บทที่ 410 ศัตรูเก่า (อ่านฟรี 20 เม.ย. 69)
บทที่ 410 ศัตรูเก่า (อ่านฟรี 20 เม.ย. 69)
บทที่ 410 ศัตรูเก่า
“ฉันเข้าใจทั้งหมดแล้ว วางใจเถอะ” ซูหยวนจ้องหน้าของรุ่นน้องที่กำลังร้องไห้เพราะห่วงเพื่อน เห็นรุ่นพี่รับปากแบบนี้ เขาก็สบายใจขึ้นมาก เพียงแต่...
“รุ่นพี่ พวกเราเองก็จะไปด้วยครับ ตอนนี้พวกเพื่อนๆกำลังไปเตรียมอุปกรณ์แล้ว ที่ผ่านมา...เพราะพวกเรากลัวรุ่นพี่พวกนั้นก็เลยไม่กล้าเข้าไปช่วยเจ้าหวู่ แต่...แต่พวกเราไม่ได้รู้เลยว่าก่อนหน้านี้ สาเหตุที่เจ้าหวู่มอบปุ๋ยวิเศษให้พวกรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาเห็นว่ามันล้ำค่า แต่....ฮึก...” เด็กหนุ่มร้องไห้อีกครั้ง
“แต่เป็นเพราะเจ้าหวู่เอาปุ๋ยวิเศษพวกนั้นมาใช้กับแปลงเพาะปลูกของพวกเราหมดแล้ว เขาไม่ยอมพูดออกมาตอนแรกก็เพราะกลัวพวกรุ่นพี่จะโกรธพวกเราไปด้วย ดังนั้นก็เลยไม่พูดอะไร ทำให้รุ่นพี่เข้าใจผิดว่าเขาหวงปุ๋ยวิเศษนั้นไว้คนเดียว ฮือๆ แต่ความจริง....ความจริงพวกเราเพิ่งจะได้เห็น ตอนนี้พืชในแปลงเพาะปลูกของพวกเราเติบโตกันหมดเลย!!”
เด็กน้อยปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายอีกต่อไปแล้ว เขาเองก็กำดาบจันทร์เสี้ยวเอาไว้ในมือแน่น ความต้องการช่วยเพื่อนและความรู้สึกผิดถาโถมกันเข้ามา
ก่อนหน้านี้พวกเขาช่างขี้ขลาดเสียจริง เห็นเพื่อนตัวเองถูกลากไปต่อหน้าต่อตาก็ยังไม่ยอมทำอะไร หากแจ้งความตั้งแต่ตอนนั้น...เจ้าหวู่ก็คงไม่ต้องอยู่ในพื้นที่ล่าที่เสี่ยงตายเหมือนตอนนี้
“พวกเราแจ้งความไว้แล้ว แต่พวกรุ่นพี่พวกนั้นก็มีอำนาจไม่น้อย กว่าที่คนของทางการจะไปช่วย พวกรุ่นพี่ก็อาจจะฆ่าเจ้าหวู่ไปแล้ว”
“อำนาจหรือ?”
“ใช่ครับ บ้านของพวกรุ่นพี่พวกนั้นมาจากครอบครัวทางการ พ่อของรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นทหารในหน่วยสนับสนุนด้วย มีตำแหน่งใหญ่มาก ถ้าใครกล้ามีปัญหากับเขา...ต่อไปเมื่อต้องต่อสู้ เขาก็มีวิธีการมากมายที่จะทำให้ทหารคนนั้นตายในสนามรบได้”
“โอ้ ดีจริงๆ” ซูหยวนไม่รู้ว่าเด็กน้อยกำลังพูดถึงทหารหน่วยสนับสนุนคนไหน แต่เธอกลับหวนนึกถึงทหารหน่วยสนับสนุนคนหนึ่งที่ช่าง...มีนิสัยน่าสนใจไม่แพ้กัน
ก่อนหน้านี้ เขากระทั่งไม่ยอมให้คนส่งลูกธนูมาให้เธอ ทั้งๆที่เธอก็กำลังต่อสู้อยู่ หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกว่าเขาแอบเล่นงานเธอลับๆเสมอ จนเธอกลายเป็นทหารพิเศษและไม่ค่อยได้ร่วมงานกับเขาอีกนั่นแหละ เธอก็เกือบจะลืมไปแล้วจริงๆ
หัวหน้าหน่วยสนับสนุนที่ 1 !
