บทที่ 419 ตัดสินใจไม่ถูก (อ่านฟรี 29 เม.ย. 69)
บทที่ 419 ตัดสินใจไม่ถูก (อ่านฟรี 29 เม.ย. 69)
บทที่ 419 ตัดสินใจไม่ถูก
“เหอะ! น่ารำคาญจริงๆ เดี๋ยวต้องหาวิธีจัดการเจ้านี่สักหน่อยแล้ว” คนเป็นหัวหน้ามองตามลูกน้องด้วยความหงุดหงิด เจ้าคนนี้...เก็บเอาไว้ก็อาจจะสร้างปัญหาได้ แทนที่จะปล่อยให้มันอยู่ในหน่วยของเขาต่อไป สู้ทำลายทิ้งไปเสียยังจะดีกว่า
เขาไม่ได้มีแผนที่จะปล่อยให้มันไปอยู่หน่วยอื่นอยู่แล้ว หลังจากที่มัน “โชคดี” เข้ามาเป็นคนของเขา ก็มีหลายอย่างที่มันสามารถรับรู้ได้ และนั่นอาจจะกลายเป็นจุดดำหนึ่งจุดที่เปิดโอกาสให้คนมาทำร้ายเขาได้ และแน่นอนว่าเขาไม่เคยปล่อยให้มีความเสี่ยงเช่นนั้น
“หัวหน้า...มันอาจจะเป็นแค่เด็กใหม่ อาจจะยังไม่รู้สถานการณ์ดี ดังนั้นให้โอกาสมันอีกครั้งเถอะครับ อย่างไรมันก็มีความสามารถในการตรวจสอบจริงๆ” ทหารคนหนึ่งที่เคยอยู่กับหัวหน้ามาก่อนรู้ดีว่าหัวหน้าคิดอะไรอยู่ แต่เพราะเจ้าเด็กใหม่นั่นทำงานได้ค่อนข้างดี หากตัดปัญหาเรื่องที่เจ้าตัวเป็นพวกเถรตรงเกินไป ก็ไม่มีปัญหาอื่นอีกแล้ว
ในหน่วยของเขา มีสักคนที่พึ่งพาได้ ทำงานคล่องแคล่วว่องไว นั่นไม่ใช่เรื่องดีหรือ?
“เหอะ แกเป็นใคร? คิดว่าตัวเองสนิทกับฉันจนถึงขั้นที่สั่งสอนฉันได้แล้วหรอ” น่าเสียดายที่คนเป็นหัวหน้าไม่ได้คิดเหมือนกัน ยิ่งเมื่อเห็นว่าความคิดของตนเองถูกขัดขึ้น เขาก็ยิ่งไม่พอใจ
“หัวหน้า ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆครับ”
“ชิ! น่ารำคาญ! เอาผลการตรวจสอบมา ฉันจะไปจับคนที่สกุลเจียง!” เห็นคนขี้ขลาดเช่นนั้น คนเป็นหัวหน้าก็คร้านจะซักไซ้เอาความต่อ
“ครับ เข้าใจแล้วครับ” แม้ว่าพนักงานคนนี้จะห่วงเด็กหนุ่มเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนดี แต่เขาก็ต้องเอาตัวรอดเช่นกัน ดังนั้นจึงรีบก้มหน้าให้คนเป็นเจ้านาย ยื่นเอกสารผลการตรวจสอบไปให้
อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มพอใจเมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ เขาเอารายงานออกไปแล้วสั่งลูกน้องคนอื่นๆ ถึงเวลาที่จะปิดจบงานนี้แล้ว เจียงฮุ่ยคนนั้น...วันนี้มันจะต้องมารับโทษ!
