LNCrawler

บทที่ 414 ท่าทีของตระกูลจาง (อ่านฟรี 24 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 414 ท่าทีของตระกูลจาง (อ่านฟรี 24 เม.ย. 69)

บทที่ 414 ท่าทีของตระกูลจาง

 

“ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาทำความสะอาดเดี๋ยวนี้ ของสกปรกที่คนอื่นทำไม่ได้ อย่างนั้นก็ให้คนของตระกูลไห่จัดการเอง ขอแค่พวกมันไม่มาเกะกะลูกตาก็พอแล้ว”

            

ผู้นำตระกูลไห่ตะโกนตามหลังมา ความหมายโดยนัยก็คือการบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เขาจะต้องลงมือแก้แค้นแน่ ซึ่งถ้าหัวหน้าผู้สืบสวนไม่ยอมช่วยพวกเขาครั้งนี้ อย่างนั้นเมื่อพวกเขาลงมือเอง ก็อย่ามารบกวนด้วยเช่นกัน

            

รอยยิ้มหยันของคนเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนปรากฏขึ้น คนรับใช้ก้มหน้างุด ไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกมา เพราะไม่ว่าจะเป็นเจ้านายของเขา หรือเจ้าหน้าที่ตรงหน้า เขาก็ไม่สามารถต่อต้านได้สักคนเดียว

 

“คนตระกูลไห่มีความมั่นใจมากเลยสินะ แต่ว่า...คนอื่นก็มีดีมากพอที่จะมั่นใจเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำเรื่องสกปรกอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้หรอก” เขาฝากเตือนไป ก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่หันไปมองอีก

            

พวกเขาเองก็มีปัญหากับพวกกองกำลังพิเศษมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เพราะกฎพิเศษที่เอื้อให้พวกนั้นมากเกินไป หลายครั้งก็เป็นว่าพวกมันทำเรื่องที่ผิดกฎบ้านเมืองจริง ซึ่งคนในหน่วยของเขาอยากจะเอาผิดอีกฝ่ายมากๆ แต่...สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ทั้งอำนาจและความแข็งแกร่งอยู่เสมอ

            

แม้แต่เขาเองก็แตะต้องคนกลุ่มนั้นไม่ได้....

            

ครั้งนี้หัวหน้าตระกูลไห่ต้องการเป็นศัตรูกับหนึ่งในกองกำลังพิเศษ ทั้งยังยอมเป็นศัตรูกับตระกูลจางด้วย เขาไม่รู้เหมือนกันว่าชะตากรรมของตระกูลไห่จะเป็นอย่างไร ต่อให้อีกฝ่ายเป็นทหารเหมือนกัน....ก็ใช่ว่าจะเทียบกับระดับของพลทหารพิเศษได้

            

เรื่องที่ตระกูลไห่ถูกหยามเกียรติแพร่กระจายไปทั่ว ผู้คนมากมายต่างก็พูดถึงเรื่องนี้กันเป็นแถว แต่หลายคนก็คาดเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวาย

            

วันต่อมา ตระกูลไห่ก็ออกประกาศว่าจะไม่รับสินค้าหรือบริการบางอย่าง โดยอ้างว่าพวกเขากำลังตรวจสอบคุณภาพว่ามีปัญหาหรือไม่ 

 

ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากก็คือยาของตระกูลเหลียน พืชผักที่มาจากแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรอัน แล้วก็ยังมีอาหารสังเคราะห์ที่ผลิตจากโรงผลิตอาหารตระกูลเจียงสาขาด้วย โดยกิจการเหล่านั้นล้วนเป็นกิจการที่อันซูหยวนมีส่วนได้ผลประโยชน์ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงแน่ชัดแล้วว่าเขาต้องการมีปัญหากับเธอ

            

ผู้นำตระกูลเจียงสาขาไม่เดือดร้อน ถึงสินค้าหลักของเขาจะเป็นอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำและกลาง แต่การที่พันธมิตรของตระกูลไห่ประกาศไม่ซื้อสินค้าของเขา ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายเท่ากับรายได้ที่ได้รับมาจากการช่วยทำปุ๋ยวิเศษเลย 

 

อีกอย่าง...ยิ่งพวกเขาต่อต้าน พันธมิตรตระกูลจางกลับยิ่งเพิ่มการสั่งซื้อมากขึ้นแทน นี่เหมือนเป็นการต่อสู้กันระหว่างสองตระกูลใหญ่คือตระกูลไห่กับตระกูลจางไปเสียอย่างนั้น

