LNCrawler

บทที่ 400 แลก 300 คะแนนโดยตรง (อ่านฟรี 10 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 400 แลก 300 คะแนนโดยตรง (อ่านฟรี 10 เม.ย. 69)

บทที่ 400 แลก 300 คะแนนโดยตรง

 

เมื่อได้ยินค่าพลังงานเป็นตัวเลขที่สูงเช่นนี้ เด็กสาวเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น เธอไม่ได้กังวลเกี่ยวกับค่าพลังงานของเธออยู่แล้ว หลังจากที่ไปทำภารกิจมากมาย สร้างชื่อเสียงมามาก เธอไม่กลัวอีกว่าค่าพลังงานที่สูงเช่นนี้จะกลายเป็นที่สงสัยของผู้อื่น 

 

ยิ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พวกระดับสูงรู้อยู่แล้วว่าที่นั่นมีอะไร ทั้งยังมีรายงานว่าเธอกลายเป็นคนสำคัญของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว เชื่อว่าพวกเขาอาจจะเข้าใจกันไปเองว่าเธอมีพลังเพิ่มมากมายก็เป็นเพราะการสนับสนุนของคนใหญ่คนโตที่เขตศักดิ์สิทธิ์นั่น

            

หลังจากที่เธอออกมาจากห้องวัดพลังงานก็ตรงไปที่คลังสมบัติของสถาบันทันที เหมือนกับครั้งก่อนๆ...ซูหยวนยังสนใจทรัพยากรอย่างยาระดับสูงอยู่ แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้เลือกยาต่างๆอีกแล้ว กลับเลือกเป็น “เมล็ดสมุนไพรระดับสูง” ที่แม้แต่ตำแหน่งเกษตรกรของเธอก็ยังเลือกไม่ได้

            

เพราะที่นี่เป็นสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งซึ่งมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ดังนั้นในคลังสมบัติจึงมีของล้ำค่าอยู่มาก หลายอย่างเป็นของที่คะแนนร้อยสองร้อยเลือกไม่ได้ แต่ซูหยวนมีตั๋วทรัพยากรที่ได้จากชั้นปี 2 รวมกับของชั้นปีที่ 3 ที่เพิ่งได้มา เธอจึงสามารถแลกเปลี่ยน “เมล็ดพันธุ์บัวสายรุ้ง” ได้แล้ว

            

บัวสายรุ้ง เพียงแค่ชื่อของมันก็ทำให้คนทั้งหมดรู้สึกขนลุกชันได้แล้ว เนื่องจากบัวสายรุ้งเป็นสมุนไพรที่จะช่วยเพิ่ม “อายุขัย” ได้ทันทีโดยไม่สนใจสถานะของผู้ใช้งานว่าจะอยู่ที่เท่าไร แม้ว่ามันจะจำกัดการใช้งานอยู่แค่ 1 คน ต่อ 10 บัวสายรุ้ง กระนั้น...บัวสายรุ้งนี้ แค่จะเห็นเพียง 1 ดอกยังยาก ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะไปเอามาจากไหน 10 ดอก

            

ตามตำนานเล่าว่า บัวสายรุ้งนี้สามารถเพิ่มอายุขัยให้คนที่ใกล้ตายได้ จนกลับมาแข็งแรงเหมือนวัยหนุ่มสาวได้ 1 ปีเต็ม แต่หลังจากนั้น...คนก็กลับไปเป็นสภาพเดิมและตกตายในที่สุด ทว่า...เพียงแค่ 1 ปีนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้คนใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้มากมายแล้ว ดังนั้นมันจึงควรค่ากับการยกให้เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์มาก

            

สำหรับเมล็ดบัวสายรุ้งนี้ เดิมทีมีทั้งหมด 19 เมล็ด แบ่งไปยังที่ต่างๆ และสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งของพวกเขาก็มีเก็บอยู่ในคลัง 2 เม็ดเป็นเวลานานแล้ว

            

