บทที่ 424 ปัญหาคือความสมบูรณ์แบบ (อ่านฟรี 4 พ.ค. 69)
บทที่ 424 ปัญหาคือความสมบูรณ์แบบ (อ่านฟรี 4 พ.ค. 69)
บทที่ 424 ปัญหาคือความสมบูรณ์แบบ
“สียาเปลี่ยนไปงั้นหรอ” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเจ้าหนูทองลายขาวพูดอย่างนั้น เธอจำได้ว่าตามข้อมูลที่เขียนเอาไว้แล้ว ถ้าสีของยาเปลี่ยนเป็นสีดำก็แปลว่าถูกต้อง หลังจากขั้นตอนนี้...เมื่อนำไปใช้กับแผลที่มีเลือดไหลไม่หยุด ทาจนขึ้นเป็นเหมือนกับเทปกาวขนาดใหญ่ ก็จะห้ามเลือดได้ทันที
ก่อนหน้านี้ยาที่เธอทำขึ้นมามีสีเทา ซึ่งไม่เหมือนกับที่ข้อมูลระบุไว้ แสดงว่ามีบางส่วนที่เกิดข้อผิดพลาดอยู่ ทว่า...ยาที่เธอทำผิดพลาด กลับมีใครบางคนเปลี่ยนมันให้ถูกต้องได้งั้นหรือ?
ไม่จำเป็นต้องรอคำตอบอีกต่อไป ซูหยวนเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง เห็นด้านหลังของชายหนุ่มที่กำลังยุ่งอยู่กับการผสมยาของเธอ มือข้างหนึ่งของเขาถือยาหยุดเลือดขวดสีดำ ส่วนอีกข้างก็ถือยาสีเหลืองอ่อนเอาไว้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้มันเคยมีสีน้ำตาลเข้มจากผลงานของเธอ
เมื่อมีเสียงเปิดประตู ชายหนุ่มที่กำลังมองยาสองขวดใหญ่ด้วยความพอใจก็ถึงกับชะงัก เขาหันมาดูก็พบว่าอันซูหยวนเป็นคนเปิดเข้ามา
“คุณก็คือ...พลทหารพิเศษอัน เป็นเจ้านายของผม...” ชายหนุ่มที่สุภาพเรียบร้อยกล่าวขึ้น เขาจำซูหยวนได้ทันทีเพราะช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับเธอมีค่อนข้างเยอะมาก สาเหตุหลักที่เขามาสมัครงานที่นี่ก็เป็นเพราะเธอด้วยส่วนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ คุณชื่ออะไรคะ”
“ผมชื่อ “เหอเจี้ยน” เป็นบุตรชายคนเล็กของผู้นำตระกูลเหอคนปัจจุบัน ตัวผมมีพรสวรรค์ในการทำยาค่อนข้างมาก แต่เพราะเพิ่งเรียนจบก็เลยอยากจะหาประสบการณ์การทำยาจากที่อื่นก่อน เห็นว่าที่โรงทำยาของคุณนั้นเปิดรับเด็กจบใหม่ ทว่าจะให้ทำงานเหมือนกับผู้ทำยาทั่วไป ดังนั้นจึงอยากจะขอเรียนรู้จากที่นี่ หวังว่าคุณพลทหารพิเศษอันจะไม่รังเกียจผม”
ได้ยินนามสกุล “เหอ” ซูหยวนก็คิดเกี่ยวกับสถานการณ์สกุลเหอที่เธอรู้เล็กน้อยก่อนจะมองหน้าเจ้าชายหนุ่ม “เหอเจี้ยน” นี้อีกครั้ง
เธอจำเขาได้แล้ว ชื่อ “เหอเจี้ยน” นี้คงไม่ผิดคนแน่นอน เด็กหนุ่มตระกูลเหอที่ได้ชื่อว่ามีพรสวรรค์ในการทำยารอบ 100 ปีจะมีครั้ง ถือเป็นของแรร์ไอเทมเลยก็ว่าได้ ตระกูลเหอปั้นแต่งเขาเพื่อให้กลายเป็นผู้ทำยาที่เก่งกาจที่สุดในตระกูลต่อไป
ดังนั้น...เมื่อพรสวรรค์รวมกับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เหอเจี้ยนที่อายุน้อยคนนี้ก็สอบเป็นผู้ทำยาระดับกลางได้แล้ว ต่างจากพวกที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ คนพวกนั้นกว่าจะสอบได้ก็อีกตั้งหลายปี เห็นได้ชัดว่าเขาต่างกับคนรุ่นเดียวกันอย่างไร
“แน่นอน ตราบเท่าที่คุณตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรังเกียจ แล้วก็...ยาในมือของคุณ...”
