บทที่ 411 ขยายการผลิต (อ่านฟรี 21 เม.ย. 69)
บทที่ 411 ขยายการผลิต (อ่านฟรี 21 เม.ย. 69)
บทที่ 411 ขยายการผลิต
สำหรับผู้นำตระกูลเจียงหลักแล้ว อันซูหยวนก็เหมือนกับหอกข้างแคร่ เขารู้ว่าผู้นำตระกูลเจียงสาขาในเขตชั้นกลางนั้นกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อก้าวมาเทียบเคียงกับตระกูลหลักในเขตชั้นในให้ได้
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเจ้าอ้วนนั่นร่วมมือกับหญิงสาวเพื่อผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำ และระดับกลาง พวกเขาก็ให้ความสนใจอยู่บ้าง แต่มันไม่ได้กระทบกับตลาดการผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงของตนเองจึงไม่ได้เข้าไปจัดการ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ตอนนั้นพวกไหวตัวไม่ทัน เพราะหลังจากนั้นไม่นาน...เด็กสาวที่พวกเขาไม่สนใจในคราวแรก กลับเริ่มมีบทบาทมากขึ้นแล้ว
ไม่ใช่แค่ทำให้พวกเจียงตระกูลสาขามีทรัพยากรในการผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับกลางเพิ่มขึ้นเท่านั้น กระทั่งกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการผลิต “ปุ๋ยวิเศษ” ให้กับองค์กรนักล่าสกุลจาง ทำให้พวกเขาสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ที่หาลู่ทางทำรายได้ยากเย็นขนาดนี้
ซึ่งดูเหมือนว่าองค์กรนักล่าสกุลจางกำลังพยายามเพิ่มปริมาณการผลิตปุ๋ยวิเศษกันอยู่ ส่งผลให้พวกเขาล่าสัตว์กลายพันธุ์มอบให้ตระกูลเจียงสาขามากขึ้น ยิ่งเป็นแบบนี้...พวกผู้อาวุโสก็ยิ่งพูดกันว่าอีกไม่นาน ตระกูลเจียงสาขาอาจจะทำรายได้นำหน้าตระกูลเจียงหลักก็เป็นได้!
แม้ว่าตำแหน่งตระกูลเจียงหลักของพวกเขาจะไม่ถูกขโมยไปง่ายๆ ทว่า...สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นไม่ใช่การถูกขโมยตำแหน่งผู้นำตระกูลเจียงหลัก แต่เป็นการทำให้ความสำคัญของพวกเขามากกว่าตระกูลเจียงหลัก เช่นนี้แล้วต่อไป...พวกเขาจะควบคุมตระกูลเจียงสาขาได้อย่างไร! ความภาคภูมิใจของการเป็นตระกูลหลักเจียงยังมีอยู่หรือ?
เพราะแบบนั้น เขาจึงต้องการที่จะจัดการตัวเชื่อมอย่างอันซูหยวน เมื่อประจวบเหมาะกับเหตุการณ์นี้ อาศัยที่อีกฝ่ายสังหารบุตรชายคนรองของเขามาเป็นสาเหตุให้แสดงความโกรธ ดังนั้นจึงเข้าร่วมด้วยกับคนอื่นๆ เพียงแต่...ถ้าเขาเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว เช่นนั้นก็แค่ถอยออกมา แสดงบทเป็นตระกูลเจียงที่น่าสงสารก็ยังทัน
ตั้งแต่แรก คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีที่จะฆ่าอันซูหยวนก็มีแค่สองตระกูลใหญ่จากฝ่ายทหารไม่ใช่หรือ? คนพวกนี้เป็นพวกคลั่งในศักดิ์ศรีมาก พวกเขาไม่ยอมถอยต่อให้ตัวตาย เช่นนั้นก็ให้พวกเขาเป็นด่านหน้าในการปะทะไปก็พอ
เห็นว่าผู้นำตระกูลเจียงไม่แสดงความคิดเห็นอะไรอีก ผู้นำตระกูลไห่ที่เกลียดชังอันซูหยวนอยู่ก่อนแล้วก็พูดต่อไป
“นังเด็กนั่นฆ่าลูกชายของฉันโดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ฉันจะแสดงให้เห็นว่าใครก็ตามที่กล้าแตะต้องตระกูลของฉัน ไม่ว่าจะเป็นทหารพิเศษหรือไม่...พวกมันจะต้องชดใช้!”
