บทที่ 428 พี่เลี้ยงจำเป็น (อ่านฟรี 8 พ.ค. 69)
บทที่ 428 พี่เลี้ยงจำเป็น (อ่านฟรี 8 พ.ค. 69)
บทที่ 428 พี่เลี้ยงจำเป็น
หนูทองลายขาวพยักหน้าให้กัน ก่อนที่หนูทองลายขาวตัวหนึ่งจะพูดขึ้น
“เเน่นอนว่าสามารถขยายการผลิตได้เลย ทรัพยากรที่เจ้านายเตรียมไว้ยังมีเพียงพอ แต่…สิ่งเเลกเปลี่ยนที่กองทัพจะให้พวกเราคืออะไร ถ้าไม่คุ้มค่าก็ไม่จำเป็นต้องทำงานเพิ่ม” ได้ยินหนูทองลายขาวพูดอย่างมีหลักการ เจียงฮุ่ยก็หัวเราะออกมา
“เเน่นอนว่าการเเลกเปลี่ยนจะไม่ให้เสียเปรียบ จะต้องพิจารณาผลประโยชน์ที่จะขอจากกองทัพได้”
“ดีเเล้ว เจ้านายของพวกเราเป็นพวกที่ชอบทำงานคุ้มค่าเเรง”
“ฮ่าๆ ถูกต้อง ถูกแล้ว ว่าเเต่ …. คุณฉันสนใจจะไปที่กองทัพด้วยกันหรือไม่?” เจียงฮุ่ยถามอย่างให้เกียรติ
ในความคิดของเขา อันซูหยวนคงอยากจะไปด้วยกันกับตนเองเพื่อเเสดงให้เห็นความสำคัญเเละคุณค่าที่มีต่อกองทัพ บางทีอาจใช้เรื่องนี้ต่อรองให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปอีกก็ได้ ทว่าหนูทองลายขาวพวกนั้นไม่จำเป็นต้องคิดเลย
ตำแหน่งทางกองทัพไม่ใช่ไม่ดี แต่ตอนนี้เจ้านายของพวกมันกำลังอยู่ในการเเข่งขันครั้งใหญ่ ถ้าชนะการเเข่งขันในกิจกรรมใดได้ เช่นนั้นก็จะได้รางวัลชิ้นโต เรื่องนี้เจ้านายจะไม่พลาด ไม่ละทิ้งของดีเพื่อเสียเวลามาพบคนอื่นหรอก
“ช่วงนี้เจ้านายไม่สะดวก เรื่องติดต่อกองทัพก็ให้พวกเจ้าได้เลย”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ขอนัดหมายเลยเเล้วกันนะครับ”
เจียงฮุ่ยสุภาพกระทั่งกับพวกหนูทองลายขาวเหล่านี้ หลังจากสอบถามเสร็จก็เดินกลับออกมา ความรู้สึกที่เหมือนถูกกดดันตลอดเวลาทำให้เขาเกือบหายใจไม่ออก
“ท่านผู้นำตระกูล สรุปว่าพวกเราสามารถติดต่อกองทัพได้เอง หรือว่าต้องพาคุณอันผู้นั้นไปเป็นตัวแทนด้วยครับ”
เห็นคนเป็นผู้นำเดินกลับมาที่ห้องทำงาน ผู้ช่วยของเขาก็กระตือรือร้นที่จะถามมาก นี่เป็นเพราะลึกๆแล้วเขากำลังคาดหวัง...ขอให้คุณอันผู้นั้นรู้จักปล่อยวางบ้าง
ตัวเองเป็นทหารอยู่แล้ว แถมยังเป็นพลทหารพิเศษที่มีชื่อเสียงมาก ต่างกับผู้นำตระกูลเจียงของพวกเขาในตอนนี้ที่ยังไม่มีผลงานโดดเด่นอะไร จะมีก็แค่เรื่องอาหารสังเคราะห์ระดับสูงพวกนี้เท่านั้นที่จะเอาไปเป็นเครื่องมือผลักดันฐานะของตนเองได้
หากคุณอันผู้นั้นไม่ปล่อยวางแล้วยังอยากจะเป็นตัวแทนในการเจรจา สายตาของกองทัพก็จะมองว่าตระกูลเจียงเป็นแค่ผู้ติดตามเท่านั้น ไม่มีทางที่จะให้หน้าตระกูลเจียงเลย ทว่า...ถ้าคุณอันคิดจะสนับสนุนตระกูลเจียงของพวกเขาแล้วปล่อยให้ผู้นำตระกูลคนใหม่ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ เช่นนั้นก็จะเป็นบุญคุณครั้งใหญ่
เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสดี การเจรจาร่วมมือกับกองทัพเพื่อทำสัญญาซื้อขายระยะยาวนั้น ไม่มีใครไม่ต้องการใบหน้าจากเรื่องนี้ ต่อให้เป็นคุณอันผู้นั้นก็ไม่แน่ว่าจะยอมปล่อยวางได้ง่ายๆ ซึ่งความคิดนี้เป็นความคิดตรงกันกับเจียงฮุ่ยด้วย ไม่อย่างนั้นเขาคงจะข้ามขั้นตอนการสอบถามหนูทองลายขาวพวกนั้นไปแล้วติดต่อกับกองทัพเอง
โชคดีที่อันซูหยวนไม่ได้สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้เลย กระทั่งให้หนูทองลายขาวพวกนั้นปฏิเสธคำเชิญแทนด้วย ช่างเป็น...ท่าทีที่ยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้
“พวกเราสามารถนัดหมายได้เลย คุณอันไม่เข้าร่วมด้วย”
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เจรจาแลกเปลี่ยนได้ตามที่ต้องการเลยหรือครับ”
“ใช่ แค่มีเงื่อนไขให้แลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสม” ได้ยินเจียงฮุ่ยพูดเช่นนั้น ผู้ช่วยของเขาก็ดีใจปนประหลาดใจไปด้วย
การติดต่อแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่นี้กลับไม่สนใจเลยหรือ? สำหรับตระกูลเจียง...นี่เป็นก้าวใหญ่ของพวกเขา แต่สำหรับคุณอันผู้นั้น มันไม่มีความหมายให้สนใจเชียวหรือ?
เอาเถอะ ไม่ว่าคนจะคิดเช่นไร พวกเขาก็ต้องทำให้เรื่องนี้สำเร็จด้วยดี ต่อไปตระกูลเจียงจะไม่ใช่ตระกูลปลายแถวของพวกตระกูลใหญ่อีกต่อไป อาจจะเทียบเท่ากับตระกูลไป๋ ตระกูลจาง ตระกูลกวน หรือตระกูลอื่นๆที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานได้เลย
สำหรับเรื่องการซื้อขายของทางการกับตระกูลเจียง นี่เป็นข่าวใหญ่ที่ถูกเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง หลายคนรู้สึกอิจฉาพวกเขามาก แต่หลายคนที่ร่วมธุรกิจด้วยก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าตระกูลเจียงร่วมมือกับทางการได้ แปลว่าการเป็นพันธมิตรธุรกิจของพวกเขาก็สามารถคว้าผลประโยชน์ได้เช่นกัน
ที่ตระกูลไห่ แม้พวกเขาจะโกรธมากกับการพัฒนาเส้นเรื่องไปในทิศทางนี้ ทว่าการไม่ยื่นหางออกไปในสถานการณ์ที่ตัวเองเสียเปรียบและถูกจับตามองอยู่เป็นการดีที่สุด ทำให้ผู้นำตระกูลไห่สั่งหยุดการเคลื่อนไหวจากทุกคน กระทั่งพวกนักฆ่าที่จ้างมาจัดการครอบครัวอันก็เช่นกัน
เขารู้ว่าครอบครัวอันนี้มีใครบางคนปกป้องอยู่ลับๆ ไม่ใช่แค่นักฆ่ารอบแรกเท่านั้นที่ส่งไป แต่ยังมีนักฆ่ารอบที่สองรอบที่สามอีกมาก หากแต่พวกมันก็ไม่ได้กลับมา
โชคดีที่เขาไม่ได้ส่งคนของตนเองไปลงมือ เพียงโยนเครดิตออกไปเพื่อจ้างวานสมาคมนักฆ่า ไม่อย่างนั้นคงจะได้เห็นหัวของสมาชิกในตระกูลถูกส่งกลับมาแทบทุกวันเป็นแน่
ตอนนี้พวกนักฆ่าเองก็ไม่กล้ารับงานแล้ว เพราะไม่ว่าเขาจะจ้างนักฆ่าระดับสูงแค่ไหน พวกนั้นก็ถูกจัดการทั้งหมดราวกับรู้ล่วงหน้า
เขาเคยถามพวกนักฆ่าแล้วว่าในองค์กรของพวกมันมีหนอนที่แทรกซึมอยู่หรือไม่ ทว่าพวกนักฆ่าหน้าโง่บอกว่าองค์กรของพวกมันไม่มีทางที่จะมีคนทรยศแน่นอน ความมั่นใจเช่นนี้ทำให้ผู้นำตระกูลไห่รู้สึกว่ามันน่าหัวเราะมาก เพราะขนาดตระกูลของเขาเองที่ทุกคนมีเชื้อสายมาจากตระกูลไห่ ยังไม่แน่ว่าจะเป็นคนของเขาทั้งหมดเลย
ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการตรวจสอบกันไปมา หนึ่งหาหลักฐาน หนึ่งซ่อนหลักฐาน หนึ่งตามล่า อีกหนึ่งก็แอบซ่อนอยู่ในเงา เพียงรอว่าฝ่ายไหนจะเพลี่ยงพล้ำเร็วกว่ากันก็เท่านั้น
อันซูหยวนที่กำลังอยู่ในการเก็บกวาดทรัพยากรจากระบบไม่ได้สนใจพวกเขาเลย เธอมีทั้งหนูทองลายขาวและแมลงกัดกินที่คอยดูแลเรื่องต่างๆให้อยู่ กิจการเรื่องอาหารสังเคราะห์ก็คงไม่มีปัญหา
ส่วนกิจการในการทำยาก็น่าจะไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะถึงอย่างไรก็เป็นกิจการที่ไม่ได้นำขายในดินแดนอยู่แล้ว ต่อให้พวกเขาสงสัยแล้วอย่างไร? หากอยากรู้คำตอบก็ต้องผ่านเขตแดนต่างๆไปถึงเขตศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ทำได้แค่สงสัยต่อไปก็เท่านั้น
หลังจากที่ซูหยวนยกระดับคันเบ็ดตลอด 1 วันเต็ม มันก็พุ่งพรวดไปถึงระดับ 32 แล้ว นอกจากทักษะล็อกเป้าหมายที่ได้มาครั้งแรก ก็ยังได้ทักษะไล่จับ และทักษะดับเบิ้ลคิล
โดยทักษะไล่จับนั้นจะเป็นทักษะที่ช่วยให้เพิ่มโอกาสในการไล่จับเป้าหมายที่ใช้ทักษะหลบหนีได้ 20 ส่วนจาก 100 ส่วน หรือก็คือ...ถ้ามีปลาสีส้มใช้ทักษะหลบหนีไป 100 ตัว ทักษะนี้จะช่วยให้ตะขอเคลื่อนไหวเองเพื่อไล่จับเป้าหมายได้ 20 ตัว ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเหวี่ยงคันเบ็ดใหม่อีกรอบ แม้ว่าจะไม่ได้มีประโยชน์มากนักสำหรับซูหยวน แต่นี่ก็เป็นการยกระดับขั้นต้นเท่านั้น
ส่วนทักษะดับเบิ้ลคิลนั้นเป็นทักษะที่จะช่วยให้มีการโจมตีปลาสีส้มสองตัวพร้อมกัน ตัวแรกจะถูกโจมตีจากความตั้งใจของผู้ใช้คันเบ็ด แต่ถ้าสามารถโจมตีได้สำเร็จ มีโอกาสที่คันเบ็ดนี้จะโจมตีปลาสีส้มตัวอื่นจนตกตายได้เลย 1 ครั้ง
เมื่อครบกำหนด 1 วัน ซูหยวนก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ตกปลาอีกต่อไป แต่เธอก็ยังให้เจ้าราชาหนูทองลายขาวอยู่ในพื้นที่นั้น ตลอด 1 วันที่ผ่านมา มันเห็นแล้วว่าต้องจัดการกับปลาสีส้มอย่างไรบ้าง ดังนั้นเธอจึงมอบหมายงานนี้ให้มันได้
ถึงจะไม่ได้คิดว่าเจ้าหนูทองลายขาวจะต่อสู้กับพวกปลาสีส้มได้มากมายเหมือนที่เธอทำ เพราะหนูทองลายขาวจะมีข้อได้เปรียบเมื่อสามารถโจมตีระยะประชิด ทว่าเจ้าปลาสีส้มนั้นอยู่สูงเกินไปทำให้การโจมตีของพวกมันไปไม่ถึง ทั้งหากโจมตีด้วยกรงเล็บหรือทักษะของมันก็จะทำให้ไม่ได้คะแนนมายกระดับเจ้าคันเบ็ด เงื่อนไขมากมายเช่นนี้คงจะทำให้เจ้าหนูทองลายขาวสามารถอาศัยคันเบ็ดที่ยกระดับทักษะขึ้นมาแล้วในการโจมตีเท่านั้น
หลังจากที่ทิ้งราชาหนูทองลายขาวไว้ในพื้นที่ตกปลา ซูหยวนก็กลับออกมาดูแลเมล็ดพันธุ์ที่แช่น้ำเอาไว้ ตอนนี้เมล็ดพันธุ์เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนๆแล้ว ราวกับมันได้กินน้ำบริสุทธิ์จากฟาร์มเข้าไปจำนวนมาก เธอยังเห็นพวกหนูทองลายขาวช่วยกันเติมน้ำเข้ามาในอ่างขนาดใหญ่ด้วย เมื่อเห็นเจ้านายตัวเองปรากฏตัว พวกมันก็รีบมารายงานทันที
