บทที่ 418 ผลการตรวจสอบ (อ่านฟรี 28 เม.ย. 69)
บทที่ 418 ผลการตรวจสอบ (อ่านฟรี 28 เม.ย. 69)
บทที่ 418 ผลการตรวจสอบ
"หัวหน้าตระกูล เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรต่อไปครับ"
"จะทำอะไรได้ ตอนนี้ทางการเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว พวกเขาต้องการตรวจสอบก็ปล่อยให้พวกเขาตรวจสอบไป"
ผู้นำตระกูลโบกมือ คนที่มาตรวจสอบนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนของจางอู่หยาง แต่น่าจะเป็นคนของศัตรูของเขามากกว่า เพราะปกติแล้ว...ในระหว่างการสอบสวน พวกเขาควรจะปิดบังกระบวนการทั้งหมดเอาไว้เพื่อไม่ให้ผู้อื่นมายุ่งกับสำนวน แต่แทนที่จะทำเช่นนั้น กลับปล่อยข่าวออกไป ทำให้คนสงสัยอาหารสังเคราะห์สกุลเจียง ดูก็รู้ว่าต้องการทำให้สกุลเจียงสาขาเดือดร้อน
ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ภายหลังออกมาพูดว่าอาหารของพวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร เเต่ใครจะเชื่อ? คนมากมายก็คงมีภาพจำที่น่ากลัวไปกับอาหารสังเคราะห์ราคาถูกเกินจริงพวกนี้ไปเเล้ว สิ่งนี้จะทำให้อาหารสังเคราะห์สกุลเจียงสาขาขายไม่ออก เเม้ว่าตระกูลจางจะรับซื้อพวกมันเพื่อตระกูลได้ เเต่ปริมาณที่พวกเขาวางแผนผลิตคงไม่ใช่ปริมาณน้อยๆ ดังนั้น...เเผนการต่อไปของพวกเขาก็น่าปวดหัวเเล้ว
อันซูหยวนรู้ปัญหานี้แล้วเช่นกัน แต่รู้มาก่อนที่จะเกิดเรื่องแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้ตกใจอะไรเมื่อได้ยินคนพูดเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม...เธอได้เตรียมแผนการรับมือเอาไว้แล้ว เมื่อเห็นเจียงฮุ่ยหน้าบูดหลังจากได้รับการประกันตัว เนื่องจากยังไม่ได้ตัดสินความผิดว่าเป็นของเขาแน่นอน เธอก็อดที่จะยกยิ้มจางๆไม่ได้
เธอรู้ว่าจะเกิดเรื่องนี้ แต่ไม่ได้เตือนเจียงฮุ่ยล่วงหน้า ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เตรียมพร้อมการรับมือ ทว่า...นี่เป็นความตั้งใจของเธอเอง ในฐานะคนที่อยากจะเป็นผู้นำตระกูลใหญ่คนต่อไป เจียงฮุ่ยต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องตนเอง
แม้แต่ภายในสกุลจาง...ทันทีที่พวกเขาเกิดปัญหา เจียงฮุ่ยจะต้องรู้เรื่องก่อน หรือก็คือ...เขาต้องมีวิธีในการเข้าถึงข้อมูลจากตระกูลใหญ่ทั้งหมด ไม่อย่างนั้น...เขาก็จะเป็นเหยื่อคนอื่นง่ายๆเช่นนี้ต่อไป และซูหยวนก็ไม่ต้องการปกป้องเขาทุกครั้งที่เกิดเรื่อง
“คุณอัน....เกิดเรื่องขนาดนี้แล้ว คุณก็ยังใจเย็นอยู่ได้ แบบนี้แปลว่าคุณรู้เรื่องก่อนแล้วใช่ไหม?”