ที่ตระกูลเจียง เจียงฮุ่ยยังคงดูแลการผลิตอาหารสังเคราะห์ด้วยตัวเอง แม้จะมีเรื่องเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่ลดกระบวนการผลิตอาหารสังเคราะห์ลง ราวกับมันใจหนักหนาว่าปัญหาจะไม่มาถึงตัวของเขา แต่ในที่สุด...เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนก็มาถึงแล้ว เขาสั่งให้โรงผลิตอาหารสังเคราะห์หยุดขั้นตอนทั้งหมดที่ทำอยู่ทันที และให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดกรูกันเข้าไปจับตัวของเจียงฮุ่ยเอาไว้
“ผลการตรวจสอบออกมาแล้ว เจียงฮุ่ย! อาหารสังเคราะห์ของแกมีปัญหา ดังนั้น...ในฐานะผู้ผลิตสินค้าที่ไร้มนุษย์ธรรม แกจะต้องไปรับโทษที่ตัวเองก่อไว้!”
ทันทีที่คนเป็นหัวหน้ามาถึง เขาก็กล่าวความผิดของเจียงฮุ่ยทันที ทั้งยังให้เจ้าหน้าที่กรูกันเข้าไปข้างในด้วย สั่งหยุดการผลิตทั้งหมดของเจียงฮุ่ยทันที ซึ่งการประกาศออกเป็นเช่นนี้ย่อมทำให้ทุกคนรู้โดยทั่วกัน
การจับกุมตัวของเจียงฮุ่ยเป็นข่าวใหญ่มาก อีกทั้งการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่หน่วยสอบสวนก็ราวกับต้องการจะแสดงให้ทุกคนได้เห็นพ้องต้องกันว่าเจียงฮุ่ยทำผิดจริง นี่ยิ่งทำให้มีคนสนใจมากกว่าเดิม
“สรุปว่าโรงผลิตอาหารสังเคราะห์นี้มีปัญหาจริงหรือ?” เมื่อมีคนเริ่มพูด คนอื่นๆก็เริ่มหันมาสนใจด้วยทันที
“จะไม่มีปัญหาได้อย่างไร ดูก็รู้แล้วว่าจะต้องเป็นเพราะความสะเพร่าและมักง่ายของเขา แค่อยากจะขายสินค้าแข่งกับคนอื่น ก็เลยลดต้นทุนเสียต่ำเตี้ย สุดท้ายเป็นอย่างไร...ก็ไม่มีคุณภาพน่ะสิ!”
“คนที่ซื้ออาหารสังเคราะห์ของพวกเขาซวยจริงๆ แม้จะมีหลายคนไม่ตาย แต่ก็มีหลายคนที่ตายไปแล้วนะ”
“เจ้าของกิจการนี้ควรตายไปด้วยเลยนะ ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปมากมายแล้วเพราะความโลภ ไม่ควรแค่จับตัวไปหรอก”
“ใช่ๆ ฆ่ามันเลย ฆ่ามันเดี๋ยวนี้เลย!!”
“เจ้าอ้วนนั่นมันเป็นปีศาจในร่างคนชัดๆ แสร้งทำเป็นคนดีแจกจ่ายอาหารฟรี แท้จริงแล้วก็ชั่วช้ายิ่งกว่าใคร!!”
“ตระกูลจางหดหัวอยู่ในกระดองหรือ? คนของตนเองตายเพราะเจ้านี่กลับไม่ปรากฏตัวออกมาสักคน นี่...ถ้าฉันอยู่สกุลจางก็คงจะฆ่าตัวตายไปแล้ว น่าอับอาย น่าสมเพชจริงๆ!!”
ยิ่งพูดก็ดูเหมือนว่าปัญหาจะไม่ได้จบลงง่ายๆเสียแล้ว ตระกูลเจียงสาขาโดยเพราะตัวเองเป็นคนผลิตอาหารสังเคราะห์ที่เป็นปัญหานี้ก็ไม่เท่าไร แต่สกุลจางที่เป็นผู้ซื้อกลับโดยไปด้วยเช่นกัน เรื่องนี้ดูก็รู้ว่าเป็นการจงใจสร้างปัญหา!
“พวกคุณมาจับฉันทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะ!! นี่เป็นการใส่ร้าย ดูก็รู้แล้วว่าต้องเป็นการจงใจใส่ร้ายแน่ๆ มีใครบางคนที่คิดจะทำให้โรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ของสกุลเจียงได้รับผลกระทบ เป้าหมายนี้คงไม่ใช่แค่ตระกูลเจียงสาขาของเราแน่ แต่เจตนานั้นมีผลต่อมนุษย์ชาติทั้งหมด!!”