“พูดก็พูดได้ แต่แผนการล่ะ? จะฆ่าเด็กนั่นยังไง? จะส่งคนในตระกูลไป หรือว่าจะจ้างนักฆ่าล่ะ ฉันเชื่อว่าไม่มีนักฆ่าคนไหนกล้ารับภารกิจฆ่าทหารพิเศษหรอกนะ”
“หึ ฉันจะไม่เริ่มจากการฆ่ามันโดยตรงหรอก ความเจ็บปวดที่ต้องเสียคนที่รักไป...ฉันจะคืนให้มันแน่นอน!” มือของผู้นำตระกูลไห่กำแน่น ก่อนหน้านี้ตัวเขาเพียงแค่อยู่เบื้องหลังแล้วยุให้ทหารคนอื่นๆที่มีความแค้นต่อหญิงสาวเป็นคนลงมือแทน ทว่า...เมื่อมันกล้าที่สังหารบุตรชายของเขา เช่นนั้น...มันก็จะต้องแบกรับความโกรธเกรี้ยวของเขาด้วย!!
ทางด้านซูหยวน หลังจากที่เธอล่าสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากแล้ว ก็สลับกลับมาพักผ่อนเช่นนี้ไปหลายรอบ กระทั่งคะแนนทะลุ 10,000 คะแนน เป็นคะแนนที่ยากนักจะเอาชนะได้ ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งของสัตว์กลายพันธุ์ในเขต D ที่เป็นอุปสรรคเท่านั้น แต่จำนวนของสัตว์กลายพันธุ์ในพื้นที่เขต D เวลานี้ก็ลดลงไปมากด้วย
ซูหยวนตามหาฝูงของสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากเป็นหลัก เพื่อไม่เปิดโอกาสให้ใครสามารถฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ยกฝูงแล้วทำให้คะแนนสูงกว่าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ดังนั้นหลังจากนี้...ต่อให้พวกเขาใช้เวลาในการล่าสัตว์กลายพันธุ์ตลอด 1 ปี ก็ไม่น่าจะตามหาสัตว์กลายพันธุ์เพื่อล่าได้ง่ายๆแล้ว
ไม่ใช่แค่นั้น เพื่อยืนยันว่าเธอจะชนะอย่างแน่นอน หญิงสาวก็ให้พวกหนูขาวกลายพันธุ์และราชาหนูทองลายขาวช่วยจัดการสัตว์กลายพันธุ์ไปด้วย ก็วิธีเดียวกับที่นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองใช้ คอยดักหน้าพวกเขาเพื่อให้เหลือสัตว์กลายพันธุ์สำหรับการล่าน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งนี่เป็นการเอาคืนเล็กๆน้อยๆของซูหยวนด้วย ทั้งยังทำให้เธอมั่นใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นอีก
หลังจากจัดการปัญหานี้แล้ว ซูหยวนก็กลับไปที่เขตชั้นกลางเพื่อตรวจสอบผลการเพาะปลูกพืชสมุนไพรชนิดใหม่ เนื่องจากเธอวางแผนที่จะนำทรัพยากรมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในขณะเดียวกันก็จะเอาสมุนไพรจากที่นี่ไปขาย ดังนั้นจะต้องเตรียมการเพาะปลูกและเก็บสะสมสินค้าเอาไว้ให้มากพอ
แผนแรกของซูหยวนก็คือการบุกตลาด “ปุ๋ยวิเศษ” หลังจากนั้นก็จะนำยาคุณภาพต่างๆออกขายในราคาที่ถูกกว่ายาที่ขายอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าช่วงแรกๆจะยุ่งยากหน่อย แต่ก็ไม่น่ากลายเป็นปัญหาใหญ่โตอะไร อย่างไรเสีย...เธอก็เป็นถึงบุตรีบุญธรรมของท่านอัศวินหงส์ขาว ถ้าอยากจะทำธุรกิจเล็กๆน้อยๆจะไม่ได้เชียวหรือ?
