LNCrawler

บทที่ 397 วิธีสั่งสอนของท่านอัศวิน (อ่านฟรี 7 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 397 วิธีสั่งสอนของท่านอัศวิน (อ่านฟรี 7 เม.ย. 69)

บทที่ 397 วิธีสั่งสอนของท่านอัศวิน

 

ทางด้านท่านอัศวิน ท่านกำลังถูกพากลับไปพักผ่อนโดยสวี่เหมย ซึ่งติดตามด้วยคุณชายทั้งสองคน เเละยังมีอันซูหยวนที่ได้รับเชิญมาเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้ยังมีขุนนางอีกส่วนหนึ่งที่ติดตามมาอารักขาท่านอัศวินของตนเองด้วย พวกเขาเเค่กลัวว่าระหว่างการกลับไปพักผ่อนจะเกิดปัญหาขึ้น หรือไม่...ก็อาจจะกลัวว่ามันไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเลย...

            

ไม่ว่าใครจะคิดเช่นไร สุดท้ายท่านอัศวินก็เรียกให้คุณชายสามอยู่กับเธอ ในขณะที่สั่งให้คนอื่นๆจากไป ไม่เว้นเเม้เเต่คุณชายสี่ที่ยังเป็นกังวลอยู่เสมอ เหลือเเค่ผู้ดูเเลที่รออยู่ในห้องก่อนเเล้ว ทำเอาบรรยากาศเต็มไปด้วยความมืดมนเเละอึมครึมไม่น้อย

 

"ท่านเเม่..." คุณชายสามเม้มริมฝีปากของตนเอง เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้ท่านอัศวินกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมจึงให้เขาอยู่ที่นี่กับตัวเอง ไม่ใช่ว่ารู้อยู่เเล้วหรือว่าเขาไม่ใช่คนดี กระทั่งเป็นคนให้นักฆ่ามาลงมือกับท่านด้วย เเล้วทำไม...

 

"เอาร่างคำสั่งให้เจ้าสามดูสิ"

 

ท่านอัศวินไม่ได้ปล่อยให้คุณชายสามอึดอัดนานนัก เธอเผยรอยยิ้มที่เเสดงความเหน็ดเหนื่อยออกมาอย่างไม่ปิดบัง คุณชายสามไม่เข้าใจว่าคำสั่งเเต่งตั้งคืออะไร เเต่ผู้ดูเเลก็ขยับเข้ามา ยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้เขาอ่าน

 

 กินเวลานานเกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากที่คุณชายสามได้รับเอกสารฉบับนั้นไป เป็นเอกสารที่เรียบง่ายเเละมีข้อมูลไม่มากนัก หากเเต่...ความหมายของเอกสารนี้ เป็นการพลิกโลกของเขาจนทำให้ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ไม่สิ! ต้องบอกว่า ทำให้เขาไม่สามารถคิดอะไรออกอีกต่อไป

 

"ทะ ท่านเเม่ สิ่งนี้ สิ่งนี้ก็คือ...." กว่าเขาจะหาเสียงของตนเองพบ คุณชายสามเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่เเดงก่ำราวกับมีหยดเลือดอยู่ข้างใน มือของเขาเองก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ 

 

"ใช่ คำสั่งเเต่งตั้งเจ้าเป็นผู้สืบทอดคนต่อไป" ท่านอัศวินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

 

"น่าเสียดายที่เจ้าใจร้อนเกินไป เเต่ก็น่ายินดีที่ฉันไม่ได้ลงนามให้กับคนโหดเหี้ยมที่หวังเพียงผลประโยชน์เช่นเจ้า ไม่รู้ว่าสิ่งนี้ควรเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ" 

 

ท่านอัศวินเเค่นเสียงหัวเราะออกมา ก่อนหน้านี้คุณชายสามเเสดงได้ดีเกินไป จนทำให้เธอหลงคิดว่าเขาเป็นคนดี เป็นคนที่จะทำเพื่ออาณาเขตได้ 