“เดิมทีสกุลเจียงผลิตอาหารระดับสูงออกมาขาย ไม่มีใครคิดจะสร้างปัญหา แต่พอพวกเราประกาศว่าจะให้อาหารระดับต่ำฟรีกับคนยากไร้เพื่อไม่ให้มนุษย์ชาติต้องอดอยากตาย กลับเริ่มมีปัญหาขึ้นมา นี่...พวกคุณยังไม่รู้หรือว่าเป็นเพราะอะไร ฉันคิดว่าจะต้องเป็นพวกกลุ่มดวงตามารแน่ๆ พวกมันต้องการให้มนุษย์ชาติตายกัน เข้าใจไหม นี่เป็นภัยคุกคามระดับสูงเลยนะ!!”
เจียงฮุ่ยถูกจับกุมออกมา ข้างในเขาไม่พูดอะไร ทั้งยังสงบเสงี่ยมมาก ราวกับรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะถูกจับกุมทั้งอย่างนี้ แต่ทันทีที่ออกมาข้างนอกโรงงานผลิต ยิ่งเห็นมีคนมุงดูเป็นจำนวนมาก จู่ๆเขาก็เริ่มโวยวายออกมาเสียงดัง ทำเอาทหารที่จับเขาถึงกับอ้าปากค้างไปตามๆกัน
เจ้าเจียงฮุ่ยคนนี้จงใจใช่ไหม? วางแผนตั้งแต่แรกแล้วว่าจะประกาศออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ใช่ไหม แล้วทำไมถึงแสดงไม่แนบเนียนเอาเสียเลยล่ะ น่าจะต้องเริ่มตะโกนตั้งแต่อยู่ในโรงงานเพื่อทำให้มันน่าเชื่อถือไม่ใช่หรือ? นี่...ทำแบบนี้เหมือนไม่เห็นพวกเขาในสายตา ชนิดที่ว่าไม่ต้องเหนื่อยแสดงต่อหน้าของเขาเลย
ให้ตายเถอะ! เจ้านี่ช่างเข้าใจคิด อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจมากขึ้นเพื่อที่จะได้มีการตรวจสอบใหม่ใช่ไหม? กระทั่งเอากลุ่มดวงตามารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถือว่าฉลาดไม่เบา แต่...น่าเสียดายที่เรื่องนี้ถูกตัดสินไปแล้ว
ต่อให้มีคนสงสัยว่าคำพูดของเขาจะเป็นจริง ทว่า...เจียงฮุ่ยทำได้คนเดียวหรือ? หลังจากที่ยึดโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ของเจียงฮุ่ยได้สำเร็จ ทางการยังสามารถผลิตอาหารสังเคราะห์พวกนั้นเองได้
เรื่องนี้คนที่เป็นหัวหน้าของหัวหน้าหน่วยอีกทีได้เตรียมพร้อมทั้งหมดแล้ว เจียงฮุ่ยคิดได้ดี แต่คิดน้อยเกินไป! ตัวเขากล้าเป็นศัตรูกับทหารระดับสูงถึงสองคน แถมหนึ่งในนั้นก็คือผู้นำตระกูลไห่ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนที่เชื่อมโยงกับหน่วยปฏิบัติการและหน่วยอื่นๆ ทุกคนย่อมต้องไว้หน้าหน่วยสนับสนุนครึ่งหนึ่งแล้ว!!
ในขณะที่ทหารของฝั่งตระกูลไห่กำลังยิ้มเยาะ เวลานั้นเองพวกเขาก็จะได้รู้ว่า “ทหารพิเศษ” ทำไมจึงเป็นทหารพิเศษ!!
