บทที่ 416 กฎของตระกูลเจียง (อ่านฟรี 26 เม.ย. 69)
บทที่ 416 กฎของตระกูลเจียง (อ่านฟรี 26 เม.ย. 69)
บทที่ 416 กฎของตระกูลเจียง
สมาชิกตระกูลเจียงที่เข้าร่วมประชุม ต่างคนก็ต่างพูดกันสนุกสนาน อย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ปัญหาของพวกเขา แถมยังได้มองศัตรูที่น่าหมันไส้ถูกทำร้ายด้วย นี่ก็เหมือนกับมาดูเรื่องสนุกเลยไม่ใช่หรือ?
เจียงฮุ่ยกวาดตามองคนพูดรอบหนึ่ง ตระกูลเจียงสาขาปัจจุบันมีทั้งหมด 9 แห่ง อำนาจแต่ละคนก็มากน้อยต่างกันไป ตัวเขาเองที่ได้รับโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ได้เป็นผู้นำตระกูลเจียงสาขาแทนผู้นำตระกูลเจียงสาขาคนก่อน พาครอบครัวและผู้สนับสนุนของตนเองมาที่นี่เพื่อใช้ชีวิตอยู่ให้ดี เดิมทีก็ไม่คิดจะสร้างปัญหาให้กับผู้ใด ทว่า...ตัวเองไม่สร้างปัญหา ใช่ว่าคนอื่นๆจะไม่ต้องการปัญหาด้วย
เขามองเห็น 6 จาก 8 ตระกูลเจียงสาขาที่เสนอหน้าพูดขึ้นมา ไม่ว่าจะเพราะต้องการเอาใจผู้นำตระกูลเจียงหลัก หรือเพราะอยากจะทำลายเขากันแน่ แต่การแสดงออกพวกนี้ถือเป็นการวางตัวเป็นศัตรูกับเขาแล้ว ในเมื่อเลือกข้างแล้ว...เช่นนั้นเขาก็จะจดจำไว้ให้ดี หลังจากนี้เมื่อต้องรับผิดชอบ ก็จะจัดการเรียกเรียงตัวแน่นอน
พร้อมกันนั้น เขาก็มองไปยังผู้นำตระกูลเจียงสาขาอีก 2 คน คนหนึ่งเป็นน้องชายต่างมารดาของเขาอีกคน แต่เดิมก็เป็นคนเงียบๆอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีปัญหากับผู้ใดนัก เขาได้รับร้านค้าขายอุปกรณ์สำหรับออกพื้นที่ล่า โดยรับสินค้ามาจากที่ต่างๆเพื่อขายเกร็งกำไร แม้รายได้ไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาหากจะเลี้ยงทั้งตระกูลเจียงสาขาได้
อีกคนเป็นผู้นำตระกูลเจียงสาขาเดิมตั้งแต่รุ่นพ่อ เรียกตำแหน่งเป็น “ท่านอา” ซึ่งเป็นน้องชายของบิดาผู้ให้กำเนิด ท่านเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครนัก แต่ท่านพ่อเคยพูดไว้ว่าท่านอาคนนี้ เมื่อตอนที่ท่านพ่อกำลังจะขึ้นตำแหน่งเป็นผู้นำตระกูลเคยช่วยเหลือเอาไว้ ดังนั้นจึงให้ถือเป็นผู้มีพระคุณ ไม่ว่าอย่างไร...กิจการของเขาก็ให้เขาดูแลจนกว่าจะเกษียณอายุไป ซึ่งเมื่อเจียงฮุ่ยเห็นว่าท่านไม่พูดอะไร เขาก็ยังคงนับถือได้อย่างจริงใจเฉกเช่นที่ผ่านมา
ทั้งสองคนนี้เป็นคนที่เจียงฮุ่ยจะจดจำเอาไว้ ถึงเวลาเขาก็จะตอบแทนความจริงใจในครั้งนี้เช่นกัน!
“เจียงฮุ่ย ฉันรู้ว่าแกอาจจะ...”
“ผู้นำตระกูลเจียง” เจียงฮุ่ยโบกมือให้เขาหยุดพูด ทางนั้นไม่ใช่พูดมามากพอแล้วหรอกหรือ? เช่นนั้นทำไมไม่ยอมให้เขาพูดบ้างล่ะ
ในขณะที่ผู้นำตระกูลหลักเจียงและสมุนของเขากำลังยิ้มเยาะที่เจียงฮุ่ยจะต้องเอาความเจ็บแค้นนี้กลับไป แต่สีหน้าของเจียงฮุ่ยกลับค่อยๆเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย...
