LNCrawler

บทที่ 420 หัวหน้าเป็นอย่างไร ลูกน้องก็เป็นเช่นนั้น (อ่านฟรี 30 เม.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 420 หัวหน้าเป็นอย่างไร ลูกน้องก็เป็นเช่นนั้น (อ่านฟรี 30 เม.ย. 69)

บทที่ 420 หัวหน้าเป็นอย่างไร ลูกน้องก็เป็นเช่นนั้น

 

 คำพูดของผู้คนในตอนนี้ไปถึงหูของผู้นำตระกูลไห่ด้วย เขาเองก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนพวกนี้จะคิดกันไปถึงขนาดนั้นได้ อีกอย่าง...คำพูดของเจียงฮุ่ยก็น่ากลัวเกินไปจริงๆ

          

  เขาไม่เชื่อหรอกว่าเบื้องหลังคำพูดนี้จะไม่มีคนซ่อนตัวอยู่ด้วย เพราะคำพูดที่รุนแรงนี้...สามารถผลักพวกเขาและคนที่เกี่ยวข้องลงนรกได้เลย

           

 ถ้าพวกมันมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง แล้วพบว่าการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างไม่ยุติธรรม เช่นนั้น...ตระกูลไห่ก็อาจจะถูกสงสัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดวงตามาร ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย นี่...เป็นการเอาคืนที่รุนแรงจริงๆ

           

 แต่น่าเสียดาย...พวกเขาเตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว ต่อให้คนพวกนั้นคิดจะแก้ตัวอย่างไร ต่อหน้าหลักฐานที่เป็นผลิตภัณฑ์ของตนเอง จะสามารถแก้ตัวได้หรือ?

            

แน่นอนว่าผู้นำตระกูลไห่ที่เวลานี้มีความมั่นใจเหลือเกินนั้น อีกไม่นานเขาจะต้องกัดฟันจนเลือดออกเพราะความโกรธ!! ตัวเขาไม่ได้รู้เลยว่าขณะที่ตัวเองมั่นใจ กลับมีคนอื่นรอหัวเราะอยู่ด้านหลังแล้ว

            

ทางด้านของพลทหารพิเศษ เขาปล่อยออร่ากดดันไปให้หน่วยสอบสวน แค่คนเดียวเท่านั้นที่เพ่งสายตาไป พวกทหารหน่วยสอบสวนก็เหมือนแข้งขาอ่อนแรงกันไปหมดแล้ว!

           

 อย่าดูถูกคนที่สามารถไปถึงแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ ดูเหมือนว่าการทำเช่นนั้นจะง่ายดาย ทว่าความจริงแล้ว...แดนศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นความลับจนถึงทุกวันนี้ได้ ก็เพราะไม่เพียงไม่กี่คนที่รู้ถึงสถานที่แห่งนั้นอย่างไรล่ะ!

            

มีแค่พวกที่ฝีมือเหนือล้ำกว่าผู้ใดเท่านั้น กระทั่งพวกทหารระดับสูงบางคนก็ยังไม่รู้เลย นับประสาอะไรกับทหารระดับต่ำพวกนี้ ต่อให้ไล่ไปหาเจ้านายของพวกมันเพื่อถามเกี่ยวกับแดนศักดิ์สิทธิ์ เผลอๆเจ้านายของมันก็ยังไม่รู้จักเลย

            

ความแตกต่างของพลังทำให้หัวหน้าหน่วยสอบสวนหน้าซีดเผือด เขาพยายามฝืนตัวเองให้พูดขึ้นมาเพื่อขอให้ทหารหน่วยพิเศษรู้จักผิดชอบชั่วดีและกฎหมายบ้าง แม้จะมีความหวังเพียงเล็กน้อย แต่นี่ก็ดีกว่าที่ไม่ทำอะไรเลย

 

“ทะ พวกท่าน....พวกท่านแข็งแกร่งกว่าพวกเราก็จริง แต่เรื่องการจับตัวคนผิดไปลงโทษ ก็ควรจะเป็นหน้าที่ของพวกเราไม่ใช่หรือ? พวกท่านแค่อยากช่วยเหลือคน ต่อให้เป็นคนผิดก็จะทำงั้นหรือ?”

 

“ช่างดึงดันจริงๆนะ เดิมทีฉันก็คิดว่าคำพูดของเจ้าของโรงผลิตอาหารสังเคราะห์นี้อาจจะแค่คิดมากไปเอง แต่ตอนนี้ฉันเริ่มเชื่อแล้ว...พวกแกอยู่กลุ่มดวงตามารหรือเปล่า อยากจะจับคนดีๆไปลงโทษ อยากจะทำให้มนุษย์ชาติต้องเสียผลประโยชน์รึไง!”

