LNCrawler

บทที่ 421 ประกาศใช้กฎตระกูลเจียง (อ่นฟรี 1 พ.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 421 ประกาศใช้กฎตระกูลเจียง (อ่นฟรี 1 พ.ค. 69)

บทที่ 421 ประกาศใช้กฎตระกูลเจียง

 

ทางด้านคนที่ถูกเรียกว่า “เจ้าทึ่ม” เวลานี้เขากำลังตามร่องรอยหาความจริงที่ตระกูลจางเป็นหลัก เนื่องจากที่ตระกูลจางเป็นร่องรอยขนาดใหญ่ซึ่งสามารถตามหาได้ชัดเจนกว่า เขาคิดว่ามันไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งตายไป ที่นั่นเวลาให้คนร้ายเตรียมตัวมาก ดังนั้นหลักฐานทั้งหมดจึงพยายามชี้ไปที่ตัวของเจียงฮุ่ย ซึ่งตอนนี้ถูกเปิดเผยแล้วว่าเจียงฮุ่ยไม่ใช่คนกระทำความผิด ผลลัพธ์ก็คือการสืบสวนโดยไม่ละเอียดเช่นนี้ได้สะท้อนกลับมาถึงตัวของพวกเขาแล้ว

            

แน่นอนว่าพลทหารผู้นี้ไม่ได้ต้องการปกป้องหัวหน้าหน่วยของเขาเป็นกรณีพิเศษ เขารู้ว่าเรื่องนี้หัวหน้าจะต้องรับผิดชอบการกระทำที่ขาดความละเอียดรอบคอบของตนเอง แต่นั่นก็แค่ส่วนนั้น ไม่ได้แปลว่าหัวหน้าหน่วยจะเป็นคนลงมือทำผิดด้วยตัวเอง

            

สำหรับเขาแล้ว ในฐานะหน่วยสอบสวน...จำเป็นต้องทำให้เรื่องกระจ่างชัด คนผิดว่าไปตามผิด ไม่ใช่จับแพะได้แล้วก็ประกาศความสำเร็จออกมา ไม่เช่นนั้นก็คงจะเป็นเหมือนหัวหน้าของเขาที่หาหลักฐานเจอเพียงเล็กน้อยก็บอกว่าเจียงฮุ่ยเป็นคนลงมือ

            

โชคดีสำหรับเขาที่ตระกูลจางให้ความร่วมมือดีมาก ดังนั้นจึงปล่อยให้ทหารหนุ่มคนนี้เข้ามาตรวจสอบหาหลักฐานในตระกูล ไม่อย่างนั้น....ผลลัพธ์ของการที่พลทหารพิเศษเข้ามารับคดีความต่อแล้ว ย่อมทำให้พลทหารหน่วยสอบสวนเข้ามายุ่งไม่ได้ 

 

“ทำไมประธานจางต้องปล่อยให้ทหารพวกนี้เข้ามาอีก เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นคนของตระกูลไห่ ต้องการจะจัดการพวกเราไปพร้อมกับตระกูลเจียงสาขาด้วยซ้ำ แทนที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อทำลายพวกมันไปเสียพร้อมกัน...”

            

หนึ่งในผู้อาวุโสของตระกูลจางกัดฟันกรอด เขามองไปยังพลทหารที่ทำงานอย่างตั้งใจด้วยความเกลียดชัง ก่อนหน้านี้ตระกูลจางถูกผู้คนพูดถึงในแง่ร้ายขนาดไหน พวกเขาต้องกำหมัดอดทนรอความจริงเปิดเผยขนาดไหน ความเกลียดชังก็ยิ่งฝังลึกมากขึ้นเท่านั้น

           

 ถ้าไม่ใช่เพราะเชื่อมั่นในจดหมายฉบับเดียวของประธานจางแล้วยังอดทนรอ พวกเขาคงจะต้องลุกขึ้นมาสู้กับพวกสารเลวพวกนี้ด้วยตัวเองแล้ว