 

เเน่นอนว่าในความคิดของเธอ คุณชายสี่ไม่ใช่คนเลวร้าย เเต่ถ้าเทียบกับพรสวรรค์ในการบริหารบ้านเมือง คุณชายสามนั้นเหมาะสมกว่า อีกอย่าง...เจ้าสี่ของเธอไม่ต้องการเเย่งตำแหน่งอัศวิน นี่เป็นสิ่งที่เขาเเสดงออกชัดเจนมาตลอด ดังนั้น...เธอจะไม่บังคับให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ

 

 เเต่ตอนนั้นกับตอนนี้ไม่เหมือนกันเเล้ว อย่างที่พูดออกไป ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้ายกันเเน่ เเต่มันทำให้เธอรู้ว่าเจ้าสามเเท้จริงแล้วนิสัยเป็นเช่นไร ในขณะที่ผลักดันเจ้าสี่ให้มีความทะเยอทะยานมากขึ้น 

 

 เขากระทั่งพูดออกมาว่าต้องการตำแหน่งอัศวินนี้ ดังนั้น...เธอก็จะมอบให้เขาเป็นรางวัล

 

"ท่านเเม่ ท่านเเม่! ท่านเเม่!!! เรื่องนี้...ท่านจะโทษข้าก็ไม่ได้ นี่ นี่ก็เเค่เอกสารหลอกลวงเท่านั้น ท่านไม่ได้คิดจะให้ตำแหน่งกับฉันจริงๆ วันนั้นฉันได้ยินเเล้ว ท่านต้องการมอบตำแหน่งนั้นให้เจ้าสี่!"

 

คุณชายสามเหมือนกับคนอกหักอย่างเเรง เขาตวาดลั่นออกมา เเต่นัยตากลับมาหยดน้ำคลอหน่วย

 

ถ้าเขารู้ว่าท่านอัศวินจะเเต่งตั้งเขาเป็นผู้สืบทอด เขาจะต้องลงทุนลงเเรงขนาดนี้ไปทำไม เขาจะต้องตัดใจเพื่อลงมือกับผู้มีพระคุณของตนเองหรือ? นี่เป็นเพราะความลำเอียงของท่านอัศวินทั้งนั้น เเล้วตอนนี้...ท่านก็ยังจะมาโกหกให้เขารู้สึกผิดอีก ท่านคิดว่าเขาโง่งมหรือ?

            

คุณชายสามไม่มีทางเชื่อเรื่องนี้ เพราะถ้าเขาเชื่อ นี่หมายความว่าทั้งหมดที่เขาทำไป เป็นเเค่ผลงานที่ล้มเหลว ไม่สิ! ตอนนี้มันก็ล้มเหลวอยู่เเล้ว เเค่กลายเป็นผลงานจากความผิดพลาด ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องเสียหายก็ดันทำให้เสียหาย

 

 มันเหมือนกับว่า...ท้ายที่สุดเเล้ว เขาเป็นคนที่ทำทุกอย่างพังด้วยตัวเอง...

 

"หากเจ้าต้องการจะเชื่อเช่นนั้น ก็คงจะทำอะไรไม่ได้" ท่านอัศวินไม่เสียเวลาโต้เถียงกับเขา เธอเเค่อยากบอกให้บุตรชายคนนี้รู้ว่าความจริงเเล้ว ต่อให้เขาไม่ลงมือทำอะไร เขาก็จะกลายเป็นผู้สืบทอดอยู่ดี ทว่าผลกรรมของเขาครั้งนี้ทำให้เขาประสบความล้มเหลว สิ่งนี้คือสิ่งที่เขาจะต้องรับผิดชอบต่อไป

            

คุณชายสามไม่อยากเชื่อ เเต่ลึกๆเเล้วเขาก็รู้ดีกว่าใครว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร ท่านอัศวินไม่เคยโกหก เเละไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาโกหกเขาด้วย ดังนั้น...คำพูดของท่านเป็นจริงโดยสมบูรณ์