 

“ไม่ใช่....”

 

“เอาล่ะ เรื่องนี้พวกเราไม่ได้โดยใช้สิทธิพิเศษของทหารพิเศษหรอกนะ ในเมื่อไม่ยอมฟังกันง่ายๆ อย่างนั้นก็ดูนี่ซะ!” ทหารพิเศษคนหนึ่งโยนกระดาษออกมา พร้อมกับเก็บแรงกดดันของเขากลับไปด้วย

            

หัวหน้าหน่วยถลาเข้าไปดูว่าในกระดาษนั้นเขียนอะไร ก่อนจะอ้าปากค้าง...

 

“นี่....นี่เป็นไปได้อย่างไร ทำไมงานตรวจสอบพวกนี้จึงอยู่ในมือของกองกำลังพิเศษ”

 

“เหอะ! ทำไม? เพราะกองกำลังพิเศษของพวกเราไม่ได้โง่ไงล่ะ” ทหารพิเศษที่เคยขู่ว่าต้องการฆ่าแค่นหัวเราะออกมา ก่อนที่พลทหารพิเศษอีกคนจะพูดขึ้นมาด้วย

 

“นอกจากไม่โง่แล้ว พวกเราก็ไม่ใช่คนของกลุ่มดวงตามารด้วย ดังนั้น...ย่อมไม่ได้อยากให้ผู้บริสุทธิ์ถูกจับตัวไปทั้งอย่างนี้” เมื่อเขาพูดย้ำเรื่องกลุ่มดวงตามาร ก็เท่ากับเป็นการสร้างความสงสัยให้ผู้คน ทำให้พวกเขาเชื่อว่าทหารหน่วยตรวจสอบพวกนี้ แท้จริงแล้วอาจจะถูกกลุ่มดวงตามารซื้อตัวไปแล้วก็เป็นได้

 

“นั่นไม่ใช่...”

 

“จะใช่หรือไม่ รอดูผลการตรวจสอบก็รู้เอง อ้อ ไม่จำเป็นต้องรอนานด้วย เพราะพวกเราเริ่มการตรวจสอบมาบ้างแล้ว ผู้นำตระกูลเจียง ขอให้ให้ความร่วมมือด้วย”

 

“เข้าใจแล้ว ฉันให้ความร่วมมือแน่นอน ฉันเชื่อว่าพลทหารพิเศษจะไม่ใช่พวกที่อยากหักหลังมนุษย์ชาติ!!” เจียงฮุ่ยยังแสดงต่อไป ประโยคสุดท้ายของเขาทำให้หน่วยสอบสวนที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นคนของกลุ่มดวงตามาร ไม่ได้คิดจะหักหลังมนุษย์ชาติหน้าตึงไปกันหมด

            

พวกเขาเดินตามพลทหารพิเศษที่พาเจียงฮุ่ยไปตรวจสอบ ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ทว่าเวลา 3 ชั่วโมงนี้ ไม่เพียงแค่ไม่ทำให้ผู้คนที่มุงชมเรื่องสนุกหายไป กลับเป็นการเพิ่มจำนวนผู้ชมมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก พวกเขาเรียกพวกพ้องมาเพื่อดูเรื่องนี้ อยากรู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรกันแน่

            

จนกระทั่ง....

            

ปัง!!

            

ร่างของทหารหน่วยสอบสวนถูกโยนออกมากว่า 20 คน สีหน้าของพวกเขาดูย่ำแย่สุดๆ แต่ละคนหน้าดำหน้าแดงไปตามๆกัน พวกเขากำลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง และบางคนก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาด้วยซ้ำ

 

“ไสหัวไป เรื่องนี้อย่าคิดว่าจะจบง่ายๆเชียว พวกแกไปเตรียมตัวหาคำอธิบายมาเถอะ!” ตามด้วยเสียงตะคอกของพลทหารพิเศษที่ตามหลังมา และยังมีเจียงฮุ่ยที่เท้าเอวด้วยความมั่นใจด้วย

 

“ปรากฏว่าเป็นพวกแกที่เข้าร่วมกับกลุ่มดวงตามารแล้ว คิดจะทำให้ฉันสนับสนุนมนุษย์ชาติไม่ได้หรือ? ฝันไปเถอะ! ตราบเท่าที่มนุษย์ชาติยังมีพลทหารพิเศษอยู่ พวกเราก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกแกหรอก!!”