ที่สถาบันอื่นๆย่อมได้รับเช่นกัน ที่เด็กๆในสถาบันของพวกเขาอยากลองเพาะปลูก หรือไม่ก็อาจจะได้รับคำสั่งมาจากตระกูลเพื่อแลกเปลี่ยนเม็ดบัวสายรุ้งไปจนหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่ในกองทัพ ส่วนกลาง องค์กรเกษตรกร และที่สถาบันนักล่าของพวกเขา ซูหยวนแลกเปลี่ยน 300 คะแนนมากับ 1 เมล็ดบัวสายรุ้ง จนตอนนี้เหลือแค่ 1 เม็ดเท่านั้น

            

เดิมที ซูหยวนไม่ได้สนใจเมล็ดบัวสายรุ้งเลย แต่เธอไม่สนใจไม่ได้แปลว่าคนของเขตศักดิ์สิทธิ์ไม่สนใจ โดยเฉพาะเหล่าอัศวินในทุกๆเขต ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มแก่ชรากันมากแล้ว จากข้อมูลที่เธอได้อ่านมา ไม่ใช่แค่เขตอัศวินหงส์ขาวเท่านั้นที่เตรียมตัววางตำแหน่งให้กับผู้สืบทอด อัศวินคนอื่นๆยกเว้นอัศวินพันปีก็เริ่มแล้วเช่นกัน 

            

ถ้าหากอัศวินที่ได้รับพรจากเทพผู้สร้างก็ยังมีปัญหา เช่นนั้น...ซูหยวนไม่เชื่อหรอกว่าครอบครัวอื่นๆจะไม่มีปัญหาด้วยเหมือนกัน

            

แค่คนในเขตมลพิษของเธอนี้ก็น่าจะอยากแย่งชิงบัวสายรุ้งกันแล้ว ต่อให้กินได้แค่ 10 ดอก กระนั้นก็ยืนยันได้ว่าจะอยู่ไปอีก 10 ปีไม่ใช่หรือ? แบบนี้แล้วใครจะต้านทานไหว

            

เงินทองเป็นสิ่งที่พวกต้องการก็จริง อำนาจเป็นสิ่งที่พวกเขากระหายอยากมีก็จริง แต่ที่เป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุด กลับเป็น “ชีวิตยืนยาว” ต่างหาก!

            

เพราะถ้ามีทุกอย่างแต่ไม่มีชีวิต ต่อให้เงินเยอะแค่ไหนก็ไม่ได้ใช้เอง อำนาจแค่ไหนก็ต้องนอนในหลุมเหมือนกันหมด ดังนั้น..ถ้าเธอต้องการสร้างตัวตนในเขตศักดิ์สิทธิ์ ทำให้พวกเขาเข้าใจว่าเขตมลพิษมีทรัพยากรที่พวกเขาขาดไม่ได้ ทั้งยังทำลายชื่อเสียง “ขยะ” ออกไป บัวสายรุ้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งหมากกระดานที่ทำให้ซูหยวนเอาชนะพวกเขาได้

 

“รุ่นพี่อัน?” 

            

ในตอนที่เธอแลกเปลี่ยนทรัพยากรเสร็จแล้วกำลังจะออกมาจากคลังสมบัติ ตอนนั้นก็มีเสียงหนึ่งทักทายเธอขึ้น ซูหยวนจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยพบเจออีกฝ่ายมาก่อน

 

แต่น้ำเสียงที่เรียกว่า “รุ่นพี่อัน” นั้นไม่ใช่น้ำเสียงของศัตรู ติดจะมีความชื่นชมอยู่ในนั้นด้วย นี่ทำให้ซูหยวนยอมหยุดเท้าของตนเองลงแล้วมองไปยังต้นเสียงที่เรียกตัวเองอยู่

 

“รุ่นน้องปีสอง?”