“อ๋อ ที่นี่ดูแล้วน่าจะเป็นห้องทำงานของคุณพลทหารพิเศษอันใช่ไหม ต้องขออภัยที่ถือวิสาสะเข้ามา เดิมทีแค่อยากจะหาห้องทำงานของตัวเอง ผู้ดูแลที่นี่บอกว่าผู้ทำยาจะมีห้องทำงานของตัวเอง ร่วมกับคนอื่นๆ 5 คน แต่เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ทำงานร่วมกับใครก็เลยมาตามหา เห็นยาวางอยู่ซึ่งยังปรุงไม่เสร็จเลยเข้ามาจัดการให้ หวังว่าจะไม่ถือสานะครับ”
“ไม่แน่นอน ที่มากไปกว่านั้น...คุณเหอเปลี่ยนให้ยานี้กลายเป็นยาที่ถูกต้องได้อย่างไร”
“หืม? หมายความว่า....ที่ยาออกมาแบบนั้นไม่ใช่ความตั้งใจของคุณพลหทารพิเศษอัน แต่เป็นเพราะความผิดพลาดหรือ?” เหอเจี้ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทางของเขาแสดงออกว่าไม่อยากจะเชื่อเลย กระนั้นเขาก็ยอมรับได้ในที่สุดหลังจากเห็นซูหยวนพยักหน้าเป็นคำตอบ
“ถึงจะไม่น่าเชื่อ แต่ผมก็ได้ยินเรื่องไม่น่าเชื่อเกี่ยวกับพลทหารพิเศษอันมามากแล้ว ตั้งแต่การที่มีเนื้อแท้เป็นนักล่า กลับยังเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ ที่สำคัญที่สุด...ยังปฏิวัติวงการเกษตร เปลี่ยนดินที่ถูกทำลายโดยแมลงกัดกินให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แถมยังรู้จักการนำปุ๋ยวิเศษมาขาย กับอัจฉริยะเช่นคุณแล้ว...ผมเชื่อมั่นมาตลอดว่าจะมีเรื่องอีกมากที่คุณทำได้”
เมื่อเขาพูดจบ ก็เผยรอยยิ้มพอใจออกมา ราวกับตอนนี้เขาได้เห็นเรื่องสนุกอีกเรื่องของซูหยวนแล้ว ช่างดูเป็นคนสุภาพ แต่ก็สุภาพไม่สุดจริงๆ
“ยาที่คุณพลทหารพิเศษทำขึ้นมานั้นมีคุณภาพดีเยี่ยม เป็นยาที่เขียนอยู่ในต้นแบบยาระดับต่ำเลย ผมเองก็เคยทำตามตำราเหมือนกัน แต่สุดท้ายประสบการณ์ก็สอนให้ผมรู้ว่า...มีบางอย่างที่ตำราไม่เคยเขียนออกมา ทว่ามันเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรจะทำได้อยู่แล้ว”
ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าคนตรงหน้าพูดเช่นนี้เพราะอยากจะชมเธอที่เธอทำตามตำราได้ทั้งหมด หรือต้องการจะเยาะเย้ยที่เธอไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปกันแน่
แม้จะรู้สึกว่าคำพูดของคนตรงหน้านี้แปลกๆ แต่รอยยิ้มของเขาก็ทำให้คนโกรธไม่ลงจริงๆ แถมชายหนุ่มผู้นี้ก็ยังใจดีเล่ารายละเอียดของปัญหาให้เธอฟังต่ออีกด้วย
“ยาระดับต่ำพวกนี้ไม่ต้องการความแม่นยำเกินไป ถ้าพวกมันเจอกับความสมบูรณ์แบบก็จะกลายเป็นเหมือนยาที่ทำไม่สำเร็จ ดังนั้นวิธีแก้ไขก็ง่ายนิดเดียว หากคุณรู้อยู่แล้วว่าความสำเร็จของตนเองคือ 100 ส่วน เช่นนั้นลดมันลงมาให้เหลือประมาณ 90 ส่วน นั่นก็จะทำให้ยานี้กลายเป็นยาระดับต่ำที่ตลาดยอมรับแล้ว”
“บางครั้งความสมบูรณ์แบบก็คือปัญหาใหญ่ได้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ผมเองก็เจอปัญหานี้อยู่บ่อยๆ แต่หลังจากที่ได้เรียนรู้วิชาจิตใจคน ผมจึงได้เข้าใจว่าผู้เขียนตำราเหล่านี้ แท้จริงแล้วก็คือมนุษย์ผู้หนึ่ง”