 

“นะ นี่ นี่ไม่ใช่นะ พวกเราไม่ได้อยู่กลุ่มดวงตามาร ไม่ใช่แล้ว!!”

 

“ไม่ใช่อะไร! พวกแกไปแก้ตัวกับหน่วยสอบสวน...อ๋า แล้วหน่วยสอบสวนจะเชื่อใจได้อยู่หรือเปล่าเนี่ย...” เจียงฮุ่ยแสร้งทำเป็นใช้ความคิด เห็นท่าทางเจ้าอ้วนเป็นแบบนี้แล้ว หัวหน้าหน่วยสอบสวนที่ตอนแรกยังกร่างอยู่ เวลานี้กลับทำได้แค่กล้ำกลืนก้อนเลือดที่จุกอยู่ในลำคอเท่านั้น

            

ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเถียงกับเจ้าอ้วนนี่ เขาจะต้องหาทางออกให้ตัวเองให้ได้ ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้รอดพ้นจากข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงนี้...

 

“เร็วเข้า พวกเราไป!!” เขาพูดออกมาเช่นนั้น ลูกน้องทั้งหมดที่นอนกองอยู่ก็พากันวิ่งหนีไปทันที ด้านหลังยังมีเสียงด่าทอของเจียงฮุ่ยตามมาด้วย ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้พวกเขาดูเหมือนคนเลวมากเข้าไปใหญ่ ช่าง...ร้ายกาจจริงๆ!!

 

“นี่หมายความว่ายังไง”

 

“นี่…หรือว่า ผลลัพธ์จะออกมาเเล้ว”

 

“เจ้าของเจียงฮุ่ยไม่โดนลงโทษ นี่แปลว่าเขาบริสุทธิ์หรือ? เช่นนั้น…เป็นหน่วยสอบสวนที่ใส่ร้ายเขาหรือ?”

 

“นี่…นี่จะเป็นปัญหาใหญ่หรือเปล่า ถ้าหน่วยสอบสวนต้องการเล่นงานคนที่ทำเพื่อมนุษยชาติ เช่นนั้น…เขาก็อาจจะเป็นกบฏจริงๆน่ะสิ”

 

“ถ้าหน่วยงานนี้เป็นคนของกลุ่มดวงตามาร อย่างนั้นคนอื่นๆในกองทัพจะยังปลอดภัยไหม”

 

“นี่ไง ผู้นำสกุลเจียงสาขาถึงบอกว่ามีเเค่พลทหารพิเศษเท่านั้นที่เชื่อใจได้”

 

“ผู้นำตระกูลเจียงสาขา บอกพวกเราได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น เเท้จริงแล้วผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร” 

 

หนึ่งในเหล่าชาวมุงตะโกนถามขึ้นมาเพราะทนความอยากรู้อยากเห็นของตนเองไม่ไหว ซึ่งทุกคนที่ได้ยินก็พากันเงียบเสียงลง พวกเขาก็อยากรู้ไม่เเพ้กัน

 

เจียงฮุ่ยมองพวกเขาก่อนจะถอนหายใจออกมา ก่อนหน้านี้เขาเล่นบทคนโวยวายไปแล้ว บทเหยื่อก็เล่นไปแล้ว บทคนดีก็ทำเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้…เขาจึงเปลี่ยนเป็นบทพ่อพระบ้าง ทำเหมือนกับสามารถปลงกับเรื่องไม่ยุติธรรมพวกนี้ได้เเล้วอย่างไรอย่างนั้น

 

“จะเป็นอย่างไรได้ ฉันคือผู้บริสุทธิ์สุดๆเลยน่ะสิ ปรากฏว่ามีคนต้องการใส่ร้ายฉัน ปลอมเเปลงอาหารสังเคราะห์ของฉันขึ้นมาเเล้วก็ใส่สารพิษเข้าไป ช่างชั่วช้าจริงๆ กระทั่งเอาอาหารสังเคราะห์ของฉันไปบรรจุใหม่ ทำเหมือนไม่มีการเปิดออกมาใส่สารพิษ แต่น่าเสียดายที่พวกมันดูถูกการคงคุณภาพของโรงงานผลิตอาหารสกุลเจียงสาขามากไป ดังนั้นพวกมันจึงไม่ได้รู้ว่าบรรจุภัณฑ์ของพวกเราได้มาตรฐานขนาดไหน”

 

