บทที่ 401 การเเข่งขันของชั้นปีที่ 3 (อ่านฟรี 11 เม.ย. 69)
บทที่ 401 การเเข่งขันของชั้นปีที่ 3 (อ่านฟรี 11 เม.ย. 69)
บทที่ 401 การเเข่งขันของชั้นปีที่ 3
พูดถึงวิชาธนูของซูหยวนแล้ว นับว่าเป็นวิชาที่ก้าวหน้าที่สุดในบรรดาวิชาฝึกฝนทั้งหมด ไม่ต้องพูดถึงวิชาเกาทัณฑ์แสงที่ฝึกฝนถึงระดับสูงสุดตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ทั้งยังเพิ่มความเชี่ยวชาญในระหว่างการต่อสู้ตลอดทั้งชั้นปีที่ 1 และ 2 เธอก็ยังเรียนรู้วิชาฝนดาวตกขั้นที่ 3 สำเร็จแล้ว
ขั้นฝนดาวตก อยู่ที่ระดับสูงสุด ทำให้สามารถยิงออกไปได้เป็นพันศร ในขณะที่ขั้นพายุศรนั้นทำได้ถึงระดับกลาง แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอโจมตีได้มากกว่า 100 ศร ในรัศมี 50 ตารางเมตร ควบคุมพื้นที่เหล่านั้นได้อย่างจับวาง สามารถทำให้ลูกศรพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย ไม่เสียทรัพยากรไปเปล่าประโยชน์เหมือนกับขั้นแรกอย่างฝนดาวตกเลย
ซึ่งขั้นนี้ยังขาดความเชี่ยวชาญจากการหมั่นฝึกฝนอีกเล็กน้อยก็น่าจะขึ้นไปอยู่ระดับสูงได้ เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงจะควบคุมลูกศรในพื้นที่รัศมี 100 ตารางเมตรได้แล้ว
ส่วนขั้นสุดท้ายคือขั้นศรดาวตก เธอปรับใช้วิชาศรอำพรางมาร่วมด้วย ทำให้ประสิทธิภาพนั้นยอดเยี่ยมมาก ศรจำนวนมากสามารถร่วงลงมาจากฟ้าโดยที่ศัตรูไม่รู้ตำแหน่ง วิชาสุดท้ายนี้ยังสามารถใช้ได้กับศัตรูที่มีวิวัฒนาการไปจนควบคุมความรู้สึกนึกคิดได้ ยิ่งมีสติปัญญามากเท่าไรก็ยิ่งใช้งานได้ดีมากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งการสำเร็จขั้นศรดาวตกนี้เป็นการยืนยันว่าซูหยวนสำเร็จวิชาธนูฝนดาวตกแล้ว อาจารย์เติ้งพอใจกับผลลัพธ์นี้ไม่น้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องการให้ซูหยวนหยุดฝึกฝนเสียหน่อย
นี่เป็นเพราะเธอมีความแข็งแกร่งมาก การเรียนรู้ที่รวดเร็วเช่นนี้ทำให้เขาคาดหวังการเรียนรู้วิชาศรระดับสูงทั้งสามได้ก่อนจบปีการศึกษาที่ 4 แม้ว่าเขาอยากจะคาดหวังให้เธอเรียนวิชาสุดท้ายอย่างวิชาศรผันเปลี่ยนจนถึงระดับสูงสุดอย่างขั้นศรผันเปลี่ยนในปีที่ 3 เลย แต่นั่นคงจะยากเกินไป
อย่าลืมว่าซูหยวนยังมีความสามารถในการใช้หอกด้วย จากที่ฟังคำพูดของอาจารย์ประจำวิชาหอก เธอเองก็มีพรสวรรค์มาก และอาจจะกลายเป็น...ผู้ปลุกจิตวิญญาณหอกคนใหม่ด้วยซ้ำ
ดังนั้นอาจารย์เติ้งไม่คิดจะหวงเด็กมีพรสวรรค์ไว้กับตน สำหรับเรื่องการปลุกจิตวิญญาณของธนูนั้นจำเป็นต้องรอโชคและโอกาสเหมาะสม ตอนนี้เธอฝึกธนูได้ชำนาญแล้ว เหลือก็แค่กลายเป็นหนึ่งเดียวกับมัน ทำให้จิตวิญญาณธนูยอมรับก็จบ แต่เรื่องการเป็นผู้ใช้หอกจิตวิญญาณนั้นยากกว่า หากเธอจำเป็นต้องทุ่มเทพลังไปกับหอก เขาก็ไม่คิดตำหนิ
ขอแค่เธอสำเร็จวิชาศรผันเปลี่ยนก็พอแล้ว เท่ากับว่าเขาได้ฝึกเด็กนักเรียนให้สำเร็จทั้งสามวิชาได้อีกคน นับเป็นความภาคภูมิใจของเขาที่จะได้เห็นลูกศิษย์เคียงบ่าเคียงไหล่ตัวเองในสนามรบ เป็นผู้บัญชาการหน่วยโจมตีระยะไกลคู่กัน...