“แม้แต่เหล่าอาจารย์ก็ยังมีข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ บางคนพลาดเรื่องการควบคุมไฟ บางคนพลาดในเรื่องการจับเวลา บางคนก็พลาดเรื่องคัดแยกสมุนไพร น้ำหนักน้อยกว่าตำรา หรืออาจจะมากกว่าตำราเล็กน้อย ซึ่งเดิมทีแล้วผมเป็นพวกยอมรับอะไรเช่นนี้ไม่ได้เลย กว่าจะก้าวข้ามคอขวดนั้นมาก็ยากอยู่”
“ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับคุณพลทหารพิเศษที่มีนิสัยคล้ายๆกัน นับเป็นเรื่องดีสำหรับผมเลยล่ะ”
ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างจริงใจ เขากำลังยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็น หากคนอคติได้ยินเขาบอกว่าตัวเองเป็นพวกทำงานได้อย่าง “สมบูรณ์แบบ” จนไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งนั่นจะกลายเป็นข้อผิดพลาดที่มนุษย์ไม่ยอมรับ ซูหยวนกลับเข้าใจความหมายของประโยคเหล่านี้ดีกว่าใคร
เธอเองก็เป็นพวกที่ชอบทำให้งานออกมาสมบูรณ์แบบเช่นกัน ดังนั้นหลายครั้งก็มักจะได้งานที่ตรงตามตำราทั้งหมด แต่ลูกค้าไม่ชอบ
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีไหวพริบดี คงจะหางานจากลูกค้าไม่ได้เลย เพราะการที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้ดี นี่ต่างหากที่ทำให้เธอกลายเป็นพนักงานดีเด่นของบริษัท ทุกครั้งที่ส่งออกไปทำงาน รอบไหนก็ไม่เคยพลาดกลับมา กลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่พวกหัวหน้าต้องการให้ไปช่วยงานของตนเอง
แต่ก็นั่นแหละ...คนเก่งพอที่จะควบคุมเธอได้มีน้อยเกินไป ถ้าไม่ได้เจอหัวหน้าคนปัจจุบัน...ซูหยวนก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกหัวหน้าใหญ่เขม่นไปอีกนานแค่ไหน
หญิงสาวมองเหอเจี้ยนอีกครั้ง จากนั้นก็ลองเปิดเตาทำยาของตนเองเพื่อทดลองต่อหน้าผู้ให้คำแนะนำ ซึ่งเหอเจี้ยนนับได้ว่าเป็นคนใจดีมากคนหนึ่ง ไม่เพียงแค่ไม่เบื่อหน่ายเท่านั้น...เขายังจดจำการทำยาของอันซูหยวนทั้งหมดเพื่อที่จะได้แนะนำเธอต่อไปได้
“ครั้งนี้เลือกที่จะปล่อยการคุมไฟให้พลาดหนึ่งจุดหรือ? ต้องระวังให้ดีว่าผิดพลาดเท่านี้อาจจะไม่เพียงพอ ถ้าเป็นไปได้...ลองใส่ว่านหางจระเข้เข้าไปอีกหน่อย”
“เข้าใจแล้ว” ซูหยวนพยักหน้ารับ ในขณะที่มือก็คนยาไปด้วย
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งตั้งแต่ที่เริ่มเปิดเตา ตอนนี้ยาสีเหลืองอ่อนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว นอกจากนี้...เพราะเธอเพิ่มปริมาณของว่านหางจระเข้ ดังนั้นยาที่ได้จึงมากกว่าเดิมประมาณ 1 ขวด ซึ่งทั้งหมดนี้มีคุณสมบัติผ่านเงื่อนไขยาระดับต่ำทั้งหมดแล้ว ทำเอาอันซูหยวนที่คิดเกี่ยวกับปัญหานี้มานานสามารถผ่อนคลายได้เสียที
“หลังจากนี้คงไม่ยากเกินไปสำหรับคุณพลทหารพิเศษอันแล้ว ถ้าอย่างนั้น...ผมขอตัวก่อนนะครับ”