            

กล้าบอกว่าพวกเขาเป็นตระกูลขี้ขลาด โดนตระกูลเจียงสาขาหลอกลวงแล้วยังหดหัวในกระดองเหมือนเต่า ไม่กล้าออกมาจัดการกับเจียงฮุ่ย .... บอกว่าพวกเขาเห็นแก่ตัว พวกผู้นำน่าจะได้ประโยชน์จากการซื้อของไร้คุณภาพ ดังนั้นจึงไม่ยอมเอาความ แม้สมาชิกในตระกูลจะตายไปถึง 5 คน!!

           

 ไอ้คนพวกนี้จะไปรู้อะไร! สุดท้ายแล้วความจริงก็ปรากฏ! ถ้าพวกเขาดิ้นรนไปเพราะคำพูดของผู้คนมากมายที่กดดันตระกูลจางตอนนั้น เวลานี้ก็คงจะถูกมองว่าเป็นตระกูลโง่เขลา ใครพูดอะไรก็เชื่อ กระทั่งทำลายพันธมิตรที่ดีของตนเองไป! .... เหอ เหอ เหอ คนพวกนี้ช่างเอาใจใส่เสียจริง โชคดีที่พวกเขาเดินตามหลังประธานจางอย่างใกล้ชิด ไม่เช่นนั้นคงจะถูกหัวเราะเยาะซ้ำแล้วซ้ำเล่า

           

 ตอนนี้เป็นอย่างไร? ผู้คนมากมายบอกว่าตระกูลจางนั้นแท้จริงแล้วมีความเยือกเย็นเหมาะสมกับการเป็นตระกูลใหญ่ ทำการสิ่งใดล้วนรอบคอบ ทำเอาตระกูลได้หน้าครั้งใหญ่จากการไม่ทำอะไรเลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเลิกเกลียดชังไอ้พวกที่ผลักดันตระกูลจางไปถึงขอบเหว

            

อันที่จริง...เรื่องนี้ยังมีเบื้องหลังมากกว่านั้นอยู่ด้วย

           

 ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ตระกูลจางถูกผู้คนกดดันเนื่องจากหน่วยสอบสวนสรุปผลว่าตระกูลเจียงสาขาเป็นคนผิด เอาของไร้คุณภาพมาหลอกขายให้กับพวกเขา แต่ตอนนั้นพวกเขาก็ยังคงเงียบเป็นเป่าสาก ไม่ยอมออกมาประกาศตัดความสัมพันธ์กับเจียงฮุ่ย 

            

เวลานั้น ผู้อาวุโสของตระกูลจางมากมายต่างก็ออกหน้าพูดในที่ประชุมให้ตระกูลจางออกมาดำเนินการอะไรบ้าง พวกเขาค้านหัวชนฝา บางคนบอกว่าการเชื่อประธานจางไปเสียทั้งหมดก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็ได้ ยังมีหลายคนบอกว่าครั้งนี้อาจจะเป็นประธานจางที่คิดผิด การแสดงออกในวันนั้นของพวกเขา...ก็เหมือนกับหน่วยสอบสวนที่ถูกตบหน้าในวันนี้

            

พอนึกเรื่องน่าอายครั้งนั้น ตัวเองที่เชื่อมั่นในหน่วยสอบสวนมากเกินไป ก็ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนเกลียดชังหน่วยสอบสวนเข้าไส้ และก็เป็นสาเหตุให้พวกเขาไม่อยากจะต้อนรับทหารจากหน่วยสอบสวนพวกนี้อีก!

