บทที่ 409 เจ้าหวู่ที่เข้มแข็ง (อ่านฟรี 19 เม.ย. 69)
บทที่ 409 เจ้าหวู่ที่เข้มแข็ง (อ่านฟรี 19 เม.ย. 69)
บทที่ 409 เจ้าหวู่ที่เข้มแข็ง
เขาได้ยินชื่อของประธานจางมาบ่อยมากจริงๆ ไม่ว่าจะที่ตระกูลหรือที่กองทัพ กระทั่งที่สถาบันก็ยังได้ยินอีก ลึกๆแล้วเขากำลังมองว่าประธานจางคนนี้เป็นศัตรูของตนเอง อีกฝ่ายเป็นกำแพงสูงที่เขาอยากจะข้ามไปให้ได้
“พลทหารพิเศษที่เป็นคนของประธานจางคนนั้นงั้นหรือ? น่าสนใจจริงๆ...”
เสียงพึมพำของชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าอัจฉริยะทำให้เพื่อนของเขาถึงกับขมวดคิ้ว ในใจพลันเป็นห่วงเพื่อนของตนเองคนนี้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนฉลาด แต่คนฉลาดก็มีปัญหาเป็นของตนเองเช่นกัน
เพราะตั้งแต่เกิดมา ทุกคนเอาแต่พูดว่าเขาเป็นอัจฉริยะ ต่อไปจะต้องประสบความสำเร็จ กลายเป็นตำนานเหนือผู้คนแน่ อีกทั้งไม่เคยเกิดข้อผิดพลาดใดๆในชีวิต ทำให้ค่อนข้างเชื่อมั่นในแผนการของตนเอง และเพราะแบบนั้น...หากจู่ๆมั่นใจเกินไปแล้วแตะต้องคนที่ไม่ควรแตะ นี่ไม่ใช่จะเป็นการแสวงหาความตายหรือ?
“ตอนนี้สิ่งที่นายต้องสนใจก็คือการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันวางกลยุทธ์ เรื่องการล่าพวกกลายพันธุ์นี้...ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกบ้าพลังไปเถอะ”
“ทำไม? เป็นห่วงกลัวว่าฉันจะแพ้หรือ?”
“แน่นอนว่าฉันไม่กลัวว่านายจะแพ้หรอก ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายเสียเวลามาคิดเรื่องไร้สาระเหล่านี้”
“ไร้สาระ? มันจะเป็นแค่เรื่องไร้สาระจริงๆหรือเปล่าล่ะ....” เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน คนที่กำลังอ่านข่าวก็ยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
แน่นอนว่าความคิดของนักเรียนหนุ่มอัจฉริยะย่อมไม่ใช่ใครก็จะได้จะเข้าใจ แม้แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา กระทั่งนอนห้องพักเดียวกันก็ยังทำสีหน้าสงสัยอยู่เลย
คนไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก เพียงวางมือจากแบบจำลองตรงหน้า ปล่อยให้คะแนนปรากฏเป็น “0” คะแนน ส่วนตัวของเขาก็หันมาสนใจข่าวที่กำลังพูดถึงเรื่องอันดับของการล่าที่กำลังถูกพูดถึงกันเป็นวงกว้าง
ที่จริง เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าคะแนนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร ที่เขาสนใจกลับเป็นวิธีการของเธอต่างหาก! ท่ามกลางแผนการของสถาบันเพลิงพลองและสถาบันเกษตรกรที่ร่วมมือกับสถาบันทำยา ทำไมเธอถึงสามารถเพิ่มคะแนนการล่าของตนเองได้สูงเช่นนั้น เขารู้สึกว่าถ้ามองข้ามเธอไปแม้เพียงก้าวเดียว ข้างหลังของเขาก็อาจจะถูกตามมาติดๆก็ได้ แล้วไม่แน่ว่าถ้าเขากล้ากระพริบตา ตำแหน่ง “อัจฉริยะอันดับหนึ่ง” ก็อาจจะถูกแย่งชิงไป
ถึงเขาจะไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหรือชื่อเสียงที่เว่อร์วังเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมให้คนของ “ประธานจาง” คนนั้นก้าวข้ามเขาไป
ถ้าแม้แต่คนของอีกฝ่ายก็ยังเอาชนะเขาได้ เช่นนั้น....เขาจะยังมีหน้าไปสู้กับประธานจางได้อย่างไร ต่อไปเมื่อต้องพบเจออีกฝ่าย ไม่ต้องรีบก้มหน้าวิ่งหนีด้วยความอับอายหรือ? หากเป้าหมายของเขาก็คือการก้าวข้ามประธานจาง เช่นนั้นเขาจะต้องไม่แพ้ใครเลย!
