LNCrawler

บทที่ 423 ผู้บุกรุก (อ่านฟรี 3 พ.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 423 ผู้บุกรุก (อ่านฟรี 3 พ.ค. 69)

บทที่ 423 ผู้บุกรุก

 

อันซูหยวนไม่ได้ก้าวออกไป เธอเพียงกอดอกดูว่าเหลียนซิ่วอิงจะจัดการปัญหานี้อย่างไร เห็นหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเธอมีประกายความเย็นชาอยู่ในนั้น

 

“การจ้างงานของพวกเราเป็นไปตามที่ประกาศเอาไว้ ถ้าทุกคนต้องการสมัครงานก็ย่อมได้เช่นกัน แต่...พวกเราจะรับแค่นักปรุงยาระดับต่ำและกลางเท่านั้น โดยจะให้เงินต่อเดือนคือ 25,000 เครดิต หากใครพอใจที่จะอยู่ก็เข้ามาสมัครได้เลย ส่วนใครที่ไม่พอใจเงินเดือนเท่านี้ก็ช่วยออกไปด้วย”

 

“สำหรับเรื่องการทำโรงทำยาผิดกฎหมายหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของโรงทำยาของพวกเราเอง ถ้าผิดกฎหมายขึ้นมา พวกเราก็คือผู้รับผิดชอบ ดังนั้นไม่ขอให้คนอื่นมาเป็นกังวลแทน”

            

เธอพูดทุกอย่างรวดเดียวจบ เพราะรู้ว่าหลังจากนี้คงสู้เสียงของพวกเขาไม่ได้อีก แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง นักปรุงยามากมายที่มาที่นี่แล้วไม่ยอมรับเงื่อนไขของเธอแน่ พวกเขาเป็นนักปรุงยาที่ทำยาระดับสูงได้ เช่นนั้นทำไมจะต้องรับเงินเดือนเท่ากับพวกเด็กๆด้วย

            

ก่อนหน้านี้ ที่โรงทำยาอื่นๆ พวกเขาก็มีเงินเดือนอยู่ที่ 25,000 เครดิต จนอาจจะมากกว่านี้เล็กน้อย ทว่าไม่เกิน 50,000 เครดิตแน่ แต่ที่นี่...เงินเริ่มต้นคือ 25,000 เครดิต และบอกว่าจะให้อีก 10 เครดิตต่อยาระดับต่ำ 1 ขวด นี่ไม่ได้หมายความว่าถ้าพวกเขาขยันทำงานหน่อยก็จะได้เงินเพิ่มอีกเป็นหมื่นเครดิตหรอกหรือ?

            

ต้องไม่ลืมว่ายาระดับต่ำพวกนี้ทำได้ง่ายดายขนาดไหน การทำหนึ่งครั้ง 1 ชั่วโมง สามารถทำยาได้ 20 ขวด หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ถ้าหากว่าได้ 20 ขวด แปลว่าพวกเขาจะได้เงินเพิ่มไปฟรีๆอีก 200 เครดิตแล้ว 

 

ซึ่งถ้าพวกเขาทำงานมากหน่อย 5 ชั่วโมงต่อวัน อย่างนั้นก็จะได้ 1,000 เครดิต รวม 30 วันก็เป็นเงิน 30,000 เครดิต โดยที่เป็นการทำงานง่ายๆสบายๆ ถ้าขยันมากกว่านี้ก็ยังได้มากขึ้นไปอีกด้วย 

 

นี่...เพราะแบบนี้ คนมากมายก็เลยมาเพื่อทวงความยุติธรรมอย่างไรล่ะ! พวกเขาไม่มีวันจากไปทั้งอย่างนี้ ความมั่นใจของตนเอง ถ้าทำยาระดับสูงได้ นี่จะไม่ดีกว่าหรือ?

            

ตัวคนมาเสนอตัวถึงที่ อีกฝ่ายกลับบอกว่าไม่ซื้อ ทำแบบนี้แล้วไม่เท่ากับเป็นการดูถูกพวกเขาหรอกหรือ? พวกนักทำยาระดับต่ำพวกนี้มีค่าอะไร พวกมันไม่ควรจะได้เงินเดือนมากกว่าพวกเขาสิ!!

