LNCrawler

บทที่ 402 ได้เวลาเอาคืนแล้ว (อ่านฟรี 12 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 402 ได้เวลาเอาคืนแล้ว (อ่านฟรี 12 เม.ย. 69)

บทที่ 402 ได้เวลาเอาคืนแล้ว

 

“ซูหยวน ในที่สุดก็มาเเล้ว” หญิงสาวที่มัดผมรวบขึ้นสูงดูเเปลกตาเเต่ก็ยังดูงดงามเป็นคนทักทายซูหยวนก่อนเป็นคนเเรก

 

ออร่าของหญิงสาวยังคงเหมือนเดิม เหมาะสมเเล้วที่เป็นคุณหนูของสกุลจู เเละเธอก็คือ “จูหลิวหลี่” นั่นเอง

 

สายตาของหญิงสาวที่ได้เห็นซูหยวนนั้นเหมือนเห็นพระเจ้ากำลังมาช่วยชีวิตตนเอง ซูหยวนเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าจากสายตานี้ ทั้งยังเห็นความหวังที่จูหลิวหลี่มองตนเองด้วย ซึ่งไม่ใช่เเค่จูหลิวหลี่เท่านั้น เพื่อนๆคนอื่นเองก็ส่งเสียง “ยินดีต้อนรับกลับ” ให้เธอเเทบจะพร้อมกัน พวกเขารอวันที่ซูหยวนกลับมาโดยตลอด

 

“อืม กลับมาเเล้ว เหนื่อยหน่อยนะ”

 

“ฮ่าๆ ไม่เหนื่อยๆ พวกเราก็ทำเท่าที่ทำได้”

 

“ใช่ ถ้าจะบอกว่าเหนื่อยก็เหนื่อยเเค่ใจเท่านั้น รำคาญพวกปากมาก ไม่รู้เรื่องอะไรเเต่กลับด่าทอพวกเราเหมือนไปฆ่าพ่อเเม่พวกมันอย่างนั้นแหละ”

 

“ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในตระกูลฉันก็ปากมากไม่น้อย ต้องอดทนอดกลั้นอย่างมากเพื่อที่จะไม่เดินเข้าไปตบพวกมันให้กระเด็น ตัวเองทำได้หรือเปล่า นี่เป็นสัตว์กลายพันธุ์เขต D เชียวนะ พวกเราล่าได้ขนาดนี้เเล้ว ถ้ามาเเข่งขันกันตรงๆ บางทีพวกเราก็อาจชนะก็ได้”

 

“ใช่ ที่บ้านฉันก็เหมือนกัน เเต่ฉันหนักกว่าเพราะพ่อเเม่บอกว่าถ้าทำให้สถาบันเสียหาย จะให้ฉันออกจากสถาบันเเล้วเรียนปี 3 ซ้ำ น่าอายเป็นบ้า พวกเขาบอกว่าอย่าให้ใครรู้ว่าจบชั้นปี 3 ของรุ่นนี้ บอกว่าเป็นรุ่นของความล้มเหลว” 

 

เมื่อซูหยวนมาถึง ทุกคนก็อยากเเสดงรู้สึกของตนเองออกมาทั้งหมด พวกเขาพูดกันใน 10 คนนี้จนเดือดดาลไปหมดเเล้ว ทว่าก็ยังหาทางออกไม่เป็น สุดท้ายพอมีความหวังที่จะเอาชนะ ทุกคนจึงกล้าพูดกันมากขึ้น

 

ซูหยวนเข้าใจพวกเขาทุกคน ทั้งยังกล่าวขอบคุณจากใจจริงด้วย

 

“เข้าใจเเล้ว หลังจากนี้ให้ฉันช่วยจัดการก็เเล้วกันนะ ผ่านมา 2 เดือน กินเเรงพวกเธอไม่น้อยเลย” เธอว่าอย่างนั้น ทำเอาเพื่อนๆทุกคนหัวเราะร่วนไปตามๆกัน

 

“พวกเธอไปพักผ่อนก่อนก็ได้ หลังจากนี้ก็รอดูผลลัพธ์ของการล่าได้เลย เดี๋ยวหายเหนื่อยเเล้วก็ไปโม้ตอกหน้าพวกที่กล้าตำหนิพวกเราให้พอใจ ไปสู้ในกระดานสนทนาเเทนหน่อยนะ”