การเป็นศัตรูกับผู้นำตระกูลไห่ไม่ใช่เรื่องดี แต่การเป็นศัตรูกับเหล่าทหารพิเศษนั้นกลับเป็นเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่า อันซูหยวนยังไม่ทันได้ขอความช่วยเหลือ เดิมทีเธอตั้งใจจะเดินไปตามกระบวนการของทหารทั่วไป ขอแค่สามารถร้องทุกข์ไปถึงหัวหน้าระดับสูงในฐานะจ่าสิบเอกได้ ซูหยวนก็เชื่อว่าจะต้องมีคนลงมาจัดการ
แต่...เหล่าพลทหารพิเศษรู้สึกว่าพวกเขาติดค้างรุ่นน้องมาก ดังนั้นย่อมไม่ปล่อยให้รุ่นน้องของพวกเขาต้องสู้ตามลำพัง
เจียงฮุ่ยทำใจแล้วว่าจะถูกขังคุกที่ดำมืดและสกปรกนั้นอีกสักเดือนสองเดือน รอจนกว่าคุณอันที่อยู่เบื้องหลังจะเคลื่อนไหวเสร็จสิ้นแล้วพาตัวเองออกไป ทว่า...ยังไม่ทันที่ทหารพวกนี้จะพาเขาออกจากด้านหน้าโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ได้ กลุ่มทหารพิเศษก็พากันมากว่าสิบคนแล้ว
ปกติพวกเขาเคลื่อนไหว มักจะไม่ใช่สัญลักษณ์ “ทหารพิเศษ” ติดที่ไหล่ เพราะมันทำให้ดูโอ่อ่าใหญ่โตเกินไป แต่ครั้งนี้สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือความโอ่อ่ายิ่งใหญ่นี้ ดังนั้น...สัญลักษณ์สีแดงผสมสีเงิน มีดาว 5 แฉกประดับอยู่ก็สะท้อนเข้าดวงตาของทุกคน
ทหารทั่วไปเห็นพวกเขาแล้วยังต้องหลบทางให้ สิทธิพิเศษของทหารพิเศษนี้มากมายจริงๆ โดยเฉพาะตอนนี้ทหารพิเศษมากกว่าสิบคนกำลังผ่านมาทางนี้
ไม่สิ! พวกเขาหลบทางให้ แต่ทหารพิเศษพวกนี้ไม่ได้มีเป้าหมายอื่น ดังนั้นจึงหยุดอยู่ต่อหน้าของพวกเขาอย่างนั้นเอง
“ปล่อยตัวคน” เพียงประโยคเดียว ทหารหน่วยสอบสวนก็อ้าปากค้าง พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้วควรจะทำตัวอย่างไรดี
หากปล่อยคน เช่นนั้นหัวหน้าก็จะต้องเล่นงานพวกเขาแน่ ไม่สิ! ถ้าไม่ปล่อย...คนพวกนี้ที่เป็นถึงทหารพิเศษ แม้แต่หัวหน้าของพวกเขาก็ยังต้องระวังตัว นี่...อาจจะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้หัวหน้า แล้วก็ส่งปัญหานั้นมาถึงพวกเขาที่หนักหน่วงกว่าก็ได้
คิดไปคิดมา พวกเขาก็ทำได้แค่ยืนอึ้งอยู่เช่นนั้น ดีที่หัวหน้าของพวกเขาเดินตามมาแล้ว ไม่อย่างนั้นทหารระดับต่ำพวกนี้ก็คงจะตัดสินใจไม่ได้
“ฉันคือหัวหน้าหน่วยตรวจสอบเรื่องนี้ และมีสิทธิในการจับกุมผู้กระทำผิด ขอให้ทหารพิเศษเคารพในหน้าที่ของฉันด้วย” เขาก้าวออกมาข้างหน้า กล่าวอย่างมั่นใจ แต่นั่นก็ทำให้พลทหารพิเศษที่เพิ่งพูดออกไปหัวเราะเยาะ
“ฮ่า....ความรู้สึกอยากฆ่าใครสักคนมันดันพลุ่งพล่านออกมาอีกแล้ว หัวหน้าบอกให้พวกเราจัดการตามขั้นตอน แต่ว่า...ขอฆ่าสักคนก่อนได้ไหม” คนพูดพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนกับพวกโรคจิต
หัวหน้าหน่วยสอบสวนที่ใจกล้าเมื่อครู่ก็อ้าปากค้าง รู้สึกว่าหัวของเขากำลังมีมีดคมๆจ่ออยู่ เท้าทั้งสองค่อยๆขยับถอยหลังด้วยความกลัว เขารู้สึกว่าคนตรงหน้านี้ไม่ได้ล้อเล่น ทั้งไม่ได้เป็นการพูดข่มขู่...แต่นี่เป็นความต้องการของมันจริงๆ!!