            

ความโลภมากของผู้คนกำลังเข้าเล่นงาน เสียงของพวกเขายิ่งดังมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าเหลียนซิ่วอิงจะไม่ยอมจ้างตนเองแน่ สุดท้ายหญิงสาวก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเรียกให้ผู้คุ้มกันมาจัดการคน

            

โชคดีที่เธอคิดเผื่อเอาไว้ก่อนแล้ว จึงได้จ้างงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาด้วย พอเกิดเรื่องแบบนี้ก็สั่งให้พวกเขาลากคนออกไปทันที แต่ปัญหาไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เพราะนอกจากพวกนักทำยาที่เดือดร้อนแล้ว ก็มีเจ้าของกิจการมากมายที่เดือดร้อน พวกเขาวิ่งโร่ไปแจ้งความจนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาตรวจสอบที่นี่ทันที

            

เหลียนซิ่วอิงไม่มีประสบการณ์กับเจ้าหน้าที่ทางการ อีกทั้งพวกเขาก็ต้องการจับเจ้าของที่แท้จริง หรือก็คืออันซูหยวนด้วย ดังนั้นหญิงสาวที่มองดูอยู่จึงเดินออกมา

 

“พลทหารพิเศษอัน เรื่องกิจการทำยานี้ไม่ได้อยู่ในการคุ้มครองของหน่วยทหาร ดังนั้นจะต้องเชิญคุณไปสอบสวน...”

 

“กิจการทำยาจะผิดกฎหมายเมื่อไร”

 

“พลทหารพิเศษอันหมายความว่าอย่างไร....” พลทหารเหล่านั้นมองหน้ากันเองอย่างไม่เข้าใจ

            

พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อจับคนไปสอบสวน คนที่จะต้องเป็นฝ่ายตั้งคำถามก็คือพวกเขาเอง แล้วทำไม...ตอนนี้ผู้ที่ควรจะถูกสอบสวนกลับเป็นฝ่ายถามขึ้นมาแทนเสียเล่า!

 

ทางด้านอันซูหยวนที่เอ่ยถามกลับไป นั่นก็เพราะเธอคาดเดาเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ทันทีที่เธอวางแผนจะทำกิจการนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องตรวจสอบกฎหมายอะไรบ้าง ทว่า...เมื่อเธออ่านรายละเอียดทั้งหมดก็พบว่าการทำยาเพื่อขายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้นจึงเริ่มกิจการเลยโดยไม่ได้ไปขออนุญาตจากทางการก่อน

 

“ตามกฎหมายแล้ว การทำโรงทำยาไม่ได้มีกฎหมายห้ามไม่ให้ใครก็ตามก่อตั้งโรงทำยาขึ้นมา แต่...กฎหมายห้ามไม่ให้ขายยาโดยที่โรงทำยาไม่ได้ผ่านการตรวจสอบไม่ใช่หรือ?”

 

แม้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกันจนทำให้ทุกคนเห็นว่าการสร้างโรงทำยาโดยไม่ผ่านการตรวจสอบเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีใครทำโรงทำยาขึ้นมาเพื่อผลิตยากินเองโดยไม่ขายออกไปหรอก ไม่อย่างนั้นทำไมไม่ทำมันขึ้นมาเอง จะต้องมีจำนวนมากถึงกับต้องสร้างโรงทำยาเลยหรือ?

            

ทว่า...สิ่งที่พวกเขาไม่ได้คิดก็คือซูหยวนไม่ได้วางแผนจะขายยาพวกนี้ออกไปให้พวกเขาเห็นจริงๆ ดังนั้น...เธอย่อมเป็นข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวของการทำยา!

 

“คำพูดของพลทหารพิเศษอันถูกต้องแล้ว แต่ว่า...”

 

“ฉันไม่ได้ทำยาเพื่อขายค่ะ” อันซูหยวนตอบกลับ

 

ทว่าคนของทางการเหมือนจะเตรียมตัวมาแล้วเช่นกัน พวกเขาคงรู้ว่าอันซูหยวนอาจไม่ได้ทำโรงยาเพื่อออกมาขายอย่างโจ่งแจ้ง บางทีอาจจะทำเพื่อให้องค์กรนักล่าสกุลเจียงเอาไปใช้ หรืออาจจะให้คนอื่นเพื่อแลกกับผลประโยชน์ แต่ไม่ว่าจะเป็นแนวทางไหน ล้วนต้องเข้าเงื่อนไขกฎหมายทั้งนั้น

 

“เอ่อ ต่อให้ไม่ได้ทำยาเพื่อขาย จะทำยาเพื่อแจกจ่ายผู้คนหรืออะไรก็ช่าง นี่ก็ไม่ถูกกฎหมายเช่นกัน เพื่อคุ้มครองชีวิตของมนุษย์ทุกคน พวกเราจึงต้องเข้มงวด ดังนั้นเรื่องนี้จำเป็นต้องขอให้พลทหารพิเศษอันให้ความร่วมมือด้วย”