“ขั้นตอนการผลิตของพวกเราซับซ้อนมาก ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ทันทีที่มันถูกเอาออกจากบรรจุภัณฑ์เดิม ก็สามารถตรวจสอบได้ทันที”

 

“ที่พวกทหารหน่วยตรวจสอบเอามาจับฉันตอนเเรกก็คือหลักฐานเท็จพวกนี้แหละ เฮ้อ ดีนะที่มนุษย์ชาติมีพลทหารพิเศษ ไม่อย่างนั้น…ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าคนดีๆต้องถูกจับกันหมด เเล้วใครจะอยากทำดีอีก”

 

เจียงฮุ่ยยิ่งพูดก็ยิ่งเป็นคนดีมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ที่เขากำลังพูด เหมือนไม่ได้แค่หลอกคนอื่นเเล้ว แต่ยังหลอกตัวเองได้ด้วย ช่างเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษจริงๆ

 

ทางทหารหน่วยตรวจสอบ เมื่อผลลัพธ์เป็นแบบนี้ พวกเขาก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องใหญ่เเล้ว คนที่จะช่วยพวกเขาได้ก็มีแค่หัวหน้าของหัวหน้าเเล้ว นั่นก็คือผู้นำตระกูลไห่นั่นเอง

 

ในฐานะผู้นำตระกูลใหญ่ที่มีเส้นสายทางทหารมาก เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เขาย่อมรู้ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกหน่วยสอบสวนจะมาถึง เขาก็สั่งให้คนของตนเองรออยู่ข้างนอกแล้ว

 

“ชู่” 

 

หัวหน้าหน่วยตรวจสอบวิ่งมาจนเกือบจะถึง ระหว่างทางก็ได้ยินสัญญาณดังขึ้น หันไปมองก็เห็นคนของผู้นำตระกูลไห่ เช่นนั้นจึงรีบเข้าไปหาอีกฝ่าย

 

“ท่าน ได้โปรดช่วยด้วย ฉันต้องการพบผู้นำตระกูล ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่เเล้ว คนมากมายกำลังคิดว่าเราเป็นคนของกลุ่มดวงตามาร ไอ้สารเลวเจียงฮุ่ยคนนั้นเอาเเต่พูดมั่วตลอด เเต่คำพูดของมันเริ่มมีคนเชื่อมากแล้ว หากปล่อยไปเช่นนี้..คนอาจจะคิดว่าพวกเราอยู่กลุ่มดวงตามาจริงๆ”

 

หัวหน้าหน่วยร้อนรนเเล้ว เขาไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของตัวเเทนผู้นำตระกูลไห่ด้วยซ้ำ หากเขาสังเกตให้ดี ย่อมไม่อยู่ตรงนี้ให้เสียเวลาหรอก

 

“ท่านผู้นำตระกูลรู้เรื่องนี้เเล้ว”

 

“โอ้ ถ้าอย่างนั้น…”

 

“ท่านผู้นำมีคำสั่งมา เรื่องนี้เป็นพวกนายที่จัดการไม่ดี ดังนั้นจะต้องหาทางแก้ไขกันเอา อย่าทำให้มีปัญหามาถึงตระกูลไห่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้น…ไม่ใช่เเค่ตนเอง เเต่คนอื่นๆในครอบครัวก็อาจจะ…” ไม่ต้องพูดทั้งหมด คนฟังก็เข้าใจทุกอย่างเเล้ว

 

ผู้นำหน่วยตรวจสอบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะต้องมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ เดิมทีตั้งใจเป็นคนใส่ความคนอื่น แต่ทำไปทำมา..กลับเป็นตัวเองที่ถูกใส่ความเสียอย่างนั้น เเถมไม่เหมือนเจียงฮุ่ยที่ผู้สนับสนุนเขากระโดดออกมาช่วย ตัวเขาเมื่อเจอปัญหา กลับถูกเตะทิ้งออกมาเสียอย่างนั้น ช่าง …. น่าสมเพชจริงๆ

 

ติดตามนายผิด คิดจนตัวตาย! คำนี้คงจะใช้ได้กระมัง

 

คนเดินคอตกกลับไป ตระกูลไห่ทอดทิ้งตนเองเเล้ว ไปต่อก็คงไม่ได้อีก เวลานี้ต้องหาพึ่งพาตัวเองเท่านั้น

 

ในขณะที่กำลังคิดหาทางออกเพื่อไม่ให้ถูกโยงไปเป็นคนผิด ที่ห้องทำงานของหน่วย ทหารมากมายที่เคยอยู่กันคึกคัก เวลานี้ดูเงียบเหงากว่าเดิมมาก

