LNCrawler

บทที่ 415 ถึงเวลาที่เจียงฮุ่ยต้องเสียสละ? (อ่านฟรี 25 เม.ย.69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 415 ถึงเวลาที่เจียงฮุ่ยต้องเสียสละ? (อ่านฟรี 25 เม.ย.69)

บทที่ 415 ถึงเวลาที่เจียงฮุ่ยต้องเสียสละ?

 

เมื่อมีการจัดการของทางการเข้ามาช่วย โรงผลิตสกุลเจียงสาขาย่อมไม่ได้รับปัญหาใดๆ แม้ว่าผู้คนมากมายจะต้องการเอาเปรียบพวกเขาก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกส่งกลับไปทุกคน สิ่งนี้สร้างความอึดอัดใจของพวกตระกูลใหญ่เป็นอย่างมาก พวกเขาไม่คิดเลยว่าสกุลเจียงสาขาจะใจกล้าขนาดนี้ อีกฝ่ายไม่รู้ว่าจะต้องลงทุนเท่าไรเพื่อการทำเงินครั้งใหญ่นี้ แต่ที่แน่ๆ...สกุลเจียงสาขาไม่มีทางทำเพียงลำพังได้ หมายความว่าเบื้องหลังของเขานั้นจะต้องมีคนอื่นร่วมด้วย

 

แล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนคาดเดาไว้จริงๆ เพราะทันทีที่โรงผลิตอาหารสังเคราะห์สกุลเจียงวางขายอาหารสังเคราะห์ระดับสูง ตระกูลจางก็กระโดดออกมาเป็นตระกูลแรกที่ขอซื้ออาหารสังเคราะห์พวกนั้นเป็นจำนวนมาก เรียกว่าคว้าผลประโยชน์ก้อนโตนี้อย่างน่าไม่อาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นคนพูดเอาไว้แท้ๆว่าจะยกเลิกการซื้ออาหารสังเคราะห์จากตระกูลเจียงสาขา

 

ไม่สิ! นึกดูดีๆแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้พูดออกมาตอนไหนเลยไม่ใช่หรือ? เป็นพวกเขาที่คิดไปเองว่าตระกูลจางไม่ต้องการร่วมมือกับสกุลเจียง คิดจะแบนพวกเขา 

 

ทว่า...ที่ตระกูลจางออกมาพูด ก็แค่บอกว่าจะหยุดซื้ออาหารสังเคราะห์ระดับต่ำและกลางจากตระกูลเจียงสาขา ส่วนเรื่องอาหารสังเคราะห์ระดับสูง พวกเขาไม่ได้พูดออกมาสักคำ!!

 

“ทุกคนโดนสกุลจางหลอกเข้าแล้ว ก็คิดอยู่ว่าสกุลจางจะยอมเป็นศัตรูกับประธานจางคนนั้นเชียวหรือ? สุดท้าย...พวกเขากลับหลอกเอาผลประโยชน์จากสกุลไห่ เพื่อช่วยผลักดันคนของตนเองกลายเป็นทหารร้อยเอก จากนั้นก็ค่อยซื้ออาหารสังเคราะห์ระดับสูงที่ราคาถูกกว่าตลาดครึ่งหนึ่ง ตอนนี้พวกเราไม่ใช่แค่ช้าไปก้าวหนึ่งเท่านั้น แต่ยังทำให้สกุลเจียงสาขา อ่า...ต้องบอกว่าประธานจางโกรธแล้วต่างหาก!”

 

“พวกสกุลจางพวกนี้ไว้ใจไม่ได้จริงๆ พวกเราไม่น่าเคลื่อนไหวตามมันเลย เร็วเข้า! ตอนนี้ก็ยังทัน รีบให้คนของเราไปที่สกุลเจียงสาขา ไม่ว่าพวกเขาจะขายอะไรก็ซื้อมาให้หมด”

 

“ผู้นำตระกูล ช้าไปแล้วครับ ตอนนี้สกุลจางซื้อของไปหมดแล้ว พวกเขากำลังส่งนักล่าของตนเองเข้าพื้นที่ล่าอยู่ เชื่อว่าได้สารอาหารสังเคราะห์ระดับสูงไปมากมายขนาดนั้น คงจะกวาดล้างพื้นที่ล่าได้เป็นเดือนๆ” 

 