 

พวกเพื่อนๆได้ยินซูหยวนพูดเล่นเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะกันออกมา คำพูดของซูหยวนหมายถึงว่าพวกเขาไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับอันดับอีกต่อไป ความมั่นใจนี้พลอยทำให้ทุกคนสบายใจไปด้วย

 

ผ่านมา 2 เดือน ไม่มีวันไหนเลยที่พวกเขาได้พักผ่อนดีๆ หลังจากอยู่เขตล่า 15 วัน พวกเขาออกมาพักเเค่ 3 วัน เเล้วก็รีบกลับไปล่ากันต่อเพื่อไม่ให้คะเเนนถูกทิ้งห่างเกินไป อีกทั้งสัตว์กลายพันธุ์ระดับนี้ ด้วยกำลังของพวกเขา 11 คน ล่าได้มากมายก็เพราะใช้ทรัพยากรจำนวนมาก เสียเงินเเละค่าใช้จ่ายไปไม่น้อยเพื่อรักษาชีวิตเเละรักษามาตรฐานการล่าเอาไว้ ช่างเป็นการทุ่มเทอย่างหนักหน่วงจริงๆ

 

ทุกคนไม่ได้เกรงใจซูหยวน ทั้งไม่ได้ห่วงด้วยว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในพื้นที่ล่าเขต D ได้หรือไม่ เเค่เห็นว่าเธอมาพร้อมกับอุปกรณ์สีดำด้านหลัง เเละมือก็ถือธนูเอาไว้พร้อมกับลูกศรมากกว่า 1,000 ลูก พวกเขาก็สบายใจ

 

ไม่ใช่ว่าตอนชั้นปีที่ 1 ซูหยวนล่าเเกนพลังงานที่เขต A ไปมากกว่าพันเเกนหรือ? ตอนนี้เธออยู่ปีสามเเล้ว จะล่าพวกกลายพันธุ์เขต D สักพันตัว ทำไมจะเป็นไปไม่ได้กันล่ะ!

 

“ฝากด้วยนะซูหยวน”

 

“เอาชนะพวกสถาบันเกษตรกรให้ได้นะ”

 

“อะไรกัน เอาชนะเเค่สถาบันเกษตรกรหรือ? เเบบนั้นก็เเค่วิ่งผ่านเท่านั้นแหละ ซูหยวนของพวกเราทำได้กระทั่งเอาชนะสถาบันเพลิงพลองด้วยซ้ำ”

 

เสียงของพวกเพื่อนๆที่พูดเล่นขำๆกันทำให้ซูหยวนเผยรอยยิ้มออกมา ปล่อยให้ทุกคนไปพักผ่อน ตัวเองไม่เสียเวลาอีกต่อไป เมื่อทุกคนจากไปเเล้ว ซูหยวนก็เดินเข้าพื้นที่ล่าทันที

 

เหมือนกับข้อมูลที่รับรู้มา ไม่ใช่เเค่จากข้อมูลทั่วไปเท่านั้น เเต่ในเขตพื้นที่ล่า D นี้ หนูขาวกลายพันธุ์มากมายได้เข้าเเทรกซึมพื้นที่มานานเเล้ว ยิ่งราชาหนูขาวเปลี่ยนเป็นราชาหนูทองลายขาวจากการที่ระบบยกระดับให้ มันยิ่งเพิ่มความเเข็งแกร่งของตนเองไปอีกขั้น ตอนนี้ไม่มีสัตว์กลายพันธุ์ตัวไหนในเขต D รอดพ้นสายตาของนักล่าพวกนี้ได้

 

นอกจากนี้ ซูหยวนก็มีเเผนที่ที่ตรวจสอบตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์อยู่ด้วย เมื่อรวมกับข่าวกรองจากพวกหนูขาวกลายพันธุ์ เธอก็เเทบจะควบคุมพื้นที่ทั้งหมดด้วยฝ่ามือเดียว

 

ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับสัตว์กลายพันธุ์จำนวนเล็กน้อย เธอออกคำสั่งให้พวกหนูขาวที่กระจายตัวรอบๆซ่อนตัว วิ่งฝ่าเข้าไปในดงกระเเตหางม้วนจำนวนมาก ตั้งหลักอยู่ในสถานที่ไกลออกไปก่อนจะใช้ทักษะธนูระดับสูงของตนเองออกมา

 

ขั้นพายุศรที่สามารถควบคุม 100 ศรได้อย่างเเม่นยำ ในรัศมี 50 ตารางเมตร อาศัยวิธีการต่อสู้ที่พวกมันล่ากันเป็นฝูง เพื่อเปลี่ยนให้เป็นข้อได้เปรียบของตนเอง ด้วยการโจมตีเดียวนี้...ร่างของกระเเตหางม้วน 96 ตัวก็ตกตายในทันที!!