เหอเจี้ยนยังคงพูดจาสุภาพเรียบร้อย ซูหยวนมองชายหนุ่มที่กำลังเดินออกไปจากห้องทำงานของตนเอง รู้สึกว่าการได้เจ้านี่มาทำงานที่โรงทำยาน่าจะสร้างผลกระทบอะไรได้อีกมาก
ไม่ใช่เขาบอกว่าตัวเองชอบที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆงั้นหรือ? คนแบบนี้เหมาะกับการพัฒนาจริงๆ น่าเสียดายที่เขาเป็นคนของตระกูลใหญ่ หากบอกว่าตระกูลเหลียนเป็นตระกูลที่เชี่ยวชาญในการทำยาแล้วล่ะก็...ตระกูลเหอก็อยู่เหนือกว่าพวกเขาไปหนึ่งระดับ อาจจะเรียกว่าเป็นตระกูลที่เป็นปรมาจารย์ด้านยาเลยก็ว่าได้
ซึ่งไม่ใช่แค่ตระกูลเหอเท่านั้นที่ทำให้ผู้คนต้องหวาดกลัว แต่พวกเขายังมีตระกูลสาขาที่ชื่อว่าตระกูล “หวาง” ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่เช่นกัน แต่ตระกูลหวางนั้นเชี่ยวชาญในการรักษามากกว่า
ตามประวัติศาสตร์พูดเอาไว้ว่า ตระกูลเหอและตระกูลหวางเมื่อก่อนรวมเป็นหนึ่ง เกี่ยวกับกระบวนการรักษาทั้งหมดจะต้องมาพึ่งพาพวกเขา จนกระทั่งตระกูลเหอและตระกูลหวางใหญ่โตเกินไป ลำพังผู้นำตระกูลดูแลคนเดียวไม่ไหว ดังนั้นจึงให้แบ่งตระกูลหวางออกไปดูแลตัวเองเป็นเอกเทศ ถึงอย่างนั้น...รายชื่อสมาชิกตระกูลก็ยังอยู่ในตระกูลเหออยู่ดี
ซูหยวนมองตามหลังเหอเจี้ยนด้วยความพอใจ ถ้าได้ตระกูลเหลียนเเละตระกูลเหอมาเป็นพันธมิตร หลังจากนี้วงการทำยาก็ไม่สามารถวุ่นวายกับเธอได้อีก ต่อให้พวกเขาจะเจ็บใจแค่ไหน ก็มีแต่ต้องให้หน้าสองตระกูลใหญ่นี้เท่านั้น
หญิงสาวให้ความสำคัญกับการฝึกทำยาของตนเองก่อนเป็นอันดับแรกในเวลานี้ เพื่อทำให้คุ้นชินกับการทำยาระดับต่ำให้เร็วที่สุด เวลาคือปัญหาสำหรับเธอ เนื่องจากมีงานมากมายให้ต้องทำ ดังนั้นซูหยวนไม่อยากรอจนกระทั่งถึงช่วงสุดท้าย เธอต้องการเข้าร่วมการทดสอบวิชาทำยา เเล้วก็ปิดจบปัญหาของชั้นปีที่สามให้เร็ว
โชคดีที่หลังจากรู้ปัญหาเเล้ว ซูหยวนก็ทำยาระดับต่ำอย่างอื่นได้เร็วมาก เธอเริ่มจากการทำตามตำราโดยไม่มีข้อผิดพลาด หลังจากนั้นก็พบว่ายาที่ทำออกมามีปัญหาเหมือนเดิม แต่วิธีแก้ไขไม่ยากแล้ว ในเมื่อยาระดับต่ำต้องการข้อผิดพลาด ซูหยวนเลยเอามันใส่ไฟต่ออีกเล็กน้อย
เมื่อใช้เวลาเคี่ยวยานานเกินไป ยาระดับต่ำที่คุณสมบัติควบเเน่นอย่างดีก็ถูกทำลาย สลายเป็นยาระดับต่ำที่ใช้ได้ตามความต้องการของตลาด
ถึงจะน่าหัวเราะ แต่สุดท้ายซูหยวนก็ไปที่สถาบันเเล้วก็สอบวิชาทำยาผ่านจริงๆ เเน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนเเรกที่สอบผ่าน ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไร เพื่อนๆของเธอก็คิดเหมือนกัน เวลาที่ผ่านมา ระหว่างที่พวกเขาดูซูหยวนและสู้กับคำดูถูกของนักเรียนจากสถาบันอื่นๆไปด้วย ก็หมั่นฝึกซ้อมการทำยาไปด้วย
ดังนั้นจึงเข้ามาสอบวิชาทำยาไปก่อนเเล้ว เนื่องจากเป็นวิชาที่ง่ายที่สุดในการสอบผ่าน ทุกคนที่ผ่านปี 2 มาก็สามารถจบปี 3 ได้ รอเเค่ต้องผ่านการทดสอบวิชาภาคบังคับเเละวิชาพิเศษเท่านั้น
“นักเรียนอัน....”