เหมือนกับที่ทุกๆคนพูด อาจารย์เติ้งก็คือผู้ที่เสียสละเพื่อมนุษย์ชาติอย่างแท้จริง ตั้งแต่ที่เขายอมสละวิชาระดับสูงให้คนอื่นๆได้ นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหัวใจเขายิ่งใหญ่ขนาดไหน
เมื่อพูดคุยกับอาจารย์เติ้งแล้ว เธอก็แยกตัวออกไปเพื่อตามหาอาจารย์เหวินต่อ ทางนั้นก็ยังพูดเกี่ยวกับเรื่องการวิจัยเหมือนเดิม แต่ปัญหาหลักๆที่ทำให้อยากเจอตัวซูหยวนก็คือปัญหาเรื่องเงินลงทุนที่ใกล้จะหมดแล้ว เธออยากให้ซูหยวนช่วยสรุปงานวิจัยที่หน่วยได้ทำไว้เพื่อไปนำเสนอพวกนักลงทุนอีกครั้ง
แม้ซูหยวนจะมีงานอยู่ในมือ ทว่า...ทางอาจารย์เหวินไม่ได้เร่งรีบนัก อย่างไรงานพวกนี้ก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี หากต้องหยุดงานเพื่อรอซูหยวนทำงานนำเสนอให้ ก็ไม่ถือว่าเสียหายมากกว่าเดิม...
ซูหยวนกับอาจารย์เงินไม่ได้มีปัญหากันมาซักพักเเล้ว บางที...อาจจะพูดว่าหลังจากเกิดเรื่องครั้งนั้น อาจารย์เหวินก็สงบเสงี่ยมมาก สุดท้ายยังมองเธอเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันได้ ดังนั้นเวลานี้บรรยากาศในห้องทำงานอาจารย์เหวินจึงค่อนข้างดี พวกรุ่นน้องเเละรุ่นพี่ที่ทำงานให้อาจารย์เหวินก็ถึงกับตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นเธอมาด้วยซ้ำ
หลังจากที่ซูหยวนรับงานมาเเล้ว เธอก็ให้อาจารย์รอในอีก 1 เดือนข้างหน้า ระหว่างการล่าสัตว์กลายพันธุ์ เธอก็จะสรุปงานของอาจารย์เหวินไปด้วย กรอบข้อมูลเเละรายละเอียดฉบับคัดลอกอยู่ในมือของซูหยวนเเล้ว นี่ย่อมไม่ใช่ปัญหาอะไร
“รุ่นพี่อัน รุ่นพี่กำลังไปที่เขต D หรือ?”
