเขาทำตามข้อตกลงเท่านั้น แต่นี่เป็นคำขู่!

            

หากพวกที่มาติดต่อไว้ก่อนหน้านี้กล้าหักหลัง เช่นนั้นก็จงรับผลของการกระทำครั้งนี้ได้เลย เขาก็ไม่คิดจะตายไปเพียงลำพังอยู่แล้ว คนที่ต้องลงนรกไปด้วยกันนั้นมีเยอะแยะ แน่นอนว่าสามารถขึ้นสวรรค์ได้ คนอื่นๆก็จะถูกเขาพาขึ้นไปเป็นคนรับใช้สุขสบายในแดนสวรรค์เช่นกัน

            

ทุกคนเข้าใจความหมายนี้ดี ดังนั้นจึงค่อยๆเริ่มออกมาสนับสนุนด้วย เมื่อขุนนางประมาณ 1 ในสามซึ่งรวมคนของคุณชายสามเริ่มส่งเสียงสนับสนุน ตอนนั้นเอง...เสียง “กึก กึก กึก” ที่คุ้นเคยแต่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น

 

“ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าขุนนางของตนเองจะใจร้อนกันขนาดนี้ ถึงกับต้องการเปลี่ยนอัศวินคนใหม่ ทั้งๆที่ฉันยังหายใจอยู่เลยหรือ?” น้ำเสียงที่ดูอ่อนเพลีย แต่กลับยังทรงพลังเหมือนเช่นเคยดังขึ้น ทำเอาคนจำนวนมากขนลุกชัน

            

ร่างสูงระหงที่ยังงามสง่าก้าวออกมา ข้างกายมีคุณสวี่คนสนิทประคองแขนให้ท่านด้วย สายตาของคนอายุมากกว่า 70 ปีกวาดมองไปรอบๆ ยังคงเปี่ยมไปด้วยอำนาจและแรงกดดันที่มากโขเหมือนดังที่ผ่านมา

 

“ทะ ท่านอัศวิน!” ขุนนางเหล่านั้นที่ได้เห็นสตรีผู้นี้ต่างก็อ้าปากค้าง ไม่ใช่แค่ขุนนางฝ่ายคุณชายสามเท่านั้นที่ตกใจ แต่ขุนนางทั้งหมดต่างก็ตกใจกันทั้งนั้น

            

อำนาจบารมีของท่านอัศวินหงส์ขาวไม่น้อยเลย ทันทีที่เธอผ่านเข้ามา ขุนนางทั้งหมดก็รีบลงไปคุกเข่าอย่างอัตโนมัติ มีเพียงคุณชายสามและคุณชายสี่เท่านั้นที่ยังยืนอยู่ได้ต่อหน้าของท่าน

 

“ท่านอัศวิน เหตุใดจึงมาที่นี่...ทำไมท่านไม่พักผ่อนให้ดีเสียก่อน สวี่เหมย พาท่านอัศวินกลับไปพักผ่อนเถอะ ท่านเพิ่งได้รับน้ำอมตะไม่นาน อย่าทำให้ท่านต้องลำบากเลย” คุณชายสี่ร้อนรนมาก เขาไม่ได้แสดงอยู่ เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นห่วงท่านอัศวินจริงๆ

 

“ฉันอยากมาเอง นอกจากนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว ตั้งแต่ได้รับน้ำอมตะก็กินเวลาหลายวันแล้ว มีแรงมากพอที่จะมาดูสีหน้าขุนนางและลูกชายของฉันอยู่บ้าง”

            

เธอกล่าวเช่นนั้นพร้อมกับปล่อยพลังกดดันออกไป ทำให้ขุนนางที่พยายามจะผลักดันคุณชายสามซึ่งเป็นผู้ลงมือกับตนเองต้องตัวสั่นเทา แน่นอนว่าคุณชายสามได้รับแรงกดดันมากที่สุดแล้ว ต่อให้เขาแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่อาจทนอัศวินที่ได้รับพรจากท่านเทพได้หรอก

            

ปัง!!

            

คนคุกเข่าลงไปทั้งอย่างนั้น เหมือนกับว่าหัวเข่าของเขาจะแตกร้าวด้วยการบังคับครั้งนี้ สีหน้าของคุณชายสามเปลี่ยนเป็นเหยเก เขากำลังหวาดกลัวและเจ็บปวด

 

“ทะ ท่านอัศวิน...” เขาได้แต่พึมพำออกมา ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังพูดอะไรได้อีกหรือไม่ 

            

ไหนแพทย์คนนั้นบอกว่าท่านอัศวินไม่มีทางหาน้ำอมตะได้อย่างไรล่ะ! ไหนบอกว่าท่านอัศวินจะฟื้นขึ้นมาไม่ได้อีก! แล้วนี่อะไร! นี่เป็นผีหรือว่าคนกันแน่! 

            

นี่มันผิดพลาดไปหมดแล้ว ผิดพลาดทั้งหมดเลย!

            

คุณชายสามไม่เข้าใจว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่คุณชายสี่จะไม่เข้าใจหรือ? เขาเหลือบมองหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังของท่านอัศวินที่ได้รับอนุญาตให้เดินตามเข้ามาเงียบๆ ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวคนนี้กลับมีของวิเศษถึงเพียงนั้น ไม่สิ! ต้องบอกว่า ใครจะไปคิดว่าเขตมลพิษนั้น แท้จริงแล้วพัฒนาเรื่องการแพทย์ไปไกลกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขามาก!