“จี๊ดๆ เจ้านาย...เมล็ดแปลกๆนี้กินน้ำบริสุทธิ์เข้าไปเยอะมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป...พวกเราอาจจะมีตัวตะกละเพิ่มขึ้นมาก็ได้” เจ้าหนูทองลายขาวตัวหนึ่งฟ้องซูหยวนด้วยความไม่พอใจ
ก่อนหน้านี้ก็พวกแมลงกัดกินครั้งหนึ่งแล้วที่มาแย่งอาหารของพวกมัน หนูขาวต้องทำงานหนักมากในการเพาะปลูกก็เพื่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งหมด โชคดีที่ภายหลังแมลงกัดกินถูกส่งออกไปข้างนอกบ่อยมาก ทั้งยังมีบางส่วนอยู่ในเขตเชื่อมมิติ ทำให้มีเจ้าตัวตะกละลดลง งานของพวกมันก็ไม่กดดันเท่ากับก่อนหน้านี้แล้ว จนกระทั่ง...เจ้านายเอาเมล็ดแปลกประหลาดมา
ถึงน้ำบริสุทธิ์ในบ่อจะไม่มีวันหมด แต่คนที่ต้องเติมน้ำตลอดอย่างพวกมันก็รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง ขนาดเปลี่ยนอ่างใส่น้ำมาเป็นอ่างที่ใหญ่กว่าเดิมแล้ว เจ้าเมล็ดประหลาดนี้กลับยิ่งกินดื่มมากกว่าเดิมเข้าไปอีก เหมือนกับว่าถ้ามีเท่าไร...มันก็พร้อมจะกินทั้งหมดนี้เลย
ซูหยวนประหลาดใจไม่น้อยกับเจ้าเมล็ดพันธุ์นี้ เธอรู้ว่าการที่ระบบให้คำใบ้ ช่วยดูแลมันเหมือนกับการดูแลทารก เพราะเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สามารถดูดซับลักษณะนิสัยของผู้อื่นได้ แต่...นี่ก็ผ่านไปแค่วันเดียวเองไม่ใช่หรือ? เจ้าเมล็ดพันธุ์จะเรียนรู้วิธีการกินอย่างตะกละตะกรามมาจากผู้ใด
อ่า....เหมือนจะสงสัย แต่ก็เหมือนจะคิดออก
หญิงสาวเจ้าของฟาร์มมองไปรอบๆ เจ้าหนูทองลายขาวที่กำลังบ่นอยู่นี้ไม่ใช่เพราะว่ามันหวงของกินงั้นหรือ? ไหนจะแมลงกัดกินที่อยู่ทั่วไปในฟาร์ม แล้วก็สุนัขทมิฬจอมเกียจคร้าน แต่พอเรื่องกินกลับกระโดดออกมาเป็นผู้นำเสียอย่างนั้น
ที่สำคัญที่สุด...ตอนนี้ยังมีไก่ลาวา เด็กใหม่ที่เพิ่งมาอยู่ในฟาร์ม เนื่องจากพวกพี่ๆที่ฝึกซ้อมมันกินอาหารจำนวนมาก ไก่ลาวาตอนนี้ก็กินมากไม่แพ้กัน แถมยังเลือกกินแค่ข้าวสาลี และข้าวโพด มีเพียงสองชนิดนี้เท่านั้นที่พวกมันโปรดปรานมาก
ตอนนี้ก็ไม่นาแปลกใจแล้วใช่ไหมว่าเจ้าเมล็ดพันธุ์นี้ติดนิสัยการเลี้ยงดูมาจากผู้ใด ซูหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้เลยว่าเมล็ดพันธุ์นี้จะออกมาเป็นตัวอะไรกันแน่ บางที...อาจจะเป็นแมลงกัดกินตัวใหญ่ก็ได้กระมัง
เอาเถอะ ขอแค่ระดับของพวกมันมากกว่าคนอื่นแล้วเอาชนะได้ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องนิสัย...จบกิจกรรมก็คงไม่ต้องพบเจ้านี่อีก ดังนั้นไม่ใส่ใจก็ได้
น่าเสียดายที่ความคิดนี้ของซูหยวนจะทำให้เธอต้องมาเสียใจในภายหลัง ใครจะไปรู้ว่าของขวัญจากกิจกรรมราชินีผลไม้นี้ แท้จริงแล้วก็คือเมล็ดพันธุ์แปลกประหลาดนี้เอง!!