ชายร่างใหญ่ทิ้งตัวลง พุ่งของเขาตีกันจนเกิดเป็นคลื่น เมื่อการกิจการของเขาดีขึ้น เจียงฮุ่ยก็กินได้มากขึ้นด้วย แต่เมื่อสถานการณ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด เจียงฮุ่ยก็เครียดจนต้องกินสารอาหารเข้าไปมากหน่อย ดังนั้นนับวันๆเขาก็ยิ่งน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อันซูหยวนไม่ตอบรับแต่ไม่ได้ปฏิเสธ กระนั้นกลับทำให้เจียงฮุ่ยแสดงสีหน้าเหมือนจะร้องไหออกมาแทน
หลังจากที่ถูกจับไป เขาก็ถูกโยนเข้าไปในคุกที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นชวนอ้วก ดีที่คนของเขาพยายามต่อสู้เพื่อเอาตัวเขาออกมาจากการกุมขังก่อนได้ ไม่อย่างนั้น...ตอนนี้เขาคงจะออกมาด้วยจิตใจที่ผิดปกติ ทว่า...อันซูหยวนที่เป็นเหมือนเจ้านายของเขา เวลานี้กลับมองดูลูกน้องที่ซื่อสัตย์ตกลงไปในบ่อโคลนด้วยรอยยิ้ม เห็นแล้วน่าน้อยใจจริงๆ
“คนสกุลจางทั้ง 5 คนนั้นถูกจัดการโดยคนของตระกูลเจียงหลัก พวกเขาได้รับสารพิษเข้าไปจากการกินจริงๆ แต่ไม่ได้มาจากอาหารสังเคราะห์ หากแต่มาจากน้ำดื่มของพวกเขา โดยคนที่จัดการทำเรื่องนี้ก็คือคนรับใช้ที่รินน้ำให้ แต่เพราะน้ำพวกนั้นใช้ไปจนหมดแล้ว จึงไม่ได้มีหลักฐานอื่นๆในการตามหาตัวคนลงมือ...”
อันซูหยวนไม่สนใจท่าทางของเขา เพราะสำหรับคนอายุมากกว่าตัวเองที่ทำท่าทางน่ารักน่าชังเช่นนั้น มันกลับทำให้ภาพนี้ดูน่าอึดอัดใจมากกว่าน่ามอง
เจียงฮุ่ยเองก็กลับมาแสดงท่าทางสมกับเป็นเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์แล้วเช่นกัน คิ้วของเขาขมวดมุ่นเมื่อได้ยินคำของอันซูหยวน เพราะนี่หมายความว่า...พวกเขาไม่มีหลักฐานจะไปสู้ ก็เหลือแค่จะต้องยอมรับผิดจากสิ่งที่ไม่ได้ทำหรือ?
“แต่หลักฐานว่าอาหารสังเคราะห์ของฉันมีสารพิษปนเปื้อนก็ไม่มีเช่นกัน ดังนั้น...”
“มีแน่นอน”
“!!”
“อาหารสังเคราะห์ที่ขายออกไป นอกจากสกุลจางแล้วยังมีที่อื่นอีก พวกเขาจะใช้อาหารสังเคราะห์เหล่านั้นที่ซื้อไปเป็นหลักฐานเอาผิดโรงผลิตของคุณ”
“นะ นี่ นี่...พวกเราจะทำยังไงต่อไปดี...” เจียงฮุ่ยเข้าใจทันที ถ้าคนพวกนั้นเล่นตลกกับอาหารสังเคราะห์ที่ซื้อไป ทำให้เกิดมีสารพิษปนเปื้อนในนั้น แค่นี้ก็เป็นหลักฐานชัดเจนแล้วว่าโรงผลิตของเขาไม่มีคุณภาพ อาจจะทำให้สารอาหารสังเคราะห์ที่มีพิษหลุดออกไปได้
ขอแค่ 1 เม็ดเท่านั้น แค่มีอีก 1 เม็ดที่เป็นปัญหา ก็สามารถเป็นหลักฐานยืนยันได้แล้วว่าโรงผลิตอาหารสังเคราะห์ของเขาเป็นตัวการที่ทำให้คนตาย!