 

“อันที่จริง...หัวหน้าของพวกเราไม่ได้คิดจะสร้างปัญหาให้คุณ แค่อยากจะให้ชะลอการทำโรงทำยานี้ไปก่อน จากนั้นก็จะช่วยเรื่องการขอตามขั้นตอนเพื่อให้ผ่านการอนุมัติ เมื่อทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว พลทหารพิเศษก็จะสามารถเปิดโรงทำยาต่อไปได้อย่างสบายใจ”

            

ได้ยินคำพูดที่สุภาพของพวกเขา อันซูหยวนก็พยักหน้าเข้าใจ คนมาเพื่อคุยด้วยดีๆ เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องโต้กลับอย่างดุร้าย ถึงอย่างนั้น...การเปิดกิจการโรงทำยาของเธอก็ล่าช้าไม่ได้เช่นกัน

            

เธอไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ตั้งใจจะทำให้เธอต้องชะลอการผลิตไปนานแค่ไหน พวกเขามาอย่างสุภาพ ย่อมต้องเตรียมวิธีการโต้กลับอย่างสุภาพแล้วเช่นกัน ไม่เหมือนกับโรงงานผลิตอาหารสังเคราะห์ที่พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง คาดหวังจะทำลายในการโจมตีเดียว นับว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ฉลาดกว่า...

            

ด้วยการบอกให้เธอยุติการสร้างโรงทำยา คนงานที่จ้างมาทั้งหมดก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะพวกเขาคงต้องกลับไปก้มหัวรับใช้โรงทำยาก่อนหน้านี้อีกครั้งในระหว่างรอโรงทำยาแห่งนี้ตรวจสอบให้เสร็จ

            

เรื่องอิทธิพลทั้งในที่มืดและที่แจ้งเกี่ยวกับวงการทำยานั้นไม่มีใครไม่รู้ ทุกคนรู้ดีว่าการถอยให้หนึ่งครั้งหมายความเช่นไร ถอยหนึ่งครั้งก็แปลว่าแพ้หนึ่งครั้ง แพ้หนึ่งครั้งก็แปลว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของอีกฝ่ายใหญ่กว่าหนึ่งครั้งแล้ว การที่จะมีครั้งที่สองครั้งที่สามก็ไม่ยากเย็นอะไรอีก มีความเสี่ยงที่โรงทำยานี้จะถูกทำลายจนไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้อีก

            

ปัญหาสำคัญจึงเกี่ยวกับความเชื่อมั่นนี้เอง ฉะนั้น...ซูหยวนที่ตัดสินใจจะทำโรงยาแล้ว ย่อมคิดคำนวนทั้งหมดมาแล้วเช่นกัน จะยอมให้ตัวเองเสียหายเช่นนั้นได้อย่างไร

 

“เรื่องการตรวจสอบเพื่อที่จะทำอนุมัติให้นั้นเป็นเรื่องที่ทางฉันต้องไปขอบคุณหัวหน้าของพวกคุณด้วยตัวเอง แต่ว่า...เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญของโรงทำยาของฉันเท่าไร ดังนั้นไม่ควรจะต้องให้ทหารที่งานรัดตัวมาดำเนินการให้วุ่นวายหรอกค่ะ” ซูหยวนคลี่ยิ้ม

 

“ฉันบอกว่ายาของฉันไม่ได้มีเพื่อขาย และไม่ได้มีเพื่อแจกจ่ายให้กับทุกคนด้วย ฉันจะนำยาพวกนี้ไปใช้เองในพื้นที่ล่า ไม่ทราบว่าเรื่องนี้ผิดกฎหมายหรือไม่”

            

ได้ยินคำพูดของเธอ สีหน้าของพลทหารหน่วยสอบสวนก็ขมวดมุ่น กฎหมายไม่ได้มีระบุไว้ก็จริง แต่มันมีด้วยหรือที่การผลิตยาออกมาแล้วจะไม่เอามาขายหรือแลกเปลี่ยนน่ะ

            

ดังนั้น คำพูดของอันซูหยวนจึงมีช่องว่างให้พวกเขาซักไซ้เต็มไปหมด เพียงแต่...ซูหยวนไม่เพียงแค่ไม่ยอมลงให้ก้าวหนึ่งเท่านั้น เธอยังชี้แนะกฎหมายให้พวกเขาอีกด้วย

 