 

"ออกไปได้เเล้ว" เธอว่าอย่างนั้น โบกมือให้คุณชายสามจากไป ร่างกายของท่านเเม้จะฟื้นตัวเเล้วเเต่ก็ยังไม่กลับมาเเข็งเเรงเหมือนก่อน ดังนั้นเธอจึงต้องการพักมากกว่าปกติ

            

ทางคุณชายสามเอง ต่อให้ท่านอัศวินไม่บอกให้เขาไป เขาก็ไม่มีหน้าที่จะยืนอยู่ที่นี่อีกแล้ว ก่อนหน้านี้เขายังมั่นใจอยู่ตลอดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องแล้ว ในเมื่อที่ผ่านมาทุ่มเทไปมากมายแต่กลับไม่ได้รับความเชื่อใจ เช่นนั้นเขาก็ควรจะช่วงชิงมาด้วยตัวเอง ทว่า...ความจริงแล้ว ท่านอัศวินไม่เพียงไม่เชื่อใจเขามาก กระทั่งร่างคำสั่งแต่งตั้งผู้สืบทอดไว้แล้ว และนั่นก็เป็นชื่อของเขา

            

ทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้าท่านอัศวินที่เป็นดั่งผู้มีพระคุณของเขาอีก...

            

เขาไม่เหมือนกับคุณชายใหญ่ที่ยังมีแม่ของตนเอง ทั้งไม่เหมือนคุณชายรองที่เป็นเด็กกำพร้าจากตระกูลใหญ่โต ซึ่งต่อให้ท่านอัศวินไม่ไปรับมาเลี้ยงดู ก็ยังเป็นคุณชายผู้หนึ่ง อาจจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังเป็นคนของตระกูลใหญ่ คงไม่มีทางอดอยากขนาดที่เขาเป็น

            

ทว่าตัวเขาล่ะ....ท่านอัศวินไปรับมาจากกองเพลิงด้วยตนเอง เขาเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กกำพร้าที่แท้จริง หลังจากนั้นก็ถูกครอบครัวทางฝั่งพ่อรับไปเลี้ยง เดิมทีเขาก็คิดว่าตัวเองยังนับพวกเขาเป็นครอบครัวได้ แต่ความจริงมันโหดร้ายกว่านั้น

            

ญาติฝั่งพ่อที่รับเขาไปเลี้ยงไม่ใช่เพราะเห็นเขาเป็นสายเลือดของพี่ชาย หากแต่เป็นเพราะทุกๆ 5 ปี ครอบครัวจะมีพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นความเชื่อที่ผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง กระนั้นพวกเขาก็ยังแอบทำกันทุกๆ 5 ปี และใช่...พวกมันคิดจะใช้เขาไปเป็นเครื่องมือในการบูชาแทนลูกของตนเอง

            

วันที่ท่านอัศวินไปพบเขาก็คือวันที่กองไฟสูงท่วมหัว ร่างกายเขาร้อนและทรมานอย่างที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอัศวินในวันนั้น เขาก็คงจะต้องตายไปแล้ว

            

ที่ผ่านมา...ในฐานะบุตรชายที่ท่านรับมาดูแล เขาสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อท่านอัศวินจนกว่าตัวเองจะตาย คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่ออายุมากขึ้น ความรู้สึกซาบซึ้งใจเช่นนั้นก็หายไปสิ้นแล้ว

            

คุณชายสามเดินโซซัดโซเซออกไปท่ามกลางสายตาของท่านอัศวินและผู้ดูแล เมื่อเห็นเงาของอีกฝ่ายลับตาไปแล้ว ท่านอัศวินก็หลับตาลง ท่าทางที่เหมือนกับคนอ่อนแอก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันใด ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่ตัวของนางเลย

 

“ท่านอัศวิน...” ผู้ดูแลขยับเข้ามาใกล้เมื่อเห็นท่าทางของเจ้านายผิดปกติ

            