 

“เกิดอะไรขึ้น คนอื่นๆไปไหนกัน” คนถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“เอ่อ หัวหน้า…คนอื่นๆเขียนใบลาออกทิ้งไว้ พวกเขาต้องการลาออกจากหน่วยครับ บอกว่าไม่อยากเกี่ยวข้องกับปัญหา ….” ทหารที่ขี้กลัว ซึ่งก่อนหน้านี้มักจะหาทางรอดให้ตัวเองเสมอพูดขึ้นมา เเม้ท่าทางของเขาจะยังคงดูน่ารำคาญ ทว่า…คนขี้ขลาดคนนี้กลับยังอยู่ในหน่วย น่าประหลาดจริงๆ

 

“ไอ้พวกนั้น…” ตัวหัวหน้าอยากจะด่าสักหลายสิบประโยค แต่เวลานี้กลับพูดอะไรออกมาไม่ได้เลย 

 

เขาคิดว่าถ้าเป็นตัวเอง เขาจะทำยังไง คำตอบก็คือ เขาคงทำเหมือนคนพวกนี้ ลาออกหนีไปยังจะดีกว่า ทำไมต้องเสี่ยงตายไปกับคนอื่นด้วยล่ะ จริงไหม?

 

หัวหน้าเป็นอย่างไร ลูกน้องก็อย่างนั้น เรื่องนี้เขารู้ดีที่สุด เพราะคนที่ไม่เหมือนกัน เขาก็จัดการทิ้งไปหมดแล้ว…

 

“หัวหน้า พวกเราจะทำยังไงต่อไปดีครับ”

 

“จะทำอะไรได้ล่ะ ตระกูลไห่ทิ้งพวกเราเเล้ว..”

 

“แต่เราไม่ได้เป็นคนของกลุ่มดวงตามารจริงๆ เรื่องนี้เราจะยอมรับไม่ได้นะครับ แม้พวกเราจะทำผิดบ้าง แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นเสียหน่อย”

 

“แล้วอย่างไร จะเอาอะไรไปพูดล่ะ”

 

“พวกเราบอกไม่ได้หรอว่านี่เป็นคำสั่งของตระกูลไห่ หากว่า….”

 

“เหอะ แค่คิดจะพูดก็คงตายก่อนแล้ว นอกจากนี้…พวกเราคงไม่ตายคนเดียว แต่จะทำให้คนในครอบครัวตายกันหมด”

 

“หัวหน้า! นี่จริงหรอครับ ถ้าอย่างนั้น…”

 

“ยอมเเพ้เถอะ แกกับคนอื่นๆลาออกไป เรื่องนี้ในฐานะผู้นำ ยังไงฉันก็คงไม่รอด พวกแกลาออกไป ไม่เกี่ยวกับฉัน น่าจพไม่มีความผิด” ได้ยินเช่นนั้น ทหารที่ขี้ขลาดกลับไม่หวั่นไหวเลย เขามองหัวหน้าที่ทำงานด้วยกันมานานก่อนจะพูด 

 

“หัวหน้า ตอนนี้เจ้านั่นกำลังหาข้อมูลอยู่ บางที…ลองเชื่อเจ้านั่นดูก่อนไหมครับ”

 

“เจ้านั่น?” คนเป็นหัวหน้าเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“ครับ เจ้านั่นที่ทึ่มๆซื่อๆ หลังจากรู้ว่าหน่วยถูกสงสัย มันก็ไปที่สกุลจางเพื่อตรวจสอบเเล้วครับ”

 

“.....” เมื่อคนเป็นหัวหน้าได้ยินคำว่า “ทึ่ม” เขาก็จำได้ทันทีว่าหมายถึงใคร เจ้าทึ่มนั่นน่าจะเป็นคนที่เขาอยากจำกัดออกจากหน่วยสินะ คิดไม่ถึงเลยว่าเวลานี้จะต้องมามอบความหวังไว้ที่มัน!

 

…………………………..

>>> ฝากผลงานใหม่ใกล้คลอด เรื่อง “หลิวหร่วนอี้ : บทนี้ข้าคงหนีไม่พ้น” เริ่มลงตอนแรกวันที่ 1 พฤษภาคม  สามารถกดติดตามเเละเป็นกำลังใจให้กันได้นะคะ

ลิ้งค์สำหรับเจิม >> https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2674876  <<

ขอบพระคุณมากค่าาาาาาา