LNCrawler

บทที่ 406 ไล่กลับไป (อ่านฟรี 16 เม .ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 406 ไล่กลับไป (อ่านฟรี 16 เม .ย. 69)

บทที่ 406 ไล่กลับไป

 

กระแตหางม้วนที่วิ่งกรูกันมาถูกจัดการไปอย่างรวดเร็ว จำนวนการล่าของซูหยวนก็เพิ่มขึ้นอีกไปเป็นร้อยตัวในการโจมตีเดียว ส่วนเจ้ายีราฟหนามนั้นยังไม่ได้ตายจากการโจมตีนี้ แต่ถึงมันจะป้องกันการโจมตีจากธนูได้ ตอนนั้นกลับเปิดช่องโหว่ที่ใต้ท้องของมันอย่างดี

            

หากเป็นปกติ บุ่มบ่ามเข้าไปโจมตีจุดอ่อนของมันย่อมถูกเตะกระเด็นออกมา เพราะการเคลื่อนไหวของขายาวๆของมันน่ากลัวมาก ดังนั้นศัตรูที่อยู่ด้านล่างก็จะถูกจัดการก่อนจะเข้ามาถึงช่วงท้อง ทว่าการยิงโดยศรจำนวนมากทำให้เจ้ายีราฟหนามทั้งสองถูกบังคับให้ป้องกันตนเอง และตอนนั้นก็เป็นจังหวะที่เหมาะสมแล้ว

            

ซูหยวนเข้าประชิดตัวพร้อมกับพลั่วในมือของเธอ ร่างเล็กของหญิงสาวเหมือนกับหายไปในสายลม นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เธอก็จัดการกรีดท้องของเจ้ายีราฟหนามกลายพันธุ์เสร็จไปหนึ่งตัวแล้ว 

           

 แน่นอนว่ายีราฟหนามอีกตัวได้เห็นการโจมตีนี้แล้ว มันส่งเสียงขู่ออกมา แต่เท้าทั้งสี่ก็ขยับถอยหลังไปเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่ามันเองก็รู้ว่าตัวมันกับอันซูหยวนต่างชั้นกันมาก

 

“เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งมาก!”

 

“นี่...ฉันพอจะนึกชื่อนี้ออกแล้ว นี่ไม่ใช่คนที่รุ่นพี่ไป๋พูดถึงหรือ?”

 

“คนไหน? รุ่นพี่ไป๋เคยพูดถึงใครบ้างนะ จำแทบไม่ได้แล้ว...”

 

“นี่ไง เด็กสาวรุ่นเดียวกับพวกเราที่แข็งแกร่งมาก และพวกเราจะต้องพยายามทุ่มเทให้มากกว่าเดิมเพื่อแข็งแกร่งกว่าเธอ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะปกป้องเธอไม่ได้น่ะ”

 

“อ๋า...จำได้แล้ว ฉันจำได้แล้ว!”

 

“ตะ แต่ว่า...ที่รุ่นพี่ไป๋บอกว่าแข็งแกร่ง ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้! ถ้าพวกเราจะต้องแข็งแกร่งกว่าเธอ เช่นนั้นจะต้องฝึกหนักขนาดไหน บางทีอาจตายก่อนก็ได้...” หนึ่งในนักเรียนชายพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ความแข็งแกร่งของอันซูหยวนเหนือจินตนาการของพวกเขาไปแล้ว

           

 ตอนที่รุ่นพี่ไป๋บอกว่าพวกเขาต้องฝึกฝนให้หนักก็เข้าใจอยู่ ทั้งยังคิดว่าตัวเองฝึกหนักมากพอแล้ว ด้วยความมั่นใจเช่นนี้ทำให้พวกเขาเชื่อว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าเด็กสาวที่รุ่นพี่ไป๋พูดถึงแน่นอน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย...

           

 เด็กสาวคนนั้นที่รุ่นพี่พูด ดูเหมือนจะไม่ใช่มนุษย์ไปแล้ว...เธออายุเพียงเท่าไรก็ไปถึงระดับนี้ได้ เหอ เหอ เหอ ต่อให้เป็นรุ่นพี่ไป๋เองก็เถอะ มาเจอกับเธอแล้วคงจะไม่บอกให้พวกเขาพยายามอีกกระมัง เพราะตัวเองก็ยังแพ้เธออยู่เลย!

 

“นักเรียนทุกคนบาดเจ็บไหม!” หลังจากที่ยีราฟหนามกลายพันธุ์ตัวที่สองล้มลง ในที่สุดก็ได้เวลาของเจ้าหน้าที่ทางการที่มาถึง เมื่อเห็นว่ามีความช่วยเหลือมาแล้ว ทหารรับจ้างของนักเรียนจากสถาบันทำยาก็รีบเข้ามาประสานงานทันทีเพื่อรีบส่งตัวคุณชายของตนเองกลับไป ในขณะที่อันซูหยวนและนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองยังคงอยู่ในพื้นที่ล่าต่อ

            

ทั้งสามคนตัดสินใจที่จะไม่ติดตามอันซูหยวน แต่อยากจะเอาสถานการณ์ที่เพิ่งพบเจอไปเล่าให้พวกเพื่อนๆในชั้นปีฟัง อีกอย่าง...ต่อให้พวกเขาอยู่ต่อก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

            

เพียงแต่...พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะถูกกล่อมให้ต้องกลับมาอีกครั้ง

 

“เธอเก่งถึงเพียงนี้ แต่พวกเรายังอ่อนหัดจริงๆ ถ้าอย่างนั้น...ทั้งสามก็ไปเรียนรู้กับเธอก่อน หลังจากนั้นพวกเราจะสลับกันเพื่อไปเรียนรู้ พวกเราจะต้องพัฒนาให้มากขึ้น จะไม่ตามหลังตลอดไปหรอก! จำเอาไว้ว่าต้องล่าสัตว์กลายพันธุ์กับเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าให้เธอต้องลำบาก”

            

คนมีหน้าที่พูดกระตุ้นก็ยังทำต่อไป ข้างขมับของเขาเริ่มมีเส้นสีดำปูดโปนขึ้นมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าตอนนี้เขากำลังโกรธจัดแล้วจริงๆ

            

ไอ้คนทึ่มสามคนนี้ ตอนแรกยังทำผลงานได้ดีอยู่ อัตราการล่าของอันซูหยวนมีน้อยมาก แต่ผ่านไปไม่เท่าไรก็วิ่งหนีกลับมา บอกว่าเธอแข็งแกร่งมากจนไม่ต้องการให้ใครปกป้องแล้ว

            

พวกมันคิดจริงๆหรือว่าเขาส่งไปเพื่อปกป้องคนที่ล่าสัตว์กลายพันธุ์คนเดียวไป 400 – 500 กว่าตัวน่ะ! ช่าง....ช่างเป็นพวกทึ่มเหมือนที่สาวๆพูดถึงกันจริงๆ!!

            

ก่อนหน้านี้ตัวเขาก็เป็นเหมือนกับเพื่อนนักเรียนจากสถาบันนี่แหละ กระทั่งตอนที่สามารถลากลับไปที่บ้านเดิมได้แล้วได้ยินลูกพี่ลูกน้องพูดนินทาเกี่ยวกับสถาบันเพลิงพลอง ความมั่นอกมั่นใจที่เหล่าอาจารย์และรุ่นพี่สั่งสอนมาตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากสถาบันเพลิงพลองนั้นมีการปูพื้นฐานตั้งแต่อายุไม่มากเท่าไร หากต้องการเข้าสถาบันก็ต้องสอบผ่านวิชาพื้นฐานด้วย ซึ่งสอบเกี่ยวกับคุณสมบัติและกระบวนการคิด

           

 ท้ายที่สุดแล้ววันนั้นเขาจึงได้รับมุมมองใหม่ๆ แถมยังเป็นการเปิดโลกความจริงให้เห็น ตัวเขาจึงกลับไปที่สถาบันเพื่อสอบถามอาจารย์ว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไร นั่นทำให้ได้รู้ความจริงทั้งหมด...

            

อาจารย์กล่าวว่าในทุกๆปีก็จะมีเด็กแบบเขาเหมือนกัน เด็กจำพวกนี้จะเรียกว่าเด็กที่ออกนอกกรอบ กระบวนความคิดถูกทำให้บิดเบือนและอื่นๆอีกมากมาย และทันทีที่อาจารย์รู้ความคิดของเขาเช่นนั้นก็เริ่มมีมาตรการเพื่อลงโทษ สั่งให้เขากลับไปท่องจำกฎการเป็นสุภาพบุรุษ รวมถึงฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่นๆ 

            

แน่นอนว่าถ้าเขายังไม่ยอมแสดงว่าตัวเขาเข้าใจที่อาจารย์ต้องการสอน ก็จะต้องถูกสั่งสอนอยู่อย่างนั้นตลอดไป สุดท้ายแล้วไม่เข้าใจก็ต้องยอมเข้าใจ และนั่นทำให้เขาพบความจริงทั้งหมด

            

อาจารย์หลายคนอาจจะไม่ได้คิดเหมือนกับกฎของสถาบัน แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร การแสดงออกของพวกเขาจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน นี่เป็นการฝึกฝนจิตใจและฝึกกลยุทธ์ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าพวกเขาเป็นเจ้าทึ่มที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ความจริงแล้ว...เบื้องหลังการแสดงออกนี้มีมากกว่าที่คิด!

            

เมื่อเขาออกมาจากห้องลงโทษได้ ตอนนั้นอาจารย์ 3 คน ถึงกับเรียกเขาไปพบเพื่อจะรับเป็นนักเรียนส่วนตัว นี่เป็นเพราะตัวเขาผ่านการทดสอบพิเศษเสียแล้ว 

            

ส่วนเรื่องที่เขาได้กลายเป็นผู้นำกลุ่มนักเรียนในระหว่างการล่าของชั้นปี 3 นี้ไม่ใช่เพราะอะไรเลย แต่เป็นเพราะเขาตื่นรู้แล้วนั่นเอง! อาจารย์วางใจให้เขากลายเป็นผู้นำของกลุ่ม ก็เพื่อที่จะคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้ ดังนั้นเขาย่อมต้องสื่อสารกับเด็กๆพวกนี้ให้เข้าใจ

          

  ต่อให้ไม่เข้าใจก็ต้องเข้าใจ!!

            

เมื่อทั้งสามถูกส่งกลับไปอีกครั้ง ครานี้พวกเขาไม่หลบซ่อนอีกแล้ว ทั้งยังปรากฏตัวไปช่วยเหลืออันซูหยวนในการล่าอีกด้วย แน่นอนว่านั่นเป็นความคิดของพวกเขาเอง เพราะความจริงการ “ช่วยกันล่า” ในสถานการณ์นี้ ก็หมายความว่า “แย่งเหยื่อ” จากเธอนั่นเอง

           

 ถึงจะได้ไม่มากนักเพราะทักษะของอันซูหยวนดีกว่า กระนั้นทั้งสามคนก็ยังทำงานอย่างหนัก ขโมยคะแนนมาได้หลายสิบตัว เรียกได้ว่าเร็วกว่าการล่ากับพวกเพื่อนๆที่เหลือเสียอีก เพราะหลายครั้งที่อันซูหยวนช่วยสนับสนุนการต่อสู้ของพวกเขาจนทำให้กลายเป็นคนสุดท้ายที่สังหารสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้น

           

 เอาเถอะ เจ้าทึ่มพวกนี้คงจะถูกคนอื่นวางแผนมาให้อีกที ซูหยวนไม่คิดมากนัก อีกอย่าง...นอกจากพวกเขาจะกลายเป็นเพื่อนไม่ให้เธอเหงาหูแล้ว ก็ยังช่วยจัดการ “แขก” ไม่ได้รับเชิญที่กดเรียกใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอีกเช่นกัน

            

นอกจากนักเรียนชายคนแรกที่ถูกหามออกไปแล้ว ก็ยังมีคนที่สองคนที่สามและคนที่สี่อีกมาก หากมีแค่ซูหยวนคนเดียวย่อมต้องเป็นคนเข้าไปดู ซึ่งเป็นการเสียเวลามาก แต่เพราะทั้งสามรวดเร็วกว่า ดังนั้นเมื่อมีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ สามคนก็รีบพุ่งตัวออกไป หวังว่าจะทำประโยชน์ได้ จากนั้นก็จะช่วยต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์ตรงหน้าพร้อมกับช่วยปกป้องนักเรียนที่ทำลายลูกแก้ว

           

 ส่วนทางซูหยวน เธอก็ทำเป็นช่วยเหลือพวกเขาเช่นกัน แต่ความจริงแล้วเป็นการอาศัยจังหวะชุลมุนที่ตัวคนได้ก่อขึ้น ทำให้กลายเป็นความชุลมุนมากกว่าเดิม โดยทำให้ทั้ง 4 รวมนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองกลายเป็นเหยื่อล่อให้สัตว์กลายพันธุ์มามากขึ้น หลังจากนั้นก็จะได้ล่าอย่างสบายใจ บอกว่ากำลังปกป้องเด็กๆทั้ง 4 คน

            

ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม ทำให้เด็กจากสถาบันทำยาได้รับบาดเจ็บจนคนของพวกเขาต้องปรากฏตัวออกมาช่วยเหลือ เมื่อคนของทางการมาถึงก็ส่งพวกเขากลับไปได้ ส่วนซูหยวนและนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองก็ล่าต่อไป

           

 ผ่านไป 1 วัน มีลูกแก้วที่ถูกทำลายมากกว่า 10 ลูก ตั้งแต่เช้าวันนั้นจนกระทั่งเช้าอีกวัน เรียกว่าแผนการนี้ค่อนข้างดี แม้ว่าแรกๆจะมีประโยชน์ไม่มากนัก เพราะคะแนนของซูหยวนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเรียกให้มาช่วยทั้งวันทั้งคืนก็ทำให้พวกเธอไม่ได้พักผ่อนอย่างดีเช่นกัน

           

 และนั่นแหละคือช่วงเวลาที่พวกเขารอคอย!!

            

นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองยังดี พวกเขาสับเปลี่ยนคนมาเมื่อถึงวันใหม่ ทั้งสามที่มีรอยคล้ำที่ใต้ตาเพราะไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็รู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อย ต่อหน้าซูหยวนยังโบกมือให้เธอราวกับมีพลัง แต่ลับหลังก็ล้มลงไปนอนเหมือนกับหมีตายเสียแล้ว

            

ตอนนี้คะแนนของซูหยวนทะลุ 1,000 ไปแล้ว ตลอดทั้งวันทั้งคืนเธอล่าได้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่คะแนนของอันดับสองก็คือ 640 คะแนน ตามหลังอยู่ค่อนข้างมาก ส่วนที่ 3 และ 4 นั้นไม่ต้องพูดถึง ต่อให้ใช้ความเร็วในการล่าเท่านี้ตลอดไป โดยที่ซูหยวนไม่ล่าอีก พวกเขาก็ไม่มีทางชิงอันดับหนึ่งไปจากเธอได้

            

เมื่อรู้ว่าคนของสถาบันทำยายังเล่นลูกไม้เช่นเดิม ซูหยวนก็ได้เวลาที่จะลงมือบ้างแล้ว หลังจากการขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้าย เธอรู้ว่าตัวเองน่าจะสามารถทนอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่เพียงแค่พลังงานใกล้จะหมดเท่านั้น แต่เธอก็ต้องพักผ่อนด้วย ไม่อย่างนั้นความกดดันขนาดนี้จะต้องทำให้เกิดข้อผิดพลาดบางประการได้ เรื่องนี้ไม่ควรจะเอามาเสี่ยงเลย เพราะถ้าเธอได้รับบาดเจ็บ จะเป็นการเสียหายที่มากกว่า การพักฟื้นอาจจะนานกว่าก็ได้

            

ดังนั้นแผนของซูหยวนคือ หลังจากที่ล่าครั้งใหญ่นี้สำเร็จ เธอก็จะออกจากพื้นที่แล้วไปนอนพักให้พอ กลับไปเตรียมพร้อมอีกครั้งแล้วค่อยเข้ามาล่าต่อ ซึ่งแผนการนี้...นักเรียนจากสถาบันทำยาไม่ได้รู้เลย

            

พวกเขายังแอบตามซูหยวนมาเรื่อยๆ และก็ได้เห็นการกระทำที่ค่อนข้างแปลกของเธอ...

            

ร่างเล็กๆเอาแต่วางชิ้นส่วนของสัตว์กลายพันธุ์ที่ล่ามาได้เป็นแถวยาว สิ่งนี้ทำให้สัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากติดตามมา และมันจะกลายเป็นอันตรายแน่ เด็กๆพวกนั้นมองหน้ากันเอง พวกเขาคิดกันว่าอันซูหยวนกำลังจะฆ่าตัวตาย แต่ความจริงก็ปรากฏให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ใช่แค่ต้องการฆ่าตัวตายเท่านั้น แต่ต้องการให้พวกเขาตายไปด้วย!!

            

สิ่งที่อันซูหยวนทำก็คือการวางชิ้นส่วนสัตว์กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ แล้วก็บรรจบที่หน้าเนินดินแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีมดงานของมดควันไฟลาดตระเวนอยู่ ด้านหลังก็คือสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากที่ตามกลิ่นมา ในขณะที่ด้านหน้าเป็นรังของมดควันแดง หากรวมจำนวนแล้ว...คงไม่ใช่ว่าจะมากกว่าห้าร้อยตัวเลยหรือ?

           

 ตู้ม!!

            

ซูหยวนไม่มีเวลาให้พวกเขาร้องออกมาด้วยซ้ำ เธอมาถึงหน้าทางเข้ารังของมดควันแดงก็โยนระเบิดก้อนใหญ่ออกไป ทำให้ทางเข้าของรังมดถูกโจมตี ฆ่ามดควันแดงได้ 2 ตัวในคราวเดียว แต่...หลังจากนั้น มดควันแดงก็กรูกันออกมาจากปากรังแล้ว พวกมันยังถือท่อนไม้สีแดงที่เป็นอาวุธคู่ใจวิ่งกันออกมาด้วย

 

“กี๊ด!!!”

            

เสียงร้องของความโกรธเกรี้ยวของทหารมดควันแดงประสานกันจนทำให้คนต้องแสบแก้วหู อันซูหยวนไม่เพียงไม่สะทกสะท้านเท่านั้น เธอยังโยนเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ออกไปอีกด้วย

 

“จี๊ด!!” 

 

ด้านหลังปรากฏกระแตหางม้วนฝูงใหญ่ที่ติดตามมา จนได้ยินเสียงระเบิดกรูกันออกมาด้วย เมื่อพวกมันเห็นเนื้อกลายพันธุ์ที่แสนน่ากินก็พุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อนแล้ว ดังนั้นตอนนี้....ทั้งซูหยวน นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง รวมถึงนักเรียนจากสถาบันทำยาจำนวนหนึ่งก็ตกอยู่ในวงล้อมของสัตว์กลายพันธุ์ทั้งสองฝูงนี้แล้ว!!

 

“ดะ เด็กนั่นมันบ้าไปแล้ว!!”

 

“มันกำลังพาพวกเรามาตายหรือ? ต้องการฆ่าตัวตายทำไมไม่ตายไปคนเดียว!”

 

“ฉันบอกแล้วว่าพวกที่กลับไปแจ้งมาว่าให้เลิกภารกิจ ภารกิจนี้เป็นแค่การแสวงหาความตายเท่านั้น แต่ไม่มีใครเชื่อฉัน!!”

 

“ทำอย่างไรดี ตอนนี้ฉันรู้สึกร้อนๆหนาวๆแล้ว ควรจะเรียกให้คนของเราที่ซ่อนตัวออกมาช่วยเหลือดีหรือไม่”

 

“เหอ เหอ เหอ คิดว่าคนของเราปรากฏตัวออกมาจากที่ซ่อนแล้วจะช่วยได้จริงหรือ? ฉันคิดว่าแค่มีเหยื่อเพิ่มขึ้นมาก็เท่านั้น การปรากฏตัวออกมาตอนนี้ก็เท่ากับเปิดเผยตำแหน่งของพวกเราด้วยนะ”

 

“นะ นั่นก็จริง เช่นนั้นทำอย่างไร...”

 

“จะทำอะไรได้ ตอนนี้ก็ได้แค่รอดูเท่านั้นแล้ว ถ้าไม่ไหวจริงๆก็หาโอกาสตอนชุลมุนแล้วหนีตายกัน!”

            

ไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นถูกได้ยินโดยอันซูหยวนหรือไม่ แต่หลังจากที่เธอก่อความวุ่นวายขนาดนี้แล้ว ศรทั้ง 100 ก็ถูกบรรจุแล้ว อันซูหยวนยิงออกไปโดยไม่สนใจเลยว่าฝั่งนั้นจะเป็นมดควันแดงหรือจะเป็นกระแตหางม้วน เธอเปิดฉากโจมตีเช่นนี้ก็เหมือนสัญญาณให้เริ่มสงคราม สองเผ่าพันธุ์...ไม่สิ สามเผ่าพันธุ์ตอนนี้เริ่มกระโจนเข้าใส่กันแล้ว ไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นศัตรูจากเผ่าพันธุ์ไหน เพราะไม่มีใครเป็นพันธมิตรกันเลย!!

 

………………………………………….