เธอโบกมือให้เล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าตัวเองไม่เป็นอะไร หลังจากนั้นก็เปิดหีบบนหัวนอนของตนเอง ในนั้นมีร่างคำสั่งแต่งตั้งผู้สืบทอดเอาไว้ทั้งหมด 5 ฉบับ พูดให้ถูกก็คือ...เธอเองก็เลือกไม่ถูกเช่นกันว่าจะให้ใครเป็นผู้สืบทอด

            

แม้เจ้าสามจะไม่ได้แย่ แต่คนอื่นๆก็มีผู้สนับสนุนเป็นของตนเอง เพราะความคิดเช่นนี้จึงยังไม่รีบแต่งตั้งผู้สืบทอดเหมือนกับอาณาเขตอื่นๆที่ระบุตัวว่าที่ผู้สืบทอดไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม....การที่เธอเอาร่างคำสั่งนี้ออกมาก็มีความหมาย

            

เจ้าสามที่มั่นใจในความคิดของตนเองมาก กระทั่งโลภมากคิดสังหารตนเองที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตเอาไว้ แม้ที่ผ่านมาจะมีความผูกพันไม่น้อย แต่ในฐานะคนที่ต้องทรมานอยู่บนเตียงเพราะพิษยาสั่งตาย เธอจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าสามมีชีวิตที่สงบสุขได้ หลังจากวันนี้...เธอเชื่อว่าเจ้าสามจะไม่สามารถหัวเราะได้อีกต่อไป บางที...กระทั่งกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ก็คงจะทำไม่ได้

            

ถึงอย่างไรเธอก็เป็นอัศวินคนหนึ่ง ถ้าไม่มีความโหดเหี้ยมอยู่ในใจ ที่ผ่านมาคงปกป้องดินแดนของตนเองอย่างดีเช่นนี้ไม่ได้

 

“ไปเรียกซูหยวนมา” หลังจากจัดการลูกบุญธรรมสารเลวที่กล้าลงมือกับตนเองแล้ว เธอก็ให้ผู้ดูแลตามเด็กสาวที่มาจากเขตมลพิษทันที 

            

การแก้แค้นต้องรีบทำให้เสร็จเร็วแค่ไหน การตอบแทนบุญคุณก็ต้องทำให้เสร็จเร็วกว่า! หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาและรู้จากเจ้าสี่ว่าคนที่มอบยารักษานี้ให้อย่างไม่เสียดายก็คืออันซูหยวน เด็กสาวอายุน้อยที่มาจากเขตมลพิษอันแสนยากลำบาก

            

ในฐานะอัศวินคนหนึ่ง เธอรู้ดีว่าคนจากเขตมลพิษไม่ได้อ่อนแอ กระทั่งเคยมีข่าวลือเรื่องความต้องการจะเพิ่มตำแหน่งอัศวินเป็น 8 เนื่องจากท่านเทพเจ้าสนใจคนผู้หนึ่งจากเขตมลพิษ เพียงแต่เขาไม่สนใจแล้วก็ยังหนีกลับไปที่เขตแดนของตนเอง ทำเอาท่านเทพผิดหวังแล้วก็จากไปตั้งแต่วันนั้น

            

นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าในเขตมลพิษ มีคนๆหนึ่งที่แข็งแกร่งเทียบเท่าอัศวินโดยที่ยังไม่ได้รับพรจากเทพเจ้าอย่างไรล่ะ! ซึ่งทำให้ภาพรวมในสายตาของอัศวินทุกคน เขตมลพิษนั้นน่ากลัวเกินไป...