“ใช่” ซูหยวนตอบกลับรุ่นน้องในที่ทำงานอาจารย์เหวิน ดูเหมือนว่าข่าวเรื่องที่นักเรียนชั้นปี 3 ถูกกดดันอย่างหนักคงจะเป็นที่พูดถึงกันมากแน่ รุ่นน้องเหล่านี้ช่างให้ความสำคัญเสียจริง
“เยี่ยม ในเมื่อรุ่นพี่มาเเล้ว ก็ไม่มีเหตุผลให้พวกเราต้องกลัวอีก ไม่ใช่แค่สถาบันเกษตรกรเท่านั้นที่จะถูกพวกเราก้าวข้ามไปอย่างง่ายดาย เเม้เเต่พวกสถาบันเพลิงพลองก็รับมือกับพวกเราไม่ได้หรอก พวกมันจะต้องตาย!”
คนเป็นรุ่นน้องกล่าวด้วยอารมณ์เต็มที่ ซูหยวนไม่ได้ตอบอะไร เเต่เธอกลับไปที่พักแล้วเข้าตรวจสอบข่าวคราวในหัวข้อการเเข่งขันของชั้นปีที่ 3 ทันที
ก็เหมือนกับที่รุ่นน้องพูดกัน การเเข่งขันของชั้นปีที่สามอย่างเป็นทางการนั้นไม่มี เเต่การเเข่งขันปรุงยา กับการเเข่งขันล่าสัตว์กลายพันธุ์ในเขต D นั้นเป็นเหมือนการเเข่งขันของพวกปี 3 อย่างเป็นทางการ
ข้อมูลที่เเสดงอยู่ในตอนนี้ ในด้านการเเข่งขันปรุงยาถูกพูดถึงน้อยกว่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่ากระเเสเงียบแต่อย่างใด
“นักเรียนปีสามของสถาบันทำยากับสถาบันเเพทย์ปีนี้มีเเต่คนเก่งๆทั้งนั้น”
“ใช่ ฉันเชียร์สถาบันทำยา อย่างไรพวกเขาก็เอาชนะมาได้เกือบ 10 ปีติดแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาเชี่ยวชาญในการทำยาจริงๆ ปีที่เเล้วเป็นคุณหนูเหลียนที่คว้าอันดับหนึ่งมา ปีนี้…คงจะเป็นคุณชายจากตระกูลเหลียนอีกกระมัง”
“ฉันไม่คิดเเบบนั้นหรอกนะ สถาบันเเพทย์ปีนี้มีคนเก่งมากเหมือนกัน ได้ยินว่าการล่าทรัพยากรในเขต D ปีนี้ พวกสถาบันเกษตรก็จ้างพวกคนจากสถาบันเเพทย์ไปช่วย เห็นบอกว่าพวกเเพทย์เหล่านี้ปรุงยาระดับต่ำสาวดาวได้แล้ว นี่แทบจะเป็นจุดสูงสุดของผู้ชนะเมื่อปีก่อนเลย แต่ยังเหลือเวลาอีกหลายปี พวกเขายังมีโอกาสพัฒนาอีกมาก ไม่เเน่ว่าอาจจะทำลายขีดจำกัดทั้งหมดไปเลยก็ได้ ฉันรอดูว่าจะมีนักเรียนปีสามทำยาระดับต่ำ 4 ดาวได้อยู่นะ”
“คนข้างบนคาดหวังเกินไปแล้ว ที่คนนั้นทำยาระดับ 3 ดาวได้ เป็นเพราะฝึกที่ตระกูลมานานเเล้ว เหมือนพวกตระกูลเหลียนนั่นแหละ พอมีพื้นฐานที่ดี อย่างไรก็สามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด คว้าอันดับต้นๆมาได้”
“ฉันไม่กังวลว่าสถาบันทำยากับสถาบันเเพทย์จะคว้าอันดับต้นๆได้ไหม ฉันเป็นศิษย์เก่าจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง อยากรู้ว่าสถาบันของฉันยังมีความหวังไหม ปีนี้คู่เเข่งมาเหนือจริงๆ ถ้าติด 1 ใน 10 อันดับเเรกได้ก็ดีมากแล้ว”
“ฉันมาจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งเหมือนกัน เเต่ปีนี้ไม่คาดหวังมากนัก ได้ยินว่าปีนี้คนที่ผ่านวิชาเกษตรปี 2 มาปี 3 ได้ มีแค่ 11 คนเท่านั้น น้อยกว่าทุกๆปีที่ผ่านมาเลย”