 

“ประธานจางก็คงจะมีเหตุผลของเขานั่นแหละ เหมือนกับครั้งก่อนที่มีเหตุผลบางอย่างที่พวกเราเองก็คาดไม่ถึง”

 

“ครั้งก่อนนั้น ประธานจางคงรู้ว่ากองกำลังพิเศษจะเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือทหารพิเศษอัน แต่ครั้งนี้คงไม่เหมือนเดิมอีก ในเมื่อเรื่องคลี่คลายแล้ว ทำไมจะต้องใจดีกับไอ้พวกสารเลวที่คิดจะทำร้ายพวกเขาด้วยล่ะ”

 

“ทำไมหรือ? หรือคิดว่าตัวเองจะฉลาดกว่าประธานจาง อยากจะขัดคำสั่งของเขาแล้วตัดสินใจเองไหมล่ะ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งยิ้มเยาะ เขามองผู้อาวุโสคนอื่นเหมือนกับพวกคนโง่

            

ตอนนี้มีเรื่องง่ายๆให้ทำ ก็แค่เชื่อคำพูดของประธานจางทั้งหมดโดยไม่ต้องตั้งคำถามก็จบแล้ว ไม่เห็นหรือว่าก่อนหน้านี้เสียเวลาคิดจนปวดประสาทไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา กลับเป็นคำพูดของประธานจางถูกต้องทั้งหมด แล้วยังทำให้ตระกูลได้รับผลประโยชน์มากมาย ครั้งนี้คนก็ยังไม่เข็ด ยังอยากจะเสียเวลาคิดไปเองกันอีก ช่างเป็นพวกไม่เข็ดหลาบจริงๆ

 

“ก็ ก็ไม่ได้หมายความเช่นนั้น ก็แค่....”

            

เมื่อถูกพูดเช่นนี้ ผู้อาวุโสที่มีคำถามก็ไม่กล้าตอบ พวกเขาเองย่อมไม่ขัดใจประธานจางอยู่แล้ว ก็แค่แสดงความไม่พอใจออกมาบ้างเท่านั้น มีอะไรถึงกับต้องพูดจารุนแรงเช่นนี้ด้วย

            

เห็นทุกคนเงียบกันแล้ว ผู้นำตระกูลจางก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พวกเขาตอนนี้กำลังเข้ากันได้ดีกับประธานจาง อีกฝ่ายไม่เคยต้องการตำแหน่งผู้นำตระกูลจาง ทั้งยังไม่อยากแบกรับ “ตระกูลจาง” ไปเป็นภาระด้วย ไม่เช่นนั้น...ถ้าเขาต้องการจริงๆ คงจะเอาตำแหน่งนี้ไปตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนแล้ว

            

ในสายตาของประธานจาง ตระกูลจางก็เป็นแค่ตัวภาระ ทว่าตอนนี้...คนอาจจะเริ่มมองว่าพวกเขาเป็น “เครื่องมือชิ้นหนึ่ง” ถือว่ายกระดับความสำคัญขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่?

 

“ฉันคิดว่าประธานจางอยากจะสร้างบุญคุณต่อหน่วยสอบสวนนี้”

 

“หืม? สร้างบุญคุณ?” คนอื่นมองไปยังผู้นำตระกูลจาง อยากรู้ความคิดของเขามากกว่านี้

 

“ใช่ ถึงอย่างไรหน่วยสอบสวนนี้ก็เป็นแค่หมากของตระกูลไห่เท่านั้น ตอนนี้ตระกูลไห่น่าจะทอดทิ้งพวกเขาแล้ว ปล่อยให้พวกเขารับผิดชอบการสอบสวนที่ไม่ละเอียดนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งมีแนวโน้มมากว่าจะถูกยุบ และทุกคนในหน่วยอาจจะได้รับบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะนี่เป็นการสอบสวนของกองกำลังพิเศษเอง เมื่อพวกเขาลงมือ...ย่อมไม่ยอมให้จบสวยแน่”

 

“แต่หน่วยสอบสวนยังมีโอกาสรอด ถ้าพวกเขาสามารถหาหลักฐานว่าใครเป็นคนลงมือกันแน่ ไม่เพียงแค่จะโยงไปถึงตระกูลไห่ที่เป็นคนลงมือจริงเท่านั้น หลังจากนี้....หน่วยสอบสวนก็จะกลายเป็นคนของประธานจางทันที”