“อย่าทำเรื่องที่จะกลายเป็นปัญหา นี่เป็นงานที่พวกเราต้องช่วยรุ่นน้อง” โชคดีที่พลทหารพิเศษอีกคนปรามเอาไว้ แม้สายตาของเขาจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อหัวหน้าหน่วยสอบสวน กระทั่งก็ยังไม่ได้แสดงเจตนาฆ่าเหมือนกับคนแรก เห็นการแสดงออกเช่นนี้...หัวหน้าหน่วยสอบสวนก็เบาใจลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้สบายใจไปเสียทีเดียว เพราะสายตาของทหารพิเศษพวกนี้มากกว่าครึ่ง...คล้ายกับอยากจะฆ่าเขาเต็มแก่
“น่าเสียดาย แต่ก็เข้าใจแล้ว...”
“เอาล่ะ...เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น ช่วยปล่อยคนของโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์นี้ด้วย” ราวกับเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นก่อนแล้ว พลทหารพิเศษคนหนึ่งที่ดูมีเหตุผลกล่าวขึ้นอย่างเอาแต่ใจ นี่มันก็เหมือนกับคำพูดของคนก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรือ?
หัวหน้าหน่วยสอบสวนคิดวนเวียนอยู่ในหัว เขาไม่รู้ว่าถ้าตัวเองพูดออกไปเหมือนเดิม จะมีคนอยากฆ่าเขาอีกหรือไม่ แต่จะให้เขาพูดอะไรได้อีก? ปล่อยคนงั้นหรือ? นี่ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
“พลทหารพิเศษ! พวกคุณต้องเชื่อฉันนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เจตนาของฉันก็คือช่วยเหลือผู้คนแท้ๆ ในความเป็นจริง...ฉันสามารถผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงแล้วขายในราคาปกติก็ได้ ยังไงก็ขายได้อยู่แล้ว แต่ฉันแค่ต้องการช่วยมนุษย์ชาติ อยากจะให้ทุกคนแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อที่จะบุกไปข้างหน้า จัดการพวกกลายพันธุ์ จัดการกลุ่มอันตรายที่ซ่อนตัวอยู่มากมาย”
“นอกจากนี้ ฉันก็ยังอยากจะมอบอาหารฟรีๆให้ทุกคนได้กินด้วย ใครก็ตามที่อดอยากจนจะตาย ฉันก็จะให้อาหารพวกเขาเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ ถึงจะช่วยต่อสู้ไม่ได้ แต่ก็ยังสนับสนุนได้เช่นกัน อาจจะไปช่วยเก็บซากสัตว์กลายพันธุ์กลับมา ทำให้พื้นที่ล่าพวกนั้นไม่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าและเป็นพิษต่อไป”
“อ๋อ ดูสิ...พลทหารพิเศษอันก็ยังจ้างงานพวกเขาบางคนได้ นี่เป็นต้นแบบในการใช้ประโยชน์คนให้ถูกที่ถูกต้องถูกความสามารถเลยนะ แต่กลับมีคนบางกลุ่มหวาดกลัว คงจะกลัวว่ามนุษย์ชาติจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากเกินไปก็เลยคิดจะขวางทางพวกเรา”
“พลทหารพิเศษเป็นคนฉลาดจะต้องเข้าใจแน่ว่าคนพวกนั้นเป็นใคร เจตนาที่ไม่ดีแบบนั้นเก็บเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด จะปล่อยให้แผนการของพวกมันสำเร็จหรือ?”