 

“ใช่ครับ ผมเป็นรุ่นน้องพี่สอง แต่ก่อนหน้านี้รุ่นพี่เคยไปช่วยดูแลพวกผมตอนอยู่ปีหนึ่ง”

 

“อ้อ...” เธอพยักหน้ารับ 

 

จำได้ว่าตอนนั้นก็เพื่อทำภารกิจของสถาบันจึงได้ไปช่วยดูนักเรียนปี 1 แล้วก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าจะเห็นพวกเขาขึ้นชั้นปีที่ 2 กันแล้ว ให้ความรู้สึกที่ดีไม่น้อยเหมือนกัน

 

“รุ่นพี่มาแลกเปลี่ยนทรัพยากรหรอครับ ได้ยินว่ารุ่นพี่ไปทำภารกิจกับทหารพิเศษข้างนอกเป็นเวลานาน ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เจอรุ่นพี่ก่อนใคร”

 

“อืม กลับมาแล้วน่ะ”

 

“ดีจังเลยนะครับที่รุ่นพี่กลับมาแล้ว ถ้ามีรุ่นพี่อยู่ล่ะก็...สถาบันของพวกเราก็คงจะไม่ถูกกดดันอยู่แบบนี้อีก” เขาพูดพร้อมกับกำหมัดแน่น ทำเอาซูหยวนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“ถูกกดดัน?” เห็นซูหยวนถามเช่นนั้น รุ่นน้องก็กระตือรือร้นมากที่จะเล่ารายละเอียดให้ฟัง

 

“ใช่ครับ เรื่องนี้...อ้อ รุ่นพี่อาจจะยังไม่ได้ฟังสถานการณ์ เนื่องจากปี 3 นี้ รุ่นพี่ของสถาบันพวกเราผ่านกันน้อยมาก ดังนั้นตอนนี้มีแค่ 10 คนเท่านั้นที่เป็นด่านหน้าให้สถาบันของพวกเราในการจัดอันดับ ซึ่งตอนนี้ถูกกดดันอย่างหนักเลยล่ะครับ”

 

“สถาบันเพลิงพลองได้อันดับหนึ่งก็ไม่แปลกเท่าไร แต่สถาบันเกษตรกรกลับแย่งอันดับ 2 ไปจากพวกเราเสียได้ แม้ฝั่งพวกเราจะมีเหตุผลเรื่องที่คนไม่จบชั้นปีที่ 2 แต่พูดไปก็เหมือนกับพวกขี้แพ้อยู่ดี ดังนั้นตอนนี้รุ่นพี่ชั้นปี 3 กำลังทุ่มกำลังกันอย่างหนักเลยล่ะครับ”

 

“ทุกๆปี แม้จะไม่มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ รวมทั้งไม่ได้เอาไปนับคะแนนรวมเมื่อปลายปี แต่...ชั้นปีที่ 3 ที่ไม่ได้มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการนอกจากเรื่องการปรุงยา ก็ยังมีเรื่องการแข่งกันล่าพวกกลายพันธุ์ด้วยนะครับ”

 

“โดยพื้นที่ที่พวกเขานับหัวพวกกลายพันธุ์จะต้องเป็นเขต C ขึ้นไป แต่เพราะตอนนี้ถูกยกระดับขึ้น อีกทั้งพวกหนูขาวเขต C ก็ล่าได้ยากยิ่งกว่าพวกเขต D เสียอีก ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาล่ากันที่เขต D เสียเลย”

 

“ตอนนี้อันดับหนึ่งคือสถาบันเพลิงพลอง ล่าพวกกลายพันธุ์เขต D ได้ทั้งหมด 450 โดยประมาณ ในขณะที่สถาบันเกษตรกรอาศัยจำนวนคนเยอะกว่า แล้วก็เป็นพวกแรงเยอะ ทำให้สามารถล่ากลายพันธุ์เขต D ได้ถึง 120 ตัวแล้ว”

 

“แต่พวกเรา...เพราะมีแค่ 10 คน จึงทำให้ล่าได้แค่ 56 ตัวเท่านั้น คะแนนที่ห่างกันถึงขนาดนี้ทำให้พวกเราถูกเยาะเย้ยมาก พวกมันบอกว่าจะเอาคืนที่พวกเราโกงในการแข่งขันครั้งก่อน ครั้งนี้จะไม่ยอมให้พวกเราผ่านไปได้ครับ!”