            

เพื่อไม่ให้ตระกูลจางเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้นำตระกูลไห่รู้ดีว่าเขาควรจะต้องเข้าหาผู้นำตระกูลจางอย่างไร อย่าลืมว่าตระกูลจางกับประธานจางไม่ใช่เป็นหนึ่งเดียวกัน 

 

นอกจากนี้ตระกูลจางก็ไม่ได้ชอบประธานจางตั้งแต่แรกด้วย การที่ประธานจางประสบความสำเร็จแต่ไม่ได้ส่งผลให้ตระกูลจางได้รับผลประโยชน์ด้วยนั้น ทำให้พวกเขาไม่พอใจอยู่เสมอ เมื่อผู้นำตระกูลไห่ไปที่บ้านสกุลจางพร้อมกับมอบข้อเสนอบางอย่างให้เขา ตระกูลจางก็ยิ้มรับเสียแล้ว

 

“ผู้นำตระกูลไห่รับปากว่าจะให้ตำแหน่งร้อยเอกกับจางมู่หากตระกูลจางออกมาบอกว่าพวกเขาจะยังไม่ซื้ออาหารสังเคราะห์จากตระกูลเจียงสาขา...” คนพูดกล่าวด้วยน้ำเสียงประหม่าและกดดัน 

 

เขาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่...ที่พวกเขามั่นใจเลยก็คือ การที่ตัวเองไม่ด่วนตัดสินใจไปก่อนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

 

ไม่ใช่ว่าไม่สนใจตำแหน่งร้อยเอกในกองทัพ เพราะสถานการณ์ของตระกูลจางนั้นไม่ได้ดีเท่ากับองค์กรนักล่าสกุลจาง ไม่ร่ำรวยเหมือนจางอู่หยางที่เป็นประธานจางขององค์กร ตระกูลจางก็คือตระกูลจางที่มีดีแค่ชื่อเสียง อาศัยเกาะบารมีของจางอู่หยางในการทำกิจการต่างๆ แต่ทุกคนที่อยู่ตระกูลใหญ่ย่อมรู้ดีว่าพวกเขามีแค่เปลือกเท่านั้น

            

ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยได้รับคำเตือนจากชายหนุ่มมาก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อผู้นำตระกูลไห่มา พวกเขาสกุลจางยิ้มรับได้ แต่จะทำตามหรือไม่นั้นยังต้องขึ้นอยู่กับประธานจางคนนี้ต่างหาก

            

ผู้นำตระกูลจางงั้นหรือ? ยังเทียบกับ “ประธานจาง” คนนี้ไม่ได้แม้แต่เศษฝุ่นของเขาเลย

 

“คนอยากให้ อย่างนั้นก็รับไว้เถอะ”

 

“แต่...เงื่อนไขของพวกนั้น...” ตัวแทนสกุลจางลังเลเมื่อได้ยินคำตอบนี้ แม้พวกเขาจะต้องการตำแหน่งร้อยเอกจริงๆเพื่อทำให้ตระกูลจางมีอำนาจมากขึ้นในวงสังคม แต่...นี่ต้องแลกมากับการทำลายคนของจางอู่หยาง แบบนี้พวกเขาจะไม่เป็นอะไรหรือ?

 

“ก็ทำตามนั้น” จางอู่หยางโบกมือ เขาวางเอกสารที่อ่านอยู่ลง เผยให้เห็นข้อมูลคร่าวๆเกี่ยวกับเส้นทางการตลาดของสกุลเจียงหลัก นี่แปลว่า...การที่ผู้นำตระกูลไห่มาพบกับตระกูลจางนั้น ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้นที่อยู่เบื้องหลัง หากแต่ยังมีสกุลเจียงหลักที่ต้องการทำให้อำนาจของตระกูลเจียงสาขาลดลงด้วยนี่เอง

 

“เตรียมแผนการซื้ออาหารสังเคราะห์ระดับสูงเอาไว้ด้วยล่ะ” จางอู่หยางพูดอีกคำ แม้ว่าผู้นำตระกูลจางจะยังไม่เข้าใจตอนนี้ แต่อีกไม่นานพวกเขาก็จะเข้าใจเอง

            

ในเมื่อตระกูลไห่และตระกูลเจียงอยากจะทำลายแขนขาของซูหยวน เช่นนั้นก็ให้พวกมันทำไปเถอะ เพราะแขนขาที่เก่าแล้วนั้นมันอ่อนแอเกินไป สุดท้าย...เมื่อขยะเก่าๆถูกทำลายทั้งหมด ก็เป็นโอกาสใหม่ที่จะสร้างแขนขาที่ทรงพลังมากกว่าเดิมขึ้นมา