           

ที่ผ่านมา พวกเขาแยกกันอยู่อย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้คนในแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อมลพิษที่หนาแน่นข้างนอกเลย ออกไปไม่ทันไรก็สามารถตกตายได้แล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะยังไม่มีทรัพยากรที่น่าสนใจจนทำให้ต้องไปที่นั่น แต่เมื่อไม่นานมานี้...ข่าวเรื่องผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่แลกเปลี่ยนกับผลึกบาเรียคงจะแพร่ไปไกลแล้ว เรื่องนั้นช่วยไม่ได้เพราะถ้าเอามายื้อเวลาให้เธอ ข่าวก็ต้องถูกเปิดเผยออกไป

           

 ทว่า...นอกจากเรื่องผลึกเพิ่มพลังชีวิตแล้ว สิ่งที่อัศวินหงส์ขาวคิดว่าเป็นประโยชน์ต่ออาณาเขตหงส์ขาวมากที่สุดนั่นก็คือ “ยา” ที่ทางเขตมลพิษมี

            

เจ้าสี่ได้บอกกับเธอแล้วว่าที่เขตมลพิษมียาสมานแผลที่ทำให้บาดแผลขนาดใหญ่ถูกรักษาได้ทันที รวมถึงยาที่คุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำอมตะนี้ ก็มีที่มามาจากคนของเขตมลพิษเช่นกัน

            

ดีที่เจ้าสี่ไม่โง่งมถึงขนาดโลภมากจนแย่งชิงทรัพยากรล้ำค่านี้มา เพราะเธอมั่นใจว่าการผูกสัมพันธ์ที่ดีกับคนของเขตมลพิษจะสร้างประโยชน์ให้มากกว่า

            

อีกอย่าง....อัศวินหงส์ขาวเช่นเธอก็ยังไม่เคยมีบุตรีบุญธรรมเลยไม่ใช่หรือ? เห็นหน้าสาวน้อยอันซูหยวนแล้วรู้สึกถูกชะตาไม่น้อย ดวงตาของอีกฝ่ายสุขุมนุ่มลึก น่าเชื่อถือยิ่งกว่าเจ้าสี่เสียอีก

            

ถ้าเป็นไปได้...หากเธอมีเวลาอีกสัก 10 ปี เด็กคนนี้ก็น่าจะพร้อมสำหรับการรับช่วงเป็นอัศวินคนต่อไปของอาณาเขตหงส์ขาวแห่งนี้ ส่วนเจ้าสี่น่ะ....ปล่อยให้มันไปเที่ยวเล่นกับสวี่เหมยเถอะ สองคนนั้นไม่ใช่พวกที่จะชอบวุ่นวายต่อสู้อยู่กับขุนนางอยู่แล้ว

            

โดยไม่มีใครคาดคิด ความตั้งใจของท่านอัศวินกลับเหนือคำบรรยายไปเสียแล้ว กระทั่งซูหยวนก็ไม่คิดว่าท่านอัศวินหงส์ขาวจะชื่นชมตนเองถึงขนาดนั้น เวลานี้เธอเข้าใจแค่ว่า...หากทำให้อีกฝ่ายเชื่อมั่นได้ การร่วมมือหลังจากนี้จะต้องง่ายขึ้นด้วย

            

เธอเปิดเผยเรื่องยารักษาต่างๆผ่านองค์กรสกุลจาง แต่เพราะเธอเป็นสมาชิกขององค์กรสกุลจางด้วย ก็เลยสามารถเป็นตัวแทนในการเจรจาได้ด้วยเลย ส่วนประธานของเธอ...เวลานี้ก็น่าจะยุ่งอยู่กับการวางแผนจัดการกับเขตแดนที่จะได้รับอำนาจ

            

ไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่าจะต้องจัดการอย่างไร ปัญหาแรกน่าจะอยู่ที่การทำอย่างไรให้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ยอมรับเสียมากกว่า!

