LNCrawler

บทที่ 405 เริ่มแผนการ (อ่านฟรี 15 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 405 เริ่มแผนการ (อ่านฟรี 15 เม.ย. 69)

บทที่ 405 เริ่มแผนการ

 

ปกติแล้วซูหยวนจะยิงลูกศรจำนวนมากเพื่อจัดการศัตรูในคราวเดียว แต่หลังจากที่มีเงาสามเงาติดตามมา เธอก็พบว่าจำนวนของสัตว์กลายพันธุ์ที่เคยเห็นอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ นี่หมายความว่าพวกเขากำลังแย่งเหยื่อของเธออยู่ ถึงจะไม่รู้ว่าคนที่ทำเรื่องเช่นนี้เป็นใครก็เถอะ ทว่า...แผนการนี้ไม่ได้แย่เลย

            

ซูหยวนไม่ได้คิดมาก แผนการล่าของเธอไม่ได้มีแค่นี้อยู่แล้ว แทนที่จะใช้ธนูต่อไป ซูหยวนก็หันมาฝึกวิชาหอกต่อ อย่างไรเธอก็ต้องการประสบความสำเร็จในการแข่งขันวิชาหอกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการแข่งขันกับคนในกองทัพ ไม่รู้เลยว่าครั้งนี้พวกเขาจะส่งคนแบบไหนมาต่อสู้กับเธอ 

            

พร้อมๆกับฝึกฝนวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย ซูหยวนก็เริ่มเอาความสามารถของตนเองอย่างอาณาเขตเยือกแข็งเข้าไปผสมด้วย หลังจากที่ทำภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้นแล้ว เธอก็ตั้งใจว่าจะเข้าไปในพื้นที่ฟาร์มของตนเองอีกครั้ง เสี่ยงดวงว่าจะสามารถเข้าไปในพื้นที่แบบไหนได้อีก

            

หากมีทรัพยากรดีๆที่สามารถเอาออกมาให้คนของเขตมลพิษ ซูหยวนก็อาจจะตั้งทางเชื่อมมิติไว้ให้พวกเขาก็ได้ เพราะนั่นจะทำให้เธอสามารถเอาทรัพยากรออกมาขายโดยไม่เป็นที่สงสัยของคนอื่นๆด้วย

            

แต่นั่นก็แค่แผนการในอนาคตเท่านั้น หากทรัพยากรเหล่านั้นดีเกินไปและเธอก็ไม่ต้องการมอบให้ใคร หรือหากเธอยังแข็งแกร่งไม่พอที่จะดึงความสนใจมากมายเช่นนั้น ซูหยวนก็ยังไม่คิดจะปล่อยทางเชื่อมมิติออกมาหรอก ถึงอย่างไร...ตอนนี้แค่มีผลึกเพิ่มพลังชีวิตออกมาขาย ก็เพียงพอที่จะทำให้คนของเขตศักดิ์สิทธิ์กระตือรือร้นกันแล้ว

            

เมื่อไม่ได้ใช้วิชาธนูระดับสูง จำนวนสัตว์กลายพันธุ์ที่ถูกเธอล่าก็เพิ่มขึ้นในอัตราความเร็วที่ลดลงไปมาก แม้จะเป็นเช่นนั้น...ทว่าซูหยวนเพียงคนเดียวก็ยังรักษาระดับการล่าได้ค่อนข้างดี แม้ว่าสถาบันเพลิงพลองที่กำลังเพิ่มความเร็วตามมาจะกดดันคะแนนกันไม่น้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีระยะห่างอยู่อีกมาก

            

ปกติแล้ว นักเรียนของสถาบันเพลิงพลองเป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้อยู่ระดับสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะสามารถต่อสู้ได้ดีเช่นที่ซูหยวนเป็น นักเรียน 3 คนที่ถูกส่งมานั้นเจอกับความลำบากไม่น้อย ถึงพวกเขาจะอยากจัดการสัตว์กลายพันธุ์มากมายพวกนี้โดยไม่ให้หญิงสาวต้องลำบาก แต่ก็ไม่รู้ทำไม...ทุกเส้นทางที่อันซูหยวนไปล้วนเต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมาก พวกเขาล่าได้จำนวนหนึ่ง กระนั้นก็ยังลำบากให้อันซูหยวนต้องจัดการพวกที่เหลืออยู่ดี

            

แค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม การล่าอย่างเต็มที่ของนักเรียนสถาบันเพลิงพลอง 3 คนนั้นก็ทำให้พวกเขาแทบจะหมดแรงแล้ว พลังงานที่ดึงออกมาใช้ตลอดเวลานั้นไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาได้เร็วนัก สุดท้ายทั้งสามก็ต้องหยุดมือของตนเองจริงๆ ทำได้แค่รอช่วยเหลือหญิงสาวเมื่อเจอกับอันตรายถึงชีวิตเท่านั้น

            

นี่คือการเรียนรู้ที่ได้มาจากตอนที่อยู่ในสถาบันเพลิงพลอง ไม่ว่าจะอยากต่อสู้ขนาดไหน พวกเขาก็จะต้องเก็บพลังสำรองเอาไว้เสมอ เผื่อว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น...

            

การเตรียมพร้อมของพวกเขานับว่าถูกต้องจริงๆ เพราะหลังจากนั้นไม่นาน จู่ๆก็มีสัญญาณขอความช่วยเหลือถูกกดเรียกขึ้นมาแล้ว

            

ผู้ที่อยู่ในรัศมีสัญญาณขอความช่วยเหลือทั้งหมดต้องทำตามกฎหมาย ฝ่าดงสัตว์กลายพันธุ์ไปช่วยอีกฝ่าย แน่นอนว่ารวมถึงซูหยวนเองก็ด้วย

            

เธอไม่รู้เรื่องมาก่อนว่ามีการวางแผนจะถ่วงเวลาเธอ รวมถึงทั้งสามหนุ่มด้วยเช่นกัน เมื่อมีเหตุไม่คาดฝันขึ้นเช่นนี้ ทุกคนก็รีบเดินทางไปหาเป้าหมายทันที พบว่าอีกฝ่ายกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากจริง เป็นนักเรียนจากสถาบันทำยาที่ไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้นัก เขาเพียงคนเดียวอยู่ในวงล้อมของยีราฟหนามจำนวน 2 ตัว

            

ยีราฟหนามพวกนี้ต่างจากสัตว์กลายพันธุ์ขนาดเล็กอย่างพวกกระแตหางม้วนและมดควันเเดง แม้ว่าพวกมันจะอยู่กันเป็นฝูง แต่ก็ไม่ได้ออกล่ากันเป็นฝูงเหมือนกับทั้งสองชนิดที่กล่าวในตอนแรก

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะสามารถพบพวกมันจำนวน 1 หรือ 2 ตัวได้ ซึ่งดูเหมือนเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่ล่าได้ง่ายเพราะจำนวนของพวกมันไม่มากนัก ทว่าความจริงแล้วไม่ใช่เลย!

            

มีเหตุผลที่พวกมันสามารถล่าเหยื่อด้วยจำนวนที่น้อยกว่าอยู่หลายประการ ไม่ใช่แค่ร่างกายสูงใหญ่ มองเห็นจากระยะไกลได้ดีเนื่องจากข้อได้เปรียบในความสูงเท่านั้น หากแต่พวกมันยังโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของวิธีการต่อสู้ สามารถเป็นศัตรูกับพวกที่โจมตีระยะไกลเช่นซูหยวนได้ หรือจะเป็นพวกนก แมลง และสัตว์มีปีกได้ด้วยเช่นกัน เพราะสายตาที่ดีของมันทำให้สามารถมองเห็นศัตรูได้จากที่สูง พร้อมกันนั้นก็สามารถกาง “หนาม” ออกมาเพื่อเป็นเกราะกำบังได้

            

แผงหนามของพวกมันจะคล้ายกับสิงโต อยู่ตามคอของพวกมันเอง เมื่อมีอันตรายก็เรียกออกใช้ สามารถป้องกันได้ และยังโจมตีกลับได้ด้วย

            

ลำคอที่แข็งแกร่งทำให้ศัตรูจัดการได้ยาก มีจุดอ่อนแค่ใบหน้าที่ไม่ได้มีหนังหนามากนัก แต่ก็ปิดจุดอ่อนพวกนี้ด้วยแผงหนามที่คอ จนด้านบนกลายเป็นความแข็งแกร่งที่ยากจะโจมตีได้

            

ส่วนลำตัวนั้นเหมือนกับที่คอ มีความทนทานการโจมตีกายภาพได้ดี หากใช้อาวุธธรรมดาที่ไม่แฝงด้วยพลังงานโจมตีก็ยากที่จะเอาชนะได้ ความหนาของผิวหนังนี้...แม้แต่พวกหนูขาวกลายพันธุ์ทั่วไปก็ยังโจมตีไม่ได้ นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พวกหนูขาวยังถูกจัดอยู่ในเขต C คราแรก

            

ทว่าจากการยกระดับของหนูทองลายขาว เวลานี้มันสามารถทำให้ผู้ที่ติดตามราชาอย่างมันยกระดับไปได้ด้วย อย่างน้อยๆ...การที่พวกมันเรียนรู้กระบวนการต่อสู้แบบกลุ่มก็ทำให้มันสามารถล้มเจ้ายักษ์ยีราฟหนามนี้ได้ไม่ยากหากต้องการ

 

“ช่วยด้วย!!” เมื่อเห็นอันซูหยวนปรากฏตัว นักเรียนของสถาบันทำยาก็รีบส่งเสียงขอความช่วยเหลือทันที ถึงเขาจะคาดเดาผิดไปหน่อยที่รอบๆนี้นอกจากอันซูหยวนแล้วก็ยังมีนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองด้วยอีก 3 คนก็เถอะ สุดท้ายแล้วก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดี

 

“เพื่อนนักเรียนพยายามหลบการโจมตีของยีราฟหนามให้ดี พวกเราจะหาทางช่วยเหลือเอง” นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองเมื่อมาถึงแล้วเห็นว่าคนเป็นเหยื่อคือนักเรียนชายจากสถาบันทำยา ความกระตือรือร้นที่อยากจะช่วยของพวกเขาก็ลดลงไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว

            

ถ้าไม่ใช่เพราะด้านหลังมีอันซูหยวนที่เป็นเด็กสาวที่พวกเขาต้องปกป้องล่ะก็...ไม่แน่ว่าอาจจะถ่วงเวลาเพื่อรอนักล่าคนอื่น หรือไม่ก็คนของทางการที่ได้รับสัญญาณมาช่วยแล้ว 

 

“ให้หลบการโจมตีหรือ? หลบอย่างไร” นักเรียนจากสถาบันทำยาไม่อยากจะเชื่อว่าคนของสถาบันเพลิงพลองจะบอกเช่นนั้น 

            

เดิมที ตัวเขามาเป็นคนแรกก็เพราะอยากจะทำให้พวกเพื่อนๆดูว่าต้องทำงานอย่างไร ตั้งใจจะให้อันซูหยวนรีบมาช่วยหลังจากที่พวกทหารรับจ้างที่จ้างวานมาปกป้องไปซ่อนตัว

           

 ความคิดของเขาตอนแรกนั้นเข้าใจว่าเมื่อคนพวกนี้เห็นเขาตกอยู่ในอันตรายแล้วก็ต้องรีบมาช่วยเหลือทันที ตัวเขาแค่ต้องทนอยู่คนเดียวให้ได้ชั่วครู่ แล้วก็จะได้หาจังหวะหนีไปซ่อนตัว หรือไม่ก็หลบอยู่หลังของผู้มาช่วยได้ แต่ความจริงแล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

            

พวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองก็มา แทนที่จะรีบเข้ามาช่วยกลับบอกให้เขาพยายามหลบการโจมตีนั้นเอง แล้วพลทหารพิเศษอันที่มาถึง ไม่เพียงแค่ไม่รีบร้อนเข้ามาเท่านั้น หนักกว่าพวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง เธอเพียงหยั่งเชิงจากด้านหลัง โจมตีสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆเพื่อไม่ให้พวกมันเข้ามา

            

นี่...แม้จะเป็นการทำงานที่ถูกต้อง แต่คนพวกนี้คิดว่าเขาแข็งแกร่งเกินไปหรือเปล่า อย่าลืมว่าเขาเป็นนักเรียนจากสถาบันทำยานะ หากมากันหลายคนก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่แค่คนเดียว ควรจะต้องเข้าใจกันหรือเปล่า...

 

“ปกตินักเรียนจากสถาบันอื่นๆจะจ้างทหารรับจ้างหรือไม่ก็มีคนของตระกูลมาปกป้องไม่ใช่หรอ? ทำไมคนของนายยังไม่ปรากฏตัวอีก” นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองคนหนึ่งพูดขึ้น

            

มันเป็นเพียงเรื่องปกติเท่านั้นที่นักเรียนส่วนใหญ่จะทำเช่นนี้ เพราะแม้ว่ากฎของการแข่งขันจะเป็นการห้ามไม่ให้นักเรียนจ้างคนอื่นมาช่วยเหลือ แต่นั่นก็แค่การเอามาคิดคะแนนการล่าเท่านั้น หากตกอยู่ในอันตราย...พวกนักเรียนก็ไม่สนใจหรอกว่าพวกเขาจะได้คะแนนในการล่าตอนนั้นๆหรือไม่ ขอเพียงได้รับความช่วยเหลือแล้วกลับไปยังสถานที่ปลอดภัยก็พอ

            

ดังนั้นคำถามนี้ของอีกฝ่ายจึงถูกต้องแล้ว เพียงแต่...มันใช่เวลาที่พวกเขาจะมาสงสัยหรือ?

 

“ฉัน พลัดหลง กับพวกเพื่อนๆ คนของฉันเอง ก็อาจจะ ตาม อั่ก! ไม่ทัน” คนยังพยายามตอบกลับ แต่ระหว่างนั้นเองเขาก็ถูกขายาวๆของยีราฟหนามเตะจนล้มไป ร่างทั้งร่างกองกับพื้น กระอักเลือดออกมาเพราะเจ็บปวด 

            

เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจ็บตัวขนาดนี้เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับพวกนักเรียนสถาบันเกษตร แม้ว่าคนพวกนั้นจะเพาะปลูกสมุนไพรได้ แต่ก็ไม่ใช่สมุนไพรระดับสูง อีกอย่าง...พวกเขาก็ได้แค่ส่วนลดเท่านั้น ไม่ใช่ได้สมุนไพรมาฟรีๆเสียหน่อย ไม่รู้เลยว่าการแลกเปลี่ยนนี้ยังคุ้มค่าอยู่หรือไม่!

            

น่าเสียดายที่ตัวเขายังไม่ทันจะตะโกนยอมแพ้เพื่อให้คนของตนเองที่ซ่อนอยู่รีบออกมา ขาของยีราฟหนามตัวหนึ่งก็ถูกลูกธนูยิงเข้าใส่จนมันร้องคำราม “ฮี้ท!!” ลั่น ซึ่งแทนที่จะทำให้มันล้มลงหรือตกตาย กลับเป็นการกระตุ้นความโกรธของมันได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าใต้ขานั้นของมันก็คือ “ตัวเขา!”

            

ปัง!!

            

ขาหน้าที่เต็มไปด้วยพละกำลังเตะร่างของนักเรียนจากสถาบันทำยากระเด็นลอยออกไปไกล เขาตาเหลือกค้างเพราะความเจ็บ เกิดมายังไม่เคยต้องเจอกับความเจ็บปวดเช่นนี้มาก่อน ใครจะคิดว่าแผนการที่ตัวเองคิดกันกับพวกเพื่อนๆ สุดท้ายแล้วจะลงเอยเช่นนี้!

 

“คุณชายน้อย!!” 

 

เวลานั้นเองที่ผู้ช่วยซึ่งตอนตัวอยู่ในคราแรกไม่สามารถทำตามคำสั่งคุณชายของตนเองได้อีกต่อไป พวกเขาวิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัว คนหนึ่งไปรับตัวคุณชายน้อยไว้แล้วรีบกรอกยา อีกคนรีบเข้าไปปกป้องคุณชายน้อยกับพวกสัตว์กลายพันธุ์ แม้ว่าอยากจะพาคุณชายน้อยวิ่งหนีไปเสีย แต่ตอนนี้กลับไปไม่ได้แล้ว

            

สัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากจู่ๆก็ราวกับถูกเรียกมารวมกันที่นี่ ซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอเห็นสถานการณ์ที่ผิดปกตินี้ตั้งแต่แรก ยังคิดว่าเด็กหนุ่มอาจจะไม่อยากยอมแพ้ก็เลยไม่ให้คนของตนเองมาปกป้อง หรือไม่พวกที่ซ่อนตัวอยู่ก็คือพวกที่ตระกูลส่งมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวก็ได้ แต่...เมื่อได้ยินคำถามของนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองและได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ซูหยวนก็มั่นใจว่าสถานการณ์นี้ไม่ปกติ

            

เธอเพียงแค่กระตุ้นด้วยการยิงไปที่หน้าขาของยีราฟหนามเพื่อให้มันโจมตี แล้วตอนนั้นพวกที่ซ่อนตัวอยู่ก็รีบกรูกันออกมา ทำเอาซูหยวนอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเย็น

            

ส่วนพวกสัตว์กลายพันธุ์ที่ตามมาน่ะหรอ? แน่นอนว่าเป็นเพราะเธอเอง ไม่ใช่เพราะอยากจะฆ่านักเรียนพวกนี้หรอก แต่เธออยากจะสร้างสถานการณ์ให้ดูวุ่นวายมากขึ้นเพื่อที่จะได้รู้ว่าใครกันต้องการแย่งเหยื่อกับเธอ

            

ที่คิดไม่ถึงก็คือพวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง ภาพที่พวกเขามองเธอเหมือนกับมองสาวน้อยผู้อ่อนแอทำให้ซูหยวนถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรากฏว่าเจ้าจุดสีฟ้าพวกนี้ไม่ใช่พวกอันตราย เผลอๆที่มายุ่งกับการล่าของเธอนี้ไม่ใช่เพราะอยากจะแย่งเหยื่อไปจากเธอหรอก แต่คงอยากจะมาวุ่นวายทำนองว่า “พวกเรามาปกป้องเธอแล้วสาวน้อย” แบบนี้เป็นแน่

           

 แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...

 

“สาวน้อย เธอมาหลบอยู่ด้านหลังของพวกเราเร็วเข้า ตอนนี้พวกยีราฟหนามกำลังคลั่งแล้ว แถมด้านหลังก็มีพวกกลายพันธุ์มาอีกเป็นจำนวนมาก แม้ว่าพวกเราจะไม่ยืนยันว่าจะทำให้เธอไม่ได้รับบาดเจ็บไม่ได้ แต่พวกเรารับปากได้เลยว่าก่อนที่อันตรายจะไปถึงเธอ พวกเราจะเป็นคนแบกรับความเสียหายนั้นไว้ก่อน จนกว่าพวกเราจะรับไม่ไหวแล้ว...”

 

“ใช่แล้วสาวน้อย ถ้าเธอเห็นแล้วว่าพวกเราไม่ไหว อย่างนั้นก็รีบหาช่องทางหนีไปให้ได้ เข้าใจไหม พวกเราจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้เอง”

 

“ไม่ต้องห่วง เฮือกสุดท้ายของฉัน ฉันจะเก็บแรงเอาไว้ฝ่าพวกกลายพันธุ์เป็นแถวยาว ถ้านับหนึ่งถึงสามแล้ว ขอให้เธอวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่ต้องหันหลังกลับมามองภาพที่ไม่น่าดูของพวกเราเข้าใจไหม! จงจำภาพที่พวกเราปักหลักปกป้องเธอเอาไว้ให้ดี ในอนาคตที่ไกลแสนไกล พวกเราอาจจะได้พบกันอีกครั้งก็ได้...”

            

ยังไม่ทันเริ่มการต่อสู้ ทั้งสามคนก็เริ่มฝากฝังวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ของตนเองกันแล้ว ซูหยวนที่เตรียมแผนการรับมือเอาไว้มากมายก็ต้องพับแผนการของตนเองกลับไป มองคนทั้งสามด้วยสีหน้าเหมือนปลาตาย

            

สำหรับซูหยวน ให้เธอรับมือกับพวกศัตรูยังจะดีกว่ารับมือกับพวกน่าปวดหัวพวกนี้มาก ใครจะไปคิดว่าพวกที่มาก่อกวนการล่าจะเป็นเจ้าคนพวกนี้กัน!

 

เดิมทีซูหยวนคิดจะถ่วงเวลาเพื่อให้สามคนที่มาซุ่มอยู่รอบๆได้รับบทเรียน หากพวกเขาได้รับบาดแผลใหญ่กลับไปบ้างคงจะไม่กล้ามาวุ่นวายกับเธออีกแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าแท้จริงแล้วทั้งสามคนไม่ได้มีเจตนาร้าย ถึงจะสร้างความน่ารำคาญให้บ้าง แต่เทียบกับคนใจดีเช่นนี้ที่มีน้อยนิดอยู่บนโลก เธอก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้พวกเขาอีก...

 

แขนเล็กๆของซูหยวนตั้งฉากกับพื้น พร้อมกับการบรรจุลูกธนูนับร้อยดอกที่ดูรวดเร็วและน่าตื่นตะลึงท่ามกลางสายตาของนักเรียนชายทั้งสาม รวมทั้งทหารรับจ้างที่เด็กหนุ่มจากสถาบันทำยาจ้างมา ในเวลาไม่กี่วินาที...ซูหยวนก็ปล่อยลูกศรออกไป

 

 

คราวนี้เหมือนกับสายฝนขนาดย่อม ลูกธนูร่วงหล่นจากฟ้าแล้วปักเข้าที่กลางหัวของสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากให้ตกตายทันที ความเร็วในการล่านี้สุดยอดมากๆในสายตาของทุกคน แม้แต่นักเรียนชายที่ภาคภูมิใจกับวิชาหอกอันแข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังอ้าปากค้าง

 

“แข็งแกร่ง!!” มีเพียงสองคำนี้เท่านั้นที่จะมอบให้กับเธอได้

 

…………………………………….