“เจ้านาย”
“เจ้านาย” เสียงทักทายจากเหล่าคนงานดังขึ้น ตอนนี้แปลงเพาะปลูกของซูหยวนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากแล้ว เนื่องจากสิทธิในการเช่าพื้นที่ที่ถูกแมลงกัดกินทำลายไปก่อนหน้านี้เป็นร้อยแปลง ทำให้นักล่าที่มาทำงานกับพ่อของเธอเพียงไม่กี่สิบคนนั้นไม่เพียงพออีกแล้ว ดังนั้นพ่อของเธอที่ร่วมกับเสี่ยวโปจึงได้รับสมัครคนเข้ามาเพิ่ม
สิ่งนี้ทำให้คนงานในแปลงเพาะปลูกของเธอมีทั้งหน้าใหม่และเก่าเต็มไปหมด เพื่อให้การจัดการง่ายและเป็นระบบมากขึ้น เหล่าลุงๆอาๆที่เคยทำงานกับพ่อของเธอมาก่อนจึงได้แสดงเป็นตัวอย่างให้เห็น พวกเขาแยกระหว่างเจ้านายและลูกน้องอย่างชัดเจนมากขึ้น และนั่นก็ทำให้ผู้ถูกจ้างคนอื่นๆต้องทำตามไปด้วย
ซูหยวนพยักหน้ารับพวกเขาและไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเดินไปหาเหลียนซิ่วอิงเพื่อดูผลการทำงานของอีกฝ่าย สำหรับเรื่องการเพาะปลูกนั้น...เวลานี้พ่อและแม่ของเธอก็หน้าที่ได้ดีแล้ว เมื่อมีปุ๋ยวิเศษวางขายอย่างเป็นทางการ ซูหยวนก็ไม่จำเป็นต้องแอบใช้
น้ำบริสุทธิ์ในแปลงเพาะปลูกของตนเองอีก หลังจากนี้ก็ไม่มีความลับอะไรที่ต้องซ่อน คนธรรมดายังช่วยงานพ่อแม่ของเธอได้ ด้วยความช่วยเหลือของปุ๋ยวิเศษเหล่านี้
ที่ซูหยวนยังเป็นห่วงมากที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องการทำยาของเหลียนซิ่วอิง...
เริ่มแรก เธอให้เหลียนซิ่วอิงสนใจการปรุงยาระดับต่ำเท่านั้น แต่หลังจากที่เธอวางแผนเปิดตลาดที่แดนศักดิ์สิทธิ์ เธอก็ต้องการให้เหลียนซิ่วอิงเพิ่มระดับการปรุงยาขึ้นไป
“เจ้านาย ยินดีต้อนรับกลับค่ะ...” คุณหนูเหลียนรู้แล้วว่าอันซูหยวนกลับมา เธอเฝ้ารอให้เจ้านายตัวน้อยของตนเองมาเยี่ยมเยือนโดยตลอด เมื่อครั้งที่เจ้านายหายไปในพื้นที่ล่า นอกจากครอบครัวของอันซูหยวนแล้ว ก็มีเธอนี่แหละที่นั่งกังวลใจจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ
สำหรับเหลียนซิ่วอิงแล้ว อันซูหยวนไม่ใช่แค่เจ้านายเท่านั้น แต่เป็นเหมือนน้องสาว และเป็นผู้มีพระคุณของเธอด้วย ดังนั้นเหลียนซิ่วอิงจึงเป็นห่วงอันซูหยวนมาก
ดีที่หลิ่วโปคอยแวะเวียนมาปลอบใจ เขาไม่เหมือนกับเธอ ถึงจะเป็นห่วงเจ้านายอันมาก แต่กลับเชื่อใจเจ้านายยิ่งกว่าใคร ทุกครั้งที่มาก็จะบอกให้เธอเชื่อใจเจ้านายให้มากๆ เพราะเจ้านายอันนั้นแข็งแกร่งที่สุดแล้ว ดังนั้นเธอจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยและรับเอาผลประโยชน์กลับมาด้วยมากมาย