            

เมื่อผู้นำตระกูลจางพูดเช่นนั้น ดวงตาของผู้อาวุโสหลายคนที่ยังไม่เข้าใจก็เบิกกว้าง ปรากฏว่าประธานจางคิดไปถึงขั้นนี้แล้วหรือ? พวกเขายังคงมีความโกรธบังตาอยู่เลย ทว่าอีกฝ่ายวางแผนไว้ทั้งหมดเสียแล้ว ช่าง...สมกับเป็นประธานจางจริงๆ

 

“เพราะแบบนี้ ประธานจางก็เลยให้พวกเราอำนวยความสะดวกให้ทหารคนนั้นสินะ”

 

“แบบนี้จะต้องเอาหลักฐานทั้งหมดให้อีกฝ่ายไหม หลักฐานที่พวกเรารวบรวมมาได้ก่อนหน้านี้”

 

“อืม ถ้าพวกเราทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น ผลของการสอบสวนก็น่าจะเร็วขึ้นด้วยนะ” ทุกคนกระตือรือร้นกันมากหลังจากที่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของประธานจาง และแน่นอนว่าพวกเขาย่อมช่วยเหลือพลทหารคนนั้นมากขึ้นด้วย

            

ผลของการตรวจสอบภายในตระกูลจางเอง มีหลักฐานพบว่าเรื่องสารอาหารสังเคราะห์มาจากฝีมือของคนอื่น อีกฝ่ายน่าจะใส่สารพิษผ่านน้ำชา ดังนั้นจึงอาหารสังเคราะห์นั้นจึงไม่มีปัญหา 

            

แม้ว่าหญิงรับใช้คนนั้นจะถูกทำให้เข้าใจว่าชิงฆ่าตัวตายหนีความผิด ทว่า...คนที่กล้าลงมือฆ่าคนอื่นเพราะความโลภ สุดท้ายจะหนีตายได้อย่างไร เรื่องนี้ย่อมต้องเป็นฝีมือของคนอื่นที่สั่งให้มาฆ่าปิดปากแน่

            

เพราะประธานจางไม่อยากให้พวกเขาแหวกหญ้าให้งูตื่น จึงปล่อยร่องรอยของการฆาตรกรรมนั้นทิ้งไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต้องลบหลักฐานทั้งหมดไป ยังเก็บข้อมูลเท่าที่มี เพื่อรอวันที่เรื่องกระจ่างแล้วจะได้สอบสวนต่อไป คิดไม่ถึงว่าเรื่องนั้นจะได้เอามาใช้เร็วเช่นนี้

            

ทหารหน่วยสอบสวนได้รับข้อมูลและความร่วมมือเพิ่ม ดวงตาของเขาก็มีประกายเย็นเหยียบ เรื่องนี้กลายเป็นว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังมากจริงๆ มันยิ่งทำให้งานของเขาท้าทายมากขึ้น แต่....กลับมองเห็นจุดหมายของเรื่องนี้แล้ว

            

เรื่องการสอบสวนก็ยังเป็นเรื่องที่ทหารคนนั้นจะต้องไปจัดการ ผลลัพธ์ย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของเขา รวมถึงความร่วมมือของหัวหน้าหน่วยสอบสวนที่จะไม่ยอมตายเพื่อรับผิดชอบบาปของคนอื่น 

            

แต่เรื่องของเจียงฮุ่ยก็เป็นอีกเรื่องที่ใหญ่ไม่แพ้กัน!