            

ได้ยินคำของรุ่นน้องแล้ว ซูหยวนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนหน้านี้เธอก็แปลกใจที่ไม่เห็นพวกเพื่อนๆของตนเองเลย รวมทั้งเมื่อตอนที่เธออยู่ชั้นปีที่ 1 และ 2 ก็ไม่ค่อยเห็นรุ่นพี่ปี 3 อยู่ในสถาบัน ปรากฏว่าพวกเขาวุ่นวายอยู่กับการแข่งขันนี้สินะ 

 

ที่สำคัญที่สุดก็คือ...นอกจากการแข่งขันกันเองอย่างลับๆนี้แล้ว ก็ยังสามารถรับภารกิจของสถาบันไปได้ด้วย ข้อดีสองต่อเช่นนี้ พวกเขาคงไม่พลาดที่จะทำงานหนักกันหรอก

            

ซูหยวนเข้าใจสถานการณ์แล้วก็โบกมือลารุ่นน้อง เธอยังมอบแกนพลังงานให้อีกฝ่ายเป็นของขวัญพบหน้าครั้งแรกและแสดงความยินดีกับการเลื่อนเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ให้เขาด้วยถุงปุ๋ยขนาดเล็กถุงหนึ่ง

            

เด็กหนุ่มดีใจมาก เขาได้ยินมาแล้วว่าปุ๋ยที่รุ่นพี่มอบให้นี้ล้ำค่าขนาดไหน มันก็คือปุ๋ยวิเศษที่เล่าลือกันไปทั่ว มีคนพูดว่าที่องค์กรนักล่าสกุลจางรับเอามาขาย มี 10 ถุงก็ขายหมด 10 ถุง ใน 5 นาที มี 100 ถุงก็ขายหมด 100 ถุงใน 5 นาทีเหมือนกัน นับเป็นของที่หาได้ยาก แต่กลับมีคุณสมบัติดีเยี่ยม

            

ในชั้นปีนี้ ถ้าทุกคนสามารถซื้อปุ๋ยวิเศษนั้นมาได้ ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะสอบไม่ผ่านชั้นปีที่สองวิชาเกษตร ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักเรียนปี 2 หลายคนพยายามหาช่องทางในการซื้อปุ๋ยวิเศษนั้นอยู่ แต่ก็นั่นแหละ...ขนาดเกษตรกรระดับสูงก็ยังหาซื้อมาได้ยาก เช่นนั้นพวกเขาจะมีช่องทางไหนไปซื้อกันล่ะ

            

จะมีก็แค่ปุ๋ยทั่วไประดับต่ำที่ราคาถูกกว่าสารบำรุงดิน แต่มีคุณสมบัติดีกว่าเล็กน้อยพวกนั้นที่วางขายตามตลาด แต่ปุ๋ยวิเศษนี้ต่างออกไป

            

ไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่จะใจดีกับเขามาก ถ้าเอาไปอวดเพื่อนๆคงไม่วายถูกอิจฉาเป็นแน่!

            

เด็กหนุ่มหอบหิ้วปุ๋ยวิเศษไปที่แปลงเพาะปลูกของตน ก็เหมือนกับทุกๆปีที่นักเรียนไม่ชอบวิชานี้นัก แต่เพราะเป็นวิชาบังคับ และได้ยินมาแล้วว่าพวกรุ่นพี่ประสบปัญหาอย่างไรในปีก่อนๆ พวกเขาก็ไม่กล้าประมาทอีก ต่อให้ไม่ชอบวิชานี้ก็ไม่ทิ้งขว้างเหมือนรุ่นพี่ปี 2 ที่ผ่านมา