อาจารย์ประจำวิชาทำยาลงชื่ออนุมัติจบวิชาให้ซูหยวนเสร็จก็เรียกเธอไว้ สีหน้าของเขามีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกเกรงใจเด็กสาวตรงหน้า เขากำลังตีกับตัวเองว่าควรจะพูดออกไปดีไหม แต่สุดท้าย…ในฐานะอาจารย์ เขาก็เลือกจะพูดออกไป
“อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เอ่อ ที่จริง…ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ข่วงนี้วงการทำยามีข่าวเกี่ยวกับนักเรียนค่อนข้างมาก เห็นว่ากำลังวางแผนผลิตยาระดับต่ำออกมา แต่ไม่ได้จะเอาไปขายหรือเเลกเปลี่ยน คนมากมายในวงการถกประเด็นเรื่องนี้กันไม่น้อย การกระทำของนักเรียนน่าสนใจจริงๆ แต่ว่า…” คนพูดถึงตรงนี้ก็ลังเลเล็กน้อย
ซูหยวนมองเขา ไม่พูดกดดันออกไป ให้เวลาอาจารย์ในการคิดคำพูดตามสบาย ซึ่งสุดท้ายเขาก็หาคำได้จริงๆ
“หลายคนคิดในเเง่ดีนะ แต่หลายคนก็คิดในเเง่ลบไปแล้ว อาจารย์อยากให้นักเรียนระวังไว้หน่อย การเคลื่อนไหวใหญ่โตนี้กำลังถูกจับตามอง อาจารย์เชื่อว่าเป้าหมายของนักเรียนไม่ใช่การทำเรื่องเลวร้ายหรือผิดกฎหมาย นักเรียนไม่ได้มีสถานะเป็นแค่นักเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นทหารของมนุษย์ชาติด้วย”
“ถึงอย่างนั้นคำพูดของคนอื่น อาจจะดูเลื่อนลอย แต่มันก็กลายเป็นจริงได้นะ หลายคนบอกว่านักเรียนอันกำลังผลิตยาเพื่อช่วยกลุ่มผิดกฎหมายทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง”
“เรื่องนี้พูดเล่นไปคงไม่เท่าไร อย่างมากก็คงทำให้เธอเสียหาย เเต่ถ้าพูดเเล้วมีหลักฐานออกมา…เวลานั้นนักเรียนจะเเย่เอาได้ ต้องระวังไม่ให้เกิดเรื่อง เข้าใจไหม”
คนเป็นอาจารย์ ในที่สุดก็พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา เขารู้ว่านักเรียนคนนี้มีปัญหากับพวกตระกูลระดับสูงมากมาย ไม่ใช่เเค่วงการทำยาเท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็อยู่เบื้องหลังของเจียงฮุ่ย ทำลายเรื่องดีๆของคนอื่นไปไม่น้อย
เเล้วยังวิวาทกับตระกูลทหารอย่างตระกูลไห่ ที่สำคัญ…ก่อนหน้านี้ก็ไม่ถูกกับพวกเกษตรกร คนที่มีศัตรูรอบด้านเช่นนี้ จะเกิดปัญหาขึ้นก็คงไม่ยากนัก เเถมยังจับมือใครมาดมได้ยากด้วย เพราะมีคนอยู่เบื้องหลังมากเกินไป…
เเม้ว่าเขาจะไม่ได้สนิทสนมกับอันซูหยวน เเต่นักเรียนคนนี้ก็ทำประโยชน์เพื่อสถาบันมาไม่น้อยแล้ว อีกอย่าง…เขาก็คิดว่าเด็กสาวที่ซื่อตรงคนนี้คงจะไม่ทำเรื่องเลวร้ายเช่นนั้น ก่อนหน้านี้เพื่อช่วยรุ่นน้องของสถาบัน เธอยอมเป็นศัตรูกับตระกูลใหญ่ถึง 7 ตระกูลเพื่อพาคนออกมา
เเน่นอนว่าคนที่เด็ดขาดขนาดตระกูลหวู่ที่ได้รับผลกระทบก็ยังไม่กล้าลงมือ เเต่เธอเเค่มีฐานะรุ่นพี่ยังปกป้องรุ่นน้องเช่นนั้น เขาเองยังรู้สึกเคารพในการกระทำของเธอเลย
…………………………
>>> ฝากผลงานใหม่ เรื่อง “หลิวหร่วนอี้ : บทนี้ข้าคงหนีไม่พ้น” สามารถกดติดตามเเละเป็นกำลังใจให้กันได้นะคะ
ลิ้งค์สำหรับเจิม >> https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2674876 <<
ขอบพระคุณมากค่าาาาาาา