“รุ่นพี่ พวกเราก็จะไปด้วยครับ รุ่นพี่รอ...”
“พวกนายตามไปทีหลังเถอะ” ซูหยวนโบกมือ ถ้าต้องรอเด็กๆพวกนี้ ไม่แน่ว่ารุ่นน้องหวู่คนนั้นอาจจะตายไปแล้วก็ได้
ด้วยนิสัยที่เคร่งขรึมและกล้าหาญของเขา เจ้าหวู่คงไม่ยอมบอกว่าตัวเองเอาปุ๋ยวิเศษไปใส่ไว้ในแปลงเพาะปลูกของเพื่อนๆ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาตายเอาได้ง่ายๆ อ่า....ต่อให้ไม่ตาย คนพวกนั้นก็จะทรมานเขา บางทีตอนนี้อาจจะเสียอวัยวะบางอย่าง กลายเป็นคนพิการไปแล้วก็เป็นได้
รุ่นน้องมองตามหลังของอันซูหยวนด้วยความกังวล ต่อให้รุ่นพี่จะเก่งแค่ไหน แต่พวกรุ่นพี่ที่พาตัวเจ้าหวู่ไปไม่ใช่คนอ่อนแอเช่นกัน แม้พวกเขาจะยังเรียนไม่จบ แต่ครอบครัวของพวกเขาก็ช่วยฝึกฝนความแข็งแกร่งให้อยู่เสมอ นอกจากนี้....ไม่แน่ว่ารอบๆตัวของพวกเขาอาจจะมีคนคุ้มกันอยู่มากมาย และคนพวกนั้นก็อาจจะฆ่ารุ่นพี่อันไปด้วย...
ยิ่งคิดความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มคูณทวี การที่เขาบอกเรื่องนี้กับรุ่นพี่อัน คงไม่ใช่การทำร้ายรุ่นพี่อันไปด้วยหรอกนะ!
อันซูหยวนไม่สนใจความหวาดกลัวของรุ่นน้อง เธอตรงไปที่เขต C ทันทีพร้อมกับธนูในมือ เนื่องจากเป็นทหารพิเศษ...การจะเข้าพื้นที่ล่าไม่ต้องทำเรื่องให้วุ่นวาย เพียงรับลูกแก้วขอความช่วยเหลือหลังแสดงบัตรก็ผ่านเข้าไปได้แล้ว ยิ่งครั้งนี้เธอไม่ได้เข้าพื้นที่เขต D เพื่อล่าสัตว์กลายพันธุ์ ย่อมไม่ต้องรับอุปกรณ์นับคะแนนไปด้วย
ผ่านไปเพียงไม่ถึง 10 นาทีจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งสู่พื้นที่ล่าเขต C อันซูหยวนโบกมือเพียงครั้งเดียวก็ทำให้หนูขาวกลายพันธุ์และราชาหนูทองลายขาววิ่งออกไปทั่วทิศทางแล้ว แม้ว่าพวกมันจะไปอยู่ชายเขต C และเขต D ทว่า...การเรียกหาของอันซูหยวนยังคงทรงพลังอยู่เช่นเคย
ในสถานที่แห่งหนึ่ง นักเรียนชาย 7 คนกำลังยืนคุมเข้ม มองดูรุ่นน้องชายที่ถูกจับมัดเอาไว้ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าสายตาของเขากลับยังแน่วแน่จริงจังเหมือนเดิม
“รุ่นพี่ ถ้าต้องการจะฆ่าก็ฆ่าเลยเถอะ ผมบอกแล้วว่าไม่มีปุ๋ยวิเศษให้พวกรุ่นพี่อีกแล้ว”
ผลั๊วะ!!
เมื่อได้ยินคำอวดดีของเขา รุ่นพี่คนหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง ก่อนหน้านี้ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยเลือดอยู่แล้ว หลังจากถูกต่อยครั้งนี้อีก นักเรียนหวู่ก็ถึงกับเกือบสลบไป
“รุ่นน้อง อย่าอวดดีให้มากนัก แม้ว่าแกจะมาจากตระกูลหวู่ แต่แกก็ควรจะรู้ว่าตระกูลหวู่เทียบไม่ได้กับตระกูลไห่ของฉันเลย”
เพราะตระกูลไห่มีสมาชิกมากมายเป็นทหารระดับสูงของกองทัพ พ่อของเขาเองก็เป็นทหารหน่วยสนับสนุนที่เป็นถึงผู้นำหน่วย ด้วยอำนาจที่มีเช่นนี้...การจะฆ่าเด็กหนุ่มที่ไม่ได้เป็นแม้แต่ผู้สืบทอดตระกูลยังนับว่ายากอีกหรือ?
“ฉันไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วว่าตระกูลหวู่จะเป็นศัตรูกับตระกูลไห่ แต่ว่า...เรื่องนี้เป็นเรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับตระกูล”
“อวดดี อวดดีเป็นบ้าเลยว่ะ”
“นั่นสิ พวกเราฆ่ามันให้จบๆไปเถอะ ส่วนเรื่องปุ๋ยวิเศษ...ในเมื่อมันไม่ได้เอาติดตัวไว้ อย่างนั้นก็ต้องเก็บไว้ที่ไหนสักที่นั่นแหละ จับพวกเพื่อนๆมามันก็ได้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีใครยอมบอกความจริงกับพวกเรา”
“ใช่ ถ้ายังไม่บอกก็ฆ่าไปหนึ่งคน คนอื่นไม่บอกอีกก็ฆ่าไปอีกคนก็ได้” นักเรียนหวู่ได้ยินเช่นนั้น เขาไม่รู้หรอกว่าคำพูดพวกรุ่นพี่นี้เป็นความจริงหรือไม่ หรืออีกฝ่ายแค่ข่มขู่ออกมาเท่านั้น ทว่า...เขาไม่สามารถให้พวกเพื่อนๆเสี่ยงอันตรายไปด้วยได้
“เหอะ! ปุ๋ยวิเศษพวกนั้นเป็นของฉัน แม้แต่เพื่อนๆก็ยังไม่รู้ว่าฉันเก็บเอาไว้ที่ไหน ต่อให้พวกแกอยากได้ก็มีแต่ต้องลงนรกไปถามเอากับฉันเท่านั้นแหละ”
ผลั๊วะ!!
“อั่ก!”
“ไอ้บัดซบเอ้ย อวดดีเป็นบ้า!!” รุ่นพี่คนหนึ่งอดทนไม่ไหวก็เตะนักเรียนหวู่ไปครั้งหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะถูกมัดไว้กับเสา คาดว่าเขาก็น่าจะล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว
ตาของนักเรียนหวู่แทบจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ ตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองคงจะใกล้ตายแล้ว ทว่า...ท่ามกลางหูที่อื้ออึง เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง
“จี๊ด!!” เหมือนกับร่างของหนูขาวกลายพันธุ์ที่ไม่ได้เห็นมานานในเขต C มันยืนจังก้าอยู่ด้านหน้าของเขา ถ้าเขาไม่ได้คิดไปเองเพราะความมึนงงจากการโดนต่อย เขาก็เหมือนจะเห็นมันกำลังยืนเท้าเอวเหมือนกับป้าข้างบ้านที่กำลังมองเขาด้วยสายตาดูถูก
“จี๊ด จี๊ด!! เจ้าโง่อยู่ที่นี่เอง ตามหาจนเหนื่อยเลย” เสียงของหนูขาว ไม่สิ! หนูสีทองที่มีลายสีขาวพูดขึ้นมา นักเรียนหวู่พยายามลืมตา แต่สุดท้ายเขาก็ทนความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าทางใจไม่ไหว ดวงตาของเขาค่อยๆมืดลง ก่อนจะได้ยินเสียงที่คุ้นหูอีกเสียงดังขึ้น
“เจ้านี่เป็นเด็กดีนะ อย่าตำหนิเขา”
“จี๊ด....เข้าใจแล้วเจ้านาย” เสียงหนูทองที่ดุดันก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นเด็กดีอย่างกะทันหัน นักเรียนหวู่จึงหมดสติไปอย่างสิ้นเชิง และเขาก็ไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อช่วยเหลือและแก้แค้นแทนเขา รุ่นพี่ที่เขานับถือได้ฆ่าไอ้พวกรุ่นพี่สารเลวทั้งหมดไปแล้ว
เธอกลายเป็นศัตรูของตระกูลใหญ่ทั้ง 7 ตระกูลทันที แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความลำบากใจแต่อย่างใด!