เจียงฮุ่ยยิ่งพูดก็ยิ่งมีเหตุผล ผู้คนมากมายที่วางตัวเป็นกลางมาตลอดก็เริ่มพยักหน้าคล้อยตามเขาไปด้วย ปรากฏว่าคำพูดของเขามีเหตุผลจริงๆ ถ้าเจียงฮุ่ยต้องการขายอาหารสังเคราะห์ในราคาสูง...เขาจะทำไม่ได้หรือ? แน่นอนว่าทำได้! หรือต่อให้อยากแย่งส่วนแบ่งตลาด ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลดราคาให้เหลือครึ่งหนึ่ง อ่า...ยังมีเรื่องการแจกจ่างอาหารสังเคราะห์ฟรีๆโดยให้ทางการจัดการอีก นี่เท่ากับเป็นการแสดงเจตนาดีที่แท้จริงเลยไม่ใช่หรือ?
เช่นนั้น...เขามีเหตุผลอะไรที่จะต้องกลายเป็นฆาตรกรฆ่าคนด้วยเล่า!!
“เรื่องนี้เจียงฮุ่ยพูดถูกนะ”
“ใช่แล้ว เขาจะทำแบบนั้นไปทำไม ดูเหมือนว่าจะมีใครในกลุ่มดวงตามารที่ไม่อยากให้มนุษย์ชาติพัฒนานะ”
“อืม แต่ว่า...คนของหน่วยสอบสวนบอกว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าโรงงานผลิตนี้ผลิตอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานนะ”
“หรือว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจ ก็แค่ความประมาทใช่ไหม? ถึงอย่างนั้น...ถ้าเป็นความประมาท ก็ถือว่ามีความผิดอยู่ดีนะ อย่างไรการผลิตที่เกี่ยวพันกับชีวิตคนนี้ ก็ควรจะต้องเข้มงวดมากไม่ใช่หรือ?”
“อืม เรื่องนี้มีเจตนาดี แต่ถือว่ามีความผิด”
“ใช่แล้ว เว้นเสียแต่ว่า ผลการตรวจสอบก็จะไม่ถูกต้อง หากเป็นแบบนั้นจริง...เจ้าหน้าที่พวกนี้ก็คงจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มดวงตามารแล้ว”
“!!” เมื่อมีคนคิดเช่นนี้ ทุกคนก็อ้าปากค้างไปตามๆกัน ตอนนี้พวกเขาไม่รู้แล้วว่าตัวเองควรจะภาวนาให้เจียงฮุ่ยเป็นรอดไร้ความผิด หรือควรจะภาวนาให้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยุติธรรมดี
เพราะผลของเรื่องนี้แบ่งออกมาได้ 2 ด้านจริงๆ หากเจียงฮุ่ยรอดพ้นไร้ความผิด เช่นนั้นก็แปลว่ามนุษย์ชาติจะสามารถพึ่งพาเขาได้ในอนาคต ด้วยอาหารสังเคราะห์ของเขามากมายนี้ ย่อมจะช่วยชีวิตผู้คนมากมาย แล้วก็ทำให้พวกนักล่าสามารถอยู่ในพื้นที่ล่าได้นานขึ้น เก็บตัวพัฒนาฝีมือก็ง่ายขึ้นด้วย ทว่า...กรณีนี้ก็แปลว่าเจ้าหน้าที่วางแผนทำร้ายเจียงฮุ่ย ย่อมหมายถึงว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่มีใครบางคนที่เป็นสายให้กับกลุ่มดวงตามาร!!
ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไรก็ล้วนแต่เสียหายทั้งนั้น สีหน้าของคนที่แค่อยากมาดูเรื่องสนุกในคราแรก เวลานี้กลับหน้านิ่วคิ้วขมวดกันไปหมด
…………………………….
>>> ฝากผลวานใหม่ใกล้คลอด เรื่อง “หลิวหร่วนอี้ : บทนี้ข้าคงหนีไม่พ้น” เริ่มลงตอนแรกวันที่ 1 พฤษภาคม สามารถกดติดตามเเละเป็นกำลังใจให้กันได้นะคะ
ลิ้งค์สำหรับเจิม >> https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2674876 <<
ขอบพระคุณมากค่าาาาาาา