LNCrawler

บทที่ 398 ธิดาบุญธรรม (อ่านฟรี 8 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 398 ธิดาบุญธรรม (อ่านฟรี 8 เม.ย. 69)

บทที่ 398 ธิดาบุญธรรม

 

“เด็กดี ถ้าไม่ติดที่ว่าเจ้าสี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว ฉันคงจะขอให้เธอแต่งงานกับเจ้าสี่ มาเป็นลูกสะใภ้ของฉันแล้วล่ะ แต่ก็นั่นแหละ...ตอนนี้เจ้าสี่ก็มีหนูสวี่แล้ว แถมดูๆไป เจ้าสี่ก็ยังไม่เหมาะกับซูหยวนจริงๆ” ท่านอัศวินพูดต่ออีกเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ยกผ้าเย็นออกจากใบหน้าแล้วมองไปยังสมาชิกในห้องนี้ทั้งหมด

           

 คุณชายสี่เองก็เพิ่งเดินเข้ามา ด้านหลังมีสวี่เหมยอยู่ด้วย ซึ่งทั้งคู่ได้ยินคำกล่าวของท่านอัศวินที่อยากจะยกอันซูหยวนเป็นภรรยาให้คุณชายสี่เช่นกัน ทำเอาคุณชายสี่เลิ่กลั่ก ในขณะที่สวี่เหมยก้มหน้างุดด้วยความน้อยใจ

            

โชคดีที่ประโยคหลังของท่านอัศวินทำให้หัวใจของคนทั้งสองผ่อนคลายลงได้บ้าง

 

“แต่เพราะการมีลูกสาวเป็นความฝันของฉันมาตลอด ก่อนหน้านี้อยากจะรับสวี่เหมยมาเป็นลูกบุญธรรม แต่เด็กคนนี้ดื้อดึงไม่ยินยอม กลับคิดจะมาเป็นคนใช้ให้ฉัน เฮ้อ ตอนนั้นก็ผิดหวังไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้....ซูหยวนจะทำให้ฉันผิดหวังอีกคนหรือเปล่า”

            

ความหมายที่ท่านอัศวินพูดชัดเจนอย่างมาก เธอต้องการรับซูหยวนเป็นลูกสาวของตนเองอีกคน แม้ซูหยวนจะไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน ทว่าเปรียบเทียบข้อได้เปรียบเสียเปรียบนี้แล้ว เธอก็ไม่มีอะไรต้องคิดให้มากความอีก

            

การเป็นบุตรีบุญธรรมของท่านอัศวินหงส์ขาวหมายความว่า เธอจะสามารถหยั่งรากลึกที่นี่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหรือทรัพยากรก็จะได้มาง่ายขึ้น เรื่องนี้เธอไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาต่อการทำงานของเธอทั้งกับองค์กรนักล่าสกุลจาง หรือแม้แต่กองทัพ อย่างไรก็ตาม...เรื่องนี้ยังมีสิ่งที่ต้องพูดกันให้ชัดเจนอยู่

 

“ฉันไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ทั้งยังรู้สึกเป็นเกียรติด้วย ทว่า...การเป็นบุตรีบุญธรรมของท่านมีหน้าที่อะไรหรือเปล่าคะ ตัวฉันยังต้องอยู่ในเขตมลพิษเป็นส่วนใหญ่ ไม่น่าจะทำงานให้กับท่านได้มากนัก” 

            

เธอไม่คิดอยู่แล้วว่าจู่ๆจะมีผู้นำคนหนึ่งอยากมอบแค่ผลประโยชน์ให้ตนเองแล้วไม่คิดจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปจากเธอบ้างเลย ถ้านั่นจะมีจริงๆ ก็คงเกิดขึ้นจากความรักของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เหมือนกับที่พ่อแม่ของเธอยอมตายเพื่อปกป้องเธอเท่านั้นแหละ

            

เห็นแววตาของซูหยวนที่รู้ความเช่นนั้น อัศวินหงส์ขาวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆ ไม่ว่าอย่างไร...ตอนนี้ก็ดูจะเหมาะสมมากที่สุดแล้ว น่าเสียดายที่เธอยังยึดติดกับเขตมลพิษมากกว่าที่นี่ หากไม่เช่นนั้นแล้ว...การจะสั่งสอนให้กลายเป็นผู้สืบทอดคงไม่ยากเท่าไรนัก

            

เทียบกับการเข็นเจ้าสี่ให้กลายเป็นผู้สืบทอดคนต่อไป ใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อให้อันซูหยวนคนนี้เข้าใจเรื่องราวน่าจะง่ายกว่า อัศวินหงส์ขาวขมวดคิ้ว เธอรู้ว่าตัวเองกำลังจะเจองานยากเข้าให้แล้ว ช่างเป็นการเลือกผู้สืบทอดที่น่าปวดหัวเสียจริง