“ในเมื่อการทำโรงทำยาของฉันไม่ผิดกฎหมาย เช่นนั้นก็ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ทางการเข้าควบคุมนะคะ ถ้ายังดื้อรั้นที่จะจัดการ...ฉันก็จะไปฟ้องร้องต่อทางส่วนกลางว่ามีการบังคับใช้อำนาจโดยไม่ถูกกฎหมายเพื่อรังแกประชาชนค่ะ”

 

“อ้อ แล้วก็...ถ้ากังวลว่าฉันจะเอาไปขายในตลาด กลัวว่าจะมีคนใช้งานยาพวกนี้ล่ะก็...หากพวกคุณเห็นการแลกเปลี่ยนหรือการซื้อขายให้กับคนในดินแดนแห่งนี้เมื่อไร เช่นนั้นก็สามารถจับคนกระทำความผิดได้เลยค่ะ ต่อให้เป็นฉันก็ไม่มีข้อยกเว้นใช่ไหมคะ”

            

อันซูหยวนโบกมือให้พวกเขาครั้งหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตัวเองจ้างมา เชิญเหล่าทหารหน่วยตรวจสอบพวกนี้กลับไป

            

เห็นการกระทำของเธอแล้ว นักทำยาทุกคนที่แอบดูอยู่ก็ได้แค่อึ้งงันเท่านั้น เดิมทีพวกเขาคิดว่าตัวเองอาจจะต้องหางานใหม่อีกครั้งแล้ว เพราะโรงทำยาที่ไม่มีการตรวจสอบ ยังไม่ได้รับอนุมัติจากทางการจะเปิดทำยาได้อย่างไร กระทั่งได้เห็นวิธีการจัดการของเจ้านายคนใหม่ตัวเอง

            

อายุน้อยเพียงนี้ แต่กลับไม่เกรงกลัวเลย สมแล้วที่เป็นพลทหารพิเศษ! สมแล้วที่เป็นจ่าสิบเอกของกองทัพ! แบบนี้เมื่อพวกเขาได้ติดตามอีกฝ่ายไป คงจะสามารถรับผลประโยชน์ก้อนใหญ่ไปด้วยแน่ๆ

            

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อพวกเขาเป็นแค่นักทำยาจบใหม่ ล้วนแต่ถูกโขกสับจนเหมือนกับข้าทาสคนหนึ่ง พวกผู้นำยาระดับสูงก็ยังมารังแกตนเอง โยนงานที่ได้รับมอบหมายมาให้พวกเขาทำ ทั้งๆที่เงินเดือนน้อยกว่าเกือบครึ่ง 

            

หากบอกว่าที่นี่ให้ 25,000 เครดิต โดยมีค่าผลงานให้แยกต่างหาก ที่ทำงานเก่าของพวกเขา...เงินเดือนตายตัวคือ 15,000 เครดิต แต่ยังต้องทำงานมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน บางครั้งก็ต้องเอางานของพวกนักทำยาระดับสูงมาทำด้วย กลัวว่าจะถูกกลั่นแกล้งจนอยู่ในโรงทำยานั้นๆไม่ได้อีก

            

ช่างเป็นชีวิตที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น! คนเป็นเจ้าของกิจการก็เหมือนเห็นด้วยกับการกระทำเหล่านี้ พวกเขาคงกลัวว่าตนเองจะมีเวลามากเกินไปทำให้สามารถใช้เวลาศึกษาหาความรู้อื่นๆเพิ่มเติมไปสอบเลื่อนขั้น ดังนั้นจึงโยนงานมาให้พวกเขาเหมือนต้องการฆ่ากันให้ตาย

            

ต่างจากที่นี่ แค่ทำงานให้ครบ 5 ชั่วโมงต่อวัน และใน 1 เดือนจะต้องทำยาออกมาได้ขั้นต่ำ 3,000 ขวดต่อเดือน โดยค่าใช้วัตถุดิบจะเป็นคนของโรงทำยาจัดหามาให้ พวกเขามีหน้าที่ต้องทำงานให้ดีก็เท่านั้น

            

งานดีๆแบบนี้ พวกเขายังไม่อยากได้หรือ? เช่นนั้นก็คงมีแค่คนสติไม่สมประกอบแล้ว!!