กว่าที่นักเรียนหวู่จะได้สติกลับมา เขาก็พบว่ารุ่นพี่อันได้จากไปแล้ว มีเพียงสถิติที่พวกเพื่อนๆกำลังเปิดดูอยู่เท่านั้น ที่ทำให้รู้ว่ารุ่นน้องปี 2 ทุกคนกำลังขอบคุณรุ่นพี่ผ่านการให้กำลังใจนี้
“รุ่นพี่อันของพวกเราฆ่าได้ 4,000 ตัวแล้ว”
“รวดเร็วมากจริงๆ ผ่านไปแค่ 6 วันเท่านั้น สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งของพวกเราก็ทำลายสถิติที่เคยมีมาทั้งหมดเลย”
“อืม ก็รุ่นพี่ของพวกเราเก่งกาจมากนี่นา ใช่ไหมล่ะ”
“ฮ่าๆ ก็ต้องใช่แน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะช่วยเจ้าหวู่กลับมาด้วยตัวคนเดียวได้ยังไง แถมเธอก็ยังเอาศพของนักเรียนทั้ง 7 คนนั้นคืนให้ตระกูลของพวกเขาด้วยนะ ท่าทางที่ไม่กลัวว่าจะมีปัญหานั้นทำให้ฉันชอบมากๆเลย”
“เฮ้อ แต่ฉันกลับมองว่ามันอันตรายเกินไปหน่อยนะ”
“นั่นน่ะสิ ถ้าทำว่าพวกเขาตายเพราะสัตว์กลายพันธุ์ก็ยังจะดีกว่า อย่างน้อยๆก็จะไม่ถูกตามล่าจากทั้ง 7 ตระกูล พวกรุ่นพี่พวกนั้นที่ตายไปน่ะ...พวกเขามาจากตระกูลใหญ่ทั้งนั้นเลย”
“ใช่ อีก 5 คนไม่เท่าไร แต่ 2 คนที่มาจากตระกูลทหาร...พวกเขาร้องเรียนให้ตรวจสอบคุณสมบัติของรุ่นพี่อยู่ด้วยใช่ไหม”
“อืม แต่รุ่นพี่เป็นทหารพิเศษ เธอฆ่าคนก็ไม่ผิดกฎของทหารอยู่แล้ว อีกอย่าง...รุ่นพี่ก็มีหลักฐานว่าทั้ง 7 คนที่ตายไปนั้น แท้จริงแล้วเป็นพวกสมควรตายขนาดไหน ขนาดประธานจางก็ยังออกมาเคลื่อนไหว บอกว่าเขาต้องการแบนทั้ง 7 ตระกูลนั้น ไม่ยอมรับภารกิจจากทั้ง 7 ตระกูล และจะไม่ทำธุรกิจใดๆกับทั้ง 7 ตระกูลเลยนะ”
“อืม มี 3 ตระกูลที่ไปคุกเข่าขอโทษกับรุ่นพี่แล้วด้วยใช่ไหม? เห็นว่าถ้าไปคุกเข่าขอโทษแล้วได้รับการให้อภัย ประธานจางก็ยังยกเว้นพวกเขาล่ะ”
“ฮ่าๆ คนพวกนั้นน่าสมเพชจริงๆ รุ่นพี่ของพวกเราจะยอมง่ายๆหรือ? ขนาดพวกเขาอยากคุกเข่าก็ยังต้องตามไปคุกเข่าที่เขต D เลย ตัวเองเสียลูกหลานไปแท้ๆ กลับยังต้องขอความเมตตาจากคนอื่นอีก”
เมื่อได้ยินพวกเขาพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับรุ่นพี่ทั้ง 7 และรุ่นพี่อันซูหยวน นักเรียนหวู่ที่เพิ่งตื่นขึ้นมาก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล หากไม่ใช่เพราะเขานอนหลับนานเกินไปจนส่งเสียงออกมาไม่ได้ เขาก็คงจะเรียกให้เพื่อนๆที่กำลังคุยกันสนั่นห้องพักให้หันมาแล้ว
ดีที่ผ่านไปไม่นานก็มีคนเห็น สิ่งนี้ทำให้นักเรียนหวู่สงสัยแล้วว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนตนเอง หรือว่ามาเพื่อพูดคุยเล่นสนุกกันแน่
“ตื่นแล้วหรือเจ้าหวู่”
“เจ้าหวู่ ในที่สุดก็เลิกขี้เกียจเสียทีนะ”
“เจ้าหวู่ทำได้ดีมากเลยนี่ รุ่นพี่บอกว่าตอนที่ไปพบนาย นายก็ยังต่อปากต่อคำกับพวกรุ่นพี่ทั้ง 7 คนนั้นได้อีก ยอดเยี่ยมจริงๆ หลังจากนี้ฉันจะนับถือนายเป็นพี่ใหญ่ของรุ่นเลย”