 

“เอาล่ะ ฉันเข้าใจดีว่าเธอมีเรื่องที่ต้องจัดการมากมายในเขตมลพิษนั่น แต่...เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาอยู่แล้ว ขอแค่แวะเวียนมาหามารดาคนนี้ให้ชื่นใจบ้างก็พอ”

            

ซึ่งการแวะเวียนนั้น หมายความว่าเธอจะต้องเอาทรัพยากรจำนวนมากติดมือมาด้วย! นี่เป็นสิ่งที่ท่านอัศวินไม่ได้พูด แต่อันซูหยวนและทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดี

            

หญิงสาวคลี่ยิ้มเล็กน้อย เธอรู้อยู่แล้วว่าการได้รับอำนาจเช่นนี้มาจะต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ดังนั้นจึงพยักหน้ารับพร้อมกับรอยยิ้ม

 

“เช่นนั้นก็ขอฝากตัวล่วงหน้านะคะ ท่านแม่บุญธรรม” หญิงสองคนสบตากัน ยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง

            

ทางคุณชายสี่ที่ยืนหัวโด่เช่นนั้นมานานแล้วกลับมองภาพที่ทั้งสองพูดคุยกันเรื่องรับเป็นลูกบุญธรรมโดยไม่สนใจพวกเขาที่ยืนอยู่ นี่เป็นการรับบุตรบุญธรรมจริงๆหรือ? ความคิดของคุณชายสี่เริ่มจะล่องลอยไปไกล

            

ไม่เพียงแค่ตอนนี้เขามีน้องสาวเพิ่มเข้ามา แถมยังเป็นน้องสาวที่มาจากเขตมลพิษที่ประชาชนทุกคนรังเกียจด้วย เขาไม่รู้เลยว่าท่านแม่ฟื้นขึ้นมาครั้งนี้แล้วกำลังคิดอะไรอยู่ หรือว่า...หลังจากโดนพี่สามหักหลังแล้วก็รู้สึกอกหักจนสติเลอะเลือนไปแล้ว? ไม่สิ! สายตาของท่านแม่ไม่ได้บ่งบอกเลยว่าเปลี่ยนไป ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...ถ้าไม่ใช่เพราะอันซูหยวนคนนี้มีพ่อแม่จริงๆอยู่เขตมลพิษ เขาอาจจะคิดว่าเธอเป็นบุตรีที่หายตัวไปของท่านแม่เสียแล้ว

            

ทำไมสายตาของทั้งสองคนเหมือนกันถึงขนาดนี้ ช่าง....น่ากลัวเสียจริง!

 

“เจ้าสี่ พาน้องสาวไปพักผ่อนเถอะ เรื่องการแต่งตั้งจะประกาศในที่ประชุมเช้าวันพรุ่งนี้ คงจะต้องเตรียมรับมือกันอีกมาก” ท่านอัศวินโบกมือ

            

เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องเจอกับปัญหาใหญ่แน่นอน แต่...ในฐานะอัศวิน เธอจะไม่มีวิธีจัดการหรือ?

            

เหมือนกับที่คิดเอาไว้ การจะรับเด็กสาวจากเขตมลพิษมาเป็นธิดาบุญธรรมช่างเป็นปัญหาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นขุนนางที่ภักดีหรือไม่ พวกเขาล้วนไม่เห็นด้วยกับการรับคนนอกเข้ามา ทว่า....รายชื่อที่คุณชายสี่รวบรวมเอาไว้เมื่อวาน คนที่ลงชื่ออยากจะเลือกผู้สืบทอดอัศวินคนใหม่ถูกกางขึ้นมา

            

ท่านอัศวินหงส์ขาวไม่ต้องพูดสักคำ สุดท้ายขุนนาง 2 ใน 3 ที่มีชื่ออยู่ในนั้นก็ล้วนแต่ยินยอมอย่างสงบ ทำเอาขุนนางฝ่าย 1 ส่วนที่เหลือได้แต่อ้าปากค้าง อยากจะพูดก็ไม่กล้าอีก ตอนนี้ท่านอัศวินดูเด็ดขาดยิ่งกว่าเก่า ไม่แน่ว่าการที่เธอถูกปองร้ายโดยคุณชายสาม อาจจะทำให้ปวดใจจนอยากแก้แค้นไปแล้วก็ได้

            