สัญญาณที่ไม่ค่อยดีนี้ทำให้พวกปากนกปากกาที่อาศัยจังหวะสนุกสนานพูดแทรกขึ้นมาค่อยๆเงียบกันไป แม้แต่ผู้นำตระกูลเจียงก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
เขาได้รับคำเตือนมาจากผู้นำตระกูลไห่แล้ว ทางนั้นบอกว่าเจียงฮุ่ยร่วมมือกับประธานจางจากองค์กรนักล่าสกุลจาง เช่นนั้นย่อมจัดการได้ไม่ง่ายนัก ยังบอกให้เขาต้องระวังให้มาก เพราะจางอู่หยางคนนั้นชอบเล่นสนุกกับความรู้สึกของคน หลายครั้งที่ทำให้พวกเขาคิดว่าชนะแล้ว แต่ความจริง...แค่วิ่งเล่นอยู่ในมือของอีกฝ่าย
เมื่อหวนคิดถึงคำเตือนนี้ขึ้นมาได้ ก็ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว เพราะรอยยิ้มของเจียงฮุ่ยกลับเปล่งประกายขึ้นมาต่อหน้าของทุกคน เหมือนกับปีศาจร้ายที่กำลังจะไล่ฆ่าพวกที่กล้าต่อต้านตนเอง!
“ดีจริงๆที่พูดถึงเรื่องกฎของตระกูลขึ้นมา เช่นนั้น....ฉันก็อยากจะให้ท่านผู้นำตระกูลเชิญกฎของตระกูลออกมาเถอะ” เจียงฮุ่ยผายมือ เขาวางท่าทางสบายๆ แต่กลับทำให้ทุกคนในที่นี้กฎดันอย่างมาก
“น้องเจียง คิดจะทำอะไรกันแน่”
“หืม? ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ ไม่ใช่ว่าพี่ชายผู้นำตระกูลกำลังใช้กฎของตระกูลอยู่หรอ? ก็แค่ให้ไปเชิญกฎของตระกูลมาก็เท่านั้น พวกเราจะได้พูดตามกฎของตระกูลให้ตรงๆ เดี๋ยวจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้”
ผู้นำตระกูลเจียงได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น เขากำลังคิดว่าตัวเองพลาดที่จุดไหนไปแล้วหรือไม่ ทั้งยังคิดไม่อยากให้เอากฎของตระกูลออกมา กลัวว่าเจียงฮุ่ยร่วมมือกับจางอู่หยางเพื่อวางแผนบางอย่างลับหลังเขา
แต่...ในฐานะผู้นำตระกูล เขาท่องจำกฎของตระกูลทั้งหมดได้แล้ว ไม่ว่าจะทบทวนเช่นไรก็ไม่เห็นถึงความผิดพลาดเลย ดังนั้น...เมื่อเห็นสายตาของเจียงฮุ่ยที่ดูแคลนตนเองอยู่ เขาก็กัดฟันกรอดแล้วตอบรับ
“ดี ไปเชิญกฎของตระกูลเจียงมา!”
ได้ยินคำสั่งเช่นนั้น ผู้อาวุโสของตระกูลเจียงที่ทำหน้าที่รักษากฎของตระกูลก็ลุกขึ้น พวกเขาต้องไปเปิดห้องบรรพชนของตระกูลเจียงเพื่อเชิญกฎตระกูลออกมา
หลังจากผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป เหล่าผู้อาวุโสก็ถือกล่องสมบัติล้ำค่า ข้างนอกเคลือบด้วยแก้วจนเห็นว่าของข้างในเป็นม้วนหนังผืนหนึ่งซึ่งดูล้ำค่าอย่างมาก ด้านล่างฐานยังเป็นทองคำที่สวยงาม
“ขอเชิญกฎของตระกูลและดวงวิญญาณของบรรพบุรุษสกุลเจียงเพื่อพิทักษ์ตระกูลให้มั่นคงและแข็งแกร่งสืบไป” ตัวแทนผู้อาวุโสกล่าวจบก็เปิดโหลแก้วนั้น ยกม้วนหนังที่ระบุกฎของตระกูลไว้ออกมา
กลิ่นหอมของดอกไม้หลากหลายชนิดที่อบไว้ในโหลแก้วฟุ้งกระจายไปโดยรอบ สมาชิกของตระกูลเจียงที่ได้กลิ่นก็รู้สึกเหมือนสมองปลอดโปร่งโล่งสบาย นี่ก็เหมือนกับการอวยพรของเหล่าบรรพบุรุษตามความเชื่อ อย่างไรก็ตาม...เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่พวกเขาจะมานั่งทำสมาธิ เพราะเมื่อเชิญกฎของตระกูลออกมาแล้ว จะต้องใช้กฎของตระกูลภายใน 30 นาทีให้เสร็จ หากหาข้อสรุปไม่ได้ ปัญหาที่กำลังถกกันอยู่นี้จะไม่ถูกพูดถึงอีกต่อไป แถมคนที่เป็นประเด็นทั้งสองฝ่ายจะต้องถูกลงโทษด้วย
กฎข้อนี้มีก็เพื่อไม่ให้คนตระกูลเจียงเอากฎของตระกูลมาเป็นเรื่องล้อเล่น เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ของพวกเขา ดังนั้น...ที่ผ่านมาจึงไม่ค่อยมีคนเชิญกฎของตระกูลออกมานัก เว้นเสียแต่จะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ
“เอาล่ะ ตามกฎของตระกูลด้านความมั่นคงของตระกูลเจียง ข้อที่ 33 วรรคที่ 8 พูดถึงสถานการณ์ของตระกูลเจียงที่ประสบกับภัยรอบด้าน ตามกฎแล้วจะให้ทุกคนในตระกูลเชื่อฟังผู้นำตระกูล ทั้งยังต้องยินดีสนับสนุนทรัพยากรให้กับผู้นำตระกูลในการจัดการกับภัยของตระกูลนั้น...”