“นั่นก็แค่เรื่องฉาบฉวยเท่านั้น ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือพวกสกุลจางใช้โอกาสนี้เพื่อเก็บตัวฝึกฝนไปหลายคนเลย พวกเขาตั้งใจจะใช้เวลาที่ได้เปรียบนี้เพื่อก้าวนำพวกเราไปอีกก้าวหนึ่ง แถมประธานจางคนนั้นก็ยังโยนผลึกพลังงานให้กับพวกมันเป็นของขวัญด้วย”

 

“เห็นได้ชัดว่าพวกสกุลจางรู้ตัวแล้วว่าจะต้องปฏิบัติเช่นไร พวกมันยอมก้มหัวให้ประธานจางที่ไม่ได้เป็นผู้นำตระกูลด้วยซ้ำ”

 

“เหอ เหอ เหอ ถ้าหากว่าฉันสามารถแข็งแกร่งกว่าคนอื่นได้เพียงแค่ติดตามประธานจาง ฉันก็จะทำเหมือนกัน น่าเสียดายที่ประธานจางไม่ต้องการฉัน”

 

ผู้คนต่างก็พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้กันเป็นแถว ไม่ใช่แค่ตระกูลใหญ่ตระกูลเดียวเท่านั้น แต่ตระกูลขนาดกลางและขนาดเล็กมากมายที่เป็นพันธมิตรกับสกุลเจียงสาขายังพลอยได้ผลประโยชน์ไปด้วย

 

พวกเขาไม่เหมือนสกุลจางที่เน้นความได้เปรียบในการเพิ่มความแข็งแกร่งและทรัพยากร ทว่าพวกเขากลับเอาส่วนแบ่งที่ซื้อไว้ได้ไปขายต่อในราคาถูกกว่าตลาดเล็กน้อย ซึ่งตอนที่พวกเขาขายหมด เท่ากับได้เครดิตเป็นกำไรกลับไปมากโข เรื่องนี้สร้างความอิจฉาให้กับตระกูลทั้งหมดที่ไม่ได้รับประโยชน์ด้วย

 

คนที่โกรธแค้นจากเหตุการณ์นี้มากที่สุดคงจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากสกุลไห่ เขาต้องการตัดแขนตัดขาพวกที่เข้ากับพลทหารพิเศษอันซูหยวน กระทั่งองค์กรนักล่าสกุลจางสนับสนุนอยู่เขาก็ไม่กลัว ทว่า...เขาไม่ได้คิดเลยว่าแค่หมากกระดานแรกของตนเองก็เจอกับความล้มเหลวเสียแล้ว 

 

“ไอ้พวกสกุลจางมันกล้าหลอกฉันงั้นหรอ! มันคิดว่าสกุลไห่ของพวกเราหลอกลวงได้ง่ายๆรึไง!”

 

“ผู้นำตระกูล เนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ตระกูลมากมายต่างก็พุ่งเข้าไปหาสกุลเจียงสาขาแล้วครับ พวกเราคงหยุดคนพวกนั้นไม่ได้อีก ตอนนี้ถ้าจะเล่นงานสกุลเจียงสาขาก็ยากเกินไป พวกเราควร....”

 

“อย่าร้อนรนเกินไป...” ถึงจะโกรธ แต่เมื่อเห็นว่าคนของตนเองกำลังหวาดกลัว คนเป็นผู้นำตระกูลไห่ก็กัดฟันกรอด พูดอย่างใจเย็น

 

“ฉันจะให้สกุลเจียงหลักลงมือ อย่าลืมว่าต่อให้สกุลเจียงสาขาจะอวดดีเเค่ไหน แต่คนที่เป็นแค่สามขา ก็มีข้อจำกัดของตัวเองอยู่...”

 

เหมือนดังที่ผู้นำตระกูลไห่กล่าวมา ที่ตระกูลเจียงตอนนี้ก็มีการนัดประชุมใหญ่เเล้วจริงๆ โดยที่ผู้นำตระกูลเจียงหลักเป็นประธาน ส่วนผู้มีส่วนร่วมในตระกูลเจียงทั้งหมดก็มาร่วมด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเจียงฮุ่ยนั่นเอง

 

เมื่อทุกคนเห็นเขา ต่างก็เเสดงท่าทางรังเกียจอย่างไม่คิดปิดบัง ….. สำหรับพวกเขาแล้ว เจียงฮุ่ยประสบความสำเร็จมากเกินไป มากจนน่าอิจฉา! มากจนน่าตาย!