วันนี้คุณชายที่เข้าร่วมประชุมมีแค่คุณชายสี่เท่านั้น ได้ยินว่าคุณชายสามหลังถูกเปิดเผยความจริงก็ถูกท่านอัศวินเรียกไปพบ ไม่รู้พูดคุยอะไรกัน กลับออกมาอีกที...คุณชายสามก็เข้าไปดื่มสุราเสียจนเมามายไม่ได้สติ มีขุนนางหลายคนเห็นว่าคนของคุณชายสามต้องหามเขากลับมา วันนี้คงจะไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะมาประชุมได้

            

อีกอย่าง เขาคงจะต้องเตรียมพร้อมรับการสอบสวนอย่างหนักจากคนของทางการ เรื่องที่เขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับองค์กรนักฆ่า หรือเรื่องที่อาจจะเป็นผู้ลงมือกับท่านอัศวิน

            

ข่าวที่ว่าคุณชายสี่มีหลักฐานเปิดโปงคนอยู่เบื้องหลังองค์กรนักฆ่านั้นแพร่กระจายไปเร็วมาก ประชาชนมากมายที่ได้รับความเดือดร้อนต่างก็มาส่งเสียงกันที่ด้านหน้าที่พำนักของท่านอัศวินตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...อยากให้ท่านอัศวินจัดการขั้นรุนแรงที่สุด ไม่ต้องสนใจว่าเป็นบุตรบุญธรรมหรือไม่...

            

นี่เป็นการกดดันทางอ้อม แต่ก็ได้ผลดียิ่ง โดยเฉพาะกับคนที่รอโอกาสอยู่ก่อนแล้ว

            

พวกเขายื่นเรื่องคำร้องให้ท่านอัศวินเพื่อปลดคุณชายสามออกจากการเป็นบุตรบุญธรรม เวลานี้แม้การรับเด็กสาวจากเขตมลพิษเข้ามาเป็นลูกบุญธรรมจะไม่เป็นที่ยอมรับ ทว่าเธอก็ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย กลับกัน...เทียบกับคุณชายสามที่เรืองอำนาจแล้ว หลายคนอยากจะให้เขาร่วงลงมาก่อน อย่างไรก็เป็นหมากที่จัดการได้ยากที่สุดแล้ว

            

ข่าวเรื่องที่คุณชายสามเป็นคนอยู่เบื้องหลังขององค์กรนักฆ่าถูกรู้ถึงหูของคนในอาณาเขตอื่นๆเช่นกัน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสนใจเท่ากับการที่จู่ๆท่านอัศวินหงส์ขาวก็รับเด็กสาวจากเขตมลพิษที่ต่ำต้อยมาเป็นธิดาบุญธรรมอีกคน

 

“ท่านอัศวินหงส์ขาวคงจะสติเลอะเลือนไปแล้ว หลังจากที่อกหักจากคุณชายสามที่คาดหวังมากที่สุด ก็เลยหันไปคว้าที่พึ่งทางใจใหม่ เลือกคนจากเขตมลพิษที่ไม่มีโอกาสสืบทอดตำแหน่งมาเป็นบุตรีบุญธรรม....เหอ เหอ เหอ หากยังคิดจะผลักดันให้กลายเป็นผู้สืบทอดอีก เชื่อเถอะว่าคนในเขตอัศวินหงส์ขาวคงจะลุกฮือขึ้นต่อต้านเป็นแน่”

            

ขุนนางคนหนึ่งของเขตอัศวินราชินีเหมันต์พูดด้วยท่าทางเย้ยหยัน พวกเขาไม่ชอบอัศวินหงส์ขาวมาตลอด ทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกันบ่อยครั้งเกิดไป เมื่อเห็นอีกฝ่ายได้รับความเดือดร้อนก็ยินดี เห็นว่าพวกเขาตัดสินใจเหมือนคนโง่ก็ยิ่งพอใจ

            

เรื่องของท่านอัศวินหงส์ขาวถูกพูดขึ้นอย่างต่อเนื่องในที่ประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่เรื่องที่ถูกลอบจัดการโดยคนสนิท เรื่องที่ว่าใครเป็นคนลงมืออยู่เบื้องหลัง ปัญหาเรื่องผู้สืบทอดในเขตแดน กระทั่งเรื่องที่คุณชายสี่ยอมก้มหัวร้องขอความเมตตาจากอัศวินพันปีเพื่อน้ำอมตะ ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องสนุกสนานที่พวกเขาพูดกันทุกครั้ง 

            

เพียงแต่ครั้งนี้...ท่านอัศวินราชินีเหมันต์กลับไม่ได้ร่วมหัวเราะไปกับพวกเขาด้วย เธอใช้นิ้วเรียวยาวของตนเองเคาะไปมา ท่าทางเหมือนมีความคิดอะไรบางอย่างในใจ