            

หลังจากที่ทหารหน่วยสอบสวนได้ยินคำพูดของอันซูหยวน พวกเขาก็ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพากันกลับไป แม้พวกเขาจะได้รับคำสั่งมาให้หยุดการผลิตยาของที่นี่ แต่คำที่เธอพูดว่าจะแจ้งความพวกเขากลับในฐานะผู้ใช้อำนาจรังแกประชาชน สิ่งนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวกันมาก

            

กฎหมายนี้มีไว้เพื่อปกป้องประชาชนตาดำๆที่อาจจะถูกคนมีอำนาจรังแก ดังนั้นกฎนี้จึงเข้มงวดกว่ากฎอื่นใด ขอแค่พบว่ามีการกระทำความผิด จะเล็กน้อยแค่ไหนก็ต้องรับโทษหนัก เมื่อรู้ดังนี้แล้ว...พวกเขาก็ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง กลับไปปรึกษาหัวหน้าเพื่อความปลอดภัยดีที่สุด

 

“เจ้านาย....” เหลียนซิ่วอิงเดินออกมาเมื่อเห็นคนพวกนั้นจากไปแล้ว ดวงตาของเธอฉายแววกังวลออกมา

            

เจ้านายอันซูหยวนพูดเช่นนั้นได้อย่างไร หากบอกว่าผลิตยาออกมาไม่ได้เพื่อขายหรือแลกเปลี่ยน เช่นนั้นจะผลิตมันขึ้นมาทำไม? ไม่ใช่จะขาดทุนกันยกใหญ่หรือ?

            

เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยกังวลของหญิงสาวแล้ว อันซูหยวนไม่ได้พูดอะไรให้เธอสบายใจ เพียงบอกให้ทำตามแผนต่อไปเท่านั้น รับคนมาได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น แต่เงื่อนไขของเธอก็คือจะรับสมัครคนเพียงแค่สิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นจะไม่รับคนใหม่อีกเว้นแต่จะมีตำแหน่งว่าง 

            

นี่ก็เพื่อแสดงให้พวกเขาได้เห็นว่าของจริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่ตัวเองที่ต้องไปง้อคนอื่น แต่เป็นคนอื่นที่ต้องมาง้อโรงทำยาของเธอ!

 

“ไปทำงานต่อได้แล้ว อย่าลืมหาคนมาเพิ่ม โดยเฉพาะผู้ที่จะทำหน้าที่สนับสนุน อย่าให้นักทำยาที่ยินดีมาร่วมงานกับพวกเราต้องลำบาก” ซูหยวนย้ำอีกครั้ง ซึ่งเหลียนซิ่วอิงก็พยักหน้าเข้าใจ

 

“เข้าใจแล้วค่ะ” เห็นอีกฝ่ายตอบรับด้วยดี ซูหยวนก็เดินกลับไปดูยาที่เธอทำต่อ 

            

ทว่าเมื่อเธอมาถึงห้องทำงานส่วนตัวของตนเอง ดวงตาของเธอก็หรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองไปยังรอยเท้าขนาดเล็กที่ทิ้งไว้ตามรายทาง เป้าหมายของรอยเท้านี้ก็คือห้องทำงานของเธอ

            

ซูหยวนโบกมือครั้งหนึ่ง ปรากฏหนูทองลายขาวที่ตัวเล็กมากออกมาจากช่องว่าง มันรู้คำสั่งอยู่แล้ว จึงวิ่งมุดท่อเข้าไปในห้องของเธอ หลังจากที่ตรวจสอบเสร็จแล้วก็วิ่งกลับมา พยักหน้าให้อันซูหยวนเพื่อให้เธอไปดูด้วยตัวเอง

            

เนื่องจากที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ล่า ซูหยวนไม่สามารถดูแผนที่ได้เหมือนกับในพื้นที่ล่า ดังนั้นจึงต้องขอให้พวกหนูทองลายขาวเป็นดวงตาให้ เธอไม่ใช่คนประมาทอยู่แล้ว ย่อมไม่ผลีผลามเข้าไปทั้งๆที่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยสงบนัก

            

โชคดีที่ไม่ใช่ตัวปัญหา หนูทองลายขาวบอกว่าเจ้าของเท้านั้นก็คือหนึ่งในนักทำยาที่เหลียนซิ่วอิงจ้างมานั่นเอง ไม่แน่ว่าเจ้าเด็กใหม่คนนี้อาจจะไม่รู้ว่าที่นี่เป็นห้องทำงานส่วนตัวของเธอ ทว่า...สิ่งที่หนูทองลายขาวเห็นหลังจากนั้นต่างหากที่น่าสนใจ

 

“จี๊ด! เจ้านั้นกำลังใส่ของบางอย่างลงไปในยาที่เจ้านายทำไว้ สีของยาเปลี่ยนจากสีเทากลายเป็นสีดำจนน่ากลัว จี๊ด! นั่นจะต้องเป็นยาพิษแน่นอน จี๊ด!”

 

………………………………………