 

ทั้งที่เป็นเจียงเหมือนกัน แต่มันกลับดีกว่าตัวเอง หลายคนที่เคยต่อสู้เพื่อเเย่งโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์เมื่อครั้งก่อน ตอนนี้ก็เอามาคิดเป็นประเด็นกันเเล้ว 

 

เจียงฮุ่ยคนนี้คือบุตรชายจากผู้นำตระกูลเจียงคนก่อนกับภรรยาคนที่สามของผู้นำตระกูล เขาจึงมีสิทธิ์ได้ส่วนเเบ่งจากกิจการของสกุลเจียงด้วย เเม้ตอนนั้นจะถูกมองว่าไม่ใช่กิจการที่ใหญ่โตอะไร ก็แค่โรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำเท่านั้น เเถมถ้ารับเงื่อนไขนี้ ก็ต้องยอมไปอยู่ในเขตชั้นกลาง เพื่อไม่ให้มาเป็นปัญหาต่อผู้นำตระกูลคนใหม่ ซึ่งเจียงฮุ่ยต่อสู้อะไรไม่ได้แล้วนอกจากยอมรับ 

 

ตอนนั้นพวกพี่น้องได้กิจการดีๆ เช่น กิจการแปรรูปอาหาร กิจการร้านอาหาร กิจการถนอมกากใย เเละอื่นๆ ซึ่งมีการร่วมมือกับทางการอยู่เสมอ ศักดิ์เเละสิทธิ์ของกิจการเหล่านั้นจึงสูงกว่าโรงงานผลิตระดับต่ำ เจียงฮุ่ยถูกหัวเราะเยาะเรื่อยมา เเต่วันนี้ .... ในที่สุดก็เป็นเขาที่ได้หัวเราะบ้างเเล้ว

 

“ขอบใจทุกคนมากที่มาพร้อมกันในวันนี้นะ”

 

คนเป็นผู้นำมาถึงก็กล่าวเปิดการประชุมก่อน เขามองไปยังทุกคนก่อนจะหยุดที่เจียงฮุ่ย แน่นอนว่าไม่ได้แสดงท่าทางเป็นมิตรต่อน้องชายต่างมารดาคนนี้แม้เพียงน้อย 

 

เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป ทุกคนรู้ดีว่าพวกเขาไม่ถูกกัน รวมถึงเจียงฮุ่ยก็ไม่ได้ถูกกับคนอื่นด้วย ดังนั้น...ในเมื่อรู้ดีกันอยู่แก่ใจแล้ว ก็แค่แสดงมันออกมาเท่านั้น

 

“ขอแสดงความยินดีกับเจียงฮุ่ยที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนากิจการของตนเองนะ ได้ยินผู้คนมากมายพูดถึงโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์สกุลเจียงสาขาไม่น้อยเลย...”

 

“โอ้ ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลเจียงหลักที่ชื่นชม พวกเราเองก็พยายามอย่างสุดความสามารถเช่นกัน ไม่อย่างนั้น...คงจะโงหัวไม่ขึ้นมานานแล้ว”

 

เจียงฮุ่ยแสร้งหัวเราะเหมือนคนโง่ แต่ความหมายกลับเป็นการเยาะเย้ยคนอื่นๆที่ได้กิจการดีๆไป กลับยังประสบความสำเร็จไม่เท่าตนเอง

 

เห็นรอยยิ้มของเขาเช่นนี้ คนอื่นก็ลอบกำหมัดแน่น หากการลุกมาต่อยหน้าอีกฝ่ายจะไม่ถูกคนอื่นมองว่าไร้มารยาท เขาก็คงจะทำเช่นนั้นไปแล้ว อีกอย่าง...วันนี้ผู้นำตระกูลเจียงเป็นคนเรียกมา ย่อมไม่ได้เรียกมาเพื่อชื่นชมเขาเท่านั้น คนอื่นๆเป็นหมากประดับกระดาน ยังไม่จำเป็นต้องแสดงความรู้สึกทั้งหมดของตนเอง

 

และใช่ ความคิดของพวกเขาถูกต้องจริงๆ เพราะหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเจียงฮุ่ย ผู้นำตระกูลเจียงหลักก็ถอนหายใจออกมา...การแสดงของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว….