            

แน่นอนว่าทันทีที่ปุ๋ยวิเศษปรากฏขึ้น สายตาความริษยามากมายก็พุ่งตรงมาที่เขาทันที แต่ในแปลงเพาะปลูกนี้...หากไม่ได้รับอนุญาตก็เข้ามาไม่ได้ ถ้าคิดจะขโมย...อย่างนั้นก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกตรวจสอบชื่อพบ แล้วอาจจะถูกตัดแขนตัดขาแล้วไล่ออกจากสถาบัน

            

สิ่งนี้ต่อให้พวกเขาโง่งมขนาดไหนก็ไม่กล้าลงมือ พวกเพื่อนที่สนิทกับเด็กหนุ่มคนนั้นยังกล้าขออย่างหน้าด้านๆ ทว่า...ในบรรดาพวกเขา ก็มีกลุ่มรุ่นพี่ที่ตกชั้นจับจ้องด้วยเช่นกัน

            

ถ้าหากขโมยจากแปลงเพาะปลูกมาโดยตรงไม่ได้ อย่างนั้นพวกเขาก็ขอให้มันเอาออกมาจากแปลงเพาะปลูกได้ไม่ใช่หรือ?

            

สถานการณ์ของเขา ซูหยวนไม่ได้รับรู้ตลอด เพราะตอนนี้เธอกำลังมุ่งหน้าไปที่กระดานภารกิจของสถาบันแล้ว เมื่อเห็นเธอ...พนักงานที่ดูแลอยู่ก็กระตือรือร้นมาก 

 

พวกเขารู้ว่านักเรียนความหวังคนนี้มาถึงแล้ว ผ่านมาสองเดือนทำให้พวกเขาต้องลอบกำหมัดแน่นเพราะความคับแค้นใจ พวกสถาบันเกษตรกรดูถูกพวกเขาสารพัด บอกว่าตัวเองไม่ได้เรียนการล่าพวกกลายพันธุ์มาด้วยซ้ำ กลับยังทำผลงานได้ดีกว่า ทำให้สถาบันนักล่าของพวกเขาเหมือนพวกอ่อนแอไปเลย

 

“นักเรียนอันมาแล้วหรือ? มานี่ได้เลย ภารกิจของนักเรียนอันอยู่บนกระดานนี้แล้ว ฉันคิดว่ารับไปทั้งหมดก็ได้นะ”

           

ไม่จำเป็นต้องให้ซูหยวนเลือกอีกต่อไป พวกเขารู้อยู่แล้วว่านักเรียนคนนี้มีความสามารถมาก กระทั่งตามอาจารย์เติ้งไปที่เขต G แล้วช่วยชีวิตผู้คนกลับมา ดังนั้น...ในเขต D นี้ไม่น่าจะทำให้เธอเดือดร้อนอะไร

            

ที่เขต D มีสัตว์กลายพันธุ์อยู่ 6 ชนิด แต่พืชกลายพันธุ์ที่มีแกนพลังงานเพียง 2 ชนิดเท่านั้น ซึ่งภารกิจส่วนใหญ่ก็คือภารกิจล่าสัตว์กลายพันธุ์ทั้ง 6 ชนิดนี้เอง 

 

โดยภารกิจจัดการสัตว์กลายพันธุ์ที่มากที่สุดก็คือการกำจัดพวก “กระแตหางม้วน” พวกมันไม่เหมือนกับหนูขาวในเขต C และไม่เหมือนกระรอกในเขต B มีความแตกต่างคือฟันของพวกมันไม่แหลมคม หรือก็คือ...พวกมันจะไม่ใช้ฟันในการโจมตี แต่...การที่พวกมันอยู่ในเขต D ที่อันตรายยิ่งกว่าเขต B และ C นี่ก็มีเหตุผล เพราะพวกมันไม่ได้ต่อสู้ด้วยการใช้พลังกายอย่างเดียว กลับสามารถใช้ทั้งพิษและพลังงานในการต่อสู้ได้ ทำให้การต่อสู้ยืดหยุ่นขึ้นไม่น้อย