            

หลังจากที่ตระกูลเจียงหลักออกมาประกาศลงโทษเจียงฮุ่ย บอกว่าเขาจะจัดการกับตระกูลเจียงสาขาที่กระทำผิดโดยไม่คิดว่าเป็นสมาชิกของตระกูลเจียงแล้วจะต้องปกป้อง เรื่องนี้ทำให้เจียงฮุ่ยยื่นเรื่องไปขอเบิกกฎของตระกูลออกมาอีกครั้ง และสิ่งนี้ทำให้ตระกูลหลักเจียงเริ่มสั่นคลอนแล้วจริงๆ

            

ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ผู้นำตระกูลเจียงหลักกล้าออกมาพูดว่าตระกูลเจียงหลักเกิดความยากลำบาก ทว่าหมายเหตุที่ระบุอยู่นั้นทำให้เขากลายเป็นผู้มีความผิดไปเต็มๆ

 

มาครั้งนี้...เขาก็ยังไม่ปกป้องคนของตระกูลเจียงที่ไร้ความผิด ทั้งยังเชื่อคนนอกจนคิดทำลายสมาชิกตระกูลเจียง การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการทำร้ายตระกูลเจียงโดยตรง และนี่ก็เป็นกฎบัญญัติที่อยู่มาตั้งแต่เดิมแล้ว ผู้อาวุโสทุกคนเองก็ทราบด้วย

 

หากเจียงฮุ่ยมีความผิดจริง ออกมาประกาศตัวเช่นนี้ย่อมไม่มีปัญหา แต่ผลออกมาแล้วว่าเจียงฮุ่ยไม่ได้มีความผิด! ผู้นำตระกูลเจียงไม่ตรวจสอบให้ดีก็ลากคนของตนเองออกไปโยนให้ผู้คนมากมายด่าทอ นี่ต่างหากที่กลายเป็นความผิดใหญ่!

            

เรื่องของผู้นำตระกูลเจียงไม่จำเป็นต้องพูดโต้เถียงกันอีกแล้ว เจียงฮุ่ยรอดตัวมาครั้งนี้ เขายังได้รับการยืนยันจากพวกระดับสูงของกองทัพว่าเป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง ทั้งความสัมพันธ์ที่ดีต่อกองกำลังทหารพิเศษด้วยแล้ว สิ่งนี้ยิ่งทำให้คำพูดของเขามีน้ำหนักมาก

            

โดยไม่มีใครคาดคิด วันต่อมาตระกูลเจียงก็ประกาศใช้กฎของตระกูลในการถอนอำนาจของตระกูลเจียงหลัก เปลี่ยนตัวผู้นำตระกูลเจียงใหม่ ส่วนผู้นำตระกูลเจียงเดิมนั้นได้กลายเป็นเพียงสมาชิกตระกูลเจียงที่นำโดยเจียงฮุ่ยแล้ว สถานะนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับทาสรับใช้ เป็นเหมือนกับตำแหน่งที่เขาอยากให้เจียงฮุ่ยได้รับเมื่อครั้งก่อน

            

เรียกว่าเวรกรรมไล่ตามหลังมาติดๆอย่างแท้จริง

           

การเปลี่ยนขั้วอำนาจนี้ทำให้ตระกูลใหญ่ทั้งหลายต้องเรียกประชุมด่วนเพื่อหาทางรับมือ ก่อนหน้านี้คนที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ดีๆกับผู้นำตระกูลเจียงเดิมก็ได้โอกาสเข้ามาสานความสัมพันธ์ใหม่ ส่วนคนที่เป็นพันธมิตรเดิมก็ต้องเร่งเข้ามาเจรจา หวังว่าผลประโยชน์ของพวกเขายังเหมือนเดิม เพราะแบบนี้จึงเห็นว่าตระกูลเจียงกำลังคึกคักเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้ด้วย

 

เนื่องจากการที่เจียงฮุ่ยที่มีฐานกิจการโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์สกุลเจียงเดิมอยู่แล้ว กิจการที่กำลังไปได้สวยเพิ่มความแข็งแกร่งให้สกุลเจียงไปด้วย และนี่ก็ทำให้ผู้คนที่นอกจากพันธมิตรเดิมกรูกันมาติดต่อยาวเป็นหางว่าว

           