“ใช่ๆ แค่นายช่วยเอาปุ๋ยวิเศษไปโยนที่แปลงเพาะปลูกของฉัน ฉันก็เรียกนายว่าพี่ใหญ่แล้ว” พวกเพื่อนๆส่งเสียงเจียวจาว นักเรียนหวู่แม้จะปวดหัวกับเสียงของพวกเขาที่ดังเซ็งแซ่ แต่รอยยิ้มก็แต่งแต้มบนใบหน้าของเขาเช่นกัน
ภาพแห่งความสุขนี้ดีกว่าภาพที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเป็นไหนๆ ตอนที่เขาใกล้จะตาย ตัวเขาพยายามคิดว่าตายๆไปเสียก็ดี ทว่าความจริงแล้ว...ใครกันที่อยากจะตายล่ะ
สถานการณ์ของห้องพักนักเรียนหวู่นั้นต่างจากสถานการณ์ของตระกูลใหญ่ทั้ง 7 ตระกูลอย่างสิ้นเชิง อย่างที่พวกนักเรียนพูดกัน ตระกูลใหญ่ 3 ตระกูลยอมแพ้ พวกเขาไม่อยากมีปัญหากับตระกูลจาง ดังนั้นจึงหาโอกาสไปคุกเข่าขอโทษนักเรียนอันซูหยวนกันแล้ว ตอนนี้รอเพียงคำสั่งของประธานจางว่าพอใจกับการแสดงออกของพวกเขาหรือไม่ ดังนั้น 3 ตระกูลจึงไม่ได้มารวมตัวกับอีก 4 ตระกูลที่เหลือนี้
สองตระกูลเป็นตระกูลที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ หนึ่งในนั้นก็คือชายร่างท้วม หัวหน้าหน่วยสนับสนุนที่ 1 ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยของอันซูหยวนจริงๆ...และตอนนี้ เขาก็คือตัวแทนของ 1 ใน 4 ตระกูลที่ต้องการเอาเรื่องอันซูหยวนด้วย!
“พวกผู้นำพูดถึงสิทธิพิเศษที่พลทหารพิเศษสามารถฆ่าใครก็ได้ขึ้นมา แบบนี้แปลว่าพวกเขาไม่ต้องการจะจัดการนังเด็กนั่นให้พวกเราแล้วใช่ไหม?”
“ก็ไม่เชิงหรอก พวกผู้นำแค่ไม่อยากมีปัญหากับกองกำลังพิเศษ แต่ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะห้ามพวกเรา” หนึ่งในผู้นำตระกูลกล่าวขึ้น เขาเองก็เป็นหนึ่งในตระกูลที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเช่นกัน ดังนั้นย่อมเข้าใจลักษณะนิสัยของผู้นำเป็นอย่างดี
เขารู้ว่าผู้นำที่ตัวเองไปพบนั้นไม่ใช่พวกเดียวกับทหารพิเศษ แต่ก็ไม่ใช่คนที่ต้องการเอาตัวเองไปเสี่ยง ทว่า...เขาก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้พวกเขาก่อเรื่องเช่นกัน หมายความว่า...ถ้าพวกเขาต้องการเอาผิดทางกฎหมายนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าต้องการลงมือกับเด็กสาวคนหนึ่ง นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขาเอง
“ขอเพียงเด็กนั่นตาย ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงตำแหน่งใดๆในกองทัพอีก เธอตายไป...ตำแหน่งก็ไร้ความหมายแล้ว”
“พวกเราจะลงมือกับทหารพิเศษเองหรือ? เธอน่ะ...เป็นทหารพิเศษได้ก็เพราะมีความสามารถนะ”
“แล้วอย่างไร? หรือว่าผู้นำตระกูลเจียงกำลังกลัว...”
“เหอะ!” ผู้นำตระกูลเจียงไม่ปฏิเสธว่าตัวเองกลัวหรือไม่กลัวกันแน่ เขาแค่แค่นหัวเราะออกมาคำเดียวเท่านั้น
……………………………………………….