“แล้วผู้นำตระกูลเจียงคิดว่ายังไง” ซูหยวนไม่ตอบกลับในทันที เธอโยนโจทย์นี้ให้อีกฝ่ายคิด ในฐานะผู้ที่จะเป็นใหญ่ต่อไป เขาต้องใจเย็นมากกว่าที่เคย
เห็นสายตาของซูหยวน เจียงฮุ่ยก็สงบใจของตนเองลง เขารู้สึกว่าเรื่องนี้อันซูหยวนคงมีทางรับมือแล้ว แต่ปัญหาก็คือ...เขาจะต้องผ่านการทดสอบนี้ด้วยตัวเอง
เจียงฮุ่ยเมื่อมีสติก็ค่อยๆทบทวน เขาใช้เวลาหลายสิบนาที แต่ซูหยวนก็ไม่ได้ขัดขวางเขา ยังใช้เวลาช่วงนี้ในการอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำยาไปด้วย เพราะเธอตั้งใจว่าก่อนจะไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ครั้งหน้า เธอจะสอบการทำยาให้ผ่านก่อนเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อไป อีกอย่าง...การทดสอบวิชาธนูและวิชาหอกก็จะถูกยกระดับขึ้นด้วยเช่นกัน แม้เธอจะมั่นใจ...แต่ซูหยวนก็ไม่อยากประมาท
ในที่สุดเจียงฮุ่ยก็เรียบเรียงสถานการณ์ทั้งหมดได้ สมกับที่เป็นคนผ่านโลกมาไม่น้อย ถึงเขาจะไม่ได้เป็นคนเตรียมพร้อมมาตั้งแต่ต้น ทว่าก็ยังฝึกฝนกันได้
“คุณอัน! คิดออกแล้ว ทั้งหมดนี้...คุณวางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วนี่เอง!!”
ได้ยินเสียงเจียงฮุ่ยที่เต็มไปด้วยความสุขราวกับได้เจอทางขึ้นสวรรค์ อันซูหยวนก็ปิดหนังสือในมือลงแล้วรอฟังความคิดของเขา
“ที่คุณอันให้พวกเราเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์อาหารสังเคราะห์ระดับสูงทั้งหมด แท้จริงแล้วก็เพราะต้องการป้องกันปัญหานี้ใช่ไหม” เจียงฮุ่ยหัวเราะออกมา ตอนแรกที่อันซูหยวนบอกให้เขาเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ กลายเป็นรูปทรงแปลกๆ เขาก็สับสนว่าทำไมจะต้องทำเช่นนี้ด้วย
การทำแบบนี้จะทำให้ต้นทุนของเขาเพิ่มขึ้น แต่เมื่ออันซูหยวนยืนยันว่าต้องทำ แถมพวกเขาก็ยังสามารถทำกำไรได้อยู่ดี ดังนั้นเจียงฮุ่ยจึงยอมทำตามเงื่อนไขนี้
แน่นอนว่าตอนนั้นเขาไม่พอใจอยู่บ้าง รู้สึกว่าอันซูหยวนไม่มีหัวทางธุรกิจจริงๆ แทนที่จะแสวงหาผลกำไร กลับต้องการทำให้ผลิตภัณฑ์ดูสวยงามขึ้น แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว...นั่นไม่ได้เพื่อให้คนมองเห็นผลิตภัณฑ์ว่าสวยขึ้น แต่เป็นการทำเพื่อป้องกันต่างหาก
การบรรจุสินค้าก็ยังคงใส่กระปุกเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากกระปุกทั่วไปให้เป็นกระปุกสี่เหลี่ยม ซึ่งนั่นไม่ได้มีปัญหาเท่ากับการให้ทำ “แคปซูล” เพื่อห่ออาหารสังเคราะห์แบบเม็ดต่อเม็ด เปลี่ยนจากเดิมที่บรรจุแบบถุงละ 10 เม็ด หากใช้ 1 เม็ดที่เหลือก็แค่ปิดปากถุงเท่านั้น
การที่อาหารเม็ดของพวกเขาบรรจุแยกเป็นแต่ละชิ้น ต่อให้คนสกุลเจียงหลักอยากจะใส่สารพิษเข้าไปก็ไม่ง่ายแล้ว ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่...ในเมื่อพวกเขารู้ปัญหานี้ ย่อมหาทางแก้ไขได้เช่นกัน
“ถ้าคนพวกนั้นไม่สามารถทำอะไรกับอาหารสังเคราะห์ของพวกเราที่บรรจุอย่างดีได้ เช่นนั้น...พวกเขาก็เล่นกับอาหารสังเคราะห์ของพวกเราไม่ได้ กลายเป็นหลักฐานก็ไม่ได้ด้วยไม่ใช่หรือ?”
“อืม”
“ถ้าอย่างนั้น....”
เจียงฮุ่ยกำลังจะถามว่า ถ้าอย่างนั้นพวกเขาจะต้องกลัวอะไรอีก ก็ได้รับสายตาเหนื่อยหน่ายใจมาจากอันซูหยวนแทนเสียอย่างนั้น ทำเอาคนชะงักไปด้วยความเขินอาย...ดูเหมือนว่าเขาจะคิดไม่ถึงอีกแล้วสินะ คนสกุลเจียงหลักพวกนั้นไม่ใช้วิธีนี้ แต่ก็ยังมีวิธีอื่นอีกหรือ?