ซึ่งเรื่องพวกนั้นยังเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงในเวลานี้ จำเป็นต้องรอการประกาศครั้งใหญ่ ตอนนั้นซูหยวนจะต้องกุมขมับอีกครั้ง ทว่า...การมีสมาชิกใหม่จอมตะกละก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนัก สุดท้ายแล้ว...เจ้านี่ก็สมกับของรางวัลที่ระบบมอบให้ เพราะถ้าตัดเรื่องกินเก่งของมันออกไป เจ้าเมล็ดพันธุ์น้อยนี้ก็นับเป็นไพ่โกงในมืออีกอย่างเลย
“ขอบใจที่ทำงานอย่างหนักนะ แต่ช่วยดูแลจนกว่าจะจบการแข่งขันก็แล้วกัน ช่วงนี้...ลองเอาผลไม้และพืชผักที่เก็บเกี่ยวได้ใส่ลงไปในน้ำด้วยสิ พรุ่งนี้ฉันจะเอาปลูกลงดินแล้ว หลังจากนั้นคงไม่วุ่นวายเท่าไร”
ซูหยวนมองเจ้าหนูทองลายขาวที่เพิ่งบ่นออกมา เจ้าตัวเล็กเห็นเจ้านายเกรงใจตนเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย มันไม่ได้ต้องการจะบ่นที่ตัวเองต้องทำงานหนัก ก็แค่ไม่ชอบที่มีคนมาแย่งอาหารของมันเท่านั้น
“จี๊ด! เจ้านาย ข้าจะดูแลอย่างดีแน่นอน จะให้เจ้านายชนะให้ได้ เจ้านายวางใจได้” เห็นมันรีบแก้ต่างเช่นนี้ ซูหยวนก็พยักหน้าใหญ่
“ดี ขอบใจ”
“ด้วยความยินดีเลยเจ้านาย จี๊ดๆ” หนูทองลายขาวถอนหายใจ มันโบกมือให้พวกเพื่อนซึ่งเสร็จจากการเก็บเกี่ยวเอาผลผลิตเล็กน้อยมาใส่ไว้ในน้ำด้วย
เจ้าเมล็ดพันธุ์เหมือนกับรับรู้ว่ามีอันซูหยวนมองดูอยู่ มันไม่กล้าขยับตัว เปิดเผยให้เห็นความตะกละของตนเอง เพียงอยู่เงียบๆซ่อนความหิวเอาไว้เท่านั้น
ซูหยวนไม่ได้อยู่กับมันนานนัก เธอยังต้องไปวางแผนเพื่อล่าทรัพยากรที่ใช้ในการยกระดับสิ่งต่างๆอีก ดังนั้นจึงหันหลังจากไป และตอนนั้นเองที่หนูทองลายขาวอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
พรึ่บ!!
รากสีขาวงอกออกมาจากเมล็ดพันธุ์ คว้าจับเอาผลไม้ที่เทใส่ลงไปในน้ำเข้าไปใกล้ ก่อนจะดูพลังงานและสารอาหารทั้งหมดจากผลไม้เข้าตัวเอง เหลือทิ้งเพียงผลไม้เหี่ยวเฉาที่ไม่มีน้ำและเนื้ออยู่ในนั้นแล้ว
ผลไม้ชนิดที่กินทั้งเปลือกได้เลยก็หายไปทั้งลูก ทิ้งเอาไว้แค่เมล็ดเท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้...ใช้เวลาเพียง 6 วินาทีเท่านั้น ความเร็วที่น่ากลัวชนิดยังมากกว่าแมลงกัดกินทำให้หนูทองลายขาวเริ่มหวาดกลัว
“จะ เจ้าเมล็ดนี่! ยะ อย่าลืมนะว่าของในน้ำก็คือของที่เจ้ากินได้ ส่วนที่อยู่ข้างนอกนั้นห้ามกินเด็ดขาด โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตอย่างพวกข้า!” หนูทองลายขาวปกติแล้วไม่ใช่พวกขี้ขลาด แต่เมื่อเจอการดูดสารอาหารของเมล็ดพันธุ์ตรงหน้าก็รู้สึกว่ามันน่ากลัวจริงๆ
โชคดีที่เมล็ดพันธุ์ไม่ได้ตอบสนองอะไร ทั้งยังเก็บรากของมันกลับไปทันทีหลังกินเสร็จแล้ว ทำให้หนูทองลายขาวผ่อนคลายลงบ้าง
………………………………………..