            

และสกุลจางที่อุตส่าห์เชื่อฟังเหมือนสุนัขตัวน้อยๆ จางอู่หยางก็ไม่รังเกียจที่จะมอบผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆให้พวกเขาเป็นการตอบแทน เรื่องนี้จะสอนให้พวกเขาเข้าใจว่าการปฏิบัติตัวเช่นไรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นับว่าการแสดงอำนาจให้พวกเขาได้เห็นครั้งก่อนๆนั้นประสบความสำเร็จด้วยดี ซึ่งนี่ก็คือผลลัพธ์

            

เมื่อได้รับอนุญาตจากจางอู่หยาง ตระกูลจางก็ประกาศทันทีว่าจะงดซื้ออาหารสังเคราะห์ระดับต่ำและกลางจากโรงผลิตอาหารสังเคราะห์เจียงสาขาอีก พอพวกเขาแสดงท่าทางเช่นนี้...ตระกูลน้อยใหญ่มากมายก็เริ่มเอาด้วย นี่ก็เพราะพวกเขาคิดว่าโรงผลิตอาหารสังเคราะห์สกุลเจียงนี้จบสิ้นแล้ว ตราบเท่าที่สกุลจางที่เคยอยู่เบื้องหลังของพวกเขาก็ยังออกมาแบนสินค้าด้วย เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงตระกูลอื่นๆอีกเลย

            

แน่นอนว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อโรงผลิตสกุลเจียงมาก แต่ตอนที่ทุกคนคิดว่าพวกเขาจะหยุดการผลิตเนื่องจากไม่มีคำสั่งซื้อใดๆ กลายเป็นว่าโรงผลิตของพวกเขาเรียกให้คนมาทำงานกันหนักขึ้น ทั้งยังเพิ่มเงินเดือนให้ทุกคนเป็นการชดเชยการผลิตที่เร่งด่วนนี้แทนเสียอีก

            

หลายคนคาดเดากันว่าพวกเขาอาจจะเปลี่ยนไปผลิตส่วนประกอบของปุ๋ยวิเศษให้สกุลจางก็ได้ ทว่า...ในเวลาต่อมา เพียงแค่ 7 วันเท่านั้นที่ความวุ่นวายเกิดขึ้น โรงผลิตอาหารสังเคราะห์สกุลเจียงก็ประกาศข่าวใหญ่ออกมา

            

พวกเขาจะเลิกผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำและกลาง แต่จะหันมาผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงแทน โดยอาหารสังเคราะห์ระดับสูงของพวกเขาจะมีราคาเป็นครึ่งหนึ่งของราคาปกติ ส่วนคนที่ไม่มีกินใช้...องค์กรนักล่าสกุลจางร่วมกับสกุลเจียงสาขาในการผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำออกมาแจกจ่ายฟรีๆ!!

            

ทันทีที่ข่าวนี้ถูกประกาศออกมา มันก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนอย่างมาก! ไม่ต้องพูดถึงตลาดอาหารสังเคราะห์ระดับสูงที่จู่ๆก็มีคู่แข่งรายใหญ่ปรากฏขึ้น แถมยังบอกว่าจะขายในราคาต่ำกว่าพวกเขาครึ่งหนึ่งด้วย นี่ไม่ได้เป็นการตบหน้าพวกเขาเพื่อแย่งลูกค้าหรือ? อีกฝ่ายทำเช่นนี้แล้ว...พวกเขาจะยังขายสินค้าอยู่ได้อย่างไร

            

ต่อให้เป็นสกุลไห่ที่ออกมาประกาศไม่รับซื้อสินค้าจากสกุลเจียงสาขา พวกเขาก็ยังจะทำเหมือนเดิมได้อยู่หรือ? ของดีราคาถูกกองอยู่ตรงหน้า จะยังหาซื้อสินค้าราคาแพงเพราะทิฐิหรือไม่?

            

ที่หนักไปยิ่งกว่านั้น....พวกเขายังประกาศออกมาว่าจะทำอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำออกมาแจกจ่ายประชาชนทั่วไปเพื่อไม่ให้ต้องอยู่อย่างอดอยากโดยไม่คิดเงินแม้เพียงเครดิตเดียว สิ่งนี้...นี่ต้องการจะทำลายคู่แข่งที่ผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำให้หมดหรือ? พวกเขาทำแบบนี้แล้ว...อยากสังหารผู้คนในวงการเดียวกันหรืออย่างไร!!