ครั้งนี้อันซูหยวนไม่ปล่อยให้เสียเวลาอีก เธออธิบายสถานการณ์ให้เจียงฮุ่ยเข้าใจทั้งหมดรวดเดียว
“พวกเขาใช้อาหารสังเคราะห์ของพวกเราไปทำเป็นของปลอม ด้วยการเอาอาหารสังเคราะห์เดิมไปใส่ในแคปซูลใหม่ ทำให้มองไม่เห็นว่ามีการเอาออกมาแล้ว ดังนั้น...เมื่อตรวจสอบ คนก็จะคิดว่าเป็นอาหารสังเคราะห์ของโรงผลิตสกุลเจียง”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะจัดการยังไงดี” เจียงฮุ่ยถามอีกครั้ง
“ไม่ยาก อย่าลืมว่านอกจากให้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์แล้ว ฉันให้ทำอะไรกับขั้นตอนการบรรจุด้วย”
“อ๋า เข้าใจแล้ว...”
เจียงฮุ่ยตีมือของตนเองหลังจากนึกขึ้นได้ กระบวนการนี้เป็นความลับ แน่นอนว่าคนสกุลเจียงหลักคงจะคิดไม่ถึงแน่ เพราะกระบวนการนี้จะบอกว่าไม่จำเป็นต่อการผลิตก็ไม่จำเป็น แถมผู้บริโภคก็ยังมองไม่เห็นด้วย ทว่า...อันซูหยวนกลับบอกว่าเขาจะต้องทำตามนี้ ซึ่งเขาก็ไม่เคยขัดอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงพึ่งรู้ว่ามันจะเป็นหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพวกเขาได้
ในกระบวนการผลิต ซูหยวนให้ใส่ไหมขนาดเล็กเชื่อมระหว่างอาหารสังเคราะห์และแคปซูลดั้งเดิมเอาไว้ โดยจะแบ่งตามปีการผลิต หากเป็นปีการผลิตนี้จะใช้เป็นไหมขนาดเล็กสีเงิน ปีหน้าจะใช้เป็นไหมสีชมพู และไล่ไปเรื่อยๆ โดยอายุของอาหารสังเคราะห์จะอยู่ที่ 10 ปี ก่อนที่มันจะย่อยสลายไป ดังนั้น...พวกเขาเพียงแค่จำไว้ 10 สีเท่านั้น หลังจากที่ปีก่อนหมดอายุไปแล้ว ก็สามารถเอาสีเดิมกลับมาใช้ซ้ำ
เดิมทีเจียงฮุ่ยเข้าใจว่าการทำเช่นนี้ก็เพื่อดูปีที่ผลิต เวลาตรวจสอบย้อนกลับจะได้พบว่าการผลิตรอบไหนปีไหนมีปัญหา แต่เขาคิดไม่ถึงเช่นกันว่านอกจากลูกเล่นนี้จะช่วยให้แยกปีได้ ก็ยังจะช่วยให้ยืนยันความปลอดภัยของอาหารสังเคราะห์ได้เช่นกัน
เมื่ออันซูหยวนอธิบายทั้งหมดจนมั่นใจแล้ว เจียงฮุ่ยไม่รีบร้อนอธิบาย เขาเพียงมองดูการเล่นตลกของคนสกุลเจียงและสกุลไห่ที่ต้องการเล่นงานเขาเท่านั้น
หลังจากที่คนตระกูลจางตายไป 5 คน พวกเขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากอาหารสังเคราะห์ ดังนั้นในส่วนของทางการก็ตรวจสอบไป พวกเขาเองก็ไล่จับตัวคนที่แฝงตัวอยู่ในตระกูลไปด้วย ซึ่งหลังจากนั้นก็พบเจอคนรับใช้คนนั้นผูกคอตายอยู่ที่บ้านเกิดของตนเองหลังจากขอลางานไปเมื่อวันก่อน จึงสามารถสรุปได้ว่าเธอหนีความผิด กระนั้นก็ไม่มีหลักฐานว่าเธอเป็นคนวางยาอยู่ดี
ตอนที่ทุกคนกำลังปวดหัวเพราะไม่สามารถตามหาร่องรอยของสารพิษที่ทั้ง 5 คนกินได้ เวลานั้นก็มีคนช่วยไขปัญหา ชี้ช่องทางสว่างให้ โดยมีข่าวออกมาว่าชายหนุ่มคนหนึ่งแบกร่างของพี่ชายมาขอความเป็นธรรมจากเขตชั้นกลาง เขาบอกว่าตัวเองซื้ออาหารสังเคราะห์ของสกุลเจียงสาขาต่อจากคนอื่น แล้วก็มอบอาหารสังเคราะห์นี้ให้พี่ชายกิน วันต่อมาพี่ชายก็ตายแล้ว