 

ก่อนหน้าที่ซูหยวนจะเริ่มลงมือ เธอตรวจสอบจำนวนกลายพันธุ์ที่พวกนักเรียนจากสถาบันต่างๆล่าได้มาเเล้ว โดยที่นักเรียนสถาบันเพลิงพลองล่าได้ 457 ตัว นักเรียนจากสถาบันเกษตรกรล่าเพิ่มมาได้อีกเพียง 1 ตัวเท่านั้น ศักยภาพของพวกเขาต่างชั้นกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผ่านมา สถาบันเกษตรกรจะไม่เคยเป็นคู่เเข่งของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง

 

ส่วนสถาบันของเธอ ก่อนซูหยวนจะมา พวกเขายังล่าได้อีก 1 ตัว รวมเเล้วเป็น 57 ตัว ตามหลังสถาบันเกษตรกรอยู่ 64 ตัว เเละตามหลังสถาบันเพลิงพลองอยู่ 400 ตัว

 

ดังนั้นด้วยการโจมตีเดียวนี้ อันดับของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งที่ตามหลังมาตลอดก็สามารถก้าวข้ามสถาบันเกษตรกรที่ยังภาคภูมิใจได้ทันที!

 

“153!!!” 

 

คะเเนนที่จู่ๆก็ก้าวกระโดดขึ้นไปนี้ทำให้ผู้ที่กำลังอยู่ในกระดานสนทนาทำได้เเค่อ้าปากค้างเท่านั้น พวกเขามองดูผลลัพธ์ที่เเสดงหน้าจอก่อนจะกรีดร้องออกมา

 

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!”

 

“ระบบรวนเเล้วใช่ไหม?”

 

“ผลลัพธ์นี้มันอะไร ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลงคะเเนนได้มากมายขนาดนี้ในครั้งเดียว นี่ไม่ได้หมายความว่ามีใครบางคนกำลังล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่ทำให้พวกมันตายครั้งเดียวเกือบร้อยตัวหรือ?”

 

“สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งกำลังโกงเเล้ว”

 

“ใช่ๆ จะต้องเป็นการเล่นโกงเเน่นอน ให้คนอื่นมาช่วยใช่ไหม?”

 

“โง่รึไง ให้คนอื่นมาช่วยหรือ? เเล้วใครจะมาช่วย? เป็นพวกระดับสูงคนไหนที่ทำได้ล่ะ เเล้วพวกระดับสูงพวกนั้นจะยอมเสี่ยงตายเพื่อช่วยนักเรียนไม่กี่คนเนี่ยนะ? มีเเต่คนโง่เท่านั้นเเหละที่คิดจะทำ นี่จะต้องเป็นความผิดพลาดในการนับผลคะเเนนเเน่ๆ”

 

“ฉันกำลังส่งคำรายงานไป รอสักนิด เดี๋ยวพวกเขาจะเริ่มตรวจสอบให้รู้ว่าเรื่องนี้มีสาเหตุมาจากอะไร บางทีสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งอาจจะได้คะเเนนเพิ่มขึ้นมา 2 เเต้มก็ได้ ระบบที่ปกติคิดเเค่ 1 เเต้มก็เลยรวนไปเลย”

 

“ฮ่าๆ อาจจะใช่เเบบนั้นนะ ปกติเเล้วพวกเขาล่าได้ครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น ระบบจดจำว่ามันจะเพิ่มเเค่ 1 ตัว พอครั้งนี้เพิ่ม 2 ตัวเลยพังไปเลย”

 

“เอาล่ะๆ รอชมได้เลย ฉันกำลังจะรีเฟรชใหม่เเล้ว”

 

“ฉันกำลังส่งคำรายงานไป รอสักนิด เดี๋ยวพวกเขาจะเริ่มตรวจสอบให้รู้ว่าเรื่องนี้มีสาเหตุมาจากอะไร บางทีสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งอาจจะได้คะเเนนเพิ่มขึ้นมา 2 เเต้มก็ได้ ระบบที่ปกติคิดเเค่ 1 เเต้มก็เลยรวนไปเลย”

 

“ฮ่าๆ อาจจะใช่เเบบนั้นนะ ปกติเเล้วพวกเขาล่าได้ครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น ระบบจดจำว่ามันจะเพิ่มเเค่ 1 ตัว พอครั้งนี้เพิ่ม 2 ตัวเลยพังไปเลย”

 

“เอาล่ะๆ รอชมได้เลย ฉันกำลังจะรีเฟรชใหม่เเล้ว”

 

คนจำนวนมากตกใจกับข้อมูลที่จู่ๆก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ทันที โดยคนที่อยากให้มีการตรวจสอบผลคะเเนนมากที่สุดคงหนีไม่พ้นคนจากสถาบันเกษตรกร ในขณะที่คนที่ให้กำลังใจสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็ทำได้เเค่ภาวนาให้ไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม ผ่านไป 5 นาที ในกระดานสนทนายังคงพูดเกี่ยวกับเรื่องข้อผิดพลาดจากระบบนับคะเเนน ตอนนั้นก็มีคนกระโดดออกมาประกาศข่าวใหญ่อีกครั้ง

 

“พังเเล้ว ระบบนี้ต้องพังเเน่ๆ”

 

“อะไร? มันพังก็ถูกต้องเเล้ว คะเเนนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งอยู่ที่ 58 หรือ 59 ล่ะ ดีหน่อยอาจจะอยู่ที่ 60 ก็ได้ อย่างไรพวกเขาก็เป็นนักเรียนที่เน้นฝึกฝนการล่าอยู่เเล้ว หากจะสำเร็จในระดับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”

 

“ไม่! ไม่ใช่เเน่นอน ถ้ามันเป็นเเบบนั้นฉันคงไม่กระโดดออกมาประกาศหรอก! รีบรีเฟรชเร็วเข้า เดี๋ยวจะได้เห็นเหมือนสิ่งที่ฉันเห็น”

 

"บัดซบเอ้ย!! ใช่จริงๆด้วย นี่มันจะบ้าบอเกินไปเเล้ว ไม่เพียงเเค่ไม่ลดลง เเต่กลับเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งเเล้ว ตอนนี้คะเเนนจาก 153 ไปเป็น 251 เเล้ว ยังไงก็ต้องมีปัญหาเเน่”

 

“อะไรนะ เลื่อนไปเป็น 251 เลยงั้นหรอ? นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน!”

 

“มาเเล้ว ประกาศจากทางการมาเเล้ว! พวกเขาบอกว่ามันไม่ได้เกิดข้อผิดพลาดอะไร การนับคะเเนนนี้ถูกต้อง มีนักเรียนคนหนึ่งกำลังล่าสัตว์กลายพันธุ์อย่างบ้าคลั่งอยู่”

 

“!!! ขอเเสดงความตกใจหน่อยเถอะ มันเกิดบ้าอะไรขึ้น เหตุผลนี้ใครจะเชื่อวะ!”

 

“ผู้ดูเเลระบบบ นี่เป็นการโกหกที่ตลกที่สุดที่เคยได้ยินมาเลย ช่วยพูดอีกทีเถอะว่าระบบของตัวเองผิดพลาดหรือไม่กันเเน่ ฉันสาบานเลยว่าจะไม่ด่าออกไป”

 

“คนๆหนึ่งกำลังล่าอย่างบ้าคลั่ง ต่อให้บ้าคลั่งไปจริงๆ ก็ไม่มีทางล่าได้ครั้งละร้อยตัวหรอก หากเป็นเเบบนั้นจริงๆ ฉันจะยอมกินอึเลย”

 

“งั้นก็เตรียมกินอึไปซะเถอะ! ฉันก็คือนักเรียนชั้นปี 3 จากจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ตอนนี้กำลังกลับมาพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวมาสู้กับพวกแกในกระดานสนทนา เวลานี้เพื่อนของฉันกลับมาจากการทำภารกิจเเล้ว พวกแกเตรียมตัวตายกันได้เลย”

 

“ฮ่าๆ ข้างบนคือคุณหนูจูสินะ ไม่คิดซ่อนชื่อของตัวเองเลยรึไง เเต่ฉันก็เหมือนกัน ตัวฉันก็คือนักเรียนชั้นปี 3 เช่นกัน เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้ากระดานสนทนาเลย อยากจะดูคะเเนนที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจากสหายอันเข้าพื้นที่ล่า ก่อนหน้านี้...พวกเราให้พวกแกมีความสุขมากเกินไปสินะถึงได้คิดว่าจะยึดอันดับของพวกเราไปได้ นั่นก็เเค่เรื่องล้อเล่นน่ะ มีความสุขกับเรื่องตลกของพวกเราไหม? ได้เวลาเเสดงฝีปากไปถึง 2 เดือน ภูมิใจน่าดูเลยสินะที่ได้เหยียบย่ำพวกเรา เเต่ขอโทษด้วยนะ...ตอนนี้พวกเรากำลังทวงบัลลังคืนเเล้ว พวกแกก็ไปต่อหางเเถวไปเถอะ”

 

เพียงเเค่สองข้อความนี้ ทั้งการที่ไม่ซ่อนตัวตนจนทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลคนเเสดงความคิดเห็นได้ ผู้คนที่กำลังมุงดูเรื่องทั้งหมดก็ทำอะไรไม่ได้อีก นอกจากจะหน้าชาไปตามๆกัน

 

อะไรคือการบอกว่าก่อนหน้านี้พวกเธอยังไม่เอาจริง ก็เเค่ปล่อยให้ได้โอ้อวดกันไปกับอันดับที่สองที่อยู่เหนือกว่าตนเอง เวลานี้กำลังกลับมาทวงตำแหน่งคืน 

 

นี่...นี่ไม่ได้หมายความคนพวกนั้นกำลังดูเเคลนสถาบันเกษตรกรอยู่หรอกหรือ? ใช้เวลายังไม่ถึงวันก็เอาชนะความภาคภูมิใจทั้งหมดของนักเรียนสถาบันเกษตรกรเเล้ว สำหรับพวกเขา มันช่างดูเเย่ยิ่งกว่าการเเข่งขันที่ผ่านมาเสียอีก

 

“ฮ่าๆ พวกสถาบันเกษตรกรตอนนี้หน้าชากันไปหมดเเล้วมั้ง”

 

“พวกเราจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง คิดเอาไว้อยู่เเล้วว่านี่อาจจะเป็นเเค่การต่อให้ก็เท่านั้น อย่าลืมว่าพวกเราเป็นนักล่าที่เก่งกาจที่สุด ถ้าสถาบันเกษตรกรที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องการล่าก็ยังได้อันดับสอง อย่างนั้นไม่ควรจะบอกว่าพวกเราเป็นนักล่าอีกเเล้ว ยอมวางอาวุธเเล้วไปช่วยพวกเกษตรกรทำเเปลงเพาะปลูกเลย”

 

“ฉันภูมิใจจริงๆที่จบจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง”

 

“นี่สินะที่เรียกว่าหัวเราะทีหลังดังกว่าเห็นๆ ฮ่าๆ สะใจจริงๆ”

 

เสียงหัวเราะของผู้ชมที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องแต่ต้องการชมเรื่องสนุกส่งเสียงกันออกมา คำพูดของนักเรียนสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งนั้นช่างทำให้คนปวดใจได้จริงๆ 

 

แน่นอนว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ หลายคนหมันไส้นักเรียนจากสถาบันเกษตรกรมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ที่บอกว่าตัวเองเก่งกว่านักล่า ต่อไปไม่ต้องมีอาชีพนักล่าก็ได้ มีแค่เกษตรกรก็เพียงพอแล้ว ทั้งเพาะปลูกทรัพยากรจนกลายเป็นอาหาร รวมทั้งปกป้องเขตปลอดภัยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น คำพูดที่ดูโอหังเกินไปแค่เพราะการชนะครั้งเดียวนี้เรียกความเกลียดชังได้มากจริงๆ

 

พอเห็นว่าพวกเขาแท้จริงก็ไม่ได้มีอะไรเลย แค่นักเรียนสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งกลับมาเพิ่มอีกคน พวกเขาก็ตามไม่ทันเสียแล้ว...นี่มันน่าอายมากเลยไม่ใช่หรือ?

 

……………………………….