            

ทั้งท่านอัศวินหงส์ขาวและอัศวินราชินีเหมันต์นั้น อายุของพวกเธอรวมกันก็ร้อยกว่าปี ทว่าพรจากเทพเจ้าที่ทำให้รูปร่างไม่ดูเหมือนคนอายุมาก ทั้งยังเสริมพลังให้มีความแข็งแกร่งมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นความงามสง่าของทั้งสองจึงไม่เคยลดลงเลย หากอยากรู้อายุจริงๆของพวกเธอ คงจะต้องตรวจสอบพลังชีวิตที่เหลืออยู่เท่านั้น

            

เมื่อขุนนางทั้งหลายเห็นว่าอัศวินของตนไม่พูดสมทบอะไรก็ค่อยๆเงียบเสียง ปล่อยให้ท่านอัศวินได้ใช้ความคิดของตนเองอย่างเต็มที่ เพราะดูเหมือนว่าท่านอัศวินจะไม่ได้คิดว่าเรื่องที่พวกเขาพูดกันเป็นเพียงเรื่องสนุกเท่านั้น

 

“ก่อนหน้านี้...คุณชายสี่ยอมมอบเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งให้คนของเขตมลพิษปกครองใช่ไหม” เกือบ 10 นาที ในที่สุดท่านอัศวินก็เอ่ยปาก

 

“ใช่แล้วครับ น่าจะเพราะอยากยืมพลังของพวกเขาเพื่อกลายเป็นผู้สืบทอด คงไม่คิดว่าท่านอัศวินจะฟื้นขึ้นมา ดังนั้น...”

 

“ไม่ใช่หรอก” อัศวินราชินีเหมันต์โบกมือ เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะตามหลังอัศวินหงส์ขาวไปก้าวหนึ่งแล้ว

            

ไม่รู้ว่าการที่เธอเจอกับภัยเมื่อครั้งที่ผ่านมา แท้จริงแล้วกลายเป็นโอกาสใหญ่หรือไม่!

            

ก่อนหน้านี้ ราชินีเหมันต์ก็เหมือนอัศวินคนอื่นๆ รู้ดีว่าเบื้องหลังของเขตมลพิษไม่ได้อ่อนแอหรือเป็นขยะเช่นที่ทุกคนเข้าใจ เพราะการติดต่ออย่างกะทันหันของท่านเทพครั้งที่ผ่านมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ท่านระบุชัดเจนว่าอยากจะมีอัศวินคนที่ 8 ซึ่งมาจากเขตมลพิษ แต่น่าเสียดายที่ทางนั้นไม่ต้องการจะเป็นผู้รับใช้ของท่านเทพ ดังนั้น...เรื่องนี้จึงถูกยุติไปโดยคนอื่นไม่รู้เลย

            

ตอนนั้นเธอก็คิดแล้วว่าเขตมลพิษต้องมีอะไรน่าสนใจแน่ แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ผ่านอาณาเขตของเธอ ทั้งตัวเธอก็ยังไม่เห็นทรัพยากรล้ำค่าใดๆที่ทำให้ต้องชิงตัวคนมา ทว่าเวลานี้...หากพิจารณาให้ดี ตั้งแต่ผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นมา สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยยื้อเวลาให้คนที่ใกล้ตายได้มีโอกาส “รอ” การรักษาเท่านั้น แต่หลายๆวิชาการต่อสู้ที่ต้องใช้พลังชีวิต ไม่ถือว่าเจ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะเติมพลังให้พวกเขาในยามวิกฤติหรือ?

            

พวกอาณาเขตพันปีนั้นสำคัญที่สุดก็คือพลังชีวิตของพวกเขา ยิ่งมีพลังชีวิตมากเท่าไรก็ยิ่งเพิ่มความทนทานให้ตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น หากได้เป็นตัวกลางให้สินค้านี้ คงจะทำเงินได้มากโข เพียงแต่...นั่นก็ยังไม่พอที่จะทำให้อัศวินหงส์ขาวต้องมอบตำแหน่งธิดาบุญธรรมให้ เรื่องนี้น่าจะมีมากกว่านั้น!