            

ความเร็วของพวกมันยังจัดกลุ่มอยู่กับพวกความเร็วสูง กระแตพวกนี้เร็วกว่าหนูขาวทั่วไปมาก ทั้งการเคลื่อนไหวของพวกมันก็หลากหลายกว่า ใช้ได้ทั้งเท้าและหางของมันเพื่อโยนตัวเองไปตามกิ่งไม้ต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังลอยอยู่ในอากาศ

            

ที่สำคัญที่สุดก็คือความอันตรายของมันจากการใช้หาง สาเหตุที่มันชื่อว่า “กระแตหางม้วน” เป็นเพราะหางของพวกมันยืดได้ถึง 2 เมตร และสามารถใช้หางนี้จับศัตรูได้ โดยมีความเหนียวและยืดหยุ่นมาก ดังนั้นมีดธรรมดาย่อมจัดการพวกมันไม่ได้เช่นกัน 

            

อีกอย่าง การที่พวกมันล่าเป็นกลุ่ม ก็คือความน่ากลัวอีกประการหนึ่ง เมื่อพวกมันผลัดกันจับศัตรูจนสำเร็จแล้ว กระแตหางม้วนตัวที่เหลือก็ใช้พลังงานที่ผสมพิษทำให้เหยื่อขยับเขยื้อนไม่ได้อีก ถูกทำให้รู้สึกเหมือนเป็นอัมพาต จากนั้นกรงเล็บนับสิบของฝูงกระแตก็จะเข้ามาฉีกทึ้งกินเนื้อจนตาย

            

เพราะพวกมันล่าเป็นฝูง หากคิดจะปะทะกับมันแล้วย่อมต้องรับภารกิจในการกำจัดพวกมันเป็นจำนวนมากด้วย โดยภารกิจนี้ไม่จำกัดจำนวนสมาชิก ซูหยวนจึงได้ลงชื่อทุกคนเข้าร่วมภารกิจไปด้วยกันกับเธอ แน่นอนว่ารวมเพื่อนนักเรียนอีก 2 คนที่รอดพ้นจากการเพาะปลูกในปี 2 มาด้วย

            

เห็นเธอรับภารกิจไปจำนวนมากแบบนั้น สีหน้าของผู้ดูแลกระดานภารกิจก็รู้สึกยินดีมาก แม้เขาจะอยากให้ซูหยวนรีบไปทำภารกิจเพื่อตบหน้าพวกนักเรียนจากสถาบันเกษตรกรเสียที ทว่าก็ยังมีเรื่องใหญ่ที่ต้องบอกเธอก่อน

 

“นักเรียนอัน ก่อนจะลงพื้นที่ก็ไปพบกับอาจารย์เติ้งและอาจารย์เหวินหน่อยนะ ทั้งสองได้มาแจ้งเอาไว้ก่อนแล้วว่าถ้านักเรียนอันมาให้มาพบพวกเขาก่อนไปล่าด้วย”

            

เนื่องจากพวกนักเรียนปี 3 เป็นเช่นนี้เสมอ ดังนั้นถ้าอยากจะนักเรียนชั้นปีที่สามก็ต้องบอกกับพนักงานดูแลกระดานภารกิจไว้ 

            

ซูหยวนพยักหน้ารับแล้วไปหาอาจารย์เติ้งก่อนเป็นคนแรก เขาไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงสอบถามสถานการณ์ของเธอว่ายังปกติดีหรือไม่ แล้วก็ให้เธอเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบวิชาธนูของชั้นปีที่ 3 ด้วย เนื่องจากการทดสอบรอบนี้ ซูหยวนคงผ่านไปง่ายๆเหมือนเดิมไม่ได้อีก แต่ตราบเท่าที่เธอสามารถคงผลการฝึกฝนอยู่ในระดับนี้ ย่อมต้องไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ

 

…………………………………