เพราะพี่ชายเป็นดั่งเสาหลักของครอบครัว ขาดพี่ชายไปครอบครัวของเขาก็ไม่มีเงินเลี้ยงชีวิตต่อแล้ว ดังนั้นย่อมไม่สามารถปล่อยให้ทุกคนต้องอดตายได้ อีกทั้งคนที่ทำเรื่องนี้ก็ต้องออกมารับผิดชอบ
เพราะทางการกำลังตรวจสอบเกี่ยวกับอาหารสังเคราะห์ของสกุลเจียงสาขาอยู่ เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันก็เลยพาคนเข้ามา ตรวจสอบจนพบว่ามีสารพิษตกค้างจนทำให้ตายจริงๆ
โชคดีที่อีกฝ่ายมีหลักฐานสำคัญมาด้วย
“หัวหน้า อาหารสังเคราะห์ที่เหลือถูกตรวจสอบแล้วครับ พบว่าทั้ง 3 เม็ดในแคปซูลนั้นเป็นอาหารที่มีสารพิษเจือปนจริงๆ”
“หืม? แน่ใจแล้วใช่ไหม?” ผู้ตรวจสอบขมวดคิ้วมุ่น
เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะตรวจสอบพบสารพิษจริงๆ เพราะลึกๆแล้ว...เขารู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของใคร และปัญหานั้นก็ไม่ควรจะมาจากสกุลเจียงสาขาด้วย
“ทำไมหรือ? อาหารเม็ดที่น้องชายผู้เสียชีวิตนำมาด้วยพบเจอสารพิษ แต่กลับไม่น่าเชื่อถืองั้นหรือ?”
ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของเขามองไปยังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่หลุดมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาด้วยความไม่พอใจ เจ้าหนุ่มคนนี้...หลายต่อหลายครั้งแล้วที่ไม่ยอมเชื่อฟังดีๆ
ปกติแล้วคนในทีมของเขา...เมื่อเขาสั่งก็แค่ทำตามเท่านั้น แต่เจ้าคนใหม่นี้ช่างไม่รู้จักเส้นทางที่ถูกต้อง เอาแต่ทำงานอย่างกับไม้บรรทัด คนแบบนี้...อนาคตคงจะไปไม่ไกลหรอก แค่จะผ่านด่านของเขาก็คงยากแล้ว
“หัวหน้า ก็แค่...”
“ภารกิจนี้ฉันจะมอบให้คนอื่นทำ นายออกไปได้แล้ว”
“หัวหน้า แต่ว่า....”
“ฉันไม่อยากพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง..” เมื่อเจอแรงกดดันเช่นนี้ คนเป็นลูกน้องก็ทำได้แค่ยืนขึ้นแล้วทำความเคารพ ก่อนจากไปเขายังมองไปที่ผลการตรวจสอบอาหารสังเคราะห์ในมือของเจ้าหน้าที่อีกคนด้วยความรู้สึกสมเพช
เขากำลังสมเพชตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย แม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าผลการตรวจสอบเรื่องนี้มีปัญหา แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เก็บความคิดของตนเองกลับไปอย่างน่าอายเท่านั้น...
เหมือนสุนัขไร้ค่าไม่มีผิด!!
………………………………………
>>> ฝากผลวานใหม่ใกล้คลอด เรื่อง “หลิวหร่วนอี้ : บทนี้ข้าคงหนีไม่พ้น” เริ่มลงตอนแรกวันที่ 1 พฤษภาคม สามารถกดติดตามเเละเป็นกำลังใจให้กันได้นะคะ
ลิ้งค์สำหรับเจิม >> https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2674876 <<
ขอบพระคุณมากค่าาาาาาา