 เมื่อผู้นำตระกูลเปลี่ยน เจียงฮุ่ยเข้ามามีอำนาจ หลักฐานการกระทำความผิดหลายอย่างของผู้นำตระกูลเจียงคนก่อนก็อยู่ในมือของเจียงฮุ่ยแล้ว ยิ่งหลักฐานในการติดต่อกับตระกูลไห่ ผู้นำตระกูลเจียงเดิมนับว่ารอบคอบมาก เขาคงกลัวว่าตระกูลไห่จะหักหลังตัวเอง ดังนั้นจึงเก็บข้อมูลทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งเจียงฮุ่ยสามารถเอามาใช้ได้เป็นอย่างดี

            

เจียงฮุ่ยกับอันซูหยวนเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ไม่สิ! ต้องบอกว่าสถานการณ์ของเจียงฮุ่ยตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ติดตามของอันซูหยวนเลย ดังนั้นกองกำลังทหารพิเศษย่อมต้องให้ความร่วมมือกับเจียงฮุ่ยอย่างดี เพื่อเปิดโปงคนอยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดครั้งนี้ด้วย

            

ตระกูลไห่ที่รู้สึกร้อนๆหนาวๆตั้งแต่ผู้นำตระกูลเจียงหลักถูกปลดก็ต้องรับมือกับทหารหน่วยสอบสวนหน่วยอื่นที่เข้ามาหาข้อมูลตามคำอ้างของตระกูลเจียง แต่ผู้นำตระกูลไห่ก็สมกับการเป็นผู้นำตระกูลใหญ่มานานหลายปี เขามีวิธีการรับมือกับเรื่องนี้ดีกว่าผู้นำตระกูลเจียงหลักมาก อย่างน้อยๆ...แพะรับบาปของเขาก็ไม่มีปัญหาเลย

            

การติดต่อระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลไห่ ทั้งหมดเป็นฝีมือของผู้นำตระกูลไห่สาขาคนหนึ่ง อีกฝ่ายจงรักภักดีมาก เพราะเขารับผลประโยชน์จากผู้นำตระกูลไห่ไปมากเช่นกัน ต่อให้เขาต้องตายเพราะความผิด...สุดท้ายครอบครัวและตระกูลสาขาของเขาจะได้รับการดูแลต่อไปโดยผู้นำตระกูลไห่ ดังนั้นจึงเป็นการยอมรับความผิดโดยความยินดี

            

แม้เจียงฮุ่ยจะหงุดหงิด แต่หลักฐานพวกนั้นไปถึงตัวของแพะรับบาปเท่านั้น ไม่เหมือนผู้นำตระกูลเจียงหลักที่ยังโง่งมมากกว่า สุดท้ายก็ทำได้แค่ปล่อยให้คนลอยนวลต่อไป ทว่า...ประธานจางไม่ได้ยอมง่ายๆเช่นนั้น

            

เขาเพียงปล่อยให้ผู้นำตระกูลไห่ดิ้นรนต่อไปราวกับกำลังเห็นปลาอยากกระโจนออกจากอ่างน้ำเพื่อลงมหาสมุทร ท้ายที่สุดแล้ว...หลักฐานชิ้นสำคัญของผู้ที่ลงมือจัดการกับหญิงรับใช้ตระกูลจางยังอยู่ในมือของเขา ทางนั้นคิดจะใช้ “ตระกูลจาง” ที่อุตส่าห์มาเป็นนามสกุลของเขาเป็นเครื่องมือในครั้งแรก ย่อมต้องยอมรับชะตากรรมของการตัดสินใจผิดพลาดนั้นด้วย!!

            

จางอู่หยางไม่ใช่คนใจดีตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งมาวิ่งวนอยู่สวนหลังบ้านที่เขาทอดทิ้ง แบบนี้ยิ่งอยู่ใกล้มือเข้าไปใหญ่ แค่ขยับครั้งเดียวก็ตีหนูตัวโตได้แล้ว

 

…………………………….