            

เดิมทีก็สนใจเรื่องยาสมานแผลที่ให้สวี่เหมยเมื่อครั้งก่อนอยู่แล้ว แต่พอคนสกุลจางเข้ามาเสนอเงื่อนไขแลกเปลี่ยนโดยแลกกับยาขจัดพิษ ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับน้ำอมตะ ที่แม้จะไม่ดีเท่าน้ำอมตะ กระนั้นก็ยังช่วยให้ท่านอัศวินฟื้นขึ้นมาได้

            

เขารู้สึกผิดอยู่บ้างที่ต้องยอมแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ กลายเป็นว่าต้องมอบเมืองหนึ่งให้สกุลจางไปดูแล ซึ่งหมายความว่าหนึ่งในคนของพวกเขาจะกลายเป็นขุนนางปกป้องเขตนั้น แม้ว่าเขตที่พวกเขาเลือกจะไม่ใช่เขตใหญ่โตหรือเป็นเขตพิเศษใดๆ ทั้งยังดูจะเล็กกว่าที่อื่น แต่นี่ก็เป็นเขตในการดูแลของท่านอัศวินหงส์ขาว 

            

ดีที่เมื่อท่านอัศวินรู้เรื่องแล้วไม่ตำหนิเขา ยังชมว่าเขาตัดสินใจได้ดี เพราะการเก็บเอาคนที่มีประโยชน์เหล่านี้ไว้ในดินแดนของตนเอง แลกเปลี่ยนเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งไม่นับว่าเป็นอะไรได้ ต่อไปภายภาคหน้าก็ยังใช้ทรัพยากรที่พวกเขามีเพื่อสร้างข้อได้เปรียบกับดินแดนอื่นๆด้วย

            

แม้ว่าคุณชายสี่จะไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น หากแต่การได้รับคำชมก็ไม่ได้แย่ ดูเหมือนการตัดสินใจของเขาในการรับคนของเขตมลพิษเป็นพันธมิตรก็คือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

 

“มาสิ ตอนนี้ใครยังคิดว่าควรจะลงคะแนนเพื่อเลือกผู้สืบทอดต่ออยู่อีกไหม” ท่านอัศวินมองไปรอบๆ ใครยังจะกล้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ไม่ใช่ว่าท่านอัศวินก็ฟื้นขึ้นมาแล้วหรือ? ตามกฎบัญญัติแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องให้ท่านอัศวินเป็นผู้ตัดสินใจสิ

 

“สรุปว่าไม่มีใครอยากจะใช้วิธีการนี้ใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันไปได้แล้ว” 

            

เมื่อไม่มีใครกล้าพูด การประชุมในวันนั้นก็จบลง ท่านอัศวินไม่ได้ตำหนิคุณชายสามต่อหน้าขุนนางมากมาย หากแต่เขาก็รู้ดีว่าตัวเองจะต้องตามอีกฝ่ายไป

            

อย่างไรก็หนีไม่พ้น!

            

ข่าวเรื่องที่ท่านอัศวินได้ฟื้นคืนสติกลับมาแล้วถูกแพร่งพรายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในอาณาเขตหงส์ขาวเท่านั้น แม้แต่อาณาเขตอื่นๆก็มีเส้นสายของตนเอง พวกเขาย่อมรู้เรื่องใหญ่นี้ภายในวันเดียวกัน

            

เรื่องที่อัศวินคนอื่นๆประหลาดใจที่ท่านอัศวินหงส์ขาวได้รับพิษสั่งตายแล้วรอดชีวิตมาได้โดยไม่ต้องใช้น้ำอมตะจากเขตที่พวกเขารู้ว่ามีอยู่นั้นเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ต้องตามสืบต่อไป แต่...ขณะนี้ เรื่องที่คุณชายสามของอาณาเขตถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือ และอยู่เบื้องหลังองค์กรนักฆ่าในอาณาเขตหงส์ขาวนั้นกลายเป็นที่น่าสนใจมากกว่า

            

ก็เหมือนกับขุนนางในอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเองที่มีการทำข้อตกลงร่วมมือกันไว้แล้ว เขตอื่นๆก็รู้สึกว่าการสนับสนุนคุณชายสามดีกว่าคุณชายสี่ เนื่องจากอีกฝ่ายสุดโต่งเกินไป ดังนั้นจึงมีการทำข้อตกลงกันไม่น้อย เพียงแต่เวลานี้...คุณชายสามกลับเป็นฆาตรกร เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าตัวเองลงพนันผิดฝั่งงั้นหรือ?

            

โอกาสของคุณชายสามหลังจากนี้คงไม่มีอีก เว้นเสียแต่ว่าเขาจะทำการก่อกบฏได้ แต่...ท่านอัศวินฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ใช่หรือ? คนที่ขึ้นเป็นอัศวินจะได้รับพรบางประการจากเทพผู้สร้าง ทำให้มีความแข็งแกร่งก้าวกระโดดไปมาก ดังนั้น...คนธรรมดาไม่มีทางลงมือกับอัศวินได้ นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้คำพูดของท่านอัศวินเด็ดขาดที่สุด

            

ฉะนั้น...พวกเขาคงต้องหาทางออกอื่นแล้ว ต่อให้เป็นคุณชายสี่ คนผู้นี้ก็คงไม่มีทางเมินเฉยอาณาเขตอื่นๆได้หรอกใช่ไหม? คงมีแต่ต้องลืมความแค้นที่คุณชายสี่พาทหารของตนเองไปกวาดต้อนเขตต่างๆมากมายจนเสียหายไปไม่น้อย หลังจากนี้ก็แบกหน้ามาพบคนเพื่อเจรจาความร่วมมือก็แล้วกัน!!

 

…………………………………….