เดิมที เธอขอแค่ให้เจ้านายอันกลับมาอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว ทุกวันเฝ้าภาวนาถึงพระเจ้าที่ไม่เคยเชื่อเลยว่าจะมีอยู่บนโลกนี้ ทว่า....เธอก็ได้ยินว่าเจ้านายกลับมาพร้อมกับความสำเร็จครั้งใหญ่ แถมหลังจากนั้นก็บุกเข้าไปในพื้นที่ล่า จัดการสัตว์กลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียวเป็นหมื่นๆตัว เจ้านายของเธอ...คงจะได้ประโยชน์กลับมาจากการทำภารกิจจริงๆตามหลิ่วโปว่า เห็นที..เธอจะต้องทำความเข้าใจกับความแข็งแกร่งของเจ้านายให้มากกว่านี้แล้ว
“อืม ช่วงหลายเดือนมานี้เป็นยังไงบ้างล่ะ” ซูหยวนเองก็ทักทายกลับอย่างสุภาพ ทั้งยังถามไถ่หญิงสาวที่เคยใช้ชีวิตเหมือนซากศพด้วยสายตาใคร่รู้
เห็นเธอกระตือรือร้นขึ้นไม่น้อย เรื่องนี้คงต้องขอบคุณหลิ่วโปแล้วกระมัง เจ้าหนุ่มน้อยคนนั้นมีวิธีรับมือกับคนจริงๆ
“ช่วงหลายเดือนมานี้ไม่มีปัญหาเลยค่ะ ทั้งเรื่องการปรุงยาก็ทำได้ตามกำหนด ตอนที่นำออกไปขายก็ได้ราคาตามราคาตลาด อ้อ แต่ราคาของตลาดมีความผันผวนขึ้นเล็กน้อยนะคะ ราคาของมันสูงขึ้นเนื่องจากการแข่งขันของสถาบันต่างๆดุเดือดขึ้นมาก พวกเขายกระดับการต่อสู้ไปอยู่อีกเขตหนึ่งตามที่ทางการประกาศ และก็ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณยาในการใช้ด้วยค่ะ”
“อืม เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เพิ่มการปริมาณการทำยาขึ้นอีกสักหน่อยก็แล้วกัน” เมื่อได้ยินการอธิบายของคุณหนูเหลียน อันซูหยวนก็เอ่ยคำสั่งใหม่ ทว่า...หญิงสาวตระกูลเหลียนกลับมีสีหน้าผิดหวัง
“ขะ ขออภัยค่ะ ฉันจะพยายามเพิ่มปริมาณการทำยาให้มากขึ้นกว่านี้ ที่ผ่านมาฉันผิดที่...”
“น่าจะเข้าใจผิดอยู่หรือเปล่านะ” อันซูหยวนยกมือขึ้นห้าม เธอไม่ปล่อยให้หญิงสาวผู้หดหู่คนนี้พูดต่อไป
เหลียนซิ่วอิงเป็นดั่งที่ซูหยวนเข้าใจจริงๆ ตอนนี้เธอกำลังคิดว่าคำสั่งของซูหยวนเมื่อครู่คือการตำหนิที่เธอทำยาออกมาได้น้อยเกินไป ทว่าความจริงแล้ว...ซูหยวนเพียงต้องการให้เธอหาคนงานมาทำยาเพิ่มขึ้นต่างหาก
“ฉันต้องการให้เธอเพิ่มปริมาณการทำยาขึ้น โดยให้เธอเป็นหัวหน้าดูแลนักทำยาทั้งหมด จากนี้ไป...ฉันจะมอบเงินทุนให้ 50 ล้านเครดิต จ้างนักทำยาที่ไม่ได้สังกัดตระกูลใหญ่ หรือคนที่สนใจจะร่วมงานเข้ามาให้มากหน่อย แล้วก็แบ่งส่วนที่เหลือไปซื้ออุปกรณ์ในการทำยาคุณภาพ รวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อสมุนไพรเตรียมเอาไว้ ฉันต้องการปริมาณยาที่มากกว่าเดิม 10 เท่า หรือเป็นปริมาณยาระดับต่ำและกลางที่ร้านค้าขนาดใหญ่วางขายทั้งหมด”
“งานนี้ ฉันสามารถมอบหมายให้เธอจัดการได้ใช่ไหม คุณหนูเหลียน...” อันซูหยวนอธิบายคำสั่งของตนเองเพิ่มเติมให้ ทางเหลียนซิ่วอิงที่กำลังย่อยข้อมูลที่ได้รับ เวลานี้มีสีหน้าเหมือนกับเพิ่งเห็นวิญญาณร้ายเป็นครั้งแรก!!
เพิ่มปริมาณยาที่หมายถึงการเพิ่มปริมาณยาจริงๆ!! นี่...นี่หมายความว่าเจ้านายของเธอต้องการบุกเข้าตลาดยาหรือ? แม้ว่าเงิน 50 ล้านเครดิตจะเพียงพอสำหรับการจ้างคนจำนวนมาก และผลิตยาได้มากกว่าเดิมหลายสิบเท่า แต่...เจ้านายเข้าใจเกี่ยวกับตลาดยาน้อยเกินไปแล้ว...
“เจ้านาย การลงทุนก้อนใหญ่นี้ เจ้านายควรจะพิจารณาให้ดีนะ” แม้ว่าเธอจะเป็นคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ที่ผ่านมายังใช้ชีวิตเหมือนปลาตาย แต่...เธอก็อยู่ในวงการทำยามาตลอดไม่ใช่หรือ? ต่อให้กินและนอนหายใจทิ้งไปวันๆในที่พัก แต่นั่นก็เป็นที่พักของตระกูลผู้ทำยาที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานอยู่ดี ดังนั้นเธอย่อมรู้ว่าการที่คนนอกจะเข้าสู่ตลาดผู้ขายยานั้นยากขนาดไหน
“ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทุนที่อาจจะจมอยู่กับกองยาพวกนี้ แต่เรื่องการหาซื้อสมุนไพร การหาซื้ออุปกรณ์สำหรับการทำยา และอื่นๆ เพียงเท่านี้ก็ยุ่งยากแล้ว เมื่อตระกูลใหญ่ที่ควบคุมตลาดยารู้เข้า พวกเขาจะสั่งพันธมิตรไม่ให้ขายทรัพยากรเหล่านั้นให้เจ้านายทันที ในการทำยา...ขอแค่ซื้อสมุนไพรไม่ครบตามสูตรก็ทำยาดีออกมาไม่ได้แล้ว”
“ยังไม่ได้พูดถึงตลาดยาที่จะไม่ยอมรับยาจำนวนมากที่ไม่ได้มาจากแหล่งน่าเชื่อถือเลย พวกร้านค้ายาไม่ต้องการเสี่ยงรับยาอันตรายหรืออาจจะมีปัญหามาไว้ที่ร้านหรอก เพราะนั่นหมายถึงความน่าเชื่อถือของร้านด้วย หากเกิดข้อผิดพลาดจากยาที่พวกเขาไม่เคยรู้จักแหล่งที่มา ก็เท่ากับพวกเขาไม่เหลืออะไรแล้ว ต่างจากความร่วมมือกับตระกูลใหญ่ที่มีมาอย่างยาวนาน หลายครั้งพึ่งพากัน หรือถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้น พวกเขาก็มั่นใจว่าตระกูลใหญ่มีกำลังทรัพย์มากพอจะชดเชยให้พวกเขา”
“อ้อ แล้วก็...เรื่องของคู่แข่งที่ทำยาเหมือนๆกันออกมา พวกเขามีทรัพยากรมากกว่า มีประสบการณ์มากกว่า ถ้าพวกเขาปล่อยให้คุณเข้าสู่ตลาดยาได้ เวลานั้นอาจจะเป็นกับดักใหญ่ที่ทำให้เจ้านายต้องตาย นั่นเพราะ...พวกเขาจะทุ่มตลาดของคุณ กดราคายาลงไป จนกว่าเจ้านายจะยอมขายขาดทุนไปเรื่อยๆ สุดท้าย...พวกเขาก็มีเงินทุนมากพอให้เจ้านายผลาญเงินตัวเองจนหมด หลังจากนั้นค่อยกลับมาขายในราคาสูงกว่าเดิมโดยใช้ข้ออ้างต่างๆนานา”
“นี่เป็นสิ่งที่ฉันเข้าใจและคิดได้ แต่สำหรับพวกที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการยามานาน พวกเขาจะต้องมีแผนการที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้แน่ ฉัน...ฉันไม่อยากให้เจ้านายเสี่ยงเกินไป”
เหลียนซิ่วอิงคนพูดน้อย เวลานี้กลับแสดงความกังวลออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอพยายามพูดเท่าที่ตัวเองนึกขึ้นมาได้ทั้งหมด แต่...กลับไม่ได้ทำให้ซูหยวนล้มเลิกแผนการเลย
“ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ แค่พยายามผลิตให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ก็พอ ฉันมีตลาดของตัวเอง แล้วก็...เรื่องสมุนไพร ไม่ต้องกังวลมากนัก หลังจากนี้แปลงเพาะปลูกของฉันจะเปลี่ยนเป็นเพาะปลูกสมุนไพรทั้งหมด”
เหลียนซิ่วอิงอ้าปากค้าง ไม่ใช่แค่ทุ่มเงิน 50 ล้านเครดิตในคราวเดียวเท่านั้น แต่เจ้านายของเธอกำลังทุ่มหมดหน้าตักต่างหากล่ะ!!
ถ้าเปลี่ยนแปลงเพาะปลูกพวกนี้เป็นการเพาะปลูกสมุนไพรทั้งหมด แล้วถ้ามันขายไม่ได้ขึ้นมา...นี่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีรายได้เข้ามาอีกแล้วหรือ?
หากยังขายผักต่อไป เช่นนั้นเมื่อยาขายไม่ออก ก็ยังขายผักเพื่อรักษาเงินหมุนเวียนได้ นี่...แผนการนี้ของเจ้านายช่างน่ากลัวเกินไปแล้วจริงๆ
ซูหยวนเข้าใจความกังวลของอีกฝ่าย แต่เรื่องดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นความลับมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็ยังเป็นความลับเหมือนเดิม ดังนั้นต่อให้เธออยากพูดเกี่ยวกับตลาดเป้าหมายให้เหลียนซิ่วอิงคลายความกังวลใจ แต่เธอก็ทำได้แค่ปล่อยให้หญิงสาวเรียนรู้จะเชื่อฟังโดยไม่ตั้งคำถามเท่านั้น
เหลียนซิ่วอิงที่ห้ามไม่ได้แล้ว เธอก็มีแต่ต้องทำงานตามคำสั่งเท่านั้น หญิงสาวเดินคอตกออกไปจากแปลงเพาะปลูก ยังสวนทางกับหลิ่วโปที่ตอนนี้สวมชุดของนักเรียนสถาบันแผนและกลยุทธ์
เจ้าเด็กน้อยคนนี้...เดิมทีบอกว่าอยากจะเป็นนักล่าเพื่อจะได้สังหารคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาด้วยมือของตนเอง แต่หลังจากติดตามซูหยวนมาเป็นเวลานาน เขากลับรู้ว่าการที่นักล่าจะฆ่าคนจากตระกูลใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย กลับกัน...หากเป็นผู้วางแผนอยู่เบื้องหลัง พวกเขาสามารถเรียนรู้การหยิบยืมมือคนอื่นเพื่อ “ฆ่า” แทนก็ได้
แน่นอนว่าความสะใจที่หลอกล่อให้ศัตรูติดกับนั้นดูน่าสนุกกว่าเสียอีก ที่สำคัญที่สุดก็คือ...ตัวเขานั้นสามารถเรียนรู้การใช้พลังงาน รวมถึงทักษะการต่อสู้จากเจ้านายอยู่แล้ว เมื่อเขาปรึกษาแผนการนี้กับเธอ เจ้านายก็เห็นด้วย แถมยังบอกจะหาอาจารย์พิเศษมาสอนการต่อสู้ให้เขาแยกด้วย
อ่า...แม้จะบอกว่ามีค่าใช้จ่าย และจดรายการเอาไว้แล้วก็เถอะ แต่สำหรับหลิ่วโป...เจ้านายสนับสนุนการตัดสินใจของเขาเช่นนี้ก็เป็นพระคุณมากแล้ว หลิ่วโปย่อมจดจำเอาไว้ด้วยชีวิต!!
……………….