            

นั่นเป็นเรื่องที่ประธานของเธอคงจะจัดการได้อยู่แล้ว ซูหยวนหลังถูกเรียกพบตัวก็รีบมาอย่างรวดเร็ว การไม่ปล่อยให้ลูกค้ารอนานเป็นคุณสมบัติของพนักงานที่ดี เวลาผ่านไปไม่ถึง 20 วินาที ซูหยวนก็มาปรากฏตัวที่ทางเข้าห้องพักของท่านอัศวินแล้ว

            

เธอใช้เวลาอยู่กับท่านอัศวินมานาน 4 วัน ย่อมรู้นิสัยของท่านอัศวินอยู่บ้าง ดังนั้นเมื่อเข้ามาถึง ซูหยวนเพียงเคาะประตูเป็นสัญญาณให้คนข้างในรับรู้ ไม่ต้องรอคำอนุญาตใดๆ ในเมื่อท่านอัศวินเป็นคนเรียกเธอเข้ามาพบกะทันหันเอง เช่นนั้นก็แปลว่ากำลังรอเธออยู่เช่นกัน

 

“มาแล้วหรือ?” 

 

“ค่ะ ท่านอัศวิน” ซูหยวนยังเป็นคนพูดน้อย พูดเท่าที่จำเป็นอยู่ ในขณะที่อัศวินผู้ทรงพลังก็ค่อนข้างเหนื่อยแรงบ้างแล้ว วันนี้เธอใช้พลังงานและพลังใจไปไม่น้อยเลยทีเดียว

            

เมื่อเห็นเช่นนั้น ซูหยวนก็ยื่นผ้าเย็นให้อีกฝ่าย นี่เป็นผลจากการฝึกซ้อมทักษะ “อาณาเขตเยือกแข็ง” ของเธอ ถึงตอนนี้จะยังขยายอาณาเขตให้กว้างกว่านี้ได้ไม่มากนัก แต่ถ้าพูดถึงการควบคุมให้มีความเสถียร ข้อดีที่เธอเป็นคนใจเย็นและหมั่นฝึกซ้อมก็แสดงออกมาให้เห็น

            

ตอนนี้เธอสามารถแช่แข็งของขนาดเล็กได้อย่างยอดเยี่ยม หากขยายขนาดอีกสักหน่อยก็ยังทำให้มีเกร็ดน้ำแข็งเกาะได้ ส่วนผ้าเย็น...มันแทบไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนัก เพียงแค่ดีดนิ้วครั้งเดียวก็สามารถรับผ้าเช็ดหน้าที่เย็นชื่นใจได้แล้ว

            

การฟื้นฟูความเหนื่อยกล้าด้วยการกระตุ้นโลหิตเช่นนี้ เป็นวิธีที่เธอเลียนแบบมาจากชีวิตก่อนหน้า ผ้าเย็นที่มีกลิ่นหอมเล็กน้อยยังเป็นสินค้าที่ดีสำหรับคนหมดแรง ดังนั้นเธอจึงใช้ผ้าเย็นนี้กับท่านอัศวินมาตั้งแต่วันแรกๆ และอีกฝ่ายก็ชอบมันเสียด้วย

 

“เด็กดี” ท่านอัศวินรับผ้าเย็นไปแล้วเช็ดที่ใบหน้าของตนเองอย่างแผ่วเบา หว่างคิ้วที่ขมวดแน่นอยู่ตลอดค่อยๆผ่อนคลายลงเมื่อมีความเย็นประทับใบหน้า ช่างเป็นความรู้สึกสดชื่นที่หาได้ยากจริงๆ

 

“ที่เขาพูดกันว่ามีลูกสาวจะทำให้หัวใจเบิกบาน ดูท่าแล้วคงจะพูดไม่ผิดเลย” เธอพูดงึมงำขึ้นมา ในขณะที่ดวงตายังหลับพริ้ม ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูคนมอบผ้าเย็นนี้ให้ด้วยซ้ำ

 

“เด็กดี ถ้าไม่ติดที่ว่าเจ้าสี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว ฉันคงจะขอให้เธอแต่งงานกับเจ้าสี่ มาเป็นลูกสะใภ้ของฉันแล้วล่ะ” จู่ๆ เสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ประโยคนี้กลับทำให้คนในห้องทั้งหมดเงียบกันไป ... ไม่มีใครกล้าขยับแม้เพียงคนเดียว!

 

…………………………………