            

ตั้งแต่คุณชายสี่ยอมมอบเมืองให้พวกเขา จากนั้นอัศวินก็ฟื้นขึ้นมาแล้วรีบรับคนของเขตมลพิษเป็นลูกคนใหม่ สิ่งนี้ช่าง....มีความเชื่อมโยงกันจริงๆ

 

“ให้คนของเราพยายามติดต่อคนจากเขตมลพิษ ดูว่าพวกเขายังมีช่องว่างให้คนอื่นแทรกเข้าไปหรือไม่”

 

“ท่านอัศวิน...ท่านต้องการติดต่อขยะพวกนั้นหรือ?” ขุนนางคนหนึ่งที่มีความเย่อหยิ่งสูงกล่าวขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            

อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวยอมติดต่อกับพวกขยะที่ร่างกายมีแต่สารพิษก็แล้วไป ตอนนี้เขตของพวกเขาก็ยังอยากจะติดต่อด้วยหรือ? นี่มัน...ไม่ใช่แบ่งกันชมขยะหรืออย่างไร!

 

“ขยะหรือ? ดูเหมือนขยะชิ้นนั้นจะถูกค้นพบแล้วว่าเป็นทองคำนะ” อัศวินขมวดคิ้ว ขุนนางพวกนี้ช่างตาต่ำกันเสียจริง เธอโบกมือไล่พวกเขาให้ไปทำงานตามสั่ง แน่นอนว่าพวกเขายังไม่เชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้อง กระทั่งผลลัพธ์หลังจากนี้ที่จะทำให้พวกเขาต้องกัดลิ้นตัวเองจนเกือบตายเพราะความอิจฉาอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว!!

 

“ท่านแม่...เรียกฉันมาพบหรอคะ” หลังจากการประชุมเช้าที่มีแต่บรรยากาศน่าอึดอัดใจจบลง อัศวินราชินีเหมันต์ที่งดงามก็เรียกคนของตนเองเข้ามา

            

เป็นหญิงสาวที่สง่างามและงดงามอย่างยิ่ง บนร่างกายของเธอมีลวดลายสีเงินวาดผ่านไปทั่ว ทำให้ดูลึกลับและน่าค้นหามากขึ้น หางตาที่มีมุกประดับยิ่งขับเสน่ห์ของเธอมากกว่าเดิม ช่างทำให้คนต้องหยุดหายใจเมื่อเจอจริงๆ

 

“ใช่ ฉันจะส่งเธอไปที่ชายแดน”

 

“คะ? ทำไม....” คนเป็นบุตรีชะงักอึ้ง ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิดจึงถูกส่งไปเช่นนั้น ทว่า...อัศวินราชินีเหมันต์กลับโบกมือให้ 

 

“ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นงานสำคัญที่อยากจะมอบให้”

 

“งานสำคัญหรอคะ?”

 

“ใช่ ฉันอยากให้ลูกช่วยติดต่อกับผู้นำของเขตมลพิษให้ได้ ตรวจสอบว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับการฟื้นคืนสติของอัศวินหงส์ขาวหรือไม่ แล้วก็...ดูว่าพวกเขาใช้อะไร ถ้าเป็นไปได้...พยายามทำให้พวกเขากลายเป็นคนของเราแทน”

            

อัศวินราชินีเหมันต์กล่าวอย่างมั่นใจ เธอลูบใบหน้าที่งดงามของลูกสาว ความมั่นใจก็เพิ่มขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม!

 

ด้วยใบหน้านี้ จะชักจูงอัศวินของเขตต่างๆยังง่ายเลย นับประสาอะไรกับคนของเขตมลพิษพวกนั้น!

 

“.........” ทางเสวี่ยจิงที่ได้ยินคำสั่งของมารดาก็เม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่ามารดากำลังให้ความสำคัญกับคนของเขตมลพิษเพราะก่อนหน้านี้ก็ได้ยินขุนนางจำนวนมากบ่นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้

            

เพียงแต่...เธอไม่รู้เหมือนกันว่ามารดากำลังคิดมากไป หรือพวกนั้นมีค่าให้ต้องคิดกันแน่ กระนั้น....การที่ถึงกับส่งเธอไป มารดาช่างให้ความสำคัญกับพวกเขาเกินไปแล้ว

            

น่าเสียดายที่เสวี่ยจิงไม่สามารถปฏิเสธได้ ท่านแม่เป็นคนที่ตัดสินใจอะไรแล้วก็จะเชื่อมั่นการตัดสินใจของตนเองเสมอ หากเธอบ่ายเบี่ยง...มารดาคงแค่ตัดเธอออกจากลูกสาวบุญธรรมแล้วเรียกคนอื่นๆมาแทน ซึ่งนั่นจะทำให้เสวี่ยจิงปวดใจกว่ามาก

            

ในเมื่อได้รับงานมาแล้ว เธอก็แค่ไปตรวจสอบให้รู้ว่าคนของเขตมลพิษมีอะไรดีก็พอ!

 

………………………………………