ผู้นำตระกูลเจียงนับเป็นคนที่แม่นในกฎระเบียบจริงๆ เมื่อเขาพูดออกมา ผู้อาวุโสก็เปิดไปที่ข้อ 33 วรรคที่ 8 ที่เขาพูดถึง จากนั้นก็พยักหน้าให้ทุกคนเห็นตรงกันว่าคำพูดของผู้นำตระกูลนั้นถูกต้อง
“ผู้อาวุโสยืนยันแล้ว นี่ก็จบแล้วใช่ไหม?”
“ผู้นำตระกูลเจียงกล่าวได้ถูกต้องแล้ว เมื่อมีภัย...ตระกูลเจียงก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน”
“อืม ต่อให้น่าเสียดายขนาดไหน แต่ก็จะต้องจัดการกับปัญหาพวกนี้ให้ได้ อย่างแรกคงต้องคืนเงินตระกูลไห่ก่อน...”
“เฮ้อ ผู้นำตระกูลเจียงสาขาเตะโดนตอเข้าแล้ว การที่ผู้นำตระกูลเจียงบอกว่าตัวเองติดเงินตระกูลไห่นั้น...ฉันว่าก็เป็นแค่การยั่วยุเท่านั้น ตระกูลเจียงพวกเราเคยยืมเงินตระกูลไห่เสียที่ไหนกัน”
“เหอะ! แค่ตระกูลไห่รึไง ตระกูลอื่นๆที่พูดถึงก็เป็นเพื่อนของผู้นำตระกูลเจียงหลักทั้งนั้น แผนการนี้เอาออกมาก็เพื่อฆ่าเจียงฮุ่ยนั่นแหละ”
“เดิมทีคิดว่าเจียงฮุ่ยเป็นคนฉลาด ถึงกับทำให้โรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ยกระดับไปถึงขั้นนี้ น่าเสียดายจริงๆ...สุดท้ายแล้วเก่งเกินไปแต่ไม่รู้จักเอาใจคนให้ถูก เลือกฝั่งพลทหารพิเศษ ประจบเอาใจตระกูลจาง สุดท้ายก็ต้องไม่ลืมว่าตัวเองเป็นคนสกุลเจียงอยู่ดี”
“อืม ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็หนีไม่พ้นกฎของตระกูลเจียงหรอก ดังนั้น...นี่จึงเป็นปัญหาเสมอ พวกตระกูลสาขาอย่างพวกเราทำได้แค่ต้องตามตระกูลหลักเท่านั้น มันเป็นกฎที่ทำให้การตัดสินใจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นอีกครั้ง ผู้นำตระกูลเจียงหลักคลี่ยิ้มออกมา เขามั่นใจเต็มร้อยว่าวันนี้เจียงฮุ่ยไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมือของเขาไปได้ นอกจากนี้...เขายังคิดถึงแผนการต่อไปที่จะจัดการกับโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ แล้วก็กดดันพลทหารพิเศษอัน ใช้งานนังนั่นให้เหมือนทาส
ไม่ใช่ว่าพวกเขามีข้อตกลงร่วมมือกันแล้วหรอกหรือ? ถึงจะไม่เห็นรายละเอียดสัญญา แต่ในฐานะโรงงานผลิตแล้ว อำนาจทั้งหมดก็จะต้องสูงกว่าคนส่งมอบวัตถุดิบอยู่ดี ดังนั้น...เขาจะใช้เงื่อนไขที่โรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ทำกับอันซูหยวนและสกุลจาง บีบให้พวกเขาต้องยอมแพ้!!
ปัญหาทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดกับตระกูลจาง แต่แค่พลทหารพิเศษคนหนึ่งที่อวดดีเกินไป พวกมันคิดว่าตัวเองเป็นทหารพิเศษแล้วจะลงมือกับลูกหลานคนใหญ่คนโตได้หรือ? นั่นก็แค่ความคิดของคนโง่เท่านั้น!
ทหารพิเศษแล้วอย่างไร? ถ้าไม่มีคนหนุนหลัง หลุมพรางมากมายที่หลายตระกูลร่วมกันวางไว้ อย่างไรก็ทำให้ตายได้เหมือนกัน!
“ในเมื่อผู้อาวุโสยืนยันแล้ว เช่นนั้น...” ผู้นำตระกูลหลักเจียงมองไปยังเจียงฮุ่ย คาดหวังว่าจะได้เห็นสีหน้ายอมแพ้ของเขา แต่กลับต้องเสียใจอีกครั้ง
ช่าง...อวดดีเสียจริง! กระทั่งตอนนี้ก็ยังยิ้มได้หรือ?
“ผู้นำตระกูลเจียง ฉันขอให้เชิญกฎของตระกูลออกมาย่อมมีเหตุผล หรือว่า...ผู้นำตระกูลไม่คิดจะฟังเสียงของผู้อื่นเลย? อย่าลืมนะว่าในฐานะผู้นำตระกูลแล้ว ก็มีกฎที่ผู้นำตระกูลต้องทำตามเหมือนกัน”
“ฮ่าๆ น้องเจียง...ฉันรู้ แต่เห็นน้องไม่พูดอะไรก็เลยคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว มาสิ...เชิญพูดมา” ผู้นำตระกูลเจียงผายมืออย่างใจกว้าง เห็นท่าทางมั่นใจของเขาแล้ว เจียงฮุ่ยกลับยิ้มกว้างขึ้น
“ขอบคุณผู้นำตระกูลที่ใส่ใจความคิดของสมาชิกคนอื่น เช่นนั้น...ขอให้ท่านผู้อาวุโสลองเปิดไปที่ท้ายม้วนกฎตระกูลได้ไหม ในหัวข้อหมายเหตุที่ 7 น่ะ” เจียงฮุ่ยมองไปยังเหล่าผู้อาวุโส พวกเขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังทำตาม
ในใจพลางคิดว่าในกฎของตระกูลเจียง มีเรื่อง “หมายเหตุ” อะไรพวกนี้ด้วยหรือ? ที่พวกเขาท่องจำมาก็เหมือนกับที่ผู้นำตระกูลเจียงจำได้นั่นแหละ มีเพียงกฎของตระกูล 133 ข้อ แต่ไม่เห็นมีส่วนไหนที่เขียนว่า “หมายเหตุ” เลย
แม้จะไม่คิดว่าหัวข้อนั้นมีอยู่จริง กระนั้นมือของพวกเขาก็เปิดไปเรื่อยๆ อย่างไรเจียงฮุ่ยก็ระบุหน้าและหมายเลขเอาไว้แล้ว ดังนั้นการหาจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ผู้อาวุโสก็เปิดกฎของตระกูลมาจนถึงส่วนสุดท้ายแล้ว พวกเขามองคำว่า “หมายเหตุ” ที่เขียนเอาไว้ตัวเล็กๆ ก่อนจะลอบมองหน้ากัน
ปรากฏว่ามีส่วน “หมายเหตุ” นี้อยู่จริงๆ แต่เดิมแล้วพวกเขาไม่เคยท่องจำส่วนนี้เลย ทั้งยังไม่รู้ด้วยว่ามีพวกมันระบุเอาไว้มาตลอด เพราะกฎของตระกูลไม่ใช่จะเอาออกมาเปิดเล่นๆได้ บางรุ่น...ผู้นำตระกูลไม่เคยเชิญกฎของตระกูลออกมาเลยด้วยซ้ำ จะมีก็แค่ตอนที่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆเท่านั้น
เหมือนกับครั้งนี้ หากเป็นไปตามที่ผู้นำตระกูลพูด ตระกูลเจียงเจอปัญหาใหญ่รอบด้าน จนถึงขนาดล้มละลายแล้วต้องขอเอาทรัพยากรที่แจกจ่างไปกลับคืนมา เพื่อให้เป็นความยุติธรรมของตระกูลเจียงสาขา กฎของตระกูลถูกเชิญออกมาก็ถูกต้องแล้ว ซึ่งในชีวิตผู้อาวุโส...นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้จับกฎของตระกูลเช่นกัน ที่ผ่านมาเป็นกฎที่ผู้อาวุโสหรือผู้นำตระกูลคนเก่าคัดลอกทิ้งไว้แล้วส่งต่อกันมาเพื่อให้ทุกคนท่องจำมัน
แต่เห็นเช่นนี้แล้ว ดูเหมือนส่วน “หมายเหตุ” พวกบรรพบุรุษจะไม่คิดว่าสำคัญ ดังนั้นจึงไม่ได้คัดลอกออกมาสินะ ถ้าอย่างนั้น...ทำไมเจียงฮุ่ยถึงรู้ได้ล่ะ?