 

“โชคดีที่เจียงฮุ่ยประสบความสำเร็จในครั้งนี้ เพราะความสำเร็จของน้องชาย...จะสามารถช่วยเหลือสกุลเจียงของพวกเราให้รอดพ้นวิกฤติได้" ผู้นำตระกูลเจียงหลักกล่าวขึ้นเช่นนี้ เจียงฮุ่ยก็หรี่ตาลงทันที 

 

เขากำลังคิดตามว่าผู้นำสกุลเจียงสารเลวนี้กำลังวางแผนอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่ต้องเสียเวลาคาดเดานานนัก เพราะสุดท้ายแล้ว...เจ้าตัวก็พูดมันออกมา

 

“เฮ้อ เรื่องนี้ต้องพูดถึงความวุ่นวายเมื่อครั้งที่เกิดปัญหาของพวกผู้มีอิทธิพลมืดทั้งหลาย ครั้งนั้น...พวกเราสูญเสียกำลังคนไปจำนวนมาก และเพื่อให้ทุกคนไม่เสียกำลังใจ จึงได้มีการเบิกเงินชดเชยออกไปจากคลังตระกูลจำนวนมาก”

 

“พอเจอกับผลกระทบที่รัฐบาลกวาดล้างเขต A พวกเราก็ขาดรายได้หลักไป แถมยังต้องพัฒนารุ่นเยาว์ในตระกูลให้สามารถไล่ตามทันกฎเกณฑ์ของการทางด้วย ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องหยิบยืมเงินก้อนใหญ่มาจากสกุลไห่และอีกหลายตระกูลด้วยกัน”

 

“เรื่องนี้ดูจะไม่เป็นปัญหาเลย จนกระทั่ง....มีความขัดแย้งระหว่างตระกูลไห่และพลทหารพิเศษคนหนึ่ง รวมทั้งยังดึงเอาสกุลจางเข้ามาร่วมด้วย ดังนั้นสกุลไห่จึงต้องการเรียกเงินจากพวกเราคืน แต่เงินก้อนใหญ่นั้น...พวกเราจะสามารถหามาคืนในเวลาอันสั้นได้อย่างไร"

 

“ที่สำคัญที่สุด....เนื่องจากการยกระดับการผลิตของโรงงานผลิตสกุลเจียงสาขาที่ทำให้รายได้จากโรงผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงของสกุลเจียงลดลง อ่า.....ไม่สิ! ต้องบอกว่ารายได้ของพวกเราแทบจะหดหายไปทั้งหมดต่างหาก”

 

“ตระกูลอื่นๆที่เคยทำข้อตกลงกันไว้ก็ฟ้องร้องพวกเรา ในข้อหาที่พวกเราขายอาหารสังเคราะห์ในระดับสูงกว่าตลาด เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ใหญ่เกินกว่าจะรับมือได้ ดังนั้น...ตามกฎของตระกูลแล้ว ฉันขอประกาศให้สถานการณ์สกุลเจียงตอนนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน!!”

 

“แล้วก็ในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ตระกูลเจียงหลักสามารถเรียกร้องความช่วยเหลือจากตระกูลเจียงสาขาได้....." เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็มองไปยังเจียงฮุ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ไม่คิดซ่อนเอาไว้

 

"ดังนั้น น้องชายเจียงฮุ่ย...โรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์นี้ ฉันในนามผู้นำตระกูลเจียงหลักขอเอากลับคืนมาที่ตระกูลหลักเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ก็แล้วกันนะ!”

 

“!!!”

 

สิ่งที่อยากพูดก็พูดออกมาเเล้ว สีหน้าที่อยากจะเยาะเย้ยก็เเสดงออกมาทั้งหมด สองคนพี่น้องผู้นำตระกูลเจียงเวลานี้จ้องหน้ากันราวกับอยากฆ่ากันให้ตายไปข้าง!

 

เจียงฮุ่ยคิดไว้เเล้วว่าการเรียกประชุมด่วนนี้คงไม่ใช่เรื่องดี เเต่ที่เขาไม่คิดก็คือการที่ผู้นำตระกูลเจียงหลักกล้าเเสดงออกชัดเจนเช่นนี้ เเม้แต่ใบหน้าก็ไม่รักษาไว้เเล้วหรือ? ช่างน่ารังเกียจเสียจริง!!

 

“น้องชายเจียง?” เห็นเจียงฮุ่ยไม่พูด คนก็เรียกเขาโดยตรงอีกครั้ง 

 

คนอื่นๆก็เหมือนจะเพิ่งได้สติกลับมาเช่นกัน พวกเขาก็ตกใจมากเช่นกัน เพราะพวกเขาก็คาดไม่ถึงว่าผู้นำตระกูลเจียงหลักจะใช้กฎตระกูลที่ระบุเอาไว้ว่า - หากถึงคราวตระกูลเดือดร้อนเสียหายหนัก เพื่อคงตระกูลเจียงไว้ ต่อให้ต้องตัดเเขนขาก็ต้องทำ - มาเป็นข้ออ้างในการทำลายสาขาของเจียงฮุ่ย

 

คำว่าตัดเเขนขานี้ไม่ได้แปลว่าตัดเเขนขาของคนจริงๆ หากเเต่เป็นการตัดเเขนขาที่ยื่นออกไปของตระกูล ในที่นี้ย่อมหมายถึงตระกูลเจียงสาขานั่นเอง 

 

การขโมยกิจการของอีกฝ่ายเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการทำลายพวกเขาเลยไม่ใช่หรือ?

 

“น้องเจียง ฉันรู้ว่าเรื่องนี้คงจะสร้างความลำบากให้ไม่น้อย แต่เพื่อความอยู่รอดของตระกูลเจียงพวกเรา ฉันที่เป็นผู้นำตระกูลก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน..”

 

“ถึงอย่างนั้น ตระกูลเจียงสาขาก็สามารถเข้าร่วมกับตระกูลเจียงหลักได้ ฉันจะให้สิทธิ์ในการพักอาศัยในที่ดินของตระกูลเจียงต่อไป เเละจะเเข่งทรัพยากรให้ตามรายเดือนเหมือนสมาชิกตระกูลหลักได้”

 

พูดเช่นนี้คล้ายว่ายุติธรรม แต่ความจริงเเล้ว…การที่ให้พวกเขาไปอยู่ใต้อาณัติก็ไม่ต่างอะไรกับการให้พวกเขาไปเป็นทาสรับใช้เลย

 

“เหอะ” เจียงฮุ่ยโกรธจนพูดไม่ออก คนอื่นๆเห็นท่าทางเช่นนั้นก็เเอบหัวเราะร่วน ทั้งยังส่งเสียงสนับสนุนผู้นำตระกูลเจียงด้วยความสะใจ

 

“ผู้นำตระกูลเจียงสาขา ทำไมจึงได้แสดงท่าทางเช่นนั้นเล่า หรือว่าผู้นำตระกูลเจียงสาขาไม่ยินดีที่จะช่วยเหลือตระกูลเจียงของพวกเราหรือ? อย่าลืมนะว่ากฎของตระกูล...พวกเราก็คือสกุลเจียงเหมือนกัน ถ้าหัวไปไม่รอด หางก็ไม่มีทางไปรอดได้!”

 

“ผู้นำตระกูลไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาอธิบายสถานการณ์ให้พวกเราเข้าใจด้วยซ้ำ ถ้าเป็นฉัน...หากผู้นำตระกูลต้องการทรัพยากรจากตระกูลเจียงสาขาทางใต้ของเขตชั้นใน ฉันก็จะมอบให้โดยไม่ปริปากบ่น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตระกูลของพวกเรา”

 

“นี่เป็นเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้ อีกอย่าง...ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นมาจากการทุ่มตลาดของผู้นำตระกูลเจียงสาขาเอง ถ้าไม่หั่นราคากันถึงขนาดนั้น โรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงของตระกูลหลักเจียงจะขาดรายได้ จะถูกฟ้องร้องค่าชดเชย แล้วก็ยังมีปัญหาอื่นๆเช่นนี้หรือ?”

 

“นั่นน่ะสิ ทั้งหมดก็เริ่มต้นมาจากตระกูลเจียงสาขา ดังนั้นให้รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ถูกแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องขอความเห็นเลย”

 

“ใช่แล้ว อีกอย่าง...เดิมทีแล้วโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ที่ผู้นำสกุลเจียงสาขาได้รับไปก็มาจากการแบ่งของผู้นำตระกูลเจียงหลักไม่ใช่หรือ? เวลานี้ถึงช่วงยากลำบาก ต้องเอาทรัพยากรกลับมารวมกันเพื่อรักษาความมั่นคงของตระกูลเอาไว้ นี่เป็นกฎที่รู้โดยทั่วกัน เว้นแต่ผู้นำเจียงสาขาจะอยากกบฏ...”

 

………………………………