            

ปัง!!

 

“พวกเจียงสาขามันเป็นบ้าไปแล้วหรือ? ถูกพวกเรากดดันไว้แค่สัปดาห์เดียวก็เปลี่ยนตัวเองเป็นคนบ้าเสียแล้วหรือ!!” 

 

“มันทำแบบนี้ เหมือนอยากให้พวกเราตระกูลเจียงหลักต้องตายไปพร้อมๆกับพวกมันเลย!”

 

“เจ้าพวกนั้นจะทำแบบนี้ไปตลอดจริงหรือ? คิดจะขายอาหารสังเคราะห์ระดับสูงที่ราคาครึ่งหนึ่งของพวกเรา แบบนี้จะไม่ขาดทุนยับเลยหรือไง!”

 

“ไม่ใช่แค่นั้น แต่รายได้ของพวกมัน เดิมทีก็มาจากการผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำและกลาง เวลานี้กลับบอกว่าจะแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้ฟรีๆ เช่นนี้แล้วพวกมันจะไม่ขาดทุนตายกันหมดเลยหรือ?”

 

“พวกมันกำลังบ้ากันหมดแล้ว อีกไม่นานก็จะต้องล่มสลายแน่ๆ เร็วเข้า! รีบหาคนไปที่สกุลเจียงสาขา ขอรับอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำจากพวกมันมาให้ได้มากที่สุด ทำให้พวกมันหมดตัวไปเลย!”

            

ไม่ใช่แค่สกุลเจียงหลักเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ ตระกูลใหญ่คนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน พวกเขาต่างก็คิดวิธีที่จะทำให้ตระกูลเจียงสาขาล่มไปเร็วๆ นอกจากนี้...ยังมีคนธรรมดาที่อยากจะได้อาหารฟรีด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงมารอกันด้านหน้าโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์จนแทบจะมืดฟ้ามัวดิน

            

อย่างไรก็ตาม ตอนที่พวกเขามาถึง...ทหารจำนวนมากก็ล้อมโรงผลิตอาหารสังเคราะห์สกุลเจียงไว้แล้ว พวกเขามาที่นี่เพื่อคุ้มกันความปลอดภัยให้โรงผลิตอาหารสังเคราะห์นั่นเอง

            

ข้างในโรงผลิตอาหารสังเคราะห์ เวลานี้เหล่าผู้นำกำลังเดินชมเส้นทางการผลิตอาหารสังเคราะห์ ซึ่งมีเจียงฮุ่ยเป็นคนเดินนำทาง คอยแนะนำอุปกรณ์ในการผลิตส่วนต่างๆให้พวกเขาฟัง แน่นอนว่าสีหน้าของทุกคนนั้นแช่มชื้นเป็นอย่างมาก แม้แต่คนของรัฐบาลก็ยังมองเจียงฮุ่ยด้วยสายตาเป็นมิตร

            

เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาแบกรับความกดดันอย่างมากเกี่ยวกับจำนวนมนุษย์ชาติที่ลดลงเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่เพราะเสียชีวิตจากการล่าสัตว์กลายพันธุ์เท่านั้น แต่ยังมีหลายส่วนที่เสียชีวิตเนื่องจากอดอยากอีก

            

พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร จนกระทั่งสกุลเจียงสาขายื่นเรื่องมาที่พวกเขา กล่าวว่าตัวเองต้องการมอบอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำกับคนยากไร้ที่อดอยาก สาเหตุก็คือ....เขาต้องการช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด ทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ แต่คำพูดพวกนั้น...ผู้นำทางการไม่ได้สนใจอยู่แล้ว

            

คงจะมีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่บอกว่าตัวเองทำงานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ไม่คาดหวังสิ่งตอบแทนจากการแจกจ่ายนี้ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง...

            

ก่อนหน้านี้ เจียงฮุ่ยได้รับการติดต่อจากอันซูหยวนเพื่อยกระดับการผลิตสินค้าของตนเอง ตอนนี้เขาถูกศัตรูล้อมกรอบเอาไว้หมดแล้ว แต่ก็ไม่ได้อับจนหนทางไปเสียทีเดียว รายได้จากการขายเศษซากชิ้นส่วนแล้วแปรรูปโดยผสมกับน้ำบริสุทธิ์ที่อันซูหยวนรับมาจากสกุลจาง แปรรูปกลายเป็นปุ๋ยวิเศษที่มีราคาสูง เพียงเท่านี้...พวกเขาก็มีรายได้เทียบเท่ากับการผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำทั้งหมดแล้ว

            

อีกอย่าง ต้องไม่ลืมว่าต้นทุนของพวกเขาในการผลิตปุ๋ยวิเศษนี้แทบจะไม่มีเลย ไม่เหมือนกับการรับซื้อวัตถุดิบจากพวกนักล่าเพื่อมาผลิตสารอาหารเอง ดังนั้นเจียงฮุ่ยจึงไม่เคยกลัวที่จะเดินตามคำสั่งของอันซูหยวนไปเลย

            

และก็โชคดีที่ตัวเขาคิดได้ถูกต้อง!

            

หลังจากที่เพิ่มการผลิตปุ๋ยวิเศษแล้ว อันซูหยวนก็กลับมาพร้อมกับแผนการใหม่ เธออยากให้เขาบุกตลาดการผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูง โดยองค์กรจะจัดหาวัตถุดิบในการผลิตสารอาหารมาให้ เธอยังมีตัวอย่างเป็น “พืช” แปลกๆหนึ่งชนิด เมื่อทดลองตรวจสอบค่าสารอาหารแล้ว พบว่ามันมีระดับสูงมาก มากชนิดที่พืชระดับสูงที่เขาเคยซื้อมาก็ยังไม่เท่ากับพืชนี้

            

เจียงฮุ่ยตกใจมาก ทั้งยังสงสัยมากด้วย กระนั้น....เขาก็รู้ดีว่าตัวเองตกใจได้ สงสัยได้ แต่ไม่มีสิทธิตั้งคำถาม ไม่อย่างนั้น...คอของเขาก็อาจจะไม่อยู่บนบ่าอีกต่อไป 

            

เพราะเป็นคนที่รู้ความ สุดท้ายเขาก็ทำตามคำสั่งของอันซูหยวนต่อไป เพิ่มการผลิตสารอาหารสังเคราะห์ระดับสูงเพื่อเตรียมพร้อมบุกตลาด หลังจากนั้น...เศษที่เหลือจากพืชแปลกๆนี้ ยังเอามาปั่นต่อไปเพื่อสกัดออกมาเป็นอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำได้ด้วย และอันซูหยวนก็ให้เขาติดต่อกับกองทัพเพื่อประกาศว่าจะแจกจ่ายฟรี!

            

เธอไม่ได้ทำอย่างนี้เพราะจิตใจดี อยากช่วยเหลือผู้คน แต่อันซูหยวนวางแผนให้เจียงฮุ่ยทำเช่นนี้ก็เพื่อให้กองทัพเป็น “ผู้หนุนหลัง” ให้ตัวเขา

            

การจะบุกตลาดอาหารสังเคราะห์ระดับสูงที่มีเจ้าใหญ่อยู่แล้วไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็มีแต่จะเข้าไปฆ่าตัวตายเท่านั้น เพื่อทำให้ทางกองทัพมาสนใจ เช่นนั้นก็โยนเศษเหลือเล็กๆน้อยๆพวกนี้ออกไปก็ได้แล้ว

            

แถมการแจกจ่ายที่ว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตอาหารระดับสูงด้วย...

           

 ดั่งที่บอกไปก่อนหน้านี้ สกุลเจียงสาขาจะมอบอาหารสังเคราะห์ให้กับผู้อดอยากที่ไม่มีอาหารกิน แต่ทั้งหมดนี้ล้วนผ่าน “กองทัพ” เป็นคนจัดสรร

            

เขาไม่ได้มอบให้กับทุกคนง่ายๆ จะต้องผ่านการตรวจสอบของกองทัพเสียก่อน และปริมาณที่พวกเขาจะมอบให้ต่อปีนั้นมีจำกัด เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วต้องเอาเวลาไปผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงนั่นเอง

            

พูดให้ถูก...อาหารสังเคราะห์ระดับต่ำพวกนี้ เป็นการจ่ายออกไปเพื่อให้กองทัพเข้ามาช่วยคุ้มกันต่างหาก และก็ใช่...ทั้งกองทัพและเจียงฮุ่ยมีความเข้าใจที่ตรงกัน พวกเขารู้ว่าเจียงฮุ่ยต้องการอะไร แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงอยู่แล้ว พวกเขาย่อมเต็มใจช่วย....

 

………………………………