“ท่านผู้อาวุโส ทำไมไม่อ่านว่ามันเขียนว่าอย่างไรล่ะ?” เจียงฮุ่ยเห็นสีหน้าประหลาดใจของผู้อาวุโส เขาก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น ซึ่งผู้อาวุโสทั้งหลายก็ได้สติกลับคืนมาแล้วเช่นกัน พวกเขาไล่มองหมายเหตุที่ 7 ผ่านไปเพียงครึ่งเดียวก็ถึงกับอ้าปากค้าง!
“นะ นี่...” ผู้อาวุโสคนหนึ่งตัวสั่นเทา ไม่อยากจะเชื่อว่าในกฎของตระกูลเจียงมีระบุเช่นนี้ด้วย
“อะไรหรือผู้อาวุโส”
“นั่นน่ะสิ ผู้อาวุโสพูดมาได้แล้ว พวกเราเองก็อยากรู้เหมือนกันนะ”
“ใช่ๆ ผู้อาวุโส ในนั้นเขียนไว้อย่างไรหรือ?”
คนอื่นๆเห็นผู้อาวุโสตะลึงก็รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี พวกเขารีบเร่งให้เหล่าผู้อาวุโสพูดมันออกมาเสียที ไม่ใช่เก็บงำเอาไว้รู้คนเดียวเช่นนี้!
ผู้อาวุโสมองไปยังผู้นำตระกูลที่เป็นคนเริ่มต้นเรื่องนี้ เขาหลับตาเล็กน้อยก่อนจะพูดมันออกมาอย่างจนใจ
“หมายเหตุที่ 7 ระบุไว้ว่า...กรณีที่ผู้นำตระกูลขาดความสามารถจนกระทั่งต้องเรียกคืนทรัพยากรที่แจกจ่ายไปจากผู้อื่น หากในสถานการณ์เดียวกัน มีผู้นำตระกูลใหญ่อื่นมากกว่า 10 ตระกูลขึ้นไปเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ก็ขอให้ทำตามกฎของตระกูลข้อที่ 33 วรรคที่ 8 แต่ถ้า...” ผู้อาวุโสเงียบไปอีกครั้งก่อนจะมองหน้าผู้นำตระกูลเจียงหลัก
“แต่ถ้าสถานการณ์ภายนอกยังสงบดี มีเพียงตระกูลเจียงหลักเท่านั้นที่เกิดปัญหา ก็ให้ผู้นำตระกูลหลักที่ไร้ความสามารถออกจากตำแหน่ง แล้วให้ผู้นำตระกูลสาขาที่มีผลงานดีในตอนนั้นกลายเป็น....ผู้นำตระกูลแทน”
“!!!”
“!!!”
เมื่อผู้อาวุโสพูดจนจบ คนในตระกูลเจียงก็พากันอ้าปากค้างเป็นแถว แม้แต่ผู้นำตระกูลเจียงหลักที่กำลังดื่มน้ำก็ถึงกับทำถ้วยหล่นแตกกระจาย
เขาวางแผนเล่นงานเจียงฮุ่ย แต่ทำไม...คล้ายกับว่ากำลังโยนหินทับเท้า ไม่สิ! หัวตัวเองกันล่ะ!!
ทางด้านเจียงฮุ่ยนั้นไม่สงสัยเลย เขาได้รับคำเตือนจากพลทหารพิเศษอันมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นที่ผ่านมาจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เข้ามาในตระกูลเจียงอย่างไม่กลัวตาย เพราะเขารู้ดีกว่าใคร....เรื่องหมายเหตุที่ไม่เคยมีอยู่ในกฎตระกูลนั้น พลทหารพิเศษอันได้จัดเตรียมเอาไว้ให้พร้อมแล้ว!!
………………………………………