“อะไรกัน? เรื่องนี้จริงหรอ ฉันเป็นศิษย์เก่าที่นั่นเหมือนกัน วิชาเกษตรปีที่เเล้วพวกเราได้อันดับหนึ่งร่วมไม่ใช่หรอ เเล้วทำไมถึงมีคนไม่ผ่านเยอะขนาดนั้นล่ะ ปกติถ้ามีคนที่รู้วิธีการเพาะปลูก ปีนั้นก็จะมีนักเรียนผ่านกันเยอะผิดปกติเลยนะ”
“เหอ เหอ เหอ มันก็มีพวกที่หวงวิชาอยู่ไม่ใช่หรอ”
“หวงวิชา? พวกเราสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งไม่ได้สนใจวิชาทำเกษตรอะไรพวกนั้นอยู่เเล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ต้องหวงวิชาเหมือนพวกเกษตรกรหรอก”
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมคนอื่นๆถึงไม่ผ่านล่ะ”
“นั่นสิ งั้นจะอธิบายสถานการณ์นี้ว่ายังไง”
“หวงวิชาเกษตรเเล้วมันเป็นอย่างไร ทีพวกแกยังหวงวิชาต่อสู้เลย วิชาเกษตรของพวกเรามาจากประสบการณ์เเละการลงทุนของบรรพบุรุษทั้งสิ้น ถ้าหวงเเหนไม่บอกคนอื่นก็ถือเป็นความผิดหรือ?”
“คนของสถาบันเกษตรกรมาเเล้ว ดิ้นกันใหญ่”
“ดิ้นอะไร พวกแกเป็นคนเริ่มก่อนไม่ใช่รึไง”
“พวกเราเริ่มอะไร แค่บอกว่าสถาบันพวกเราไม่ได้สนใจวิชาเกษตรก็เท่านั้น ถ้ารู้วิธีเพาะปลูกก็บอกต่อๆกัน ไม่เห็นจะต้องปิดบังเลย ดังนั้นปัญหาที่ทำให้เด็กๆปี 3 ไม่ผ่านชั้นปี 2 ที่ผ่านมา คงจะเป็นเหตุผลอื่น”
“ใช่ กลายเป็นประเด็นได้ยังไง ที่เราพูดกันมีเเค่เรื่องที่นักเรียนสถาบันนักล่าผ่านชั้นปี 2 แค่ 11 คนต่างหาก”
“ไม่สิ เริ่มเรื่องนี้มาจากการที่พวกเรากำลังสนใจว่าใครจะเป็นอันดับหนึ่งในการปรุงยาของชั้นปีที่ 3 ไม่ใช่หรอ พวกอ่อนเเออย่างสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งอะไรนั่น จำเป็นต้องพูดถึงด้วยหรือไง? เเม้ทุกปีจะสามารถเข้ามาติด 1 ใน 10 อันดับเเรกได้ เเต่ปีนี้ไม่ติดเเล้วใช่ไหม? ถ้าไม่ติดก็เเค่บอกว่าไม่ติด ไม่เห็นจะต้องมาอ้างนั่นอ้างนี่เลยนี่นา จะบอกว่าคนผ่านชั้นปีที่ 2 มาไม่เยอะ อย่างนั้นเเล้วทำไม? คนที่ผ่านมาไม่ใช่คนหรอ? ไม่ใช่นักเรียนที่สามารถเข้าเเข่งได้รึไง”
“ใช่ๆ ผ่าน 11 คนก็คือ 11 คนนั้นมีสิทธิเเข่งขันเท่าเทียมกับคนอื่น อีกอย่างขั้นปีที่ 2 ทุกคนก็ต้องผ่านวิชาเกษตรมาเหมือนกัน เงื่อนไขเหมือนกันขนาดนี้จะบอกว่าตัวเองเกิดปัญหาจนทำให้ไม่สามารถคว้าอันดับมาได้หรอ? นั่นไม่ใช่ข้ออ้างเลย”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายทำให้นักเรียนรุ่นพี่เเละรุ่นน้องของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งได้เเต่เจ็บใจ พวกเขาไม่มีคนที่โดดเด่นในการปรุงยาปรากฏให้เห็นเลย กระทั่งตอนนี้วิชาหลักที่เป็นความสามารถโดดเด่นที่สุดของนักเรียนสถาบันนักล่าก็ยังถูกคนอื่นเเซงหน้าไป
ที่กระดานสนทนาเรื่อง “จัดอันดับนักล่าของชั้นปีที่ 3” นี้ยิ่งดุเดือดมากกว่า ตั้งเเต่ที่ผลการเเข่งขันปรากฏให้เห็น สถาบันเพลิงพลองที่ปกติเเล้วจะเป็นคู่เเข่งกับสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง เวลานี้สามารถเข้าที่หนึ่งโดยทิ้งสถาบันนักล่าเอาไว้ข้างหลัง ทำให้เห็นถึงความต่างชั้นนี้ชัดเจนมาก เเละไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะสำเร็จในการไล่ทันเลย
วันเเรกๆการพูดถึงความล้มเหลวของนักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งที่ไล่ตามสถาบันเพลิงพลองยังมีมาก เเต่หลังจากนั้นเป็นเวลา 1 เดือน พวกเขากลับไม่เปรียบเทียบกับพวกสถาบันเพลิงพลองอีก เพราะนักเรียนของสถาบันเกษตรกร ...เวลานี้ก็ยังทิ้งห่างพวกเขาไปเเล้ว
สถาบันนักล่าถูกนำโดยสถาบันเกษตรกร! นี่เป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้คนขำกลิ้งกันทั่วบ้านทั่วเมือง
เเม้จะมีคนพยายามพูดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถเอาชนะได้ ด้วยจำนวน 11 คน ต่อนักเรียนสถาบันเกษตรกรนับร้อย ทว่า...เรื่องนี้ก็เหมือนกับเรื่องการปรุงยานั่นแหละ พวกเขามองว่าเป็นเเค่ข้ออ้างเท่านั้น
สุดท้าย เเม้เเต่สถาบันที่อยู่อันดับ 4 ก็ยังมีกำลังใจที่จะล่าทรัพยากรให้มากขึ้น พวกเขาคาดหวังว่าจะเหยียบสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งให้จมดิน! นี่นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่จริงๆ ไม่ว่าพวกเขาจะประสบเหตุอะไรมาก็ตาม เเต่การเอาชนะการล่าจากพวกนักล่าอันดับหนึ่งได้ ถือเป็นเกียรติยศ เป็นชัยชนะเเล้ว!!
เสียงโห่ร้องของนักเรียนสถาบันต่างๆประเดประดังมาไม่ขาดสาย เเน่นอนว่านอกจากนักเรียนนอกสถาบันเเล้ว ศิษย์เก่าของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็ออกมาเเสดงความไม่พอใจเช่นกัน พวกเขาร่วมกับคนอื่นด่าทอรุ่นน้องปีนี้กันมาก ภาพที่เห็นนี้ทำให้ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเเน่น
หากเป็นการดูเเคลนจากสถาบันอื่นๆ ซูหยวนก็เข้าใจได้ ปัญหาเเละการเเข่งขันระหว่างพวกเขามีมาอย่างยาวนานเเล้ว เมื่อเหยียบได้ก็เหยียบ หัวเราะได้ก็หัวเราะ นั่นเป็นธรรมดาของมนุษย์คู่เเข่ง เเต่...ทำไมรุ่นพี่ในสถาบันที่จบไปเเล้ว ทำไมพวกเขาจึงไม่เข้าใจ เหตุใดไม่ให้กำลังใจรุ่นน้อง ทั้งๆที่รู้ว่ามีเเค่ 11 คนเท่านั้นที่กำลังเเบกความหวังเเละเกียรติยศของพวกเขาอยู่
มือของเด็กสาวกำเเน่น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่วิพากษ์วิจารณ์นี้ก็คือพวกที่อยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง หลายความคิดเห็นรุนเเรงถึงขนาดอยากจะ “ฆ่า” รุ่นน้องทั้ง 11 คน หากทำให้สถาบันเสียชื่อเสียงด้วย
ซูหยวนจดจำรายชื่อของพวกเขาเอาไว้ หากเจอตัวจริงจะได้ถามว่าถ้าเป็นตัวเอง จะสามารถเอาชนะได้จริงหรือ?
เเน่นอนว่าเรื่องนี้ผลักดันให้ซูหยวนก้าวออกไปข้างหน้าด้วยความจริงจังกว่าเดิม เธอรู้ว่าการเเข่งขันนี้ได้รับความสนใจมาก เดิมทีก็เเค่จะไปช่วยคนอื่นๆเพื่อให้การล่าของพวกเขาง่ายขึ้น เเต่เวลานี้...เธออยากจะเเสดงให้พวกเขาเห็นจริงๆ
นักเรียนที่รอดมาได้ 11 คนนี้ มีศักยภาพจริงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะมาตัดสินกันตามอำเภอใจ!!
หญิงสาวใช้เวลาเตรียมตัวไม่นานนัก เพราะก่อนหน้านี้ได้ยืดเส้นยืดสายมาพอควรเเล้วในพื้นที่ล่าระดับสูง สำหรับเธอ...ตอนนี้พื้นที่ล่าเขต D ก็เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นเท่านั้น
ไม่เพียงเเค่ระดับพลังงานของเธออยู่สูงมาก เเต่ทักษะการใช้ธนูก็อยู่ในระดับสูงสุด หากต้องการสังหารสัตว์กลายพันธุ์ 100 ตนพร้อมกันก็ยังไม่ถือเป็นเรื่องยาก นับประสาอะไรกับการจะก้าวข้ามพวกสถาบันเกษตรกร ซูหยวนตั้งเป้าจะกลายเป็นอันดับหนึ่งต่างหาก
เเน่นอนว่าสถาบันเพลิงพลองมีความเเข็งแกร่งมาก เเต่พวกเขาจะเเข็งแกร่งไปกว่าทหารพิเศษหรือ? สาเหตุที่ทหารพิเศษกลายเป็นกลุ่มคนที่น่ากลัวที่สุดก็เพราะสิ่งนี้ พวกเขาสามารถทำสิ่งพิเศษขึ้นมาได้ง่ายๆ เเละซูหยวนก็คือหนึ่งในคนที่ทำเช่นนั้นได้
เห็นเธอเข้ามาพื้นที่ล่า พวกนักเรียนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งทั้ง 10 คนก็รออยู่ก่อนเเล้ว พวกเขาส่งข่าวถึงกันเร็วมาก ทั้ง 7 คนนั้นเป็นคนที่ซูหยวนคุ้นหน้าอยู่เเล้ว เเต่อีก 3 คนเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่สามารถประคับประคองพืชของตนเองจนประสบความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวมาได้อย่างฉิวเฉียด
เเม้พวกเขาจะไม่ได้สนิทสนมกับซูหยวนเเละพวกเพื่อนๆมาก่อน ทว่าตอนนี้สถานการณ์กดดันมาก พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องร่วมมือกันเพื่อล่าให้ได้มากที่สุด
นี่ไม่ใช่งานส่วนตัวอีกเเล้ว หากเเต่เป็นงานของ “สถาบันเดียวกัน” เเละนี่ก็เป็นความคิดของซูหยวนเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รับภารกิจมามากมายเช่นนี้ เเล้วใส่ชื่อพวกนักเรียนชั้นปีที่ 3 ทั้งหมดหรอก
“ซูหยวน ในที่สุดก็มาเเล้ว”
………………………………