แน่นอนว่าเรื่องราวต่างๆใช่ว่าจะเปิดเผยออกมาในที่สาธารณะ แต่ร่องรอยการติดตามก็ยังมีอยู่ เขาพยายามมองหาคอมเม้นท์เก่าๆของพวกนักเรียนจากสถาบันทำยา พบว่าคนพวกนั้นก็ยังคงเป็นเหมือนกับปีก่อนๆ ที่พยายามหาผลประโยชน์จากการแข่งขันนี้
ปีก่อนๆ รุ่นพี่ชั้นปีที่ 3 ที่อยู่ปี 4 ตอนนั้น ได้ร่วมมือกับนักเรียนจากสถาบันนักล่าเพื่อหยุดไม่ให้สถาบันเพลิงพลองทำคะแนนนำตนเอง วิธีการของพวกเขาก็คือการแย่งเหยื่อของนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่รู้กันดี เพราะนักเรียนจากสถาบันทำยาเป็นพวกที่เข้ากับใครก็ได้ ขอเพียงพวกเขาได้ประโยชน์มากพอก็พร้อมลงมือแล้ว
ส่วนปีนี้....
“นักเรียนจากสถาบันทำยาถูกหามออกมาอีกแล้ว”
“อีกแล้วหรือ?”
“ใช่ ก่อนหน้านี้ก็มีสี่ห้าคนแล้ว พวกเขาถูกหามออกมาทีละคน เป็นเรื่องน่าประหลาดมาก”
“พวกเพื่อนๆของฉันที่กำลังล่าอยู่ บอกว่ามีการเรียกใช้ลูกแก้วในรัศมีด้วย พอไปดูก็เจอนักเรียนจากสถาบันทำยา นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง และนักเรียนจากสถาบันนักล่า แต่สุดท้ายนักเรียนจากสถาบันทำยาก็ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ดี”
“น่าแปลกจริงๆ ปกติแล้วพวกที่ไม่ใช่นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองหรือสถาบันนักล่า พวกเขาจะไม่ออกล่าเดี่ยวๆ หากจะเจอพวกเขาก็ต้องเจอออกล่าเป็นกลุ่ม”
“อืม นั่นเป็นเรื่องปกติจริงๆ การออกล่าเพียงลำพังนี้ไม่ต่างอะไรกับการโยนตัวเองไปตาย”
“หืม? พวกนักเรียนจากสถาบันทำยาก็ต้องมีผู้คุ้มกันประจำตัวไม่ใช่หรือ? ต่อให้พลัดหลงกับพวกเพื่อนๆก็คงไม่หลงกับพวกผู้คุ้มกันหรอกมั้ง แล้วทำไม...”
“ได้ยินว่าตอนที่ถูกหามออกมาก็มีผู้คุ้มกันที่ถูกหามออกมาด้วยนะ”
“!!”
“พวกเขาไปเจออะไรกันมาแน่ การล่ามันโหดร้ายขนาดนั้นเลยหรือ? หรือว่าพวกเขาโชคร้ายเกินไป...”
การพูดคุยของพวกเขาแม้จะเป็นวงแคบๆ แต่เมื่อชายหนุ่มอัจฉริยะได้อ่านก็เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา คนพวกนี้....คงไม่แคล้วว่าจะถูกตลบหลังนั่นแหละ
แผนของพวกเขาดูออกง่ายเกินไป แต่ก็ไม่ใช่แผนการที่แย่นัก เนื่องจากเป้าหมายมีแค่คนเดียวก็คืออันซูหยวน เช่นนั้นถ้าดึงความสนใจของเธอไปได้ก็จะทำให้การล่าหยุดชะงักไป น่าเสียดายที่อันซูหยวนไม่ใช่คนที่จะเล่นด้วยได้ พวกเขาลืมไปหรือเปล่าว่าทหารพิเศษนั้นทำอะไรได้บ้าง...
ไม่ต้องพูดถึงกฎหมายที่ละเว้นโทษและมอบสิทธิประโยชน์ให้พวกเขามากมาย แค่เรื่องที่การจะเป็น “ทหารพิเศษ” ได้ จะต้องพิเศษกว่าคนอื่นๆ พวกเขาก็ลืมคำนึงถึงไปแล้ว สุดท้ายก็ถูกทหารพิเศษคนนั้นย้อนศรเข้าให้ กลายเป็นตัวเองที่เดือดร้อนกันเป็นแถว ไม่รู้ว่าจะต้องสงสารหรือสมเพชดีเลย...
อ่านไปอ่านมา กลายเป็นพลทหารพิเศษคนนั้นอาจจะทำให้นักเรียนจากสถาบันทำยาประสบความสำเร็จในการแสดงมากขึ้นด้วยการเพิ่มอันตรายให้พวกเขาจนการขอความช่วยเหลือ ซึ่งดูเหมือนจะแนบเนียนมาก แต่ความจริงแล้ว...พวกนักเรียนจากสถาบันทำยาก็ไม่ต่างอะไรกับ “เหยื่อล่อ” ที่ทำประโยชน์ในการล่าให้อันซูหยวนเลย
แถมไม่ใช่แค่นั้น แต่ยังช่วยจัดการนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองได้ด้วย เพราะพวกเขาต้องยุ่งอยู่กับการช่วยชีวิต ทำให้ซูหยวนสามารถล่าได้อย่างสบายใจ
เพียงแต่....แม้เขาจะคิดได้ถึงขนาดนั้น ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเพิ่มจำนวนคะแนนครั้งเดียวกว่า 600 แต้ม! นี่...ความเป็นไปได้ไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด...อาจจะเป็นผลมาจากการถล่มรังมดควันแดง
หากอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ก็เคยมีนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองที่เอาชนะสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งได้ด้วยการหลงเข้าไปในรังของมดควันแดงแล้วทำลายไข่ของพวกมันจนหมดเช่นกัน
แต่ครั้งนั้น....เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้หลงเข้าไปไม่สามารถรอดชีวิตกลับมาได้ นักเรียนของสถาบันเพลิงพลองยกย่องให้เขาเป็นวีรบุรุษที่เสียสละชีวิตเพื่อทำแต้มให้สถาบันเพลิงพลองกันอยู่พักใหญ่ แต่ในความคิดของเขา....เจ้านั่นก็แค่โง่เกินไป ยังดีที่คิดทำอะไรก่อนตายก็เท่านั้น
เมื่อได้ข้อสรุป เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองดูแบบจำลองที่แสดงผล “0” คะแนนจากการยอมแพ้การจำลองก่อนหน้า เขารู้สึกว่าการแข่งขันนี้อาจจะไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่คิดเสียแล้ว
ทางนักเรียนจากสถาบันแผนและกลยุทธ์จมอยู่กับความคิดของตนเอง นักเรียนจากสถาบันเกษตรกรก็เช่นเดียวกัน แต่ที่พวกเขากำลังคิดอยู่กลับไม่ใช่เรื่องซับซ้อนขนาดนั้น ก็แค่ตกใจกับผลคะแนนที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นเช่นนี้ แถมยังโกรธพวกนักเรียนจากสถาบันทำยาด้วย
“ไอ้พวกนั้น....ไหนว่าจะทำให้สถาบันเพลิงพลองนำหน้าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งไงล่ะ แล้วทำไมผลคะแนนถึงเป็นแบบนี้!”
“พวกมันหลอกลวงพวกเราหรือเปล่า”
“ฉันคิดว่าพวกมันมีอะไรเข้าใจผิดอยู่นะ พวกเราไม่ได้จ้างพวกมันให้ช่วยสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง แต่จ้างมันให้จัดการสถาบันนักล่านะ”
“ฉันก็คิดเหมือนกัน ถ้าพวกมันไม่ได้เข้าใจผิด ทำไมถึงปล่อยให้สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งได้คะแนนรวดเดียวไปสองพันกว่าคะแนนแบบนี้ แล้วที่เหลือ...พวกสถาบันเพลิงพลองจะไล่ตามทันได้ยังไง”
“บัดซบเอ้ย! พวกเราคงถูกหลอกแล้วล่ะ ไอ้พวกนั้นคิดจะมาหลอกพวกเราเพื่อลดราคาสมุนไพรแน่ๆ”
“เหอ เหอ เหอ คิดว่าพวกมันจะไปส่วนลดไปจริงๆหรือ? เงื่อนไขของพวกเราก็เขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าสถาบันเพลิงพลองไม่ได้อันดับหนึ่ง พวกเราก็จะไม่ขายของให้พวกมันแน่”
“ดี ถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเราไม่เพิ่มราคาสินค้าไปด้วยเลยล่ะ”
“ใช่ๆ เห็นด้วยนะ” พวกนักเรียนจากสถาบันเกษตรกรอับอายแล้ว และก็กำลังโกรธที่เจ้าพวกนั้นให้ความหวังด้วย ดังนั้นจึงต้องการผลักความเจ็บปวดนี้ไปที่สถาบันทำยา ให้เจ้าพวกนั้นเจอกับความเดือดร้อนบ้าง
ทางอันซูหยวนหลังจากล่าครั้งสุดท้ายสำเร็จ เธอก็ไม่ทำอะไรอีกนอกจากกลับออกจากพื้นที่ล่า เข้าไปในนอนพักที่มิติฟาร์มของตนเองจนพอใจ แล้วก็กลับออกมาพร้อมกับพลังงานเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
เพราะการระเบิดพลังครั้งก่อน พลังงานของเธอจึงถูกกระตุ้นให้เพิ่มขึ้นอีกมาก ซูหยวนเติมพลังงานจากฟาร์มตนเองเข้าไปไม่น้อย และตอนนี้เธอก็น่าจะมีพลังงานมากกว่า 230 แต้มแล้ว
“รุ่นพี่!”
ในขณะที่ซูหยวนกำลังจะออกจากสถาบันเพื่อเข้าพื้นที่ล่า เป้าหมายของเธอก็คือเวลา 1 เดือนนี้ เธอจะทำให้คะแนนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งแตะที่ 1 หมื่นคะแนนให้ได้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสพลิกสถานการณ์อีก ดังนั้นแผนของเธอก็คือการเข้าพื้นที่ล่า 2 วัน กลับมาพัก 1 คืน แล้วกลับเข้าพื้นที่ล่าอีกครั้ง คาดว่าประมาณ 10 วันก็น่าจะทำสำเร็จแล้ว
อย่างไรก็ตาม รุ่นน้องที่มาขวางหน้าเธอไว้ทำให้ซูหยวนต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ สีหน้าของเขาดูไม่ดีเท่าไรนัก ทั้งยังเต็มไปด้วยการร้องขออีกด้วย
“เกิดอะไรขึ้น” ลางสังหรณ์ของเธอไม่เคยผิด เมื่อถามออกไปแบบนั้น...รุ่นน้องที่ดักรอเธอก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“รุ่นพี่ต้องช่วยเจ้าหวู่นะครับ ได้โปรดช่วยเจ้าหวู่ด้วย”
“เจ้าหวู่?...” ซูหยวนทบทวนชื่อที่อีกฝ่ายพูดออกมาก่อนจะนึกขึ้นได้ ดูเหมือนเจ้าหวู่คนนี้ก็คือรุ่นน้องหวู่ คนที่เล่าสถานการณ์ยากลำยากของเพื่อนๆให้เธอฟังไม่กี่วันก่อนไม่ใช่หรือ? เจ้านั่นก็ยังดูดีมีความสุขอยู่เลย ทำไมจู่ๆถึงได้...
“รุ่นพี่ เจ้าหวู่ของพวกเราก็คือเจ้าหวู่ คนที่รุ่นพี่ให้ปุ๋ยวิเศษกับเขาไปครั้งก่อนน่ะครับ รุ่นพี่จำได้ไหม”
“อืม จำได้” ซูหยวนพยักหน้ารับเมื่อได้รับการยืนยันแบบนี้ คนที่เธอให้ปุ๋ยวิเศษก็มีแต่รุ่นน้องหวู่คนนั้นแล้วจริงๆ
“รุ่นพี่ เจ้าหวู่ตอนนี้ลำบากแล้วครับ เขาน่ะ...หลังจากที่ได้รับปุ๋ยวิเศษจากรุ่นพี่ไปแล้วก็เอาไปใช้กับแปลงเพาะปลูกของตนเอง พืชที่เกือบจะตายก็ฟื้นกลับมาในคืนเดียว นั่นเป็นเรื่องน่ายินดีมาก แต่ปรากฏการณ์นี้ทำให้หลายคนเห็นแล้วครับ และพวกเขาก็...” รุ่นน้องพยายามกลั้นสะอื้นทำให้เขาหยุดพูดไปชั่วขณะหนึ่ง
ซูหยวนไม่ได้เร่งเร้าให้คนพูดต่อ เพียงรอจนอีกฝ่ายกลืนก้อนความเจ็บปวดลงไปแล้วเล่าให้เธอฟังอีกครั้ง
“ฮึก พวกรุ่นพี่ที่ไม่ผ่านวิชาเกษตรเป็นปีที่ 3 ตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่ปี 5 ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะวิชาเกษตรที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ผ่านเสียที พวกเขา...พวกเขาขอให้เจ้าหวู่มอบปุ๋ยวิเศษให้ตัวเอง แต่เจ้าหวู่ไม่ยอม”
“เพราะไม่สามารถเข้าแปลงเพาะปลูกของคนอื่นได้ตามใจ ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดสิทธิในการเลื่อนชั้นปี ซึ่งถ้าไม่ผ่านปีนี้พวกเขาก็จะถูกตัดรายชื่อออกจากสถาบันแล้ว ดังนั้น...พวกเขาจึงไปรอเจ้าหวู่ข้างนอก”
“เจ้าหวู่ตอนนี้ถูกพาตัวไปแล้วครับ พวกเขาพยายามจะบังคับให้เจ้าหวู่มอบปุ๋ยวิเศษให้ แต่เจ้าหวู่ก็ยังไม่ยอม สุดท้ายตอนนี้...ได้ยินว่ารุ่นพี่พวกนั้นโยนเจ้าหวู่ไปพื้นที่เขต C แล้ว ถ้าเจ้าหวู่ไม่ยอมมอบให้อีก...พวกเขาก็จะฆ่าเจ้าหวู่ที่นั่น!”
ได้ยินคำพูดทั้งหมดของเด็กหนุ่ม ดวงตาของซูหยวนก็มืดครึ้มลง เด็กน้อยคนหนึ่งที่ใจดีเล่าปัญหาให้เธอฟังเพื่อให้สามารถช่วยเหลือสถาบันและเพื่อนของตนเองได้ อีกทั้ง...ปัญหานี้ก็เริ่มต้นมาจากปุ๋ยวิเศษของเธอ
ซูหยวนเข้าใจว่านักเรียนที่ไม่จบชั้นปี 3 ปีติดต่อกันก็จะถูกตัดชื่อของจากสถาบันนั้นคงรู้สึกกดดันมาก อีกทั้งปุ๋ยวิเศษก็หาได้ยากด้วย ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะได้รับปุ๋ยวิเศษนั้นถ้าไม่มีเส้นสายกับองค์กรนักล่าสกุลจาง แต่...มันไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะลงมือกับรุ่นน้องคนหนึ่ง
และไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะกล้าแตะต้องคนที่เธอสนับสนุน!
อยากจะได้ปุ๋ยวิเศษที่เธอมอบเป็นของขวัญให้คนอื่นหรือ? พวกเขาคิดน้อยเกินไปหน่อยแล้ว...บางที สิทธิพิเศษของทหารพิเศษที่เธอมี อาจจะได้เอามาใช้วันนี้